- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือแซมเวลล์ ทาร์ลี่
- ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 24
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 24
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 24
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 24 สวามิภักดิ์
พี่น้องเผ่าเขี้ยวพยัคฆ์เขี้ยวพยัคฆ์ที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับเงียบสนิท ไม่มีผู้ใดอยากตาย โดยเฉพาะเมื่อโอกาสรอดยังอยู่ตรงหน้า
หากแซมเวลล์ประกาศว่าจะประหารพวกเขาทั้งสามคน พวกเขาคงยอมรับความตายอย่างภาคภูมิใจ แต่เมื่อเขากลับบอกว่าจะมีเพียงหนึ่งคนที่ต้องตาย ส่วนอีกสองคนจะได้รับอิสรภาพ บรรยากาศก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เหล่านักรบผู้เกรียงไกรกลับอ่อนแรงลงในพริบตา พวกเขาก้มหน้าลงอย่างเงียบงัน
“ว่าอย่างไร? สามพี่น้องผู้กล้าหาญตกลงกันได้หรือยัง?” แซมเวลล์เอ่ยเร่งเร้า
ยังคงไม่มีใครพูด
แซมเวลล์แค่นหัวเราะ “เอาเถอะ ถ้าอย่างนั้น . . . ใครเป็นคนเสนอให้โจมตีทหารของข้าเป็นคนแรก? ผู้นั้นควรเป็นคนชดใช้”
เกิดความเงียบอันน่าอึดอัดขึ้น
“อะไรกัน? นักรบผู้ไร้ความกลัว แต่กลับไม่กล้ายอมรับความจริง?” แซมเวลล์กล่าวอย่างเย้ยหยัน “หากไม่มีใครพูด ข้าจะเลือกเองตามอำเภอใจ”
“มันเป็นความคิดของชิมันที่เสนอความคิดนี้ขึ้นมา!” ชิมุ น้องชายคนรองเอ่ยขึ้นเสียงเบา
แซมเวลล์ยิ้มบาง ๆ ก่อนถามว่า “แล้วใครคือชิมัน?”
ซึ่งเขาแทบไม่ต้องรอคำตอบ เพราะเขาเห็นได้จากดวงตาอันเดือดดาลของชิมันที่หันไปจ้องชิมุทันที
“ชิมุ! เจ้าต้องการให้ข้าตายขนาดนั้นเลยหรือ?”
ชิมุหลบสายตาน้องชายก่อนตะกุกตะกักตอบว่า “ก็ . . . เจ้าคิดแผนนี้ขึ้นมาก่อนจริง ๆ นี่”
“แต่มันเป็นการตัดสินใจของเราทั้งสามคน! ทำไมข้าต้องเป็นคนรับผิดชอบอยู่คนเดียว? ถ้าต้องตาย ก็ต้องตายด้วยกัน!”
แซมเวลล์ขัดขึ้น “ชิมัน เจ้าพูดแบบนั้นไม่ได้ เราต้องให้สายเลือดของพวกเจ้าอยู่รอดต่อไป จริงไหม? งั้นตกลงเป็นชิมันแล้วนะ? ชิกะ ในฐานะพี่ชายคนโต เจ้าจะว่ายังไง?”
ชิมันหันไปมองชิกะผู้เป็นพี่ชายคนโต แต่เขากลับเงียบกริบ ก้มหน้าลง ไม่เอื้อนเอ่ยคำใด
ชิมันหัวเราะเยาะตัวเองอย่างขมขื่นก่อนถามว่า “พี่ชาย ข้าควรตายจริง ๆ หรือ?”
แต่ชิกะก็ยังคงเงียบ
“ความเงียบก็ถือเป็นคำตอบแล้ว” แซมเวลล์พูดพร้อมกับดึงดาบออกมา ก้าวเข้าไปยืนด้านหลังชิมัน “หากพี่น้องของเจ้าต้องการให้เจ้าตาย เช่นนั้นก็จงเป็นไป”
ชิมันไม่แม้แต่จะหันมองดาบที่กำลังจะฟันลงมา เขาจ้องพี่น้องของตน ราวกับต้องการมองให้ทะลุถึงความจริงในจิตใจของพวกเขา
ฟึ่บ!
ทว่าชิมันกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด . . . สิ่งที่เขารู้สึกคือเชือกที่พันธนาการเขาถูกตัดออก?! ทันใดนั้นเขาก็หันกลับไปมองด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเห็นแซมเวลล์ยืนยิ้มอยู่
“โอ้ ข้าเปลี่ยนใจแล้ว” แซมเวลล์กล่าวเสียงเรียบ “ตอนนี้มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่มีสิทธิ์รอดชีวิต”
พูดจบเขาก็โยนดาบลงเบื้องหน้าพี่น้องทั้งสาม แน่นอนว่าถ้าหากเป็นช่วงแรก พวกเขาคงไม่มีวันลงมือฆ่ากันเอง แต่ตอนนี้ . . . ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว!
ทันทีที่ดาบกระทบพื้น ชิมุก็รีบพุ่งเข้าหามันทันที การทรยศก็เหมือนเส้นแบ่ง เมื่อก้าวข้ามไปแล้วครั้งหนึ่ง ก็ไม่มีอะไรหยุดให้ทำมันอีกครั้ง แต่ด้วยมือที่ยังถูกมัดไว้ ความพยายามของชิมุจึงดูน่าสมเพชเมื่อเทียบกับชิมันที่ได้รับการปลดปล่อยแล้ว
“น้องชาย . . . โปรดฟังข้าก่อน!” ชิมุเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ พยายามยิ้มอย่างเป็นมิตรขณะมองปลายดาบที่ชิมันจ่อไว้ที่อก “ข้าแค่พูดความจริง! เป็นเจ้าขุนนางสารเลวนั่นที่บีบบังคับข้า! เจ้ามองไม่ออกหรือ? เขาเป็นคนทำให้ข้าต้องทำ ข้าไม่มีทางเลือก . . .!”
ฉึก!
ดาบปักทะลุหัวใจของชิมุ เขาสิ้นใจด้วยน้ำมือของน้องชายตนเอง
แซมเวลล์ปรบมือช้า ๆ มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเยาะเย้ย ก่อนที่เขาจะชี้ไปที่ชิกะแล้วกล่าวว่า “ยังเหลืออีกหนึ่ง”
ชิมันกระชากดาบออกจากร่างไร้วิญญาณของชิมุ ก่อนก้าวไปหาชิกะ เสียงของเขาแหบพร่า ราวกับปีศาจที่หลุดออกมาจากขุมนรก “พี่ชาย . . . มองหน้าข้าสิ”
แต่ชิกะยังคงก้มหน้าลงไม่ยอมเงยขึ้นมอง
“มองข้าสิ!!” ชิมันตะโกนลั่น เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโทสะ
ในที่สุดชิกะก็เงยหน้าขึ้น แต่กลับมองไปทางแซมเวลล์แทน ซึ่งแซมเวลล์ก็สบตากับเขาโดยไม่หลบสายตา
“เจ้ามันปีศาจ” ชิกะถ่มน้ำลายพูดด้วยความโกรธแค้น
แซมเวลล์เพียงยิ้มอย่างสงบ “ปีศาจมันอยู่ในตัวเจ้าอยู่แล้ว ข้าแค่ทำให้มันเผยออกมา นักรบเขี้ยวพยัคฆ์? ความรักฉันพี่น้อง? ทั้งหมดเป็นเพียงคำลวง เปราะบางดั่งแก้ว เจ้ากล่าวหาขุนนางว่าหลอกลวง แต่กลับมองไม่เห็นคำลวงที่อยู่ในใจตัวเอง”
“มองมาที่ข้า!” ชิมันตะโกนเสียงแข็งไม่ลดละ
ในที่สุดชิกะก็หันมาหาน้องชาย ดวงตาเต็มไปด้วยความละอาย
“เมื่อครู่ เจ้าหวังให้ข้าตายหรือไม่?” ชิมันถาม สายตายังคงแน่วแน่
ชิกะไม่ตอบคำถามนั้น แต่พูดเบา ๆ แทนว่า “น้องชาย ฆ่าข้าเถอะ แล้วหนีไปให้ไกลที่สุด อย่าคิดแก้แค้น เขาเป็นปีศาจแห่งจิตใจ เจ้าจะไม่มีวันชนะเขาได้”
ชิมันกัดฟันแน่น ก่อนจะตอบกลับ “เจ้ามีสิทธิ์อะไรจะมาสั่งข้า?”
ชิกะถอนหายใจอย่างอ่อนล้า ก่อนเงยหน้าขึ้นและหลับตาลงเตรียมพร้อมรับความตาย
ใบหน้าของชิมันฉายแววโศกเศร้า โกรธแค้น และสุดท้ายก็มุ่งมั่น เขาปักดาบลงกลางอกพี่ชาย พร้อมกับเลือดร้อนที่พุ่งกระเซ็นเปรอะเปื้อนทั่วร่างของชิมัน ก่อนที่เขาจะก้าวถอยหลัง ร่างแข็งค้างราวกับรูปปั้นหิน
ทันใดนั้นเสียงของแซมเวลล์ก็ทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ดีมาก ข้ารักษาคำพูด เจ้าเป็นอิสระแล้ว จงกลับไปบอกบิดาของเจ้าว่าข้ามิใช่คนกระหายเลือด ข้าชื่นชอบการให้พวกเจ้าสวามิภักดิ์มากกว่าการทำลายล้าง ดังนั้นหากเขายินดีจำนนก็ให้มาพบข้าที่นี่ ข้าจะต้อนรับเผ่าเขี้ยวพยัคฆ์ทั้งหมดให้เป็นประชาชนของข้า แต่ถ้าไม่ . . .” เสียงของแซมเวลล์เย็นเยียบ “เขาควรเตรียมกองทัพให้พร้อมเผชิญคมดาบของเรา”
ชิมันยืนนิ่งราวกับไม่ได้ยินที่แซมเวลล์พูด ตกตะลึงอยู่กับเหตุการณ์ตรงหน้า
“อะไร? กลัวจะกลับเผ่าของเจ้าแล้วหรือ?” แซมเวลล์เอ่ยขึ้น “ไม่ต้องห่วง ข้าจะปิดปากเรื่องที่เจ้าฆ่าพี่ชายเจ้าไว้ หากเจ้าไม่คิดต่อต้านข้าอีก”
ในที่สุดชิมันก็เงยหน้าขึ้น ใบหน้าเปรอะเปื้อนเลือด ดวงตาว่างเปล่าอย่างน่าสะพรึงกลัว แม้รูปลักษณ์ของเขายังเป็นคนเดิม แต่ความรู้สึกกลับเปลี่ยนไป ราวกับเป็นคนละคน
“นายท่าน” ชิมันพูดด้วยเสียงแหบพร่า “บิดาของข้าอาจไม่มีวันสวามิภักดิ์ต่อท่าน”
“โอ้?” แซมเวลล์เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ “ทำไมล่ะ? เขามีนักรบมากกว่าข้าหรือ?”
ชิมันส่ายหัว “ไม่ นักรบตายหมดแล้วหรือตกเป็นเชลย ที่เหลืออยู่ก็หวาดกลัวเกินกว่าจะสู้ แต่ถึงอย่างนั้นบิดาของข้าจะไม่จำนน เพราะสำหรับเขา มันคือโทษประหาร”
“โทษประหาร?”
“ใช่ ขุนนางแห่งรีชจะฆ่าเขา”
แซมเวลล์เริ่มเข้าใจ “พ่อของเจ้าเคยทำร้ายขุนนางแห่งรีชมาก่อนหรือ?”
ชิมันพยักหน้า “เมื่อตอนหนุ่ม เขาเคยบุกปล้นทุ่งราบ และฆ่าสมาชิกตระกูลไฮทาวเวอร์”
ตอนนี้แซมเวลล์เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว เพราะด้วยอิทธิพลของตระกูลไฮทาวเวอร์ในเดอะรีช แม้แต่เขาก็ไม่อาจปกป้องหัวหน้าเผ่าเขี้ยวพยัคฆ์ได้
“แล้วเจ้าบอกข้าทำไม?” แซมเวลล์ถาม สนใจในความตั้งใจของชายป่าเถื่อนผู้นี้
“เพราะข้าอยากให้ท่านรู้ว่า บิดาของข้าจะไม่มีวันคุกเข่า แต่ข้าจะทำ!”
ทันใดนั้นชิมันทรุดลงคุกเข่า ก่อนคลานเข้าไปจนหน้าผากแตะลงบนเท้าของแซมเวลล์ และร้องตะโกนออกมาเสียงกึกก้องสะเทือนพื้นดิน “ท่านอัศวินผู้สูงศักดิ์และยิ่งใหญ่ ข้าชิมัน ขอสาบานภักดีต่อท่าน! ข้าจะเป็นดาบของท่าน ขจัดอุปสรรคทุกอย่างให้พ้นทางของท่าน ขอให้เหล่าทวยเทพเป็นพยาน หากข้าผิดคำสาบานนี้ ขอให้โลหิตของข้าถูกหลั่งจนสิ้นชีพ!”
แซมเวลล์ก้มลงมองชายเถื่อนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าอย่างครุ่นคิด สุดท้ายเขากล่าวว่า “ข้ารับคำสวามิภักดิ์ของเจ้า”