เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 23

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 23

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 23


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 23 การตัดสิน

แสงแรกของรุ่งอรุณแหวกผ่านเมฆหมอก ส่องประกายสีทองอ่อนโยนไปทั่วเทือกเขา บนผืนดินที่เปรอะเปื้อนเลือด วัชพืชไร้ชื่อดูดซับเศษซากของผู้ล้มตายอย่างโลภมาก พยายามเติบโตให้สูงใหญ่และแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เบื้องบนแร้งบินวนรอคอยช่วงเวลาที่จะโฉบลงมาและลิ้มรสซากศพ

แม้ว่าแซมเวลล์จะไม่ได้นอนเลยตลอดคืน แต่เขากลับดูเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง เขาสั่งการให้คนของเขาเก็บกวาดสนามรบและควบคุมเชลยศึก ชัยชนะตกเป็นของพวกเขาในที่สุด และเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่

ซึ่งภายใต้ชัยชนะนี้แซมเวลล์ก็ตระหนักได้ถึงความสำคัญอันยิ่งใหญ่ของชัยชนะครั้งนี้

ประการแรก กองกำลังของเขา ซึ่งผ่านการหล่อหลอมจากสมรภูมิรบ มิใช่เพียงมือใหม่ไร้ประสบการณ์อีกต่อไป แต่กลายเป็นกองกำลังที่เขาสามารถพึ่งพาได้อย่างแท้จริง

ประการที่สอง ชื่อเสียงของเขาพุ่งสูงขึ้นหลังจากชัยชนะนี้ ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกดูแคลนว่าเป็นตัวโง่ในหมู่ชนชั้นสูงแห่งรีช แต่บัดนี้เขาได้เห็นความเคารพและความชื่นชมในแววตาของผู้คนรอบข้าง ทุกคนเริ่มมองเขาเป็นผู้นำที่แท้จริง เป็นขุนนางที่สามารถสร้างดินแดนของตนเองได้ และที่สำคัญที่สุด ชัยชนะครั้งนี้หมายความว่า ดินแดนแห่งใหม่ของเขาจะไม่ต้องหวาดกลัวการปล้นสะดมจากพวกคนเถื่อนอีกต่อไป อย่างน้อยก็ในหุบเขาแห่งนี้จะไม่มีเผ่าคนเถื่อนที่อยู่ใกล้เคียงกล้าแข็งพอจะคุกคามเขาได้อีก

ในขณะนั้นเอง ท็อดด์ก็เดินเข้ามาหา และก้มศีรษะอย่างนอบน้อมก่อนรายงานว่า “นายท่าน ข้าได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้นจากสมรภูมิรบเสร็จสิ้นแล้ว”

อัศวินจากตระกูลไทเรลล์ดูนอบน้อมกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด

“ผลเป็นอย่างไร?”

“พวกเราสูญเสียไป 21 นาย และมีอีกกว่า 30 นายได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่พวกเราฆ่าคนเถื่อนไปมากกว่า 230 คน และจับพวกมันได้เกือบพันคน!”

ท็อดด์ ซึ่งเป็นนักรบผู้ช่ำชองเองก็แทบไม่อยากเชื่อ เขาผ่านศึกมานักต่อนัก แต่ไม่เคยเห็นผลลัพธ์ที่น่าตกตะลึงเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อรู้ว่ากำลังพลของแซมเวลล์ส่วนใหญ่เป็นเพียงทหารใหม่ที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ใช้อาวุธหยาบ ๆ และมีการจัดขบวนรบที่โกลาหล แต่ถึงอย่างนั้นชัยชนะอันเด็ดขาดนี้ก็ทำให้แซมเวลล์กลายเป็นหนึ่งในผู้บัญชาการที่เก่งกาจที่สุดแห่งรีชโดยสมบูรณ์

‘ตระกูลทาร์ลี่ช่างสร้างแม่ทัพที่ยอดเยี่ยมนัก’ ท็อดด์คิดในใจ

ตอนนี้เขาไม่กล้าแม้แต่จะเรียกแซมเวลล์ว่า ‘ไร้ค่า’ อีกต่อไป ไม่ว่าที่ผ่านมาเรื่องนี้จะเป็นความเข้าใจผิดร้ายแรง หรือเป็นผลจากการสมคบคิดบางอย่างในตระกูลทาร์ลี่เองก็ตาม

“ดี ดูแลทหารที่บาดเจ็บให้ดี และมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวของผู้ล่วงลับตามที่ข้าสัญญาไว้ เจ้าสามารถคุยกับกาวินเรื่องเงินได้”

“ขอรับ นายท่าน”

“เราได้ตัวหัวหน้าของพวกคนเถื่อนหรือไม่?”

“ได้ขอรับ ศึกนี้นำโดยเผ่าเขี้ยวพยัคฆ์ และถูกควบคุมโดยลูกชายทั้งสามของหัวหน้าเผ่า พวกมันถูกจับได้ทั้งหมด”

“ยอดเยี่ยม พาพวกมันมาให้ข้าพบ”

“ขอรับ นายท่าน”

เมื่อพี่น้องเขี้ยวพยัคฆ์ถูกนำตัวมา แซมเวลล์ก็จำได้ทันทีว่าหนึ่งในนั้นคือยอดนักรบที่เกือบจะปลิดชีพเขาในสนามรบ

“เราได้พบกันอีกครั้งแล้ว” แซมเวลล์เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าชื่ออะไร?”

“ชิกะ” ชิกะบฟันแน่นตอบกลับด้วยเสียงต่ำ ดวงตาแดงก่ำของเขาจ้องแซมเวลล์เขม็ง ราวกับพร้อมจะขย้ำคออีกฝ่ายทุกเมื่อ

แต่แซมเวลล์กลับไม่รู้สึกหวาดหวั่นแม้แต่น้อย เมื่ออยู่ต่อหน้านักรบที่พ่ายแพ้ไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนักรบผู้นั้นถูกมัดมือมัดเท้าอย่างแน่นหนา

“ชิกะ เราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน และข้าไม่เคยทำร้ายเผ่าของเจ้า เหตุใดเจ้าถึงโจมตีพวกข้า?”

ชิกะหัวเราะเยาะ ความโกรธฉายชัดในแววตา “พวกรีช พวกเจ้าบุกไปทุกที่ ยึดครองแผ่นดิน สร้างปราสาท โค่นต้นไม้ และล่าสัตว์ของพวกเรา แผ่นดินและสรรพสิ่งเหล่านี้คือของขวัญจากเทพเจ้าที่มอบให้พวกเรา! แต่พวกเจ้ากลับทำลายมัน แล้วเจ้าจะยังแปลกใจอีกหรือว่าทำไมเราต้องสู้กับพวกเจ้า?”

“ทรัพยากรเหล่านี้ไม่ได้สลักชื่อของเจ้าไว้” แซมเวลล์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อะไรทำให้เจ้าคิดว่ามันเป็นของพวกเจ้าแต่เพียงผู้เดียว? เหตุใดจึงไม่แบ่งปันและพัฒนาไปด้วยกัน?”

“ฮึ่ม! เจ้าเป็นฝ่ายชนะ ป่านี้เป็นของเจ้า จะเสียเวลาพูดไปทำไม?” ชิกะเย้ยหยัน “ถ้าคิดจะฆ่าก็ฆ่าเสียเถอะ! นักรบแห่งเขี้ยวพยัคฆ์ไม่เคยหวาดกลัวความตาย!”

“โอ้?” แซมเวลล์มองพี่น้องทั้งสามอย่างพินิจพิเคราะห์ พร้อมกับความคิดหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัว “แต่ข้าไม่เคยบอกว่าจะฆ่าเจ้าสักหน่อย”

“เจ้าไม่คิดจะฆ่าพวกเราหรือ?” คิ้วของชิกะขมวดเข้าหากันด้วยความแปลกใจ “หรือเจ้าคิดจะจับพวกเราไปเป็นทาส?”

แซมเวลล์ส่ายศีรษะอีกครั้ง “การกดขี่ผู้อื่นเป็นการลบหลู่เจ็ดเทพ และเป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมายของอาณาจักร”

“ถ้าไม่ใช่ทาส . . . เจ้าหมายความว่าจะปล่อยพวกเราไปงั้นหรือ?” ชิมุ น้องชายคนรองเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ

น่าประหลาดใจที่แซมเวลล์พยักหน้า

“ฮ่า ๆ! ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะใจดีถึงเพียงนั้น?” ชิกะพูดด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังขา

“ข้าไม่ต้องการสร้างศัตรูกับพวกคนเถื่อน” แซมเวลล์กล่าวอย่างจริงใจ “พวกเจ้าไม่เคยให้โอกาสข้าแสดงไมตรีจิตเลย ข้าบอกแล้วว่าทรัพยากรธรรมชาติของที่นี่มิใช่ของพวกเจ้าแต่เพียงผู้เดียว เราสามารถร่วมมือกันได้ เป็นพันธมิตร เป็นสหาย หรือแม้แต่เป็นเครือญาติ”

“คำพูดกลวงเปล่า พวกขุนนางแห่งรีชพูดจาสวยหรู” ชิกะสบถ “แต่สุดท้าย เจ้าก็แค่ต้องการให้พวกเราคุกเข่าต่อหน้าเจ้า”

แซมเวลล์หัวเราะ “มันไม่ใช่เรื่องปกติหรือที่ผู้อ่อนแอต้องสยบต่อผู้แข็งแกร่ง? ในเผ่าของพวกเจ้าเองก็มีกฎนี้มิใช่หรือ?”

ชิกะเงียบไปทันที ในเผ่าคนเถื่อนกฎแห่งพลังคือสิ่งที่กำหนดทุกสิ่ง!

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ชิกะก็กล่าวขึ้นเบา ๆ “มีเพียงหัวหน้าเผ่าเขี้ยวพยัคฆ์ พ่อของพวกข้าเท่านั้น ที่สามารถตัดสินใจได้ว่าพวกข้าจะยอมสวามิภักดิ์ต่อเจ้าหรือไม่”

“นั่นคือเหตุผลที่ข้าอยากพบเขา”

“ได้ ถ้าอย่างนั้นปล่อยตัวพวกข้าไป พร้อมกับคนในเผ่าของพวกข้าด้วย”

แซมเวลล์ส่ายหน้า “พวกเจ้าก่อความสูญเสียแก่พวกเราอย่างมหาศาล จะไม่มีค่าตอบแทนใดเลยไม่ได้”

“ค่าตอบแทนอะไร?”

“นักรบที่ถูกจับกุมจะต้องอยู่ช่วยสร้างปราสาทของข้า และจะได้รับอนุญาตให้ออกไปได้ก็ต่อเมื่อการก่อสร้างเสร็จสิ้น”

“หึ! เช่นนั้นเจ้าก็จับพวกเขาเป็นทาสอยู่ดี! ก่อนหน้านี้ยังบอกว่าไม่เอาทาส นี่มันก็แค่คำโกหกของพวกขุนนาง!” ชิกะเย้ยหยัน

แซมเวลล์ไม่ใส่ใจคำพูดของเขา และกล่าวต่อไปว่า “และพวกเจ้าสามพี่น้องก็ต้องชดใช้ในสิ่งที่ก่อขึ้นเช่นกัน”

“ชดใช้อย่างไร?”

“กว่าร้อยชีวิตต้องสังเวยเพราะพวกเจ้า ดังนั้นโทษทัณฑ์ย่อมต้องเป็นความตาย”

ชิกะหัวเราะเสียงดัง “สุดท้ายเจ้าก็จะฆ่าพวกข้าอยู่ดี! คำสัญญาของขุนนางก็เป็นแค่คำลวงสินะ!”

“ไม่” แซมเวลล์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ข้าจะฆ่าเพียงหนึ่งคน อีกสองคนที่เหลือข้าจะไว้ชีวิต เพื่อแสดงถึงความจริงใจที่ข้ามีต่อเผ่าเขี้ยวพยัคฆ์”

พี่น้องทั้งสามกระพริบตาด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเอ่ยแทบพร้อมกันว่า “เจ้าจะฆ่าใคร?”

แซมเวลล์ยิ้มเจ้าเล่ห์ “ข้าจะให้พวกเจ้าตัดสินใจกันเองว่า ใครจะต้องตายเพื่อชดใช้ให้กับผู้ที่ล้มตายไป”

เมื่อเขาพูดจบบรรยากาศโดยรอบก็พลันตึงเครียดขึ้นทันที

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 23

คัดลอกลิงก์แล้ว