- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือแซมเวลล์ ทาร์ลี่
- ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 44
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 44
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 44
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 44 เมืองโอลด์ทาวน์
แสงแดดอันอบอุ่นส่องประกายระยิบระยับเหนือผืนน้ำอันสงบนิ่งราวกระจก ทอดยาวออกไปไกลสุดลูกหูลูกตาดุจพรมขนสัตว์สีเขียว อ่าววิสเปอร์ริ่งนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบ แม้แต่คลื่นสูงเกินสิบฟุตก็แทบไม่เคยปรากฏ สายลมที่บ้าคลั่งที่สุดก็ยังอ่อนโยนลงที่นี่ พัดผ่านผิวน้ำอย่างแผ่วเบาดุจสัมผัสแห่งคนรัก
เมื่อเรือพ่อค้าแล่นเข้าสู่อ่าว แซมเวลล์ก็เหลือบเห็นสิ่งปลูกสร้างที่โดดเด่นที่สุดของโอลด์ทาวน์ตั้งอยู่ไกลออกไป
หอคอยไฮทาวเวอร์!
ประภาคารหินอันสูงตระหง่านนี้เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามที่สุดในเวสเทอรอส สูงตระหง่านกว่าแปดร้อยฟุตเหนือพื้นดิน ที่ยอดของมันมีเปลวไฟลุกโชนไม่เคยดับ มองเห็นได้ไกลหลายไมล์จากท้องทะเล
ซึ่งมันเป็นเวลานานนับพันปีแล้วที่แสงสว่างจากประภาคารแห่งนี้ได้ชี้ทางให้กัปตันนับไม่ถ้วนเดินเรือเข้าสู่ท่าอย่างปลอดภัย
เมื่อเรือเข้าใกล้ขึ้น รูปร่างมหึมาของไฮทาวเวอร์ก็ค่อย ๆ ปรากฏชัดเจนขึ้น ทุกคนบนดาดฟ้าเรือพากันจ้องมองด้วยความตะลึงงัน ราวกับต้องมนตร์สะกดจนแทบกลั้นหายใจ
ชิมันซึ่งไม่เคยเห็นสิ่งใดเช่นนี้มาก่อนถึงกับตัวสั่นระริก จวนเจียนจะคุกเข่าลงเพื่อเคารพศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์
แม้แต่แซมเวลล์เอง แม้จะคุ้นเคยกับตึกสูงเสียดฟ้าในชีวิตก่อนก็ยังอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ และอดสงสัยไม่ได้ว่า พวกเขาสร้างประภาคารนี้ขึ้นมาได้อย่างไร ด้วยเทคโนโลยีระดับกึ่งยุคกลางของโลก ‘มหาศึกชิงบัลลังก์’
‘เว้นแต่มันจะเป็นเวทมนตร์!’
ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัวเขา เพราะการก่อสร้างเช่นนี้แทบเป็นไปไม่ได้หากปราศจากมัน
ในฐานะหนึ่งในท่าเรือที่พลุกพล่านที่สุดของเวสเทอรอส อ่าวนี้เต็มไปด้วยเรือนานาชนิด พวกเขาต้องเข้าแถวรอเทียบท่า ทำให้มีเวลามากพอที่จะชื่นชมทัศนียภาพอันกว้างใหญ่ของเมืองโอลด์ทาวน์ ซึ่งเรืองรองอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ยามอัสดง เมืองแห่งนี้ด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่หลายศตวรรษและบรรยากาศอันเงียบสงบ มันจึงดูคล้ายกลับผู้อาวุโสที่เฝ้าดูการขึ้นและตกของยุคสมัยด้วยสายตาเยือกเย็น
แน่นอนว่านอกจากไฮทาวเวอร์แล้ว ยังมีอีกสองสิ่งที่นิยามความเป็นโอลด์ทาวน์ ‘ซิทาเดล’ และ ‘มหาวิหารสตาร์รีเซ็ปต์’
เดอะซิทาเดล เป็นศูนย์รวมของบัณฑิตและสถานที่แห่งความฝันในวัยเยาว์ของแซมเวลล์ นักปราชญ์มากมายออกจากที่นี่เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้แก่เหล่าขุนนางทั่วเวสเทอรอส สร้างรากฐานของปัญญาและสติปัญญาให้แก่โลก
ส่วน มหาวิหารสตาร์รีเซ็ปต์ เคยเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาของเจ็ดเทพมานานนับพันปี และเป็นที่พำนักของไฮเซปตัน ก่อนที่มหาวิหารของแบเลอร์ในคิงส์แลนดิ้งจะเข้ามาแทนที่เมื่อร้อยกว่าปีก่อน ทว่าสำหรับผู้ศรัทธาจำนวนมาก สถานที่แห่งนี้ยังคงเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์สูงสุด เป็นดั่งก้าวที่ใกล้ชิดสรวงสวรรค์
นอกจากนี้เมื่อนึกถึงโอลด์ทาวน์ ย่อมต้องนึกถึงตระกูลผู้ปกครอง
ไฮทาวเวอร์!
ตระกูลขุนนางที่เก่าแก่ที่สุดตระกูลหนึ่งในเวสเทอรอส สายเลือดของพวกเขาสืบย้อนไปถึงยุคบุรุษกลุ่มแรก และครั้งหนึ่งพวกเขาเคยเป็นกษัตริย์แห่งไฮทาวเวอร์ ครองอำนาจเหนือฝั่งแม่น้ำฮันนี่ไวน์
อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นตระกูลที่เก่าแก่และทรงอิทธิพล ไฮทาวเวอร์กลับเป็นที่รู้จักในฐานะขุนนางที่ ‘ไม่แข็งกร้าว’ อย่างน่าประหลาดใจ และในสายตาของหลาย ๆ คน พวกเขาดูอ่อนแอเสียด้วยซ้ำ
เมื่อพวกอันดาลบุกเข้ามา ไฮทาวเวอร์เลือกที่จะยอมจำนนและแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ เมื่อเฮาส์การ์ดเนอร์ขยายอำนาจจากแม่น้ำแมนเดอร์ พวกเขาก็ยอมคุกเข่าอีกครั้ง จัดการแต่งงานและส่งหญิงสาวไปเป็นภรรยา และเมื่อเอกอนผู้พิชิตนำมังกรเข้ายึดเวสเทอรอส พวกเขาก็เลือกที่จะสวามิภักดิ์
แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้แต่งงานกับราชวงศ์ทาร์แกเรียน เพราะราชวงศ์ทาร์แกเรียนยืนกรานใน ‘การรักษาสายเลือดมังกรให้บริสุทธิ์’ ด้วยการแต่งงานกันเองระหว่างพี่น้องเท่านั้น
ดังนั้นมันจึงไม่แปลกเลยที่ตระกูลที่เต็มไปด้วยการยอมจำนนและการประนีประนอม จะไม่ได้รับความเคารพจากคนทั่วไปนัก แต่แซมเวลล์ก็ไม่เคยประมาทไฮทาวเวอร์ การประเมินพวกเขาต่ำไป อาจต้องจ่ายในราคาที่สูง และอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ!
นักปราชญ์นับไม่ถ้วนออกจากซิทาเดลเพื่อรับใช้เหล่าขุนนางทั่วเวสเทอรอส พวกเขาอ้างว่าตนไร้ชื่อ ไร้ภักดี ไร้การเมือง แต่ใครจะกล้ายืนยันได้ว่าไฮทาวเวอร์ไม่มีอิทธิพลเหนือพวกเขา?! เหล่าบัณฑิตที่ศึกษาเรื่องเร้นลับในเงามืด พวกเขาแสวงหาอะไรกันแน่? เบื้องหลังของซิทาเดลนั้น ซ่อนแผนการใดไว้หรือไม่? ภายใต้บานประตูเก่าแก่เหล่านั้น มีความลับใดซ่อนอยู่?
สำหรับแซมเวลล์ ไฮทาวเวอร์คือตัวอย่างสมบูรณ์แบบของปรัชญา ‘พิชิตความแข็งแกร่งด้วยความอ่อนโยน’ พวกเขาแทบไม่เคยปะทะโดยตรง แต่เลือกจะเปลี่ยนแปลงโลกด้วยวิธีที่เงียบงันแทน
ตระกูลโบราณมากมายล่มสลายไปตามกาลเวลา ทว่าไฮทาวเวอร์ยังคงอยู่ นี่คงไม่ใช่เพียงเรื่องบังเอิญแน่
เมื่อแซมเวลล์ก้าวลงจากเรือพ่อค้า เขาและผู้ติดตามถูกพาขึ้นเรือข้ามฟากไปยังแบทเทิลไอส์ เกาะที่ปากแม่น้ำฮันนี่ไวน์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของป้อมปราการไฮทาวเวอร์
ตามตำนานเล่าขานกันว่าในยุครุ่งอรุณ มังกรเคยใช้เกาะแห่งนี้เป็นรัง จนกระทั่งเจ้าแห่งไฮทาวเวอร์คนแรกขับไล่พวกมันออกไปและสร้างหอคอยหลังแรกขึ้นมา
เมื่อมายืนอยู่ใต้สิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ที่มนุษย์สร้างขึ้นนี้ แซมเวลล์ก็รู้สึกถึงความเล็กจ้อยของตนเองอย่างหาได้ยาก หอคอยแห่งนี้ดูราวกับเป็นสิ่งที่หลุดออกมาจากตำนาน มากกว่าจะเป็นผลงานของมนุษย์ธรรมดา
“ยินดีต้อนรับ เซอร์ซีซาร์ สู่ไฮทาวเวอร์”
ชายวัยกลางคนที่สง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจกล่าวต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น บุรุษผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก เซอร์เบลอร์ ไฮทาวเวอร์ บุตรชายของลอร์ดเลย์ตัน ไฮทาวเวอร์ ผู้ปกครองเมืองโอลด์ทาวน์ แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของแซมเวลล์ไม่ใช่ตัวเซอร์เบลอร์ แต่เป็นสตรีที่ยืนอยู่ข้างเขา
มาร์เจอรี ไทเรลล์!
บุตรสาวของลอร์ดเมซแห่งไฮการ์เดน นางสวมชุดกระโปรงพลีตสีเขียว คาดเอวด้วยลวดลายปักทองงดงาม ผมสีน้ำตาลอ่อนเป็นลอนสลวยไหลลงมาตามบ่ายึดไว้ด้วยที่คาดผมเรียบง่าย เมื่อนางเห็นแซมเวลล์ ดวงตาอ่อนโยนของนางก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“เซอร์ซีซาร์ ข้าแทบจำท่านไม่ได้เลย!”
แซมเวลล์ชะงักไปเล็กน้อย ไม่คาดคิดว่าจะได้พบกับ ‘ดอกกุหลาบแห่งไฮการ์เดน’ ที่นี่ ใต้เงาของหอคอยไฮทาวเวอร์! แต่เขาก็รีบตั้งสติ ก่อนจะโค้งคำนับอย่างสุภาพ
“วันนี้เป็นวันดีจริง ๆ ที่ได้เจอทั้งเซอร์เบลอร์ และท่านหญิงมาร์เจอรี เส้นทางของนักบุกเบิกนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก ข้าจึงซูบผอมไปบ้าง”
“ไม่ได้ผอมไปแค่ ‘บ้าง’ หรอกนะ” มาร์เจอรีเอ่ยพลางไล่มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า “ข้าได้ยินว่าท่านรวบรวมพวกคนเถื่อนได้กว่าหมื่นคนภายใต้ธงของตน น่าทึ่งจริง ๆ”
“และท่านยังช่วยกำจัดโจรชื่อกระฉ่อนให้ไฮทาวเวอร์ด้วย” เซอร์เบลอร์กล่าวเสริม พยักหน้าให้กับหัวของคนเถื่อนที่แซมเวลล์เคยส่งมาเป็นหลักฐาน “ญาติผู้น่าสงสารของข้า คงจะได้พักผ่อนอย่างสงบเสียที”
“ถือเป็นเกียรติที่ได้รับใช้ตระกูลไฮทาวเวอร์” แซมเวลล์โน้มตัวเล็กน้อย กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ จากนั้นเขาก็หันไปหามาร์เจอรี “การขยายอำนาจของไฮการ์เดนเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว”
ดวงตาของมาร์เจอรีเป็นประกาย รอยยิ้มน่ารักปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง พร้อมกับลักยิ้มที่ดูมีเสน่ห์
“ข้าภูมิใจในตัวท่านนะ อัศวินของข้า” นางพูดด้วยน้ำเสียงขี้เล่น “เบี้ยเลี้ยงของเดือนนี้จะเพิ่มขึ้นอีกหน่อย!”
“ขอบคุณในความเมตตา” แซมเวลล์กล่าวพลางยิ้มกว้าง “ขอรับรองว่าการลงทุนของท่านจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า”
เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนจะถามอย่างอยากรู้อยากเห็น “ข้าขอถามท่านได้หรือไม่ท่านหญิงมาร์เจอรี เหตุใดท่านจึงมาที่โอลด์ทาวน์?”
“ข้ามาพร้อมท่านแม่เพื่อเยี่ยมครอบครัวของท่าน” มาร์เจอรีตอบพร้อมรอยยิ้ม “แต่ข้าไม่คาดคิดเลยว่าจะได้พบกับท่านที่นี่ ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีเสียจริง”
แซมเวลล์นึกขึ้นได้ว่ามารดาของมาร์เจอรี ท่านหญิงไฮการ์เดน เป็นธิดาของลอร์ดเลย์ตัน ไฮทาวเวอร์จริง ๆ
“พวกเรายืนคุยกันนานเกินไปแล้ว เข้ามาข้างในเถิด” เซอร์เบลอร์ผายมือไปทางประตู
แซมเวลล์พยักหน้ารับ ก่อนรับขนมปังและเกลือจากมือข้ารับใช้กัดไปหนึ่งคำ แล้วก้าวข้ามธรณีประตูเข้าสู่ไฮทาวเวอร์