เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 43

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 43

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 43


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 43 ความสำคัญ

ค่ำคืนปกคลุมปราสาทด้วยความมืดมิด ขณะที่ในห้องทำงานยังคงสว่างไสวด้วยแสงเทียน

แม้ว่าจะอ้างว่าออกไปตรวจตราที่ดิน แต่แท้จริงแล้วลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ เรดไวน์กำลังนั่งอยู่ในห้องทำงาน ตั้งใจฟังท็อดด์ ฟลาวเวอร์สเล่าถึงความเป็นไปของป้อมอีเกิลส์พอยท์ และเมื่อท็อดด์เล่ามาถึงตอนที่แซมเวลล์สามารถต้านทานกองทัพคนเถื่อนสองพันนายด้วยทหารฝึกหัดเพียงร้อยนาย โฮรัสที่ยืนฟังอยู่ก็อดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป

“เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทาง! ทหารฝึกหัดแค่ร้อยคนจะต้านคนเถื่อนสองพันได้ยังไง? ท็อดด์ เจ้ากำลังพูดเรื่องไร้สาระ!”

ก่อนที่ท็อดด์จะตอบ ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ก็หันขวับไปมองลูกชายคนโตด้วยสายตาคมกริบ “เงียบซะ!”

โฮรัสเม้มปากเงียบทันที ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์อาจเป็นชายร่างเล็ก ดูเหมือนจะถูกกลืนหายไปในเก้าอี้ตัวใหญ่ของเขา แต่ไม่มีใครในห้องกล้าละเลยอำนาจของลอร์ดแห่งอาร์เบอร์ผู้นี้ แม้แต่ลอร์ดแห่งแดนใต้อย่าง เมซ ไทเรลล์ ยังต้องพยายามเอาใจเขาด้วยการยกน้องสาวของตน มินา ไทเรลล์ ให้แต่งงานด้วย

“ท็อดด์ เล่าต่อไป”

“ขอรับ ท่านลอร์ด” ท็อดด์รับคำ ก่อนจะเล่าต่อตั้งแต่การยอมจำนนของเผ่าเขี้ยวพยัคฆ์ การซุ่มโจมตีชนเผ่าพันธมิตร ไปจนถึงการค้นพบเหมืองเงินและการกลั่นบรั่นดี โดยที่สีหน้าของฝาแฝดเรดไวน์ยิ่งดูไม่เชื่อเข้าไปใหญ่ ราวกับกำลังฟังเรื่องเล่าเหนือธรรมชาติ เรื่องราวทั้งหมดฟังดูเหลือเชื่อเกินไปสำหรับพวกเขา

ฝาแฝดแทบไม่อยากเชื่อว่าชายคนเดียวกับที่พวกเขาเคยแกล้งจนร้องไห้ กลับกลายมาเป็นอัศวินผู้แน่วแน่ สร้างอาณาเขตขึ้นมาได้ในเทือกเขาเรดเมาน์เทนที่โหดร้ายเช่นนั้น

พวกเขาทำใจเชื่อไม่ได้ โดยเฉพาะโฮรัสที่ยังรู้สึกปวดไหล่จากเหตุการณ์เมื่อคืน ทำให้ตอนนี้ในใจของเขามันเดือดดาลมาก และคิดว่ามันต้องเป็นเรื่องโกหก เรื่องโกหกทั้งหมด!

ในที่สุดเมื่อท็อดด์เล่าจบ โฮรัสก็รีบหันไปหาบิดาตั้งใจจะเอ่ยคัดค้าน แต่เมื่อเห็นลอร์ดแพ็กซ์เตอร์นั่งนิ่งก้มหน้าครุ่นคิดด้วยสีหน้าขรึมเคร่ง เขาก็ต้องกล้ำกลืนคำพูดลงไป

บรรยากาศในห้องเงียบงัน มีเพียงเสียงเทียนลุกไหม้แตกเปาะแปะเป็นครั้งคราว

หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์เงยหน้าขึ้น สีหน้าอ่านไม่ออก “การขอเสบียงคือเหตุผลเดียวที่เขามายังอาร์เบอร์หรือ?”

“จริง ๆ แล้ว เซอร์แซมเวลล์ได้ทำสัญญาจัดหาเสบียงกับลอร์ดแบรนดอนแห่งซันเฮาส์ไปแล้ว จึงอาจไม่ได้ต้องการเสบียงจากอาร์เบอร์เร่งด่วน แต่สำหรับบรั่นดี ดูเหมือนว่าเขาจะต้องการสร้างพันธมิตรกับตระกูลเรดไวน์” ท็อดด์ตอบออกมา

“บรั่นดีงั้นรึ . . .” ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์พึมพำ คิ้วข้างหนึ่งเลิกขึ้น “เจ้านำมันมาด้วยหรือไม่? ข้าอยากลองชิมบรั่นดีที่เจ้าว่าดีเยี่ยมนัก”

“ข้านำมาขอรับ” ท็อดด์หยิบถังไม้เล็กออกมา ก่อนจะรินบรั่นดีลงแก้วให้ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์

ทันใดนั้นกลิ่นหอมรุนแรงของบรั่นดีก็แผ่ซ่านไปทั่วห้อง ทำให้ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ชะงักไปเล็กน้อย พร้อมกับดวงตาเป็นประกายขึ้นมา เขาจับจ้องของเหลวสีอำพันในแก้ว สัมผัสกลิ่นหอมเข้มข้น ก่อนจะพึมพำเบา ๆ “ยอดเยี่ยม”

แค่ได้กลิ่นเขาก็ตัดสินใจแล้ว!

เหล่าผู้ร่วมอยู่ในห้องเบิกตากว้าง บางคนแสดงความแปลกใจ บางคนฉายแววอิจฉา

ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ยกแก้วขึ้นจิบ หลับตาลง ราวกับกำลังดื่มด่ำกับรสชาติ และในที่สุดเขาก็หันไปหาลูกชายคนโต “โฮรัส พรุ่งนี้เช้า เจ้าพาแซมเวลล์มาพบข้า”

“ขอรับ ท่านพ่อ” โฮรัสรับคำทันที ดวงตามองไปที่ถังบรั่นดีของท็อดด์อย่างกระหาย อยากลองลิ้มรสเสียเอง แต่ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากขอ ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ก็ออกคำสั่งเสียก่อน

“บรั่นดีที่เหลือทั้งหมดในถังนั้น ส่งตรงไปยังโรงหมักไวน์ ให้พวกคนหมักไวน์ตรวจสอบและหาทางกลั่นมันให้ได้”

“ขอรับ ลอร์ดท่าน” ท็อดด์ตอบรับ แม้จะเห็นสีหน้าผิดหวังของหลายคนในห้อง เขาก็ปิดฝาถังโดยไม่พูดอะไร

“รีบเอาไปเดี๋ยวนี้” ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์สั่ง

ท็อดด์เดินออกจากห้องทำงานตามคำสั่ง แม้ว่าเขาจะรับใช้ตระกูลเรดไวน์มานานหลายปี แต่ช่วงเวลานี้ทำให้เขาตระหนักได้อย่างชัดเจนว่าไม่ว่าเขาจะทุ่มเทเพียงใด ท้ายที่สุดเขาก็ยังเป็นเพียง ‘ลูกนอกสมรส’ ที่เป็นคนนอกเสมอ

ทางเดินที่มีแสงเทียนสลัวทอดเงาท็อดด์เป็นเงาทับซ้อนกันไปมา บ้างคุ้นเคย บ้างแปลกตา ทันใดนั้นท็อดด์ก็ถอนหายใจเบา ๆ ตั้งสติ และก้าวมุ่งหน้าไปยังโรงหมักไวน์

. . .

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น

หลังจากทานอาหารเช้า แซมเวลล์ก็แต่งกายอย่างรวดเร็ว และออกจากปราสาททันทีโดยไม่กล่าวอะไรกับคนของตระกูลเรดไวน์ เขานำพรรคพวกของตนไปยังท่าเรือ และหาพาหนะเดินทางต่อไปยังโอล์ดทาวน์ทันที

หลังจากจ่ายค่าโดยสาร แซมเวลล์ก็มองดูสมอขนาดใหญ่ถูกยกขึ้นก่อนที่เรือจะค่อย ๆ ออกจากท่า

ในขณะยืนอยู่บนดาดฟ้า ท็อดด์ ฟลาวเวอร์สถึงกับอึ้ง โฮรัส เรดไวน์หายไปไหน? หรือว่าลอร์ดแพ็กซ์เตอร์เปลี่ยนใจไม่ต้องการพบแซมเวลล์แล้ว? หรือเป็นไปได้ว่าโฮรัสลืมส่งข่าวคำสั่งของบิดา? แต่ไม่มีทางที่ทายาทตระกูลเรดไวน์จะทำพลาดเรื่องใหญ่ขนาดนี้แน่

ท็อดด์มองฝั่งที่ค่อย ๆ เลือนหายไป พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่ทันใดนั้นเขาจะถูกขัดจังหวะโดยเสียงของชิมันที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

“นั่นมันฝาแฝดเรดไวน์หรือเปล่าที่ท่าเรือ?” ชิมันเพ่งสายตามองกลับไปยังฝั่ง

แซมเวลล์มองตาม “อืม . . . ใช่ ดูเหมือนจะเป็นพวกเขานะ สงสัยจะมาส่งเราสินะ?”

เมื่อได้ยินดังนั้น ท็อดด์ก็เงยหน้าขึ้นทันที แล้วเขาก็เห็นจริง ๆ โฮรัสและฮอบเบอร์กำลังยืนอยู่บนท่าเรือ โบกไม้โบกมือพลางตะโกนอะไรบางอย่างที่เสียงลมและระยะทางกลืนหายไป

“ลาก่อน! ไม่ต้องมาส่งหรอก!” แซมเวลล์ตะโกนกลับไป พลางโบกมืออย่างโอเวอร์เกินจริง

ท็อดด์อ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจเงียบไว้ พร้อมกับในใจที่แอบสงสัยว่าโฮรัสอาจจะลืมหน้าที่ของตัวเองจริง ๆ . . . แต่นั่นมันเป็นไปไม่ได้เลย?!

. . .

“เดี๋ยว! กลับมาก่อน! ท่านพ่อเราต้องการพบเจ้า! ท่านพ่อเราต้องการพบเจ้า!!”

บนท่าเรือฝาแฝดยังคงโบกมือและตะโกนสุดเสียง ขณะที่เหล่ากรรมกรท่าเรือมองดูพวกเขาด้วยความขบขันปนงุนงง แม้เสียงของพวกเขาจะแหบแห้งลงแล้ว แต่เรือก็ไม่มีทีท่าจะหันกลับมาเลย

“บ้าเอ๊ย! เจ้าพี่โง่!” ฮอบเบอร์คำรามพลางกระชากคอเสื้อพี่ชาย “เจ้านอนตื่นสาย!”

“เอ่อ . . . แล้วเราจะทำยังไงดี?” โฮรัสพูดตะกุกตะกัก ดวงตาจ้องเรือที่ค่อย ๆ เล็กลงทุกที

เมื่อคืนเขาดื่มบรั่นดีจนติดลม และเมื่อกลับไปถึงห้องก็ซัดไปจนพอใจ ไม่แปลกเลยที่เขาจะดื่มหนักเกินไปจนตื่นไม่ไหว

เมื่อเห็นภาพของบิดาที่กำลังโกรธเกรี้ยวผุดขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน มันก็ทำให้เขารู้สึกเย็นวาบไปทั่วแผ่นหลัง ในขณะที่ไหล่ซึ่งยังเจ็บจากเหตุการณ์เมื่อคืนก็ยิ่งสั่นสะท้านไปอีก

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 43

คัดลอกลิงก์แล้ว