- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือแซมเวลล์ ทาร์ลี่
- ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 51
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 51
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 51
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 51 ซิทาเดล
ซิทาเดล ซึ่งเป็นศูนย์กลางอันกว้างใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำฮันนี่ไวน์ อาจไม่มีความโอ่อ่าดังเช่นไฮทาวเวอร์ หรือความศักดิ์สิทธิ์เฉกเช่นสตาร์รีเซปต์ แต่ที่นี่อาจเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยปัญญามากที่สุดในเวสเทอรอส
ประตูทางเข้าหลักของซิทาเดล หันหน้าออกสู่เสียงกระซิบแห่งทะเล ถูกเฝ้าด้วยสฟิงซ์สีเขียวขนาดมหึมาสองตัว แต่ละตัวมีร่างเป็นสิงโต ปีกอินทรี หางอสรพิษ และใบหน้าของชายและหญิง ดวงตาของพวกมันปิดสนิท ราวกับครุ่นคิดถึงปริศนาโบราณที่ไม่มีวันไขออก
แซมเวลล์เดินตามเซอร์เบลอร์ ไฮทาวเวอร์ผ่านประตูเข้าไป ข้างในคือตลาดที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีแผงขายหนังสือ แผนที่ และม้วนคัมภีร์หายาก ไม่ไกลนักเหล่าสามัญชนเข้าแถวรอให้เหล่าศิษย์ฝึกหัดช่วยเขียนจดหมาย หรือจัดการธุระที่ต้องอาศัยทักษะการอ่านและเขียน
เมื่อเดินลึกเข้าไปในซิทาเดล แซมเวลล์ก็สังเกตเห็นเกาะเล็ก ๆ กลางลาน ล้อมรอบด้วยร่มเงาของต้นวีร์วูดขนาดมหึมา กิ่งก้านของมันแผ่ปกคลุมแทบทั้งเกาะ และฝูงอีกามากมายนับไม่ถ้วนจับกลุ่มเกาะอยู่ตามกิ่งไม้ ซึ่งภาพที่เห็นให้ความรู้สึกเคร่งขรึม ราวกับฉากหนึ่งในภาพวาดศาสนา
เมื่อข้ามสะพานไม้เก่าแก่ แซมเวลล์และเบลอร์ก็มาถึงหอคอยที่ถูกเถาวัลย์ปกคลุมหนาแน่น ก่อนที่เบลอร์จะหยุดยืนอยู่กับที่และพูดขึ้นมาว่า “มาลอร่า น้องสาวของข้าอยู่ข้างใน ชั้นสี่ เลี้ยวซ้ายเมื่อถึงบนสุดของบันได ข้ามีธุระอื่นต้องไปทำ ปล่อยให้เจ้าไปพบกับนางเองก็แล้วกัน”
แซมเวลล์พยักหน้า มองตามหลังเบลอร์ที่จากไป ก่อนจะเริ่มไต่บันไดแคบและคดเคี้ยวขึ้นไปเพียงลำพัง
เมื่อถึงชั้นสี่เขาก็หยุดหน้าประตู เคาะเบา ๆ และรอคอย ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นานเสียงผู้หญิงต่ำ ๆ จะตอบกลับมา “เข้ามาสิ”
แซมเวลล์เปิดประตูเข้าไป และสิ่งแรกที่กระทบประสาทสัมผัสของเขาคือกลิ่นฉุนของยาฆ่าเชื้อที่แทรกด้วยกลิ่นเหม็นเน่าของเนื้อสัตว์ที่กำลังสลาย ห้องนั้นสลัว มีเพียงแสงจากหน้าต่างที่ถูกปิดด้วยม่านหนาเพียงบานเดียว
เมื่อสายตาปรับเข้ากับความมืด แซมเวลล์ก็กวาดมองไปรอบ ๆ และแทบกลั้นความตกตะลึงไว้ไม่อยู่
ชั้นวางเรียงรายไปด้วยตัวอย่างสัตว์ที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างสมจริงไม่ว่าจะเป็นจิ้งจก งูยักษ์ หมี เสือดาว และสัตว์ประหลาดอื่น ๆ ที่เขาไม่แม้แต่จะรู้จักชื่อ พวกมันถูกจัดวางนิ่งสนิทราวกับยังมีชีวิต เป็นบทพิสูจน์อันน่าขนลุกถึงความหลงใหลในชีวิต และความตาย
บัดนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเบลอร์ถึงไม่อยากเข้าไปในห้องนี้ และตอนนี้เขาเองก็ไม่อยากอยู่ตามลำพังที่นี่แล้วเช่นกัน
“ท่านหญิงมาลอร่า ข้าคือ . . .”
“ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นใคร” มาลอร่าขัดขึ้นทันทีอย่างรวดเร็วและดูหงุดหงิดเล็กน้อย “คนรับใช้บอกข้าแล้วตั้งแต่เช้า”
มือของนางกำลังง่วนอยู่กับมีดเล่มเล็ก แซมเวลล์เฝ้าดูขณะที่นางแหวกท้องแมงมุมขนาดเท่าฝ่ามือออกมา พร้อมกับของเหลวสีเขียวที่ไหลทะลักเปื้อนปลายนิ้ว เป็นภาพที่ทั้งน่ารังเกียจและน่าหลงใหลในคราวเดียวกัน
แซมเวลล์สูดหายใจลึกก่อนจะฝืนยิ้มอย่างสุภาพ “เช่นนั้น ข้าขอความรู้เกี่ยวกับการทำเหมืองเงินได้หรือไม่?”
“ตรงนั้น” นางพูดแทรกอีกครั้ง พยักพเยิดไปทางกองหนังสือ “เล่มปกสีขาว ทุกอย่างที่เจ้าต้องการอยู่ในนั้น ถ้ามีคำถามก็กลับมาถามกับข้า”
แซมเวลล์หยิบหนังสือขึ้นมาเปิดดู และพบว่ามันเต็มไปด้วยข้อมูลเกี่ยวกับการขุดและถลุงแร่เงิน “ขอบคุณ ท่านหญิงมาลอร่า หากข้ามีข้อสงสัย ข้าจะ . . .”
“ดี” นางตัดบทอีกครั้งก่อนจะหันกลับไปทำงานของตน
‘เจ้าจะให้ข้าได้พูดให้จบสักคำได้ไหมเนี่ย?’ แซมเวลล์คิดอย่างปลง ๆ ขณะรีบก้าวออกจากห้อง และสูดลมหายใจโล่งอกเมื่อกลับออกมาสู่แสงอาทิตย์
ดูเหมือนว่าตำนานของ ‘มาลอร่าสาววิปลาส’ นั้นดูจะเป็นความจริงอยู่ไม่น้อย
ในขณะเดินไปเรื่อย ๆ แซมเวลล์ก็เปิดหนังสืออ่าน และพบว่ามันเต็มไปด้วยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการทำเหมืองเงิน แต่ศัพท์เทคนิคอันซับซ้อนและสัญลักษณ์ประหลาดทำให้เขาตระหนักว่าความรู้วิชาเคมีขั้นมัธยมของเขานั้นไม่เพียงพอเอาเสียเลย
และก่อนที่เขาจะเจาะลึกลงไปมากกว่านี้ เสียงเอะอะโกลาหลที่อยู่เบื้องหน้าก็ดึงความสนใจของเขา เขารีบปิดหนังสือและเดินไปยังฝูงชนที่มุงอยู่ใกล้ประตูป้อมปราการ
“เจ้าถูกปลดจากตำแหน่งเมสเตอร์และทุกตำแหน่งทางการ เจ้าจะไม่ใช่สมาชิกของซิทาเดลต่อไป . . .”
‘ดูเหมือนว่าเมสเตอร์คนหนึ่งกำลังถูกขับไล่ออกไป?’ ความอยากรู้อยากเห็นทำให้แซมเวลล์ค่อย ๆ เบียดเข้าไปใกล้ และในที่สุดก็ได้เห็นเป้าหมายของความเกลียดชังของซิทาเดล ชายชราร่างค่อมผู้มีดวงตาสีฟ้าสดใส และรอยยิ้มบาง ๆ ที่ไม่หวั่นไหวต่อสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
“ไคเบิร์น เจ้ามีอะไรจะพูดหรือไม่?” นักปราชญ์ผู้อาวุโสเอ่ยถาม
หัวใจของแซมเวลล์แทบหยุดเต้น เขารู้จักชื่อนั้น ไคเบิร์น เมสเตอร์ผู้เคยรับใช้ราชินีเซอร์ซี แลนนิสเตอร์ ผู้มีชื่อเสียงในเรื่องความจงรักภักดี และจริยธรรมอันน่าสงสัย
ไคเบิร์นนิ่งเงียบชั่วขณะหนึ่ง ดวงตาเหม่อลอย ราวกับกำลังค้นหาคำพูดที่เหมาะสม ทำให้ชายชราอีกคนที่สวมแหวนของเมสเตอร์ถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไคเบิร์น บัดนี้เจ้าถูกปลดจากคำปฏิญาณแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องรับใช้ราชอาณาจักรอีกต่อไป และหากต้องการเจ้าสามารถใช้ชื่อเดิมของตนได้”
“ชื่อเดิมงั้นหรือ?” ไคเบิร์นพึมพำ แฝงไว้ด้วยร่องรอยของความขมขื่น “ข้าอยู่ที่นี่มาสี่สิบปีแล้ว ยังมีใครจำชื่อข้าได้อีกหรือ? ข้าเองก็ลืมมันไปแล้ว”
ผู้อาวุโสพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “แต่เจ้าก็ยังมีความรู้ และนั่นก็ควรจะเพียงพอให้เจ้าใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เพียงแต่ . . . จงหลีกเลี่ยงการกระทำที่ผิดจริยธรรม กฎหมายของอาณาจักรคงไม่เมตตาเจ้าอีกแล้ว”
กล่าวจบเหล่าผู้อาวุโสและเมสเตอร์คนอื่น ๆ ก็หันหลังกลับและเดินเข้าไปในป้อมปราการ ทิ้งให้ไคเบิร์นยืนอยู่เพียงลำพัง
เมื่อฝูงชนเริ่มสลายตัว แซมเวลล์จึงก้าวเข้าไปข้างหน้า “เมสเตอร์ไคเบิร์น . . .”
“ข้าไม่ใช่เมสเตอร์อีกต่อไปแล้ว” ไคเบิร์นขัดขึ้น
แซมเวลล์เพียงยิ้มบาง ๆ “สำหรับข้า ‘เมสเตอร์’ เป็นตำแหน่งแห่งความเคารพต่อผู้มีปัญญา หาใช่เพียงตำแหน่งทางการ”
ไคเบิร์นดูตกตะลึงเล็กน้อย ดวงตามองแซมเวลล์ด้วยความสนใจ “เจ้าช่างเมตตาเกินไป อัศวินหนุ่ม มีอะไรให้ข้าช่วยหรือ?”
“ข้าเพิ่งค้นพบแหล่งแร่เงินในดินแดนของข้า และต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการสกัดและถลุงแร่ ท่านจะพิจารณารับตำแหน่งที่ปรึกษาของข้าหรือไม่?”
“เจ้าไม่มีเมสเตอร์หรือ?”
“ปราสาทของข้ายังสร้างไม่เสร็จ จึงยังไม่ได้รับแต่งตั้ง”
ไคเบิร์นครุ่นคิด คิ้วขมวดเล็กน้อย “ขออภัยที่ต้องถาม แต่ดินแดนของเจ้าอยู่ที่ใด?”
แซมเวลล์สบตาเขาด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ “ข้าคือแซมเวลล์ ซีซาร์ อัศวินที่ได้รับแต่งตั้งโดยลอร์ดแห่งไฮการ์เดน ให้ก่อตั้งนิคมใหม่บนอีเกิลส์พอยท์ แห่งเทือกเขาเรดเมาน์เทนส์ ขณะนี้ข้าปกครองประชากรกว่าหมื่นคน”
“เทือกเขาเรดเมาน์เทนส์หรือ?” ไคเบิร์นขมวดคิ้วลึกขึ้นเล็กน้อย แม้จะดูโล่งใจขึ้นเมื่อรู้ว่าแซมเวลล์มีผู้คนอยู่ใต้การปกครองเป็นจำนวนมาก
ในขณะเดียวกันเมื่อแซมเวลล์นึกถึงเหตุผลที่ไคเบิร์นถูกขับไล่ออกจากซิทาเดลเพราะการทดลองต้องห้าม เขาจึงกล่าวเสริมขึ้นอีกครั้งว่า “ไคเบิร์น หากท่านรับใช้ข้าในฐานะที่ปรึกษา ข้าจะให้การสนับสนุนงานวิจัยของท่านอย่างเต็มที่ โดยมีเงื่อนไขว่า มันต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย”
“การสนับสนุนทุกอย่างที่ข้าต้องการหรือ?” ดวงตาของไคเบิร์นทอประกายความสนใจขึ้นมาอีกครั้ง และหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาพยักหน้าอย่างช้า ๆ “ในกรณีนั้น ท่านลอร์ดซีซาร์ ข้าขอตอบรับข้อเสนอของท่าน เพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของท่าน”