เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 21

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 21

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 21


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 21 นักรบ

“ทำไมพวกมันยังไม่พังแนวป้องกันเข้าไปอีก?” ชายหนุ่มคนเถื่อนคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

ผู้พูดเป็นชายใบหน้ายาวคล้ายม้า ผิวสีเข้ม ร่างกายแข็งแกร่งกำยำ ที่คอของเขาห้อยสร้อยคอที่ทำจากเขี้ยวสัตว์ โดยนักล่าที่มีประสบการณ์จะรู้ทันทีว่านี่คือเขี้ยวเสือทั้งหมด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเผ่าเขี้ยวพยัคฆ์ เผ่าที่มีชื่อเสียงในเทือกเขาเรดเมาน์เทน

สำหรับนักรบแห่งเผ่าเขี้ยวพยัคฆ์ การล่าเสือถือเป็นเกียรติสูงสุด เมื่อใดที่นักรบสามารถสังหารเสือได้ เขาจะนำเขี้ยวที่ใหญ่และแหลมคมที่สุดมาทำเป็นเครื่องประดับ ดังนั้นการที่สร้อยคอของชายผู้นี้เต็มไปด้วยเขี้ยวเสือจำนวนมาก โดยเฉพาะเขี้ยวที่ยาวเกินห้านิ้ว ซึ่งแสดงถึงขนาดและพละกำลังของสัตว์ร้ายที่เขาเคยสังหารได้อย่างชัดเจน

ข้างกายเขามีชายหนุ่มอีกสองคนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันยืนอยู่ ซึ่งพวกเขาก็สวมสร้อยคอที่ประดับด้วยเขี้ยวเสือเช่นกัน

พวกเขาทั้งสามคือ ‘สามพี่น้องผู้กล้า’ บุตรชายของหัวหน้าเผ่าเขี้ยวพยัคฆ์ หนึ่งในเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคนี้ คนโตคือ ชิกะ รองลงมาคือ ชิมุ และคนสุดท้องคือ ชิมัน

เมื่อพบร่องรอยของกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐาน สามพี่น้องก็เริ่มรวบรวมนักรบจากเผ่าต่าง ๆ เพื่อขับไล่ผู้บุกรุกเหล่านี้ออกจากดินแดนของพวกเขา แม้เผ่าคนเถื่อนในเทือกเขาเรดเมาน์เทนจะต่อสู้กันเองเป็นประจำ แต่เมื่อมีศัตรูจากดินแดนลุ่มแม่น้ำ พวกเขากลับรวมตัวกันเป็นปึกแผ่น

เมื่อพบว่าผู้ตั้งถิ่นฐานมีกองกำลังทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีถึงสองร้อยนาย สามพี่น้องจึงยังไม่ลงมือโจมตีทันที พวกเขาติดตามผู้บุกรุกจากระยะไกล ขณะเดียวกันก็รวบรวมนักรบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งกองคาราวานของผู้ตั้งถิ่นฐานเดินทางมาถึงจุดหมายและเริ่มตั้งค่าย ชิกะจึงเริ่มกระวนกระวาย

เขามองออกว่าพวกผู้ตั้งถิ่นฐานเลือกตั้งค่ายในหุบเขาที่เหมาะแก่การป้องกัน หากพวกนั้นสามารถสร้างป้อมปราการ หรือแย่กว่านั้น สร้างปราสาทขึ้นมาได้ เผ่าคนเถื่อนก็จะสูญเสียการควบคุมดินแดนนี้ไปตลอดกาล

ด้วยชื่อเสียงอันน่าเกรงขามของเผ่าเขี้ยวพยัคฆ์ พวกเขาสามารถรวบรวมนักรบคนเถื่อนได้มากกว่าสองพันคน ทว่าชิกะยังลังเลที่จะเปิดฉากโจมตีเต็มรูปแบบ เพราะเมื่อเทียบกับทหารของพวกดินแดนลุ่มแม่น้ำแล้ว นักรบคนเถื่อนเป็นรองทั้งในด้านอาวุธและการฝึกฝน เงื่อนไขเดียวที่จะทำให้พวกเขากล้าเปิดศึกซึ่งหน้าได้ คือต้องมีจำนวนมากกว่าข้าศึกสิบต่อหนึ่งขึ้นไป

แม้ตอนนี้พวกเขาจะได้เปรียบในเชิงจำนวน แต่ทหารของศัตรูยังครองพื้นที่สูงในหุบเขา ชิกะจึงรอให้นักรบจากเผ่าอื่นเดินทางมาสมทบมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่อาจรอได้นานเกินไป เพราะทุกวันเวลาที่ผ่านไป ผู้ตั้งถิ่นฐานจะยิ่งสร้างแนวป้องกันให้แข็งแกร่งขึ้น

สุดท้ายชิกะก็ตัดสินใจส่งกลุ่มจู่โจมไปก่อกวนพวกศัตรูเพื่อชะลอการเสริมสร้างค่าย และทดสอบความสามารถในการต่อสู้ของพวกนั้น ทำให้พวกเขาสามารถจับตัวหน่วยสอดแนมของศัตรูมาได้สองคน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับทำให้ชิกะประหลาดใจ พวกดินแดนลุ่มแม่น้ำตอบโต้กลับอย่างรุนแรง ราวกับถูกฝูงต่อแตนรุมทำร้าย ในช่วงเย็นมีทหารมากกว่าหนึ่งร้อยนายออกจากค่ายออกค้นหาสหายที่หายไป ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ชิกะพอใจ นักโทษทั้งสองเผยว่ากองกำลังผู้ตั้งถิ่นฐานมีทหารสองร้อยนาย โดยครึ่งหนึ่งเป็นทหารประจำการของตระกูลไทเรลล์ ส่วนอีกครึ่งเป็นทหารเกณฑ์ที่เพิ่งถูกฝึกมาใหม่ และตอนนี้ทหารไทเรลล์ที่เป็นกำลังหลัก ได้ออกจากค่ายไปแล้ว! นี่คือโอกาสที่ดีที่สุด!

ในฐานะนักล่าที่ช่ำชอง ชิกะรู้ดีว่าหากเหยื่อเผยจุดอ่อนให้เห็น ห้ามลังเลเป็นอันขาด ดังนั้นเมื่อมั่นใจว่ากำลังหลักของข้าศึกอยู่ห่างออกไป เขาก็ออกคำสั่งให้โจมตีค่ายทันที

สำหรับชิกะความคิดที่ว่าทหารเกณฑ์เพียงร้อยนายกับขุนนางผู้ไร้ค่าเพียงคนเดียวจะสามารถต้านทานนักรบคนเถื่อนกว่าสองพันคนได้นั้นเป็นเรื่องน่าขันมาก แม้ว่าพวกนั้นจะมีทำเลที่เป็นต่อก็ตาม

ทว่าทันทีที่การต่อสู้เริ่มขึ้น เขากลับรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ การต่อต้านจากภายในค่ายนั้นดุเดือดกว่าที่คาดไว้มาก ทางเข้าแคบ ๆ ของหุบเขาราวกับกลืนกินชีวิตของนักรบเผ่าคนเถื่อนไปทีละคน ๆ

“มันน่าจะใกล้แตกแล้ว” ชิมันน้องคนสุดท้องพยายามกล่าวให้กำลังใจ “ในค่ายมีแต่พวกทหารใหม่ไม่ถึงร้อยนาย ตอนนี้พวกมันต้องสูญเสียไปมากแล้วแน่ ๆ”

“แล้วพวกนักรบของเราเล่า?” หัวหน้าเผ่าคนหนึ่งที่เป็นพันธมิตรเอ่ยถาม “เราสูญเสียไปมากแค่ไหนแล้ว?”

คำถามนั้นทำให้เกิดความเงียบตึงเครียดขึ้นทันที ภายใต้ความมืดไม่มีใครมองเห็นจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริง มีเพียงเสียงของการต่อสู้ที่โหมกระหน่ำ และกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่ว จนกระทั่งในที่สุด ชิกะก็ลุกขึ้นยืนและชักดาบออกมา “ข้าจะเข้าไปนำทัพเอง!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น นักรบคนเถื่อนที่รวมตัวกันอยู่ก็รู้สึกโล่งใจ ราวกับว่าทันทีที่นักรบผู้เกรียงไกรของพวกเขากระโจนเข้าสู่สนามรบ ชัยชนะจะถูกกำหนดขึ้นโดยไร้ข้อกังขา

ชิกะก้าวออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนที่จะมีมือหนึ่งคว้าแขนเขาเอาไว้ “มีอะไรหรือ ชิมัน?”

ชิมัน น้องชายคนสุดท้องเอนตัวเข้ามากระซิบเร่งเร้า “พี่ใหญ่ ข้ารู้สึกแปลก ๆ นี่อาจเป็นกับดัก”

“กับดักงั้นหรือ?” ชิกะชะงักไป พร้อมกับขมวดคิ้ว

“ใช่ ลองคิดดูสิ หากเรายังคงฝ่าแนวป้องกันค่ายนี้อย่างยากลำบาก แล้วพวกทหารไทเรลล์กลับมาโดยไม่คาดคิด มันจะเกิดอะไรขึ้น?”

ดวงตาของชิกะเบิกกว้างขึ้นครู่หนึ่ง ก่อนจะหรี่ลงอย่างเฉียบขาด และตบไหล่น้องชายแล้วกล่าวว่า “เจ้าพูดถูก แต่ตอนนี้มันสายเกินไปที่จะถอยแล้ว เจ้าและชิมุเฝ้าระวังด้านหลัง หากทหารไทเรลล์กลับมา จงยับยั้งพวกมันไว้ให้ได้ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม! เมื่อข้าบุกทะลวงผ่านหุบเขานี้ได้ ศึกนี้จะเป็นของเรา! และทุกคนในค่ายนั่น . . . จะต้องตาย!”

กล่าวจบชิกะก็ก้าวเดินออกไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ส่วนชิมันก็ถอนหายใจในใจ เขารู้ว่าพี่ชายพูดถูก ต่อให้พึ่งมารู้ตัวว่าเป็นกับดักตอนนี้ มันก็ไม่มีประโยชน์ นักรบของพวกเขาถูกเบียดเสียดกันอยู่ตรงปากหุบเขาแล้ว และการล่าถอยก็ไม่ใช่ทางเลือก ที่สำคัญกว่านั้นหากพวกเขาหนีโดยไม่ได้สู้ เผ่าเขี้ยวพยัคฆ์จะสูญเสียศักดิ์ศรีไปตลอดกาล

ณ จุดนี้ สามพี่น้องเหลือทางเลือกเพียงหนึ่งเดียว เดินหน้าเท่านั้น!

ในขณะที่ชิมันพยายามตั้งสติ นักรบคนเถื่อนคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามา และตะโกนด้วยความตื่นตระหนก “พวกมันกลับมาแล้ว! ทหารไทเรลล์กำลังย้อนกลับมา!”

หัวใจของชิมันดิ่งวูบลงไปทันที พวกเขาตกหลุมพรางเข้าเต็มเปาแล้ว แต่เขาก็รู้ดีว่าหากปล่อยให้ความหวาดกลัวแพร่กระจาย กองกำลังพันธมิตรคนเถื่อนที่รวมตัวกันอย่างหลวม ๆ นี้จะต้องแตกพ่ายในพริบตา เขาจึงหันไปหาพวกพ้อง ยิ้มออกมาอย่างสงบนิ่งก่อนกล่าวเสียงดัง “กลัวอะไรกัน? พวกมันก็แค่ทหารร้อยเดียว ข้าจะนำทัพสามร้อยไปรับมือเอง!”

ความกล้าหาญของชิมันปลุกขวัญกำลังใจของเหล่านักรบที่อยู่รอบตัว หลายคนพึมพำยกย่อง ‘สามพี่น้องผู้กล้า’

ในขณะเดียวกันเมื่อรู้ดีว่าไม่มีเวลาให้ลังเล ชิมันก็รีบหาชิมุพี่ชายคนรอง และรวบรวมนักรบสามร้อยนาย จัดแถวรอรับมือกองกำลังไทเรลล์ที่กำลังรุกคืบเข้ามา

เมื่อจ้องมองเหล่าทหารที่กำลังรุดหน้าเข้ามา ชิมันก็บังคับตนเองให้สงบนิ่งกดข่มความกังวลที่กัดกินจิตใจ หากนี่คือกับดักแล้วอย่างไรเล่า? ในฐานะหนึ่งในนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งเผ่าเขี้ยวพยัคฆ์ ชิมันเคยเผชิญหน้ากับความตายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาจะหันหลังให้ศัตรู!

“นักรบแห่งขุนเขา จงจู่โจมไปพร้อมกับข้า!”

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 21

คัดลอกลิงก์แล้ว