- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือแซมเวลล์ ทาร์ลี่
- ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 16
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 16
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 16
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 16 การโน้มน้าวใจ II
“เจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะยอมเสี่ยงทำลายเกียรติยศของตระกูลด้วยการเข้าร่วมโจรสลัดกับเจ้าใช่หรือไม่?” เสียงของลอร์ดมาร์ตินคมกริบ พร้อมกับดวงตาหรี่แคบลงเล็กน้อย
“แน่นอนว่าไม่” แซมเวลล์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มไร้พิษภัย “ความเสี่ยงเช่นนั้นควรตกอยู่กับชายที่อยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังอย่างข้า ท่านเพียงแค่ลงทุนเท่านั้นเอง และถ้าหากวันหนึ่งเรื่องราวถูกเปิดเผย ชื่อเสียงของท่านจะยังคงไม่ด่างพร้อย”
“ลงทุนหรือ?” ลอร์ดมาร์ตินถามด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง
“ถูกต้อง” แซมเวลล์จิบไวน์พลางพูดอย่างสบาย ๆ “ตระกูลไทเรลล์ได้ลงทุนไปแล้วด้วยทหารชั้นยอดสองร้อยนาย และอีกไม่นานตระกูลเรดไวน์จากอาร์เบอร์จะจัดหาเรือและลูกเรือ พวกเขาทั้งหมดต่างคาดหวังผลตอบแทนที่งดงาม ดังนั้นท่านลอร์ด ท่านไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนครั้งนี้หรือ? เพราะขนาดตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดสองตระกูลในเดอะรีชยังได้วางเดิมพันไปแล้ว โอกาสเช่นนี้หาได้ยากนัก”
ลอร์ดมาร์ตินพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งแต่ยังคงระวังตัว “แล้วเจ้าต้องการอะไรจากข้า?”
“ช่างฝีมือ” แซมเวลล์ตอบอย่างเรียบง่าย “ข้ามีทหารแล้ว และอีกไม่นานข้าจะมีเรือ แต่ข้าขาดแคลนช่างฝีมืออย่างมากเพื่อช่วยสร้างป้อมปราการและท่าเรือ นั่นคือเหตุผลที่ข้าขอให้ท่านส่งช่างฝีมือที่เก่งที่สุดของอัปแลนด์สไปกับข้า ข้าสัญญาว่าในเวลาไม่นาน รางวัลของท่านจะเพิ่มขึ้นสิบเท่า หรืออาจถึงร้อยเท่า!”
ลอร์ดมาร์ตินหยุดคิดอยู่ชั่วขณะก่อนจะพยักหน้า “ตกลง ข้าจะส่งช่างฝีมือสิบคนไปกับเจ้า”
“สิบคน?” แซมเวลล์สวนกลับทันทีด้วยน้ำเสียงผิดหวัง “ลอร์ดมาร์ติน ข้าพูดความจริงเกี่ยวกับการลงทุนนี้ ยอมเสี่ยงชื่อเสียงของตัวเองเพื่อพูดอย่างตรงไปตรงมา แต่ท่านกลับปฏิบัติต่อข้าเหมือนขอทาน?”
ลอร์ดมาร์ตินกลั้นความหงุดหงิด และถามขึ้นอีกครั้งว่า “แล้วต้องการเท่าไหร่กันแน่?”
“ทั้งหมด” แซมเวลล์ตอบอย่างลื่นไหล
“ทั้งหมดหรือ?”
“ใช่ ข้าต้องการช่างฝีมือทั้งหมดจากอัปแลนด์ส” แซมเวลล์กล่าวอย่างกล้าหาญ พร้อมอ้าแขนออก “ให้พวกเขาทำงานให้ข้าเป็นเวลาหนึ่งปี แล้วข้าจะตอบแทนท่านด้วยค่าจ้างสิบเท่า”
“ไม่มีทาง!” ลอร์ดมาร์ตินปฏิเสธทันที “แล้วถ้าการลงทุนของเจ้าล้มเหลวเล่า? ข้าจะเรียกร้องค่าตอบแทนได้อย่างไร? ช่างฝีมือทั้งหมดของข้าต้องสูญเปล่าเพราะการผจญภัยโง่เขลาหรืออย่างไร? เจ้าคิดว่าข้าบ้าพอที่จะยอมรับเงื่อนไขเช่นนั้นหรือ?”
“ล้มเหลว?” แซมเวลล์หัวเราะเบา ๆ “ท่านลอร์ด ท่านคิดจริง ๆ หรือว่าการลงทุนนี้จะล้มเหลว?”
“ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง” ลอร์ดมาร์ตินตอบโต้ “ยิ่งเมื่อต้องผจญภัยในดินแดนอันโหดร้ายอย่างเรดเมาน์เทน”
แซมเวลล์หัวเราะดังลั่น “ท่านลอร์ด ดูเหมือนว่าท่านยังไม่เข้าใจขอบเขตที่แท้จริงของการลงทุนครั้งนี้ ท่านคิดจริง ๆ หรือว่าตระกูลไทเรลล์จะพยายามถึงเพียงนี้เพียงเพื่อปล้นเรือดอร์นไม่กี่ลำ?”
ลอร์ดมาร์ตินอดกลั้นความหงุดหงิดเป็นครั้งที่สอง และถามว่า “โอ้? แล้วมีเหตุผลอื่นอีกหรือ?”
“แน่นอนว่ามี” แซมเวลล์ตอบ “เดอะรีชกับดอร์นมีความบาดหมางกันมากว่าพันปี และตอนนี้เมื่อเซอร์วิลลาส บุตรคนโตของลอร์ดไทเรลล์ ถูกเจ้าชายโอเบอรินทำให้พิการ พวกเขายิ่งมีเหตุผลมากขึ้นในการแก้แค้น”
“แก้แค้นต่อดอร์นหรือ?” ลอร์ดมาร์ตินดูสงสัย “ดอร์นไม่ใช่ดินแดนที่จะบุกได้ง่าย ๆ”
“ท่านพูดถูก ดอร์นเป็นป้อมปราการอย่างแท้จริง แต่กษัตริย์แดร์รอนที่ 1 ก็เคยพิชิตมันได้โดยไม่มีมังกรไม่ใช่หรือ? แม้ว่าเขาจะได้ชื่อเสียงทั้งหมด แต่ผู้มีปัญญาย่อมรู้ว่าชัยชนะที่แท้จริงอยู่ที่กองเรือของลอร์ดอาลีน เวลาเรียนที่ยึดพลังกี้ทาวน์ ควบคุมแม่น้ำกรีนบลัด และทำลายการป้องกันของดอร์น และท่านหญิงโอเลนน่าเองก็เป็นผู้เลือกสถานที่สำหรับแผนการของข้า ใกล้ปากแม่น้ำทอร์เรนไทน์ นี่มันไม่คล้ายกับพลังกี้ทาวน์หรอกหรือ?”
แซมเวลล์หยุดชั่วครู่เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของลอร์ดมาร์ติน แล้วกล่าวต่อ “ยึดปากแม่น้ำให้ได้ แล้วดินแดนดอร์นตะวันตกจะตกเป็นของรีชอย่างง่ายดายราวกับเหรียญตกใส่มือขอทาน ท่านคิดว่าตระกูลไทเรลล์จะยอมให้แผนการนี้ล้มเหลวหรือ?”
ลอร์ดมาร์ตินนิ่งเงียบครุ่นคิดอย่างหนัก
ทำให้แซมเวลล์ที่เห็นโอกาสจึงพูดต่ออย่างรวดเร็ว “เมื่อตระกูลไทเรลล์มุ่งมั่นเช่นนี้ ข้านึกไม่ออกเลยว่าการลงทุนครั้งนี้จะล้มเหลวได้อย่างไร คนเถื่อนเรดเมาน์เทนที่ไร้ระเบียบจะสามารถต้านทานทหารชั้นยอดของไทเรลล์ได้หรือ? หรือท่านคิดว่าชาวดอร์นจะมองออกและลงมือก่อน?”
ลอร์ดมาร์ตินส่ายหน้า เผ่าคนเถื่อนที่ไร้ระเบียบไม่ใช่ภัยคุกคาม และหากชาวดอร์นโง่พอที่จะโจมตีก่อนก่อสงครามขึ้น ลอร์ดไทเรลล์คงยินดีที่จะทำสงคราม เพราะดอร์นไม่มีวันเทียบเดอะรีชได้ในแง่จำนวน กำลัง หรือทรัพยากร และหลายศตวรรษแห่งการต่อต้านของดอร์นก็สามารถดำรงอยู่ได้เพียงเพราะภูเขาและทะเลทราย แต่หากพวกเขาสูญเสียข้อได้เปรียบเหล่านี้ กองทัพแห่งเดอะรีชจะบดขยี้พวกเขาจนสิ้นซาก
ยิ่งไปกว่านั้นอุปสรรคใหญ่ที่สุดในการสร้างป้อมปราการใหม่ในเรดเมาน์เทนอย่างการจัดหาทุน ก็ได้ถูกแก้ไขแล้วโดยอัศวินหนุ่มผู้บ้าบิ่นตรงหน้า ชายหนุ่มคนนี้พร้อมเดิมพันทั้งเกียรติและอนาคตของตนเพื่อทำให้สิ่งนี้เป็นจริง ทำให้ความเป็นไปได้ที่จะล้มเหลวนั้นดูเหมือนจะเลือนลางลงไปอีก ทว่าการเสี่ยงใช้แรงงานทั้งหมดของตระกูลก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย และลอร์ดมาร์ตินยังคงลังเลใจ
เมื่อเห็นเช่นนั้น แซมเวลล์ก็วางถ้วยลงบนโต๊ะ “โปรดพิจารณาดูเถิดท่านลอร์ด ข้าจะอยู่ที่อัปแลนด์สอีกสองสามวัน เพื่อรวบรวมเสบียงและของใช้สำหรับภูเขา หากท่านเต็มใจที่จะลงทุน ก็เพียงส่งข่าวมาก็พอ”
พูดจบแซมเวลล์ก็หันหลังและออกจากห้องไปทันที
. . .
ในวันที่สามของการรอคอย แซมเวลล์ยังไม่ได้รับคำตอบจากลอร์ดมาร์ติน ซึ่งดูเหมือนว่าลอร์ดมาร์ตินจะรอบคอบกว่าที่แซมเวลล์คาดไว้ ไม่ยอมถูกล่อลวงด้วยถ้อยคำสวยหรูเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตามในระหว่างนั้นแซมเวลล์ก็ได้รับจดหมายจากมาร์เจอรี และมันก็เป็นตามคาดจดหมายของนางเต็มไปด้วยคำตำหนิเรื่องการใช้จ่ายอย่างประมาท และยังเรียกร้องให้เขาเร่งเดินทางอีกครั้ง นอกจากนี้ดูเหมือนว่าหญิงสาวผู้ชาญฉลาดจะได้บทเรียนจากการโต้ตอบที่ผ่านมา ทำให้นางกำหนดเงื่อนไขอย่างชัดเจนว่าต่อจากนี้เขาจะได้รับเพียงหนึ่งร้อยเหรียญทองมังกรต่อเดือนสำหรับความพยายามของเขา ส่วนการขอเงินเพิ่มเติมใด ๆ จะต้องแสดงหลักฐานความก้าวหน้าในการสร้างป้อมใหม่หรือเพิ่มจำนวนประชากร
ตอนนี้มาร์เจอรีกลายเป็นคนรอบคอบขึ้นอย่างมาก ปิดประตูใส่ความพยายามของแซมเวลล์ในการรีดไถอย่างโจ่งแจ้ง แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำให้แซมเวลล์แปลกใจมากนัก ตระกูลไทเรลล์คงไม่ยอมเป็นกระเป๋าเงินไม่รู้จบให้เขาอยู่แล้ว แต่การใช้ ‘เทคนิคการบริหาร’ อย่างช่ำชองเช่นนี้ น่าจะเป็นฝีมือของราชินีหนามผู้เจ้าเล่ห์เสียมากกว่า
แซมเวลล์ยอมรับข่าวนี้ด้วยท่าทีสงบนิ่ง ท้ายที่สุดเขาก็ได้รับสิ่งมากมายจากตระกูลไทเรลล์แล้ว และการสนับสนุนจากตระกูลนี้ก็ได้มอบธงอันทรงคุณค่าให้เขาใช้ในการล่อลวงนักลงทุนคนอื่น ๆ
การเริ่มต้นสร้างป้อมใหม่โดยแก่นแท้แล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการเริ่มต้นธุรกิจ และใครจะเป็นผู้สนับสนุนการลงทุนได้ดีไปกว่านักลงทุน? อย่างไรก็ตามลอร์ดแห่งอัปแลนด์สดูเหมือนจะระมัดระวังจนยากจะโน้มน้าว และถ้าหากลอร์ดมาร์ตินยังคงไม่ตอบภายในวันพรุ่งนี้ แซมเวลล์ก็วางแผนจะย้ายไปหาทุนจากแหล่งอื่น เดอะรีชยังมีผู้สนับสนุนที่เป็นไปได้อีกมากมาย และแซมเวลล์ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องหาคนหนึ่งให้ได้
. . .
ในขณะเดียวกันลอร์ดมาร์ตินก็กำลังทำการสืบสวนของตนเอง โดยเขาตามหาผู้ส่งสารของตระกูลไทเรลล์และถามอย่างตรงไปตรงมา “จดหมายที่เจ้าส่งให้แซมเวลล์นั้น ใครเป็นผู้ส่งมา?”
ผู้ส่งสารโค้งคำนับเล็กน้อยและตอบอย่างสุภาพ “ขออภัยท่านลอร์ด แต่ข้าไม่อาจเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวได้”
ทว่าวินาทีต่อมาด้วยเหรียญทองเหรียญเดียวก็ทำให้รอยยิ้มของเขาผ่อนคลายขึ้นทันที “เป็นจดหมายจากเลดี้มาร์เจอรี พร้อมด้วยเหรียญทองมังกรอีกสามร้อยเหรียญ”
“จริงหรือ?” ดวงตาของลอร์ดมาร์ตินฉายแววครุ่นคิด “ก่อนหน้านี้ข้าเห็นเจ้าพูดคุยกับเซอร์ท็อดด์ ฟลาวเวอร์สด้วยใช่หรือไม่?”
“ใช่” ผู้ส่งสารตอบหลังจากหยุดชั่วครู่ “เลดี้โอเลนน่าได้ส่งข้อความมอบหมายให้เซอร์ท็อดด์เชื่อฟังคำสั่งของลอร์ดแซมเวลล์ทุกประการ”
ข่าวนี้ทำให้สีหน้าของลอร์ดมาร์ตินหม่นลง และยืนนิ่งอยู่นานโดยไม่เอ่ยวาจา