เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 44

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 44

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 44


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 44 เมืองโอลด์ทาวน์

แสงแดดอันอบอุ่นส่องประกายระยิบระยับเหนือผืนน้ำอันสงบนิ่งราวกระจก ทอดยาวออกไปไกลสุดลูกหูลูกตาดุจพรมขนสัตว์สีเขียว อ่าววิสเปอร์ริ่งนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบ แม้แต่คลื่นสูงเกินสิบฟุตก็แทบไม่เคยปรากฏ สายลมที่บ้าคลั่งที่สุดก็ยังอ่อนโยนลงที่นี่ พัดผ่านผิวน้ำอย่างแผ่วเบาดุจสัมผัสแห่งคนรัก

เมื่อเรือพ่อค้าแล่นเข้าสู่อ่าว แซมเวลล์ก็เหลือบเห็นสิ่งปลูกสร้างที่โดดเด่นที่สุดของโอลด์ทาวน์ตั้งอยู่ไกลออกไป

หอคอยไฮทาวเวอร์!

ประภาคารหินอันสูงตระหง่านนี้เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามที่สุดในเวสเทอรอส สูงตระหง่านกว่าแปดร้อยฟุตเหนือพื้นดิน ที่ยอดของมันมีเปลวไฟลุกโชนไม่เคยดับ มองเห็นได้ไกลหลายไมล์จากท้องทะเล

ซึ่งมันเป็นเวลานานนับพันปีแล้วที่แสงสว่างจากประภาคารแห่งนี้ได้ชี้ทางให้กัปตันนับไม่ถ้วนเดินเรือเข้าสู่ท่าอย่างปลอดภัย

เมื่อเรือเข้าใกล้ขึ้น รูปร่างมหึมาของไฮทาวเวอร์ก็ค่อย ๆ ปรากฏชัดเจนขึ้น ทุกคนบนดาดฟ้าเรือพากันจ้องมองด้วยความตะลึงงัน ราวกับต้องมนตร์สะกดจนแทบกลั้นหายใจ

ชิมันซึ่งไม่เคยเห็นสิ่งใดเช่นนี้มาก่อนถึงกับตัวสั่นระริก จวนเจียนจะคุกเข่าลงเพื่อเคารพศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์

แม้แต่แซมเวลล์เอง แม้จะคุ้นเคยกับตึกสูงเสียดฟ้าในชีวิตก่อนก็ยังอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ และอดสงสัยไม่ได้ว่า พวกเขาสร้างประภาคารนี้ขึ้นมาได้อย่างไร ด้วยเทคโนโลยีระดับกึ่งยุคกลางของโลก ‘มหาศึกชิงบัลลังก์’

‘เว้นแต่มันจะเป็นเวทมนตร์!’

ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัวเขา เพราะการก่อสร้างเช่นนี้แทบเป็นไปไม่ได้หากปราศจากมัน

ในฐานะหนึ่งในท่าเรือที่พลุกพล่านที่สุดของเวสเทอรอส อ่าวนี้เต็มไปด้วยเรือนานาชนิด พวกเขาต้องเข้าแถวรอเทียบท่า ทำให้มีเวลามากพอที่จะชื่นชมทัศนียภาพอันกว้างใหญ่ของเมืองโอลด์ทาวน์ ซึ่งเรืองรองอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ยามอัสดง เมืองแห่งนี้ด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่หลายศตวรรษและบรรยากาศอันเงียบสงบ มันจึงดูคล้ายกลับผู้อาวุโสที่เฝ้าดูการขึ้นและตกของยุคสมัยด้วยสายตาเยือกเย็น

แน่นอนว่านอกจากไฮทาวเวอร์แล้ว ยังมีอีกสองสิ่งที่นิยามความเป็นโอลด์ทาวน์ ‘ซิทาเดล’ และ ‘มหาวิหารสตาร์รีเซ็ปต์’

เดอะซิทาเดล เป็นศูนย์รวมของบัณฑิตและสถานที่แห่งความฝันในวัยเยาว์ของแซมเวลล์ นักปราชญ์มากมายออกจากที่นี่เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้แก่เหล่าขุนนางทั่วเวสเทอรอส สร้างรากฐานของปัญญาและสติปัญญาให้แก่โลก

ส่วน มหาวิหารสตาร์รีเซ็ปต์ เคยเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาของเจ็ดเทพมานานนับพันปี และเป็นที่พำนักของไฮเซปตัน ก่อนที่มหาวิหารของแบเลอร์ในคิงส์แลนดิ้งจะเข้ามาแทนที่เมื่อร้อยกว่าปีก่อน ทว่าสำหรับผู้ศรัทธาจำนวนมาก สถานที่แห่งนี้ยังคงเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์สูงสุด เป็นดั่งก้าวที่ใกล้ชิดสรวงสวรรค์

นอกจากนี้เมื่อนึกถึงโอลด์ทาวน์ ย่อมต้องนึกถึงตระกูลผู้ปกครอง

ไฮทาวเวอร์!

ตระกูลขุนนางที่เก่าแก่ที่สุดตระกูลหนึ่งในเวสเทอรอส สายเลือดของพวกเขาสืบย้อนไปถึงยุคบุรุษกลุ่มแรก และครั้งหนึ่งพวกเขาเคยเป็นกษัตริย์แห่งไฮทาวเวอร์ ครองอำนาจเหนือฝั่งแม่น้ำฮันนี่ไวน์

อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นตระกูลที่เก่าแก่และทรงอิทธิพล ไฮทาวเวอร์กลับเป็นที่รู้จักในฐานะขุนนางที่ ‘ไม่แข็งกร้าว’ อย่างน่าประหลาดใจ และในสายตาของหลาย ๆ คน พวกเขาดูอ่อนแอเสียด้วยซ้ำ

เมื่อพวกอันดาลบุกเข้ามา ไฮทาวเวอร์เลือกที่จะยอมจำนนและแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ เมื่อเฮาส์การ์ดเนอร์ขยายอำนาจจากแม่น้ำแมนเดอร์ พวกเขาก็ยอมคุกเข่าอีกครั้ง จัดการแต่งงานและส่งหญิงสาวไปเป็นภรรยา และเมื่อเอกอนผู้พิชิตนำมังกรเข้ายึดเวสเทอรอส พวกเขาก็เลือกที่จะสวามิภักดิ์

แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้แต่งงานกับราชวงศ์ทาร์แกเรียน เพราะราชวงศ์ทาร์แกเรียนยืนกรานใน ‘การรักษาสายเลือดมังกรให้บริสุทธิ์’ ด้วยการแต่งงานกันเองระหว่างพี่น้องเท่านั้น

ดังนั้นมันจึงไม่แปลกเลยที่ตระกูลที่เต็มไปด้วยการยอมจำนนและการประนีประนอม จะไม่ได้รับความเคารพจากคนทั่วไปนัก แต่แซมเวลล์ก็ไม่เคยประมาทไฮทาวเวอร์ การประเมินพวกเขาต่ำไป อาจต้องจ่ายในราคาที่สูง และอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ!

นักปราชญ์นับไม่ถ้วนออกจากซิทาเดลเพื่อรับใช้เหล่าขุนนางทั่วเวสเทอรอส พวกเขาอ้างว่าตนไร้ชื่อ ไร้ภักดี ไร้การเมือง แต่ใครจะกล้ายืนยันได้ว่าไฮทาวเวอร์ไม่มีอิทธิพลเหนือพวกเขา?! เหล่าบัณฑิตที่ศึกษาเรื่องเร้นลับในเงามืด พวกเขาแสวงหาอะไรกันแน่? เบื้องหลังของซิทาเดลนั้น ซ่อนแผนการใดไว้หรือไม่? ภายใต้บานประตูเก่าแก่เหล่านั้น มีความลับใดซ่อนอยู่?

สำหรับแซมเวลล์ ไฮทาวเวอร์คือตัวอย่างสมบูรณ์แบบของปรัชญา ‘พิชิตความแข็งแกร่งด้วยความอ่อนโยน’ พวกเขาแทบไม่เคยปะทะโดยตรง แต่เลือกจะเปลี่ยนแปลงโลกด้วยวิธีที่เงียบงันแทน

ตระกูลโบราณมากมายล่มสลายไปตามกาลเวลา ทว่าไฮทาวเวอร์ยังคงอยู่ นี่คงไม่ใช่เพียงเรื่องบังเอิญแน่

เมื่อแซมเวลล์ก้าวลงจากเรือพ่อค้า เขาและผู้ติดตามถูกพาขึ้นเรือข้ามฟากไปยังแบทเทิลไอส์ เกาะที่ปากแม่น้ำฮันนี่ไวน์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของป้อมปราการไฮทาวเวอร์

ตามตำนานเล่าขานกันว่าในยุครุ่งอรุณ มังกรเคยใช้เกาะแห่งนี้เป็นรัง จนกระทั่งเจ้าแห่งไฮทาวเวอร์คนแรกขับไล่พวกมันออกไปและสร้างหอคอยหลังแรกขึ้นมา

เมื่อมายืนอยู่ใต้สิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ที่มนุษย์สร้างขึ้นนี้ แซมเวลล์ก็รู้สึกถึงความเล็กจ้อยของตนเองอย่างหาได้ยาก หอคอยแห่งนี้ดูราวกับเป็นสิ่งที่หลุดออกมาจากตำนาน มากกว่าจะเป็นผลงานของมนุษย์ธรรมดา

“ยินดีต้อนรับ เซอร์ซีซาร์ สู่ไฮทาวเวอร์”

ชายวัยกลางคนที่สง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจกล่าวต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น บุรุษผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก เซอร์เบลอร์ ไฮทาวเวอร์ บุตรชายของลอร์ดเลย์ตัน ไฮทาวเวอร์ ผู้ปกครองเมืองโอลด์ทาวน์ แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของแซมเวลล์ไม่ใช่ตัวเซอร์เบลอร์ แต่เป็นสตรีที่ยืนอยู่ข้างเขา

มาร์เจอรี ไทเรลล์!

บุตรสาวของลอร์ดเมซแห่งไฮการ์เดน นางสวมชุดกระโปรงพลีตสีเขียว คาดเอวด้วยลวดลายปักทองงดงาม ผมสีน้ำตาลอ่อนเป็นลอนสลวยไหลลงมาตามบ่ายึดไว้ด้วยที่คาดผมเรียบง่าย เมื่อนางเห็นแซมเวลล์ ดวงตาอ่อนโยนของนางก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ

“เซอร์ซีซาร์ ข้าแทบจำท่านไม่ได้เลย!”

แซมเวลล์ชะงักไปเล็กน้อย ไม่คาดคิดว่าจะได้พบกับ ‘ดอกกุหลาบแห่งไฮการ์เดน’ ที่นี่ ใต้เงาของหอคอยไฮทาวเวอร์! แต่เขาก็รีบตั้งสติ ก่อนจะโค้งคำนับอย่างสุภาพ

“วันนี้เป็นวันดีจริง ๆ ที่ได้เจอทั้งเซอร์เบลอร์ และท่านหญิงมาร์เจอรี เส้นทางของนักบุกเบิกนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก ข้าจึงซูบผอมไปบ้าง”

“ไม่ได้ผอมไปแค่ ‘บ้าง’ หรอกนะ” มาร์เจอรีเอ่ยพลางไล่มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า “ข้าได้ยินว่าท่านรวบรวมพวกคนเถื่อนได้กว่าหมื่นคนภายใต้ธงของตน น่าทึ่งจริง ๆ”

“และท่านยังช่วยกำจัดโจรชื่อกระฉ่อนให้ไฮทาวเวอร์ด้วย” เซอร์เบลอร์กล่าวเสริม พยักหน้าให้กับหัวของคนเถื่อนที่แซมเวลล์เคยส่งมาเป็นหลักฐาน “ญาติผู้น่าสงสารของข้า คงจะได้พักผ่อนอย่างสงบเสียที”

“ถือเป็นเกียรติที่ได้รับใช้ตระกูลไฮทาวเวอร์” แซมเวลล์โน้มตัวเล็กน้อย กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ จากนั้นเขาก็หันไปหามาร์เจอรี “การขยายอำนาจของไฮการ์เดนเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว”

ดวงตาของมาร์เจอรีเป็นประกาย รอยยิ้มน่ารักปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง พร้อมกับลักยิ้มที่ดูมีเสน่ห์

“ข้าภูมิใจในตัวท่านนะ อัศวินของข้า” นางพูดด้วยน้ำเสียงขี้เล่น “เบี้ยเลี้ยงของเดือนนี้จะเพิ่มขึ้นอีกหน่อย!”

“ขอบคุณในความเมตตา” แซมเวลล์กล่าวพลางยิ้มกว้าง “ขอรับรองว่าการลงทุนของท่านจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า”

เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนจะถามอย่างอยากรู้อยากเห็น “ข้าขอถามท่านได้หรือไม่ท่านหญิงมาร์เจอรี เหตุใดท่านจึงมาที่โอลด์ทาวน์?”

“ข้ามาพร้อมท่านแม่เพื่อเยี่ยมครอบครัวของท่าน” มาร์เจอรีตอบพร้อมรอยยิ้ม “แต่ข้าไม่คาดคิดเลยว่าจะได้พบกับท่านที่นี่ ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีเสียจริง”

แซมเวลล์นึกขึ้นได้ว่ามารดาของมาร์เจอรี ท่านหญิงไฮการ์เดน เป็นธิดาของลอร์ดเลย์ตัน ไฮทาวเวอร์จริง ๆ

“พวกเรายืนคุยกันนานเกินไปแล้ว เข้ามาข้างในเถิด” เซอร์เบลอร์ผายมือไปทางประตู

แซมเวลล์พยักหน้ารับ ก่อนรับขนมปังและเกลือจากมือข้ารับใช้กัดไปหนึ่งคำ แล้วก้าวข้ามธรณีประตูเข้าสู่ไฮทาวเวอร์

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 44

คัดลอกลิงก์แล้ว