เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 20

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 20

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 20


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 20 การจู่โจมยามค่ำคืน

เสียงแตรดังกึกก้อง ทำลายความเงียบสงบในยามค่ำคืน

แซมเวลล์ที่แทบไม่ได้นอนสะดุ้งตื่นขึ้น กระโดดลุกขึ้นยืนและตะโกนว่า “จัดแถว! จัดแถว!”

ในช่วงเวลาสับสนเพียงชั่วครู่ ทหารใหม่รีบรวมตัวกันรอบแซมเวลล์อย่างรวดเร็ว วินัยและความเป็นระเบียบ นี่คือรากฐานของการฝึกฝนตลอดสี่เดือนที่ผ่านมา แซมเวลล์ได้ปลูกฝังสิ่งเหล่านี้เข้าสู่สายเลือดของพวกเขาผ่านการฝึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นความเคยชินเหมือนกับสัญชาตญาณของร่างกาย

ภายใต้แสงจันทร์อันมืดมัว แซมเวลล์มองเห็นเงาตะคุ่มเคลื่อนตัวเข้ามาที่ปากทางเข้าหุบเขา

พวกคนเถื่อนติดกับดักแล้ว!

เมื่อได้ยินเสียงแตร พวกคนเถื่อนก็รู้ว่าถูกพบเข้าเสียแล้ว พวกมันจึงละทิ้งความพยายามที่จะซ่อนตัวและปลดปล่อยเสียงกรีดร้องอันน่าสะพรึงกลัว

“อาวู้ววววว!”

“ชาลาลาลาลาลา!”

“ยายายายายา!”

เสียงโห่ร้องป่าเถื่อนดังกึกก้องทั่วหุบเขาปลุกสัตว์ป่าให้ตื่นจากนิทรา และทำให้ค่ายเต็มไปด้วยความหวาดกลัว  พวกมันมีจำนวนมากมากเกินไป แต่ความมืดก็ช่วยบดบังจำนวนที่แท้จริงของพวกมันเอาไว้ อย่างไรก็ตามถ้าดูจากความดังและความดุดันของเสียง คาดว่าน่าจะมีเป็นร้อยหรืออาจเป็นพัน

พวกเขาจะสามารถต้านทานได้หรือไม่?

แซมเวลล์ยืนอยู่บนเนินเล็ก ๆ ที่ทางเข้าหุบเขาจ้องมองมวลมนุษย์ที่เคลื่อนตัวเข้ามาอย่างคลุ้มคลั่ง แต่แปลกที่เขากลับรู้สึกสงบอย่างประหลาด ความเยือกเย็นที่ทำให้ตัวเองยังแปลกใจ และความนิ่งสงบเช่นนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตก่อน แต่ในที่นี้เขากลับสัมผัสมันได้

ครั้งล่าสุดที่รู้สึกเช่นนี้คือตอนที่เขาตัดสินใจฆ่าคาร์เตอร์ ก่อนหน้านั้นเขาเต็มไปด้วยความสงสัย ความหวาดกลัว แม้แต่ความคลื่นไส้ แต่ในช่วงเวลาที่เขาเผชิญหน้ากับร่างแขวนคอของคาร์เตอร์ จิตใจของเขากลับปลอดโปร่ง แม้ในขณะที่ท็อดด์คำรามด้วยความโกรธ เขาก็ยังลงมือโดยไม่ลังเล

และตอนนี้เขาก็รู้สึกเช่นเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ในขณะนอนอยู่โดยไร้ความง่วง เขายังเต็มไปด้วยความกังวลเกี่ยวกับความภักดีของท็อดด์ จำนวนของคนเถื่อน และความเป็นไปได้ว่าการฝึกทั้งหมดอาจเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น เขากังวลว่าอาจตายอยู่ที่นี่ ในหุบเขาที่ไร้ชื่อเสียงนี้ แต่ตอนนี้เมื่อเผชิญหน้ากับฝูงคนเถื่อนที่พุ่งเข้ามา เขากลับไม่รู้สึกถึงความหวาดกลัวหรือลังเล มีเพียงความมุ่งมั่นอันเยือกเย็นที่จะสู้จนถึงที่สุด

“ปล่อย!” ด้วยคำสั่งของแซมเวลล์ ทหารก็ปล่อยก้อนหินและท่อนไม้ที่เตรียมไว้กลิ้งตกลงมาจากไหล่เขา

โครม! โครม!

ด้วยแรงโน้มถ่วงก้อนหินและท่อนไม้พุ่งกระแทกเข้ากับกองทัพคนเถื่อนที่ปากหุบเขาเลือดกระเซ็น เสียงกรีดร้องดังก้องทั่วอากาศ การโจมตีระลอกแรกนี้สร้างความเสียหายอย่างหนัก ลดทอนความดุดันของพวกคนเถื่อนลง และให้ช่วงเวลาหายใจแก่เหล่าทหารใหม่

“ยกโล่ขึ้น!” เสียงของแซมเวลล์ดังก้องอีกครั้ง

ทหารแถวหน้าตอบสนองโดยทันที ยกโล่ไม้ขนาดใหญ่ขึ้นสูงจับจ้องไปยังคนเถื่อนที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยสายตาไม่วางใจ ภายใต้แสงจันทร์พวกเขาสามารถเห็นใบหน้าของคนเถื่อนที่บิดเบี้ยวด้วยความเกรี้ยวกราด ดังนั้นความกลัวจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่พวกเขาก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง โดยมีสหายอยู่ข้างกาย และลอร์ดอยู่เบื้องหลัง!

ตลอดเวลาสี่เดือนที่ผ่านมา แซมเวลล์ไม่ได้ฝึกพวกเขาด้วยเทคนิคซับซ้อน แต่เน้นที่การเคลื่อนไหวพื้นฐานในการต่อสู้ โดยความต้องการของเขามีเพียงไม่กี่อย่าง แต่พวกมันล้วนเป็นข้อกำหนดที่เข้มงวด ความแม่นยำ ความเป็นหนึ่งเดียว และการเชื่อฟังคำสั่ง!

การฝึกซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้สลักสิ่งเหล่านี้เข้าสู่กระดูกของพวกเขา แม้ว่าความตึงเครียดและความกลัวจะกัดกร่อนหัวใจ แต่เมื่อได้ยินคำสั่งพวกเขาก็ตอบสนองโดยไม่ลังเล และถึงแม้ว่าบางคนอาจดูเกร็ง งุ่มง่าม และอ่อนแอในการต่อสู้ แต่เมื่อรวมกันเป็นหนึ่งเดียว พวกเขากลับกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่น่ากลัว

แม้แต่แซมเวลล์เองก็อาจยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของระเบียบวินัยและความเป็นหนึ่งเดียวในสงครามยุคกลาง แต่ค่ำคืนนี้ ท่ามกลางหุบเขาเรดเมาน์เทน กองทัพอ่อนเยาว์นี้จะเผยเขี้ยวเล็บอาบเลือดของมันออกมา

ตึง! ตึง! ตึง!

ชายบางคนในแนวหน้าหลับตาลงเมื่อเผชิญกับการโจมตีระลอกแรกของพวกคนเถื่อนโดยที่โล่ยังคงตั้งมั่น ซึ่งผลลัพธ์มันก็ไม่น่าแปลกใจนัก แม้โล่ไม้จะให้การป้องกันเพียงพอประมาณ แต่ก็ยังดีกว่าอาวุธหยาบของพวกคนเถื่อนอยู่ดี

การใช้ชีวิตอยู่ในเรดเมาน์เทนที่แร้นแค้น ทำให้คนเถื่อนไม่มีโอกาสตีเหล็กสร้างอาวุธดี ๆ เพราะเหล็กนั้นหาได้ยากยิ่ง และอาวุธส่วนใหญ่จึงเป็นเพียงค้อนหิน หอกไม้ และกระดูกสัตว์ที่ลับคม ยิ่งไปกว่านั้นการโจมตีจากด้านล่างขึ้นเนินยิ่งทำให้แรงปะทะอ่อนลง

แซมเวลล์มองดูภาพนั้นด้วยความเยือกเย็น และออกคำสั่งที่สอง “หอก!”

ชวิก! ชวิก!

เหล่าทหารถือหอกที่อยู่หลังแนวโล่แทงอาวุธของพวกเขาผ่านช่องว่างระหว่างแนว

ฉึก!

เสียงหอกแทงทะลุเนื้อดังสะท้อนในยามค่ำคืน และหลังจากผ่านการปะทะไปหลายรอบ จำนวนคนเถื่อนในหุบเขาก็เริ่มลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

“ดาบ!”

ตามคำสั่งที่สามของแซมเวลล์ ชายในแถวหลังสุดชักดาบยาวออกมา ฟันใส่พวกคนเถื่อนที่ยังคงดิ้นทุรนทุราย โดยนักดาบจะโจมตี จากนั้นถอยกลับไปยังแนวหลัง และผู้ถือโล่ก็จะเตรียมรับการจู่โจมครั้งถัดไป กลายเป็นวงจรนี้ดำเนินไปเรื่อย ๆ

เมื่อผ่านไปหลายรอบจนแซมเวลล์เห็นทหารเริ่มอ่อนล้า เขาจึงตะโกนอีกครั้งว่า “กลุ่มแรก ถอย! กลุ่มที่สอง เข้ามา!”

ด้วยทางเข้าหุบเขาที่แคบเป็นคอขวด แซมเวลล์จึงแบ่งกำลังเป็นสามกลุ่ม โดยให้แต่ละกลุ่มผลัดกันเข้าต่อสู้ อาวุธและรูปแบบการต่อสู้ของแต่ละกลุ่มนั้นเหมือนกันทุกประการ โล่ หอก ดาบ . . . เรียบง่าย ซ้ำซาก น่าเบื่อ แต่ก็ทรงพลังอย่างไร้ความปรานี!!

ไม่นานหลังการต่อสู้ เนินเขาที่นำไปสู่หุบเขาก็เต็มไปด้วยซากศพของคนเถื่อน แม้แต่ทหารใหม่เองก็ยังประหลาดใจกับผลลัพธ์ของตนเอง ใช่ พวกเขายังเกร็ง ตึงเครียด และทำพลาด แต่พวกคนเถื่อนแทบทำอะไรไม่ได้ อาวุธป้องกันของพวกเขาสามารถต้านทานการโจมตีส่วนใหญ่ได้

อุปกรณ์ที่สร้างมาอย่างดี สภาพพื้นที่ที่ได้เปรียบ การจัดแนวรบที่ประสานกัน กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ และการนำทัพของแซมเวลล์ สร้างจังหวะในการสู้และถอย โจมตีและตั้งรับ ทำให้ทหารเริ่มเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นและมั่นใจขึ้นในทุก ๆ รอบ พร้อมกับเลือดที่ย้อมกายที่ชะล้างความไม่ประสีประสาออกไป

การเปลี่ยนจากทหารใหม่เป็นทหารผ่านศึกนั้นต้องการเพียงแค่สามสิ่งเท่านั้น รอดจากการต่อสู้ ฆ่าศัตรูได้หนึ่งชีวิต และมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกวัน ทำให้ชายหนุ่มเหล่านี้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงกรรมกรจากท่าเรือแห่งแมนเดอร์ บัดนี้กำลังแปรเปลี่ยนในค่ำคืนนี้!

เมื่อเวลาผ่านไป การเคลื่อนไหวของพวกเขาก็เฉียบคมและเป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น พวกคนเถื่อนที่บุกโจมตีด้วยความกล้าหาญที่บ้าบิ่น แต่ก็ไม่อาจทะลวงแนวป้องกันที่ดูเหมือนเปราะบางนี้ได้ และสิ่งเดียวที่พวกมันทิ้งเอาไว้ก็คือซากศพของตนเอง

กลิ่นคาวเลือดฟุ้งกระจายไปทั่วหุบเขา ขณะที่กองทัพของแซมเวลล์ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยคำสั่งของเขา หลอมรวมเป็นเครื่องจักรที่สร้างขึ้นเพื่อฆ่าโดยเฉพาะ

ชีวิตคือเชื้อเพลิง เลือดคือสารหล่อลื่น และความหวาดกลัวในแววตาของศัตรูคือรางวัลสูงสุดของมัน!

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 20

คัดลอกลิงก์แล้ว