เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 22

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 22

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 22


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 22 แตกพ่าย

“ยกโล่ขึ้น!”

“แทงหอก!”

“ดาบหน้า บุก!”

. . .

บนเนินเขาที่ปากหุบเขา เสียงของแซมเวลล์แหบแห้งไปแล้วจากการสั่งการ แต่ใบหน้าของเขากลับดูผ่อนคลายขึ้นทุกขณะ

ศึกดำเนินไปเนิ่นนานพอที่ทหารใหม่จะได้รับการล้างไฟศึกด้วยเลือด และแซมเวลล์ก็ยิ่งมั่นใจขึ้นในกลยุทธ์การรบที่เขาฝึกฝนมาอย่างหนัก ในการศึกที่อาวุธประชิดเป็นใหญ่ สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดรูปขบวนอย่างมีวินัย การรักษาระเบียบที่เข้มงวด และความสามัคคีที่ไม่สั่นคลอน ซึ่งศพของคนเถื่อนที่กองเกลื่อนบนไหล่เขาคือหลักฐานยืนยันแนวคิดนี้

แซมเวลล์สัมผัสได้ถึงแรงฮึดสู้ของศัตรูที่กำลังแตกสลาย การโจมตีของพวกมันอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ และไม่นานนักพวกมันคงจะหมดกำลังใจและล้มเลิกความคิดที่จะบุกขึ้นเขาอีก

แม้ว่าท็อดด์ ฟลาวเวอร์สจะไม่ได้ออกมาซุ่มโจมตีจากด้านหลัง แซมเวลล์ก็ยังมั่นใจว่าทหารของเขาจะสามารถยึดปากหุบเขาไว้ได้

เมื่อมองไปยังฝูงชนคนเถื่อนที่เบียดเสียดกันอยู่ในช่องแคบเบื้องล่าง แซมเวลล์ก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าหากเขามีนักธนูอยู่บ้างก็คงจะดี เพราะถ้าหากสามารถยิงลูกธนูถล่มใส่ศัตรูที่กระจุกตัวกันเช่นนี้ ขวัญกำลังใจของพวกมันคงจะพังทลายโดยสิ้นเชิง

แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงความฝันในตอนนี้ เพราะการฝึกนักธนูไม่ใช่เรื่องง่าย แค่สี่เดือนนั้นไม่เพียงพอ และยิ่งไปกว่านั้นการฝึกนักธนูยังเป็นการลงทุนที่ใช้ทรัพยากรมหาศาล

บางที . . . อาจจะต้องรอจนกว่าป้อมของเขาจะมั่งคั่งกว่านี้

ส่วนเรื่องม้า? นั่นยิ่งแพงกว่า . . .

“โจมตี!”

เสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าผ่าดังขึ้นข้างกายดึงแซมเวลล์ออกจากภวังค์ เขาหันขวับไปตามเสียงและเห็นทหารถือโล่คนหนึ่งถูกซัดกระเด็นลอยไปกลางอากาศร่างร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง หน้าอกยุบลงพร้อมกับโลหิตที่ทะลักออกจากปาก

‘เกิดอะไรขึ้น?!’ แซมเวลล์มองไปข้างหน้าอย่างตกตะลึง ก่อนที่เขาจะเห็นชายร่างใหญ่โตของนักรบคนเถื่อนคนหนึ่งที่พุ่งทะลวงแนวโล่เข้ามา พร้อมกับควงดาบใหญ่ด้วยพละกำลังมหาศาล บนอกของมันประดับไปด้วยสร้อยเขี้ยวเสือที่แวววาวน่าเกรงขาม

“หยุดมัน!”

ชิกะคำรามก้องสะท้อนทั่วสนามรบ มือยักษ์ของเขาฟาดดาบลงใส่โล่อีกแผ่นอย่างรุนแรงจนเศษไม้แตกกระจาย ดวงตาของเขาแดงฉานดุจพยัคฆ์ล่าเหยื่อ ก่อนจะล็อกเป้าหมายไปที่แม่ทัพของศัตรู แซมเวลล์!

“ตายซะ!”

เสียงคำรามของชิกะดังก้องราวกับเสือกระโจนขย้ำเหยื่อ ก่อนที่ร่างใหญ่โตของเขาจะพุ่งเข้าใส่แซมเวลล์

หัวใจของแซมเวลล์กระตุกวูบ เขารู้ทันทีว่าไม่มีทางหลบพ้นจึงกัดฟันแน่น กำดาบในมืออย่างสุดแรงหวังจะรับแรงปะทะ

เคร๊ง!

เสียงปะทะของเหล็กดังสนั่น ดาบของแซมเวลล์กระเด็นหลุดจากมือ แรงปะทะส่งร่างของเขาลอยไปด้านหลัง ราวกับถูกท่อนซุงกระแทกเต็มแรง ความเจ็บปวดแล่นพล่านทั่วหน้าอกหายใจแทบไม่ออก และถ้าหากไม่มีเสื้อเกราะโซ่ช่วยไว้ เขาคงไม่มีโอกาสได้ยืนอยู่อีกแล้ว

แต่ก่อนที่เขาจะทันตั้งสติ ดาบของชิกะก็ฟาดลงมาอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้แรงกว่าเดิม กลิ่นอายแห่งความตายกระแทกใส่แซมเวลล์อย่างจัง ความหนาวเย็นแล่นไปทั่วสันหลัง ในชั่วพริบตานั้นเขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายดีดตัวออกจากพื้น กลิ้งหลบไปด้านข้างอย่างทุลักทุเล

ฉึก!

ดาบใหญ่ของชิกะฟันลงสู่พื้นดิน ทำให้เศษดินและหินกระเด็นขึ้นมากรีดเป็นรอยตื้น ๆ บนใบหน้าของแซมเวลล์

เขารอดมาได้เพียงเสี้ยวนิ้ว!

แซมเวลล์พยายามยันกายลุกขึ้น แต่แขนขาของเขากลับหนักอึ้งและชาไปหมด ทันใดนั้นชิกะก็ก้าวเข้ามาอีกครั้ง

“ปกป้องลอร์ดซีซาร์!”

เหล่าทหารของแซมเวลล์ร้องตะโกน ก่อนจะกรูกันเข้ามาขวางหน้าชิกะ

แซมเวลล์สูดลมหายใจลึก รู้สึกถึงรสคาวเลือดในปากของตัวเอง

นักรบที่น่าสะพรึงกลัวอะไรเช่นนี้ และพละกำลังที่มหาศาล!

แม้ว่าเขาจะฝึกหนักมาหลายเดือน และได้รับประโยชน์จากอาหารเสริมกุ้งทองคำ ทำให้พละกำลังของเขาก็สูงกว่าคนทั่วไป โดยอยู่ที่ระดับ 1.32 แล้ว แต่เมื่อเทียบกับชิกะ มันแทบไม่มีความหมาย!

ในใจของแซมเวลล์ครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว และคิดว่าพละกำลังของชิกะต้องมากกว่า 3 แน่ ๆ หรืออาจจะสูงกว่านั้นด้วยซ้ำ!

“กองที่สอง บุก! คุมแนวให้มั่น! กองที่สาม ล้อมนักรบเถื่อนตัวนี้ไว้!”

เมื่อเริ่มตั้งสติได้แซมเวลล์ก็ตะโกนสั่งการทันที นี่คือข้อได้เปรียบของการมีหน่วยสำรอง แนวรบที่แตกไปถูกอุดกลับอย่างรวดเร็ว ไม่ว่า ‘พญาเสือ’ ชิกะจะแข็งแกร่งเพียงใด หากถูกล้อมด้วยหอกและโล่นับสิบก็ย่อมทำอะไรไม่ได้มากนัก!

ในสงครามความแข็งแกร่งส่วนบุคคลมีขีดจำกัด และแซมเวลล์ก็ยอมรับว่านี่เป็นสถานการณ์เฉียดฉิวที่สุดครั้งหนึ่ง นักรบเถื่อนคนนี้มีพละกำลังที่น่าหวาดหวั่น และจังหวะโจมตีก็แม่นยำราวกับนักล่าผู้ชำนาญ หากเขาสังหารแซมเวลล์ได้ มันอาจเปลี่ยนกระแสของศึกนี้ไปเลยก็ได้

แต่โชคยังคงเข้าข้างแซมเวลล์เพียงเล็กน้อย ตอนนี้ชิกะถูกล้อมด้วยทหารกว่าหนึ่งโหล แม้จะพยายามดิ้นรน แต่ร่างของเขาก็เต็มไปด้วยบาดแผลที่เลือดไหลไม่หยุด และในความพยายามครั้งสุดท้าย นักรบเถื่อนผู้ดุดันก็ตะโกนลั่น ก่อนจะขว้างดาบของตนไปยังแซมเวลล์ด้วยแรงทั้งหมดที่มี

“ตายซะ!”

แต่แซมเวลล์จับตาทุกการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย เขารีบคว้าโล่ไม้จากทหารคนใกล้ตัวมารับการโจมตี

ตุ้บ!

ดาบปักทะลุโล่ไปจนเกือบถึงตัวเขา แต่เสื้อเกราะโซ่ช่วยดูดซับแรงที่เหลือไว้ อย่างไรก็ตามแรงกระแทกก็ยังทำให้แซมเวลล์ถอยหลังไปสามก้าว เกือบล้มลงก้นจ้ำเบ้า

แซมเวลล์กลืนเลือดที่คั่งอยู่ในปากลงคอ กัดฟันยันกายลุกขึ้น ก่อนตะโกนเสียงดัง “ฆ่ามันซะ!”

“ฆ่า!”

เมื่อเห็นนักรบเถื่อนไร้อาวุธ ทหารของแซมเวลล์ก็กรูกันเข้ามา

“โฮก!!”

ชิกะคำรามกึกก้อง ร่างสูงใหญ่ขยับเตรียมจะพุ่งเข้าใส่แซมเวลล์อีกครั้ง ทำให้ทหารรีบตั้งแนวป้องกันปกป้องเจ้านายของพวกเขาอย่างเต็มที่ แต่แล้วชิกะกลับหันกายและพุ่งทะยานไปยังทางเข้าหุบเขาแทน!

นักรบผู้ดุร้ายเช่นนี้ . . . หนีงั้นหรือ?!

ทหารของแซมเวลล์ตกตะลึงไปชั่วขณะ และนั่นก็เพียงพอให้ชิกะฉวยโอกาสฝ่าแนวล้อมออกไปได้

“อย่าไล่ตาม! ตั้งแนวรบให้มั่น!” แซมเวลล์สั่งเสียงเฉียบขาด

แม้ว่าเขาอยากจะเห็นนักรบเถื่อนผู้นี้ถูกปลิดชีพตรงหน้า แต่การรักษาการป้องกันสำคัญกว่า อีกอย่างชิกะบาดเจ็บสาหัสแล้ว และเขาก็ไม่ใช่ภัยคุกคามอีกต่อไป ดังนั้นการพุ่งทะลวงของชิกะทำให้แนวรับปั่นป่วนไปชั่วขณะเ และหลังจากนั้นไม่นานแรงเฮือกสุดท้ายของเขาก็จบลงเพียงเท่านั้น

พวกเถื่อนไม่สามารถคุกคามแนวป้องกันบนเขาได้อีก และแล้วแซมเวลล์ก็ได้ยินเสียงการต่อสู้จากด้านนอกหุบเขา

ท็อดด์กลับมาแล้ว!

เสียงโห่ร้องดีใจดังขึ้นทั่วค่าย ทหารของแซมเวลล์ฮึกเหิมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของหุบเขาพลังของพวกเถื่อนกลับค่อย ๆ มอดดับลง พวกมันพยายามรวมตัวกันโจมตีอีกหลายครั้ง แต่แนวป้องกันบนเขาก็แน่นหนาราวกับป้อมปราการ ไม่มีช่องโหว่ให้พวกมันเจาะทะลวงได้

เมื่อด้านหน้าถูกขวาง และมีข้าศึกบุกเข้าจากด้านหลัง พวกเถื่อนที่ติดอยู่ในหุบเขาก็เริ่มหวาดกลัว และในที่สุดแสงแรกของรุ่งอรุณก็ฉายส่องผ่านความมืด มันเผยให้เห็นภาพของหุบเขาที่ถูกทำลายย่อยยับ จากปากหุบเขายันแนวป้องกันบนเขา ทุกตารางนิ้วของเนินลาดร้อยฟุตเต็มไปด้วยซากศพของพวกเถื่อน ท่ามกลางกองซากศพยังมีบางคนที่บาดเจ็บหนักหายใจรวยริน เสียงครางเจ็บปวดของพวกมันดังก้อง ราวกับคำวิงวอนขอให้ปลดปล่อยจากความทรมาน โลหิตย้อมพื้นดินเป็นสีแดงเข้ม กลิ่นคาวโชยตลบอบอวลจนแทบสำลัก

ทันใดนั้นภาพอันน่าสะพรึงกลัวนี้ก็กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่บดขยี้ขวัญกำลังใจของพวกเถื่อน พวกมันแตกกระเจิงทันที บางคนทิ้งอาวุธแล้ววิ่งหนี บางคนทรุดตัวร้องไห้สะอึกสะอื้น บางคนทำได้เพียงนั่งนิ่งร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ซึ่งแซมเวลล์เองก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือ และตะโกนก้องไปทั่วหุบเขา “วางอาวุธซะ! ยอมแพ้ แล้วเจ้าจะมีชีวิตรอด!”

ในขณะเดียวกันทหารของเขาก็ขานรับเป็นเสียงเดียวกัน

“วางอาวุธซะ! ยอมแพ้ แล้วเจ้าจะมีชีวิตรอด!”

“วางอาวุธซะ! ยอมแพ้ แล้วเจ้าจะมีชีวิตรอด!”

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 22

คัดลอกลิงก์แล้ว