เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 33

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 33

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 33


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 33 ความภักดี

“บิดา มารดา นักรบ ช่างตีเหล็ก สาวพรหมจารี หญิงชรา และยมทูต”

“ข้าคือของท่าน”

“ท่านคือของข้า”

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนกว่าความตายจะพรากเราจากกัน”

บนชายฝั่งฤดูร้อน ท่ามกลางเม็ดทรายข้างทะเล กาวินและอูน่ายืนประจันหน้ากันเอ่ยคำปฏิญาณอย่างเคร่งขรึม

แซมเวลล์ชูคริสตัลขึ้นสูงให้แสงรุ้งส่องกระทบใบหน้าของคู่บ่าวสาว “ต่อหน้าทวยเทพทั้งเจ็ดและทุกคนที่นี่ ข้าขอประกาศให้กาวินและอูน่าเป็นสามีภรรยากัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเขาคือหนึ่งเดียวกัน กายเดียว ใจเดียว วิญญาณเดียวตลอดไป ผู้ใดคิดขัดขวางพันธะนี้ จักต้องคำสาปอันไร้เมตตา!”

ใบหน้าของอูน่าเปล่งประกายด้วยความสุข นางเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย ลดระยะห่างระหว่างพวกเขาให้ใกล้ขึ้น พลางเอ่ยคำสาบานที่เพิ่งท่องจำไว้เบาๆ

“ด้วยจุมพิตนี้ ข้าขอถวายความรัก และขอให้ท่านเป็นสามี เป็นหลักพึ่งพาของข้า”

“ด้วยจุมพิตนี้ ข้าขอถวายความรัก และขอให้ท่านเป็นภรรยา เป็นสุดที่รักของข้า”

มือของกาวินสั่นเล็กน้อย แต่เขาก็ค่อย ๆ โน้มตัวลงประกบริมฝีปากเข้ากับอูน่า

ทันใดนั้นเสียงปรบมือและโห่ร้องก็กึกก้องไปทั่ว ทำให้ฝูงนกนางนวลที่เกาะอยู่ริมทะเลบินขึ้นแตกฮือ เพิ่มบรรยากาศให้การเฉลิมฉลองมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

หลังพิธีแต่งงานการเฉลิมฉลองเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากปราสาทยังสร้างไม่เสร็จ งานเลี้ยงจึงถูกจัดกลางแจ้ง อาหารไม่แตกต่างจากมื้อปกติของพวกเขามากนัก เนื่องจากทรัพยากรมีจำกัด แต่สิ่งที่พิเศษก็คือทุกคนได้รับไวน์คนละถ้วยเล็ก ๆ โดยไวน์นั้นแรงจัดจนทำให้หลายคนไอออกมาเมื่อดื่มเข้าไป

ทว่าบางคนกลับเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น และอดไม่ได้ที่จะถามว่ามันมาจากไหน และเมื่อรู้ว่าไวน์นี้ถูกสร้างขึ้นโดยลอร์ดซีซาร์เอง ความประหลาดใจก็ฉายชัดบนใบหน้าของพวกเขา

ชิมันรับประทานอาหารเสร็จอย่างรวดเร็ว กระดกไวน์ลงคอในรวดเดียว จากนั้นก็หันไปมองแซมเวลล์ที่อยู่ไกลออกไป ดวงตาเต็มไปด้วยความครุ่นคิด ครู่หนึ่งต่อมาเขาก็เห็นแซมเวลล์มุ่งหน้าไปยังห้องพักของตน เขาจึงลุกขึ้นและเดินตามไป

“หยุด!”

ชิมันหันไปมองก็พบกับคาตู หลานชายของเขาที่ทำหน้าที่เฝ้าทางเข้า ใบหน้าของเด็กหนุ่มแต้มรอยยิ้มแปลกประหลาด

“เด็กน้อย ข้าต้องการพบท่านลอร์ดซีซาร์ ทำไมเจ้าถึงมาขวางทางข้า?”

คาตูตัวแข็ง ดวงหน้าตึงเครียด “ข้าต้องเข้าไปแจ้งท่านลอร์ดก่อน ท่านเข้าไปเองไม่ได้”

“เจ้าเริ่มเป็นสไควร์ที่แท้จริงแล้วสินะ” ชิมันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะยักไหล่ “เอาเถอะ ไปแจ้งให้ข้าสิ”

“รออยู่ตรงนี้” คาตูตอบเสียงแข็ง แล้วหมุนตัวเข้าไปข้างใน

ไม่นานเขาก็กลับออกมา “ลอร์ดซีซาร์อนุญาตให้ท่านเข้าไป”

ชิมันยิ้มบาง ก้าวเดินไปยังห้องของแซมเวลล์ แต่พอเดินผ่านคาตู เขาก็หยุดกะทันหัน

“ท่านทำอะไร?” คาตูขมวดคิ้วรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี แววตาของลุงทำให้เขารู้สึกเย็นเยียบ แม้จะเป็นญาติกัน แต่สายตาของชิมันก็เย็นชาเหมือนงูที่จ้องเหยื่อ

“เจ้ากลัวข้าหรือ?” ชิมันถามพลางจ้องใบหน้าของหลานชาย

“ข้าไม่กลัวท่าน!”

รอยยิ้มของชิมันกว้างขึ้น เขาก้มลงเล็กน้อย และพูดเสียงแผ่ว “ซาลูบอกอะไรเจ้า?”

นัยน์ตาของคาตูเบิกกว้างเล็กน้อย เขาเบือนสายตาไปชั่วขณะ แต่เกือบจะในทันทีเขาก็เหมือนรู้ตัว รีบหันกลับมาจ้องลุงของตนอย่างดุดัน “เขาบอกว่าท่านฆ่าท่านปู่!”

ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา ดวงตาของคาตูก็เต็มไปด้วยความเสียใจ เขารู้ว่าตัวเองใจร้อนเกินไป และเผลอเปิดเผยความลับออกไปโดยไม่ไต่ตรงอให้ดี แต่เขาก็ไม่อยากแสดงความหวาดกลัวต่อหน้าชิมัน จึงเชิดหน้าขึ้นอย่างแข็งกร้าว

ทว่าชิมันกลับไม่แสดงความตกใจหรือความโกรธใด ๆ เลย ราวกับว่าคาตูเพิ่งเอ่ยถึงสภาพอากาศเสียอย่างนั้น

ซึ่งท่าทีไร้ความรู้สึกของเขาทำให้คาตูทั้งประหลาดใจและเดือดดาลขึ้นเรื่อย ๆ

หลังจากเงียบไปเนิ่นนาน ชิมันก็พูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงคล้ายกับรำลึกความหลัง “เจ้าพูดถูก ข้าฆ่าเขา”

ก่อนที่คาตูจะทันได้ตอบโต้ ชิมันก็กล่าวต่ออย่างใจเย็น “ไม่ใช่แค่เขา บิดาของเจ้า ชิกะ และอาของเจ้า ชิมุ ข้าก็เป็นคนฆ่าทั้งคู่”

คาตูชะงักไป ราวกับโลกทั้งใบพลิกคว่ำ ความโกรธแล่นพล่านในเลือดจนแทบทำให้เขามองไม่เห็นอะไรอีกต่อไป ก่อนที่มือที่สั่นเทาของคาตูจะเอื้อมไปจับดาบของตน แต่เขาก็หยุดชะงักกลางคัน และยืนอยู่ตรงนั้น ตัวสั่นสะท้าน ริมฝีปากเม้มแน่นจนมีเลือดซึมออกมา ขณะที่พยายามควบคุมความโกรธของตนเอง

ชิมันมองหลานชายอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะยิ้ม “อะไรหยุดเจ้าไว้? กลัวจะฆ่าข้าหรือ?”

“ข้าไม่โง่พอจะโจมตีท่านตอนนี้!” คาตูเค้นคำพูดออกมาทีละคำ แต่ละคำเต็มไปด้วยความขมขื่น “ข้ารู้ว่าตอนนี้ข้าเอาชนะท่านไม่ได้ และถ้าข้าลงมือ ท่านก็มีสิทธิ์ที่จะฆ่าข้าได้ทันที!”

“เด็กฉลาด . . . แต่ยังไม่ฉลาดพอ” ชิมันตอบด้วยรอยยิ้มบาง ก่อนจะเอื้อมมือไปจัดเสื้อผ้าของหลานชายให้เรียบร้อย ราวกับกำลังปรับปกเสื้อให้เด็กตัวเล็ก ๆ ซึ่งถ้าหากมีใครมองจากระยะไกล คงคิดว่านี่เป็นช่วงเวลาของความสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างลุงกับหลานแน่นอน

“เจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงพูดว่าเจ้ายังไม่ฉลาดพอ?”

คาตูที่เพิ่งระงับอารมณ์ของตัวเองได้ ดันดาบเก็บเข้าฝักโดยไม่ตอบคำถาม ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม สายตาแข็งกร้าวราวเหล็กกล้า ไม่มีความตั้งใจจะเล่นตามเกมของชิมัน

ชิมันยิ้มบาง ๆ ขณะเกลี่ยปกเสื้อของคาตูให้เรียบ แล้วกระซิบเสียงเย็นเยียบ “เพราะคนที่ฉลาดจริง ๆ จะรู้จักซ่อนความเกลียดชังของตน โดยเฉพาะเมื่อยังไม่มีพลังพอจะตอบโต้”

พูดจบเขาก็หันหลังจากไป ทิ้งให้คาตูยืนตัวแข็งอยู่ตรงนั้น ก่อนเดินเข้าไปยังห้องของแซมเวลล์

. . .

“ท่านลอร์ดซีซาร์”

“มีเรื่องอะไร?”

“ข้ามีข้อมูลสำคัญจะรายงานท่าน”

“ว่ามา”

“เลนย่า หัวหน้ากลุ่มเผ่าบลูไฮด์ ได้รวมตัวกับผู้นำของอีกสิบสามเผ่าแล้ว พวกเขาวางแผนจะโจมตีดินแดนของท่านทันทีที่ท่านออกจากอีเกิลส์พอยท์”

แซมเวลล์เอนตัวไปข้างหน้า ดวงตาฉายแววสนใจ “เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?”

“เลนย่าเป็นลุงของข้า และเขาแอบติดต่อข้าด้วย เขาต้องการให้ข้าทำตัวเป็นสายลับในเผ่าเขี้ยวพยัคฆ์ และปลุกระดมพวกที่อาจก่อกบฏต่อท่าน”

แซมเวลล์จ้องมองนักรบเถื่อนหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ “แล้วเหตุใดเจ้าถึงไม่ช่วยลุงของเจ้า? ทำไมเจ้าถึงมารายงานข้าแทน?”

ชิมันตอบโดยไม่ลังเล “เพราะความภักดีของข้าอยู่กับท่าน ลอร์ดของข้า!”

แซมเวลล์ลูบคาง จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์

แท้จริงแล้วเขาเองเป็นคนปล่อยข่าวลือเรื่องการเดินทางออกจากอีเกิลส์พอยท์ เพื่อดูว่าชิมันจะเคลื่อนไหวอย่างไร และเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับความภักดีของเขา แต่ปฏิกิริยาของชิมันกลับเกินความคาดหมายของเขาไปมาก

อย่างไรก็ตามแซมเวลล์ก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าความภักดีของชิมันเป็นของจริง เพราะ ‘ความภักดี’ ไม่ใช่แค่การไม่ทรยศ แต่ขึ้นอยู่กับราคาที่ต้องจ่าย และช่วงเวลาที่เลือกแสดงออก

ดังนั้นการที่ชิมันเลือกที่จะเปิดเผยข้อมูลนี้ ทำให้แซมเวลล์ไม่มีเหตุผลที่จะลงมือกับเขาในตอนนี้ นอกจากนี้มันก็เป็นไปได้ว่าชิมันอาจรู้ตัวว่ากำลังถูกทดสอบ เขาจึงเลือกเดินหมากอย่างปลอดภัย หรืออาจมองเห็นผลประโยชน์จากการพิสูจน์ความจงรักภักดีของตนเอง

ดังนั้นไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร แซมเวลล์ก็ตัดสินใจแล้วว่าเขาจะเก็บชิมันไว้ใกล้ตัวและเฝ้าดูต่อไป

หากเขาต้องการครองบัลลังก์เหล็ก แซมเวลล์รู้ดีว่าเขาไม่สามารถพึ่งพาเพียงอัศวินผู้สูงศักดิ์และมีเกียรติได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการชายที่เฉียบแหลมและโหดเหี้ยมอย่างชิมันด้วย และบ่อยครั้ง คนโหดเหี้ยมกลับมีค่ามากกว่าคนสูงศักดิ์เสียอีก

แน่นอนว่าการใช้คนเช่นนี้ย่อมเสี่ยงต่อการถูกหักหลัง ดังนั้นแซมเวลล์จึงต้องจับสายบังเหียนให้แน่น และเมื่อถึงเวลาเขาจะทำให้เขี้ยวเล็บของชิมันหันออกไปด้านนอก แทนที่จะจ้องมาทำร้ายเขาเอง

เมื่อตัดสินใจได้แซมเวลล์จึงเผยรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนเอ่ยว่า “ดีมาก ชิมัน ข้าซาบซึ้งในความภักดีของเจ้า ข้าจะมอบหมายให้เจ้าจัดการกับพวกกบฏเหล่านี้เอง”

ชิมันทุบกำปั้นลงบนอก แสดงคำสัตย์ปฏิญาณ “มันจะเป็นเกียรติของข้าที่ได้รับใช้ท่าน ลอร์ดของข้า!”

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 33

คัดลอกลิงก์แล้ว