- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือแซมเวลล์ ทาร์ลี่
- ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 28
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 28
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 28
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 28 นักโทษ
เรือนยอดของต้นไม้สูงใหญ่แผ่กิ่งก้านออกไปดั่งร่มยักษ์บดบังท้องฟ้า ปล่อยให้เพียงเสี้ยวแสงอาทิตย์ลอดผ่านกิ่งไม้ลงมากระจายแสงจุดเล็กจุดน้อยบนพื้นป่า ลำแสงที่ไหวไปมาตามสายลมและการสั่นไหวของกิ่งไม้ทำให้สายตาของผู้เดินทางในป่าสับสน
โชคดีที่พวกเขาทั้งหมดเกิดและเติบโตในป่า คุ้นเคยกับแสงและเงาที่เล่นกลอยู่ท่ามกลางหมู่ไม้ ทำให้พวกเขารู้ดีว่าต้องรักษาสัมผัสและความระแวดระวังให้เฉียบแหลมเพียงใด
ที่ท้ายขบวน อูชะสะพายถุงเนื้อแห้งไว้บนไหล่ พลางหันไปมองด้านหลังเป็นระยะเพื่อตรวจสอบว่าไม่มีสัตว์นักล่าตัวใดตามรอยพวกเขาอยู่
“ใกล้ถึงแล้ว!”
เสียงตะโกนจากด้านหน้าทำให้อูชะสะดุ้ง เขาเงยหน้าขึ้น มองผ่านม่านใบไม้ทึบ และเห็นเงาของหุบเขาอยู่ลิบ ๆ
ภาพความทรงจำจากหลายวันก่อนหวนกลับมาทำให้เขาตัวสั่น มันเป็นค่ำคืนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิต เลือด เสียงกรีดร้อง เสียงโห่ร้องแห่งการต่อสู้ และร่างไร้วิญญาณที่เกลื่อนพื้น ยังคงตามมาหลอกหลอนเขาในยามค่ำคืน ทำให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมเหงื่อเย็นเยียบ
โชคดีที่เขาหลบหนีได้รวดเร็ว และไม่ต้องจบชีวิตลงหรือถูกจับเป็นเชลยคืนนั้น และยังโชคดีที่ท่านลอร์ดเมตตา ไม่เพียงแต่ไว้ชีวิตเผ่าเขี้ยวพยัคฆ์เท่านั้น แต่ยังรับพวกเขาเป็นผู้อยู่ใต้ปกครองของตนด้วย
อูชะไม่แน่ใจนักว่าการเป็น ‘ผู้อยู่ใต้ปกครอง’ แทนที่จะเป็น ‘คนเถื่อน’ นั้นหมายความว่าอย่างไร แต่เขาไม่ได้ต่อต้านความเปลี่ยนแปลงนี้ อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ต้องต่อสู้กับพวกชายแห่งริเวอร์แลนด์ที่น่าหวาดกลัวอีกต่อไป และเขาก็จะได้กินขนมปังขาวแสนอร่อย
เขายังจำรสสัมผัสที่นุ่มละลายในปากได้นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขามาที่อีเกิลส์พอยท์วันนี้ พร้อมกับเนื้อแห้งเพื่อหวังจะแลกมันกับขนมปัง แต่เป้าหมายหลักของเขานั้นเป็นเรื่องอื่น
เขามาเพื่อช่วยน้องสาวหาสามี!
ตั้งแต่จบศึกที่หุบเขา มีหญิงสาวจากหมู่บ้านหลายคนแต่งงานเข้ามาอยู่ที่อีเกิลส์พอยท์ และเนื่องจากอัตราส่วนระหว่างชายหญิงในหมู่บ้านเขี้ยวพยัคฆ์เปลี่ยนแปลงไปมากหลังพ่ายแพ้ ใครที่ไม่อยากอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตก็ต้องแต่งงานกับคนนอก และตามธรรมเนียมแล้ว หญิงคนเถื่อนมักถูกดึงดูดโดยความแข็งแกร่ง และเมื่อชายแห่งริเวอร์แลนด์พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าพวกเขาทรงพลัง สาว ๆ แห่งหมู่บ้านเขี้ยวพยัคฆ์ก็ไม่ได้ต่อต้านความคิดที่จะแต่งงานออกไป โดยเฉพาะเมื่อท่านลอร์ดยังเสนอสินสอดให้กับทุกคนที่แต่งงานเข้ามาอยู่ที่อีเกิลส์พอยท์
ดังนั้นจึงมีหญิงสาวไม่น้อยเดินทางมาที่นี่ด้วยความกระตือรือร้นเพื่อเลือกคู่ครองด้วยตนเอง พวกสาวภูเขาเหล่านี้ไม่ใช่คนขี้อายอยู่แล้ว ส่วนอูน่า น้องสาวของอูชะ แม้จะภาคภูมิใจกับความงามของตนเอง แต่ก็อดกังวลไม่ได้ เพราะนักรบแห่งริเวอร์แลนด์ที่มีเสน่ห์ดึงดูดกำลังถูกเลือกไปทีละคน อีกไม่นานคงเหลือแต่ช่างฝีมือ
หลังจากเดินไปอีกสักพัก พวกเขาก็ใกล้ถึงทางเข้าหุบเขาซึ่งเต็มไปด้วยความคึกคัก คนเถื่อนหลายร้อยคนกำลังสับต้นไม้ถางพื้นที่บริเวณทางเข้า ทำให้ป่าทึบเดิมบางลงอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งอูชะจำได้ว่าคนตัดไม้เหล่านี้เป็นพวกเดียวกับเขาในอดีต คนที่ถูกจับเป็นเชลยหลังศึกที่หุบเขา และถูกเก็บไว้ที่อีเกิลส์พอยท์เพื่อช่วยท่านลอร์ดสร้างปราสาท
ตอนแรกเขากลัวว่าพวกเชลยจะต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมาน อดอยาก ไม่มีที่พักผ่อน ถูกบังคับใช้แรงงานหนัก และอาจโดนเฆี่ยนตี แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง พวกคนตัดไม้ดูมีชีวิตชีวา ทำงานกันอย่างกระตือรือร้น ไม่เหมือนเชลยเลยแม้แต่น้อย
“ท่านลุง!”
เสียงเรียกของน้องสาวทำให้อูชะมองไปข้างหน้า และเห็นลุงของเขากำลังใช้ขวานฟันลงที่โคนต้นโอ๊กใหญ่
“อ้าว อูน่า อูชะ มาทำอะไรที่นี่?” ลุงผู้นั้นหยุดมือแล้วหัวเราะ “มาหาสามีให้อูน่าใช่ไหม?”
อูน่าไม่แม้แต่จะอาย นางพยักหน้าตอบอย่างสงบ แต่ก็มีแววกังวลอยู่ในดวงตา “ท่านลุง พวกนักรบแห่งริเวอร์แลนด์จะไม่รังแกพวกเราใช่ไหม?”
“ไม่ ท่านลอร์ดประกาศเองว่าคนแห่งริเวอร์แลนด์กับคนเถื่อนเป็นคนเท่าเทียมกัน ใครที่รังแกผู้อื่นจะถูกลงโทษ”
“เช่นนั้นก็ดี” อูน่าพยักหน้าด้วยความโล่งใจ
“ท่านลุงอยู่ที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง?” อูชะถามด้วยความรู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ เขารู้สึกละอายใจที่ความขี้ขลาดของตนในคืนวันนั้นนำไปสู่การถูกจับของท่านลุงของเขา
“ดีมาก ข้ามีอาหารกิน มีที่นอน แถมยังได้เงินอีกด้วย”
“ได้เงิน!?” อูชะเบิกตากว้าง
“ใช่” ลุงพูดพลางยกขวานขึ้นอีกครั้ง “เดี๋ยวข้าอธิบายให้ฟังทีหลัง ตอนนี้ข้าต้องทำงานให้เสร็จก่อน ไม่อย่างนั้นข้าจะเสียแต้มงานไป”
พูดจบเขาก็ทิ้งให้สองพี่น้องอูชะยืนงุนงงอยู่เบื้องหลัง ก่อนที่ลุงจะกลับไปฟันต้นไม้ต่อด้วยความกระฉับกระเฉง
ผั่บ! ผั่บ! ผั่บ!
เสียงไม้ลั่นดังขึ้น และเมื่อหัวหน้างานส่งสัญญาณให้ ทีมงานก็รีบดึงเชือกเส้นใหญ่ที่ผูกติดกับยอดไม้ทันที
โครม!
ต้นไม้ขนาดมหึมาตกลงสู่พื้นดินส่งฝุ่นฟุ้งกระจาย พร้อมกับคนงานที่รีบเล็มกิ่งก้าน ก่อนช่วยกันแบกซุงมุ่งหน้าเข้าไปในหุบเขา
อูชะและอูน่าตามไป
“ท่านลุง เมื่อกี้ท่านบอกว่าได้เงิน?”
“ใช่แล้ว ท่านลอร์ดบอกว่าพวกเราเป็นเชลย ไม่ใช่ทาส ดังนั้นแรงงานของเราต้องได้รับค่าตอบแทน แต่เพราะเราต้องชดใช้ความผิด ค่าจ้างเลยไม่สูงนัก และเรายังรับเงินไม่ได้ตอนนี้”
“แล้วจะรับเงินได้เมื่อไร?”
“เมื่อสร้างปราสาทเสร็จ ท่านลอร์ดจะจ่ายค่าจ้างทั้งหมดให้พวกเรา ตอนนี้พวกเขาแค่บันทึกแต้มงานไว้ก่อน”
“แต้มงาน?”
“ทำงานหนึ่งวันจะได้หนึ่งแต้ม และทีมที่ทำงานหนักที่สุดของวันจะได้แต้มโบนัสเพิ่มอีกหนึ่งแต้ม โดยแต้มแต่ละแต้มมีค่าเท่ากับหนึ่งเหรียญทองแดง ฟังดูอาจจะไม่มาก แต่ท่านท่านลอร์ดให้อาหารพวกเรา และเรากินอิ่มได้ทุกมื้อ”
“ก็ไม่ได้แย่เลยนี่” พอเห็นว่าท่านลุงของตนอยู่สุขสบาย อูชะก็รู้สึกโล่งใจ
“เป็นท่านลอร์ดที่ใจกว้างจริง ๆ!” อูน่าพูดเสริม ดวงตานางยิ่งเต็มไปด้วยความหวังในการแต่งงานเข้ามาอยู่ที่อีเกิลส์พอยท์
“ใช่ ข้อเสียอย่างเดียวคือทุกหกวันเราต้องหยุดพักหนึ่งวัน” ลุงของเขาถอนหายใจ “ท่านลอร์ดเรียกมันว่า ‘วันพักผ่อน’ แต่วันนั้นเราจะไม่ได้แต้มงาน ทำให้ข้าไม่รู้จะทำอะไรดีเลย เพราะวันพักผ่อนมันไม่มีประโยชน์สำหรับข้า”
“ท่านอาจกลับไปเยี่ยมหมู่บ้านเขี้ยวพยัคฆ์ก็ได้นะ . . . เอ๊ะ หรือว่าท่านออกจากอีเกิลส์พอยท์ไม่ได้?”
“ออกได้สิ ท่านท่านลอร์ดไม่ได้จำกัดอิสรภาพของเรา แต่ข้าจะกลับไปทำไมกัน? ผู้หญิงที่ข้ารักแต่งงานใหม่ไปแล้ว แม่กับลูกของข้าก็อยู่ในศูนย์สงเคราะห์ที่นี่แล้ว หมู่บ้านเขี้ยวพยัคฆ์ไม่ใช่บ้านของข้าอีกต่อไป”
“นางแต่งงานใหม่เพราะคิดว่าท่านตายในศึก . . .”
“พอเถอะ ไม่ต้องแก้ตัว ข้าทำใจได้แล้ว เมื่อสร้างปราสาทเสร็จ ข้ามีเงินค่าจ้างก็ไม่ยากที่จะหาผู้หญิงใหม่ มีแม่หม้ายมากมายในตอนนี้”
อูชะเกาหัวอย่างอึดอัด ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ก่อนที่พวกเขาจะเดินต่อไปอีกสักพัก จนถึงช่องเขาแคบ ๆ ที่มีกลุ่มคนเถื่อนกลุ่มเล็ก ๆ กำลังโต้เถียงกัน
อูชะจำได้ว่าชายเหล่านั้นเป็นสมาชิกของเผ่าหนวดเครายาว ซึ่งเคยเข้าร่วมกับเผ่าเขี้ยวพยัคฆ์ภายใต้การนำของชิกะเพื่อตีหุบเขาแห่งนี้
เมื่อเดินเข้าไปใกล้พอ เขาก็ได้ยินบางส่วนของบทสนทนา
“บอกหัวหน้าเผาไปว่าเราจะไม่กลับ”
“ทำไม? ถ้าพวกนักรบแห่งริเวอร์แลนด์ไม่ได้จับพวกเจ้าไว้ ทำไมต้องอยู่ที่นี่?”
“แล้วทำไมต้องกลับ? ที่นี่เรามีข้าวกิน มีที่พัก ได้รับค่าตอบแทน ข้าไม่กลับหรอก”
“แต่ที่นี่ต้องทำงานตลอดนะ!”
“ที่บ้านเราก็ต้องออกล่าสัตว์เหมือนกัน แถมอันตรายกว่าด้วย”
“แต่ . . . เผ่าของเราต้องการพวกเจ้านะ!”
“งั้นก็ให้หัวหน้าเผ่ายอมสวามิภักดิ์ต่อท่านลอร์ดซีซาร์แบบเผ่าเขี้ยวพยัคฆ์สิ”
“ใช่ แล้วพวกเราทั้งหมดก็จะเป็นผู้อยู่ใต้ปกครองของท่านท่านลอร์ด”
“พวกทรยศ! พวกเจ้าไม่มีศักดิ์ศรีของเผ่าหนวดเครายาวเลยหรือ?”
“ศักดิ์ศรีอะไร? พวกเราพ่ายแพ้แล้ว . . .”
“หุบปาก ไอ้พวกเนรคุณ! พวกเจ้าจะขายตัวเพียงเพราะเงินไม่กี่เหรียญหรือ?”
“มันไม่ได้แค่ไม่กี่เหรียญ! กว่าจะสร้างปราสาทเสร็จ พวกเราจะได้ค่าจ้างอีกเยอะ ถ้าหนีไปตอนนี้ก็สูญเปล่าหมด ข้าจะอยู่ต่อ”
“ข้าก็อยู่”
“ข้าด้วย”
“มีแต่พวกโง่เท่านั้นที่จะจากไป” ลุงของอูชะพูดขึ้น “ไม่มีใครหนีไปเลย แถมระยะนี้มีคนมาเข้าร่วมกับเรามากขึ้นด้วย”
“เข้าร่วม?” อูชะอุทานอย่างตกใจ “ท่านหมายความว่ามีบางคนสมัครใจมาเป็นเชลยอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่ เจ้าก็ได้ยินพวกเขาพูดแล้วนี่ สภาพความเป็นอยู่ดีขนาดนี้ ทำไมจะไม่มาล่ะ?” ลุงของเขาหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ “อูชะ ทำไมเจ้าไม่อยู่ทำงานเป็นเชลยด้วยล่ะ? ไหน ๆ น้องสาวของเจ้าก็จะแต่งงานที่นี่แล้ว พวกเจ้าจะได้ดูแลกันและกัน”
“หา?” อูชะอึ้งไป
แต่เมื่อคิดดูดี ๆ มันก็ไม่ได้แย่นัก แต่ใครกันที่จะยอมเป็นเชลยด้วยตัวเอง? แล้วศักดิ์ศรีของนักรบเถื่อนล่ะ?
เขายังคงสับสนและลังเลใจ