เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 39

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 39

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 39


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 39 เหมืองเงิน

“ใช่แล้ว นายท่าน นี่คือสินแร่เงินแน่นอน หากจะให้ระบุให้ชัด มันคือ ‘อาร์เจนไทต์’” วีโต้และบูโซกล่าวหลังจากศึกษาลักษณะผลึกของหินที่ขุดได้จากถ้ำ

ใบหน้าของแซมเวลล์สว่างขึ้นด้วยความตื่นเต้น “พวกเจ้ารู้วิธีถลุงอาร์เจนไทต์หรือไม่?”

วีโต้ลูบเคราด้วยสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะส่ายหัวอย่างขอโทษ “ข้าเกรงว่าคงไม่นายท่าน ไฮการ์เดนไม่มีเหมืองเงิน เราจึงไม่เคยเรียนรู้กระบวนการถลุงมัน”

“แล้วข้าจะหาคนที่รู้วิธีถลุงแร่เงินได้จากที่ไหน?”

“เมสเตอร์แห่งป้อมซิทาเดลน่าจะมีความรู้ในเรื่องนี้”

“เมสเตอร์ . . .” แซมเวลล์รู้สึกฉุกคิดขึ้นมาทันที ถ้าหากเขาไม่ได้ข้ามายังโลกนี้ ตัวตนเดิมของแซมเวลล์คงจบลงด้วยการเป็นเมสเตอร์เสียเอง ‘ดูเหมือนว่าข้าต้องไปเยือน โอล์ดทาวน์ แล้วสินะ’

“เข้าใจแล้ว เจ้าไปได้”

“รับทราบ นายท่าน”

แซมเวลล์ไม่ได้สั่งให้ทั้งสองปิดเรื่องเหมืองเงินเป็นความลับ เพราะการทำเหมือง การถลุง และการผลิตเงินนั้นเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก เป็นไปไม่ได้ที่จะเก็บเรื่องนี้ให้เงียบสนิท

นอกจากนี้ในเวสเทอรอสการทำเหมืองเงินโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง หากแซมเวลล์คิดจะเสี่ยงขนาดนั้น เขาคงยอมรับข้อเสนอของท่านหญิงโอเลนน่าและออกล่าพวกโจรสลัดไปแล้ว เพราะโทษที่ได้รับหากถูกจับได้แทบไม่ต่างกัน

แต่ในเมื่อเหมืองนี้อยู่ในดินแดนของเขาเองก็ไม่มีใครสามารถมาแย่งมันไปจากเขาได้ อย่างไรก็ตามหากต้องการทำเหมือง เขาก็จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากกษัตริย์ก่อน

แร่เงินส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้เพียงแค่ทำเครื่องประดับหรือเครื่องใช้ราคาแพง แต่ถูกนำไปใช้หลัก ๆ ในการ ผลิตเหรียญเงิน ซึ่งเป็นสกุลเงินของเวสเทอรอส ดังนั้นสิทธิ์ในการผลิตเงินตราเป็นสิ่งที่ราชสำนักควบคุมอย่างเข้มงวดมาก และตามกฎหมายแซมเวลล์ต้องได้รับอนุญาตจากกษัตริย์ก่อนถึงจะสามารถผลิตเหรียญเงินได้

นอกจากนี้กษัตริย์ยังจะส่งคนมาตรวจสอบกระบวนการผลิต และเรียกเก็บส่วนแบ่งจากกำไรของเหมืองเป็นภาษีอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นแซมเวลล์ก็ยังคงได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจากเหมืองเงินในปริมาณที่มากพอสมควร

เหตุผลที่ตระกูลแลนนิสเตอร์ร่ำรวยที่สุดในเจ็ดอาณาจักร ไม่ได้เป็นเพียงเพราะพวกเขาครอบครองที่ดินจำนวนมหาศาล แต่เป็นเพราะพวกเขามีเหมืองทองคำใต้คาสเตอร์ลีร็อก!

แม้ว่าเหมืองเงินจะไม่อาจเทียบได้กับเหมืองทอง และเขายังไม่แน่ใจว่าปริมาณสำรองของแร่นี้มากเพียงใด แต่การค้นพบมันก็ถือเป็นโชคลาภอันยิ่งใหญ่สำหรับเขา

จนถึงตอนนี้ทุกคนต่างเชื่อว่าเทือกเขาเรดเมาน์เทนส์เป็นดินแดนกันดาร ไร้ซึ่งทรัพยากรมีค่า แม้แต่แซมเวลล์เองก็ยังวางแผนพึ่งพา การผลิตบรั่นดีเป็นรายได้หลัก แต่ตอนนี้ด้วยเหมืองเงินแห่งนี้ อัตราการเติบโตของดินแดนเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแน่นอน

ก่อนหน้านี้เขากังวลเกี่ยวกับปัญหาจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น แต่ตอนนี้เขารู้สึกมั่นใจขึ้นมากว่าจะสามารถรองรับพวกเขาได้ และด้วยเหมืองเงินแห่งนี้ เขาจะมีแต้มต่อที่แข็งแกร่งขึ้นในการดึงดูด ‘นักลงทุน’!

แต่สำหรับแซมเวลล์ คุณค่าของเหมืองเงินไม่ได้อยู่ที่ความมั่งคั่งเพียงอย่างเดียว จากทฤษฎีที่เขาคิดไว้ก่อนหน้านี้ เขาคาดว่าต้นเหตุที่ทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นนั้นมาจากปริมาณเงินที่มีอยู่ในหญ้าใบเงิน ดังนั้นแล้วทำไมเขาไม่ลองบริโภค ‘เงิน’ โดยตรงเลยล่ะ?

แซมเวลล์แสยะยิ้มอย่างครุ่นคิด เขาเคยกินหญ้าใบเงินไปมากแล้ว และได้รับปริมาณแร่เงินสูงพอสมควร แต่กลับไม่รู้สึกถึงผลข้างเคียงใด ๆ นอกจากพละกำลังที่เพิ่มขึ้น ราวกับร่างกายของเขาดูเหมือนจะสามารถ ‘แปรรูป’ เงินได้

ดังนั้นเขาจึงหยิบเศษสินแร่เงินก้อนเล็ก ๆ ขึ้นมา พลางพิจารณาว่าควรลองกัดมันหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าไม่ควรเสี่ยง แร่อาร์เจนไทต์ยังไม่ได้ถูกถลุง และเต็มไปด้วยสิ่งเจือปน ดังนั้นแทนที่จะกินมันตรง ๆ เขาหยิบเหรียญเงินออกมาจากกระเป๋า แล้วโยนเข้าปากแทน

“อึก . . .”

เหรียญแข็งบาดคอของเขาอย่างเจ็บปวด แต่ในวินาทีถัดมาแซมเวลล์กลับลืมความเจ็บปวดไปสิ้นเชิง เพราะค่าความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้น 0.01!

มันคือเงินจริง ๆ!

นั่นหมายความว่าหญ้าใบเงินประมาณห้าต้นมีปริมาณเงินเทียบเท่ากับเหรียญเงินหนึ่งเหรียญ แล้วกุ้งหางทองล่ะ? ก่อนหน้านี้เขาเคยตรวจสอบกุ้งชนิดนี้และพบว่ามันเป็นของขึ้นชื่อแห่งไบรท์วอเตอร์คีพ โดยกุ้งพวกนี้พบได้เฉพาะในทะเลสาบที่เชื่อมกับแม่น้ำฮันนี่ไวน์

ดังนั้นสิ่งนี้ทำให้แซมเวลล์สงสัยในตอนนี้ก็คือ . . . บางทีใต้ทะเลสาบแห่งนั้นอาจมี ‘เหมืองทอง’ ซ่อนอยู่!

หางของกุ้งที่เป็นสีทอง น่าจะเกิดจากการสัมผัสกับอนุภาคทองคำในตะกอนเป็นเวลานาน ทำให้โลหะสะสมอยู่ในร่างกายของมัน อย่างไรก็ตามแม้จะมีแหล่งทองคำอยู่ใต้ทะเลสาบจริง ๆ ก็คงไม่มีประโยชน์สำหรับเขา เพราะทะเลสาบแห่งนั้นอยู่ในดินแดนของตระกูลฟลาวเวอร์ส

แม้ว่ามารดาของแซมเวลล์จะเป็นคนตระกูลฟลาวเวอร์ส แต่ทรัพย์สินของตระกูลนี้ไม่ได้ตกมาถึงเขา ถึงอย่างนั้นเขายังมีวิธีทดสอบทฤษฎีของตัวเองด้วยการกินทองคำโดยตรง

แซมเวลล์หยิบเหรียญทองมังกรออกมาแล้วกลืนลงไป ผ่านไปครู่หนึ่งค่าความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นอีก และคราวนี้เพิ่มขึ้นถึง 0.02!

‘ฮ่า ๆ! ข้ากลายเป็นผู้เล่นสาย ‘จ่ายเพื่อชนะ’ ไปแล้วสินะ!’ แซมเวลล์ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าเงินกับทองใช้ได้ แล้วโลหะอื่น ๆ ล่ะ? แซมเวลล์หยิบเหรียญทองแดงออกมาแล้วกลืนตามลงไป แต่หลังจากรอสักพักมันกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักนิด

‘ดูเหมือนทองแดงจะใช้ไม่ได้แฮะ . . .’

แซมเวลล์ตัดสินใจพักการทดลองกับโลหะอื่นไปก่อน เพราะกลัวว่ามันจะส่งผลกระทบต่อกระเพาะของเขา นอกจากนี้เขาก็ไม่คิดว่าจะได้ผลอะไรเพิ่มเติม เพราะถึงอย่างไรแล้วพลัง ‘จ่ายเพื่อชนะ’ นี้ก็ต้องมีขอบเขตของมันอยู่ดี

เมื่อแซมเวลล์มั่นใจแล้วว่าเงินและทองเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มความแข็งแกร่ง เขาก็พบว่าตัวเองกำลังเผชิญกับปัญหาที่น่าปวดหัวอีกอย่าง ถึงแม้ว่าโลหะพวกนี้จะไม่ได้หายากนัก แต่พวกมัน . . . แพงมาก!!

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ความผิดของเงินกับทองหรอก แต่มันเป็นเพราะกระเป๋าเงินของข้าเองที่ไม่หนาพอ!

เขาจำเป็นต้องหาทางสร้างรายได้ที่มั่นคงให้ได้โดยเร็วที่สุด!

เมื่อคิดถึงการเพิ่มพลังง่าย ๆ แค่กลืนเงินกับทองเข้าไป เขาก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา หากไม่นับกฎของ ผลตอบแทนที่ลดลง[1] ทางทฤษฎีแล้วแค่ทองคำ 100 เหรียญมังกรก็น่าจะเพิ่มค่าความแข็งแกร่งของเขาได้ถึง 2.0!

แน่นอนว่าในความเป็นจริงมันคงไม่ได้ราบรื่นขนาดนั้น เพราะเมื่อบริโภคโลหะเดิมซ้ำ ๆ ร่างกายจะเริ่มสร้างภูมิต้านทาน และผลของมันจะค่อย ๆ ลดลง ถึงอย่างนั้นทองกับเงินก็เป็นของมีค่า แต่ไม่ได้หายาก หากเขาสามารถสะสมพวกมันได้เรื่อย ๆ สักวันหนึ่งเขาอาจจะแข็งแกร่งพอที่จะล้มมังกรได้เลยก็เป็นได้!

เหมืองเงินที่เพิ่งค้นพบจะเป็นก้าวแรกของเขา และตอนนี้เขาแค่ต้องหาทางถลุงมันให้ได้!

เดิมทีเขาวางแผนจะเดินทางไปอาร์เบอร์อย่างรวดเร็ว แต่ตอนนี้เขาต้องไปโอล์ดทาวน์ด้วย เพื่อหาทางโน้มน้าวให้เมสเตอร์จากซิทาเดลมาเข้าร่วมกับเขา

ในช่วงสองวันต่อมาแซมเวลล์ออกตรวจเยี่ยม 13 หมู่บ้านที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ เขาปลอบขวัญประชาชน แต่งตั้งผู้นำหมู่บ้าน ผู้ดูแลภาษี และนายอำเภอ รวมถึงจัดการปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ เขาก็ออกเดินทางออกจากดินแดนของตนเอง โดยครั้งนี้เขาพา ท็อดด์ ฟลาวเวอร์ และ ชิมัน ติดตามไปด้วย พร้อมด้วยองครักษ์อีก 20 นาย

ส่วนเหตุผลที่ต้องพาชิมันไปด้วยก็เพราะแซมเวลล์ไม่ไว้ใจ ‘หมาบ้า’ คนนี้ ดังนั้นจึงดีกว่าถ้าจะจับเขาไว้ใกล้ตัว ส่วน ท็อดด์ ฟลาวเวอร์ แม้ว่าเขาจะยังไม่น่าไว้ใจเต็มร้อย แต่แซมเวลล์ก็ไม่คิดว่าเขาจะก่อปัญหาใด ๆ และที่เขาพาไปด้วยเพราะท็อดด์เป็นบุตรนอกสมรสที่มีสายสัมพันธ์กับอาร์เบอร์

คณะเดินทางของแซมเวลล์ เดินทางไปตามชายฝั่งตอนเหนือของทะเลซัมเมอร์ พวกเขาออกจากเทือกเขาเรดเมาน์เทนส์อย่างรวดเร็ว และมาถึงดินแดนของตระกูลคายแห่งเมืองซันเฮาส์

เดิมทีแซมเวลล์ไม่ได้คิดจะหยุดที่นี่ เขาต้องการเดินทางตรงไปยังอาร์เบอร์ทันที แต่ตอนนี้ประชากรในดินแดนของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัญหาขาดแคลนอาหารเริ่มรุนแรงขึ้น ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถรอการขนส่งเสบียงจากอาร์เบอร์ได้อีกต่อไป และจึงตัดสินใจแวะที่ซันเฮาส์เพื่อซื้อเสบียงเพิ่มเติม และเมื่อเขากำลังจะเข้าสู่เมือง เขาก็ส่งทหารล่วงหน้าไปมอบจดหมายแสดงความเคารพต่อตระกูลคาย ตามธรรมเนียมของขุนนาง

[1] เป็นแนวคิดที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อผู้ผลิตเพิ่มปัจจัยการผลิตผันแปรจะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเพิ่มปัจจัยการผลิตผันแปรจนถึงจุดหนึ่งจะไม่ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นแต่จะลดลงอย่างต่อเนื่องแทน

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 39

คัดลอกลิงก์แล้ว