เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 12

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 12

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 12


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 12 ความลับ

[เรียน ท่านหญิงมาร์เจอรี

ข้าต้องขออภัยที่ต้องรบกวนท่านอีกครั้ง แต่ข้าต้องยอมรับตามตรงว่า . . . ข้าหมดเงินอีกแล้ว!

อย่างไรก็ตาม ข้าขอยืนยันว่าครั้งนี้ไม่ใช่เพราะใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย ท่านก็คงทราบดีว่าข้าไม่ใช่บุตรที่บิดาของข้ารักใคร่ เขามอบให้ข้าเพียงดาบหนึ่งเล่มกับม้าศึกหนึ่งตัว นอกเหนือจากนั้นข้าไม่มีทรัพย์สินใดติดตัวเลย และเมื่อข้ากำลังจะเดินทางเข้าสู่เทือกเขาเรดเมาน์เทน ข้าจึงเห็นว่าจำเป็นต้องจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ดีกว่าเพื่อรับมือกับการต่อสู้ที่อาจเกิดขึ้น ท้ายที่สุดแล้วในฐานะอัศวิน ข้าย่อมไม่อาจเผชิญหน้ากับโลกภายนอกโดยไม่มีชุดเกราะได้ มิเช่นนั้นผู้คนอาจพากันคิดว่าตระกูลไทเรลล์นั้นตระหนี่กับขุนนางสวามิภักดิ์ของตนเสียกระมัง!

โชคดีที่ใกล้ไฮการ์เดนข้าพบกับขบวนคาราวานพ่อค้าจากตระกูลไฮทาวเวอร์ ซึ่งบังเอิญมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ข้าต้องการอยู่พอดี ข้าจึงใช้เงินตามความจำเป็น และแน่นอนว่าข้านึกถึงคำแนะนำของท่านเมื่อคราวก่อน ข้าจึงละเว้นจากการซื้อเกราะแผ่นเหล็กที่มีราคาสูงกว่า และเลือกใช้เสื้อเกราะโซ่เหล็กที่ประหยัดกว่ามาแทน

นอกจากนี้ข้ายังซื้อเกราะหนังให้กับทหารใหม่ของข้าทุกคน ข้ารู้ว่าท่านอาจเห็นว่าสิ่งนี้เป็นการใช้จ่ายที่มากเกินไป แต่เหล่าชายกล้าหาญเหล่านี้เดินทางมาไกลเพื่อติดตามข้าเข้าสู่เทือกเขาเรดเมาน์เทน ข้าย่อมไม่อาจปล่อยให้พวกเขาเข้าสู่สนามรบโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมได้

ข้ามั่นใจว่าสตรีที่ทั้งงดงามและจิตใจเมตตาเช่นท่านหญิงมาร์เจอรี ย่อมเข้าใจเหตุผลของข้าเป็นอย่างดี

อัศวินผู้จงรักภักดีที่สุดของท่าน,

แซมเวลล์ ซีซาร์]

. . .

“หึ!” สตรีที่ทั้งงดงามและจิตใจเมตตาคนนั้นขยำจดหมายในมือแน่น กัดฟันด้วยความขุ่นเคือง แต่เพียงครู่ต่อมานางก็คลายท่าทีลง พร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ ที่ปรากฏขึ้น ราวกับนึกถึงเรื่องตลกบางอย่างขึ้นมาได้

“อะไรหรือ?” ท่านหญิงโอเลนน่าเอ่ยถาม พลางมองหลานสาวที่อารมณ์เปลี่ยนจากโกรธเป็นขบขันด้วยความสงสัย

“เรื่องของแซมเวลล์อีกแล้ว เขากล้าส่งจดหมายมาขอเงินจากข้าอีกแล้ว!”

“ก็ให้เขาสิ”

มาร์เจอรีเบิกตากว้างกับคำตอบที่ราบเรียบของผู้เป็นย่า “แต่คุณย่า นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาขอเงิน! ข้าว่าเขาตั้งใจใช้ให้หมดเร็ว ๆ แล้วมาขอเพิ่มแน่ ๆ ถ้าเราส่งไปให้อีก เขาก็คงผลาญมันหมดเร็วเหมือนเดิม!”

“พวกเราขาดแคลนเงินทองหรือ?” ท่านหญิงโอเลนน่าถามด้วยรอยยิ้ม

มาร์เจอรีส่ายหัว แต่ก็ยังคงมีท่าทีกระฟัดกระเฟียด “ก็จริงอยู่ค่ะ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะมาเอาเปรียบพวกเราได้ง่าย ๆ ข้าว่าเขากำลังขู่กรรโชกเราชัด ๆ!”

“ถ้าเช่นนั้นก็ปฏิเสธเขา แล้วสั่งให้ท็อดถอนทหารของเราออกมา”

“อะไรนะ?” มาร์เจอรีชะงัก อารมณ์ขุ่นมัวของนางเริ่มอ่อนลง “แต่ . . . ถ้าเราทำเช่นนั้น แซมเวลล์จะยังสามารถทำภารกิจของเขาต่อไปได้หรือ? นอกจากนี้คุณย่าเองก็เคยบอกว่าอยากใช้เขาเพื่อรับมือกับดอร์นไม่ใช่หรือ? มันคงน่าเสียดายหากจะยอมแพ้เร็วขนาดนี้”

ท่านหญิงโอเลนน่าหัวเราะเบา ๆ “เห็นหรือยังล่ะ ว่าทำไมเขาถึงกล้าร้องขออย่างอาจหาญเช่นนี้”

มาร์เจอรีถอนหายใจ ก่อนจะเดินเข้าไปกอดแขนของท่านหญิงโอเลนน่า “คุณย่า ช่วยสอนข้าทีว่าข้าควรทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี?”

ท่านหญิงโอเลนน่าลูบมือของหลานสาวเบา ๆ แทนคำตอบ ก่อนจะถามกลับว่า “แล้วเจ้าคิดอย่างไรกับแซมเวลล์ ทาร์ลี่?”

“ข้าว่าเขาไม่เหมือนข่าวลือเลย นอกจากเรื่องที่เขาอ้วนจริง ๆ แน่นอนข่าวลือบอกว่าเขาขี้ขลาด แต่ข้ากลับคิดว่าเขากล้าหาญกว่าที่คาดไว้เสียอีก ก็เขาขนาดกล้าขู่กรรโชกเงินจากตระกูลไทเรลล์เชียวนะ!”

“โอ้ เขายังกล้ายิ่งกว่านั้นอีกนะ . . .” ท่านหญิงโอเลนน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เขาถึงกับสั่งให้ฆ่าคนสนิทของท็อด ฟลาวเวอร์สเลยทีเดียว”

“ว่าไงนะ!?” มาร์เจอรีอุทาน

“ใช่แล้ว” ท่านหญิงโอเลนน่าอธิบายต่อ “ข้าเพิ่งได้รับจดหมายจากท็อดเอง เขาแจ้งมาว่าแซมเวลล์ฆ่าคาร์เตอร์ด้วยข้ออ้างที่ว่า ‘ใช้ดาบข่มขู่ขุนนาง’”

“เขา . . . เขากล้าฆ่าคาร์เตอร์จริง ๆ หรือ? แล้วท็อดไม่คิดจะเข้าไปขัดขวางเลยหรือ? เขาไม่กลัวว่าทหารจะไม่พอใจเลยหรือ?”

ท่านหญิงโอเลนน่าหยิบจดหมายออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นให้มาร์เจอรี “นี่เป็นคำให้การของท็อด อ่านด้วยตัวเจ้าเองเถิด”

เมื่อมาร์เจอรีกวาดสายตาอ่านจดหมาย ความประหลาดใจของนางก็ยิ่งเพิ่มขึ้น “ชายผู้นี้ทั้งเจ้าเล่ห์และเด็ดขาด ข่าวลือที่ข้าได้ยินมาก่อนหน้านี้ คงไม่ค่อยถูกต้องนัก”

สายตาของท่านหญิงโอเลนน่าแปรเปลี่ยนเป็นครุ่นคิด “สิ่งที่ทำให้ข้าประหลาดใจที่สุด คือความสามารถในการฝึกทหารของแซมเวลล์”

“ใช่เลย! เพียงแค่เดือนกว่า ๆ เขาก็สามารถเปลี่ยนพวกกรรมกรท่าเรือให้กลายเป็นทหารที่มีระเบียบวินัยได้ มันแทบไม่น่าเชื่อเลย”

“แรนดิลล์ ทาร์ลี่ ฝึกเขามาอย่างดีจริง ๆ” ท่านหญิงโอเลนน่าพึมพำ แต่คิ้วของนางขมวดเล็กน้อย “กล้าหาญ เด็ดขาด เจ้าเล่ห์ และเชี่ยวชาญด้านการทหาร แซมเวลล์มีคุณสมบัติครบถ้วนของทายาทที่เหมาะสม แล้วเหตุใดกันที่ทำให้แรนดิลล์ไม่พอใจลูกชายผู้นี้ ถึงกับตั้งใจจะตัดเขาออกจากมรดก?”

“บางที เขาอาจจะแค่คิดว่าแซมเวลล์อ้วนเกินไป”

“พ่อของเจ้าน่ะมัน ‘ปลาปักเป้าพองลม’ ชัด ๆ แต่ก็ไม่เห็นจะเป็นอุปสรรคให้เขากลายเป็นลอร์ดแห่งไฮการ์เดนเลยนี่”

“มันไม่เหมือนกันค่ะ” มาร์เจอรีตอบ แม้จะดูอึดอัดเล็กน้อย เพราะคำพูดเสียดสีของคุณย่าเล่นงานนางเข้าเต็ม ๆ “คำขวัญของตระกูลทาร์ลี่คือ ‘เป็นหนึ่งในสนามรบ’ บางทีลอร์ดแรนดิลล์อาจต้องการทายาทที่สามารถนำทัพได้จากแนวหน้า”

“อ้อ ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็คิดว่าแรนดิลล์เป็นแค่คนโง่เง่าบ้าพลังสินะ?”

“แน่นอนว่าไม่ค่ะ ลอร์ดแรนดิลล์เป็นหนึ่งในแม่ทัพที่เก่งกาจที่สุดแห่งเดอะรีช จะเรียกว่าไร้สมองไม่ได้หรอก เพียงแค่ลอร์ดแรนดิลล์ดูเหมือนจะชอบอยู่ในสนามรบมากกว่าคิดวางแผนลับ ๆ ล่อ ๆ เท่านั้นเอง”

“เจ้าก็ยังคิดว่าแรนดิลล์เป็นแค่คนเถื่อนอยู่ดี” ท่านหญิงโอเลนน่าไม่ลังเลเลยที่จะเจาะจงลงไปในคำพูดอ้อมค้อมของหลานสาว “แรนดิลล์ไม่ใช่นักวางแผนรึ? ฟังนะ ตอนกบฏของโรเบิร์ต บาราเธียนลุกขึ้นต่อต้านทาร์แกเรียน ชนะศึกแล้วศึกเล่า และสามารถกวาดชัยถึงสามครั้งในวันเดียวที่ซัมเมอร์ฮอลล์ แต่พอมาเจอแรนดิลล์ ทาร์ลี่ ที่แอชฟอร์ด เขาก็แพ้ราบคาบ ต้องหนีหัวซุกหัวซุนขึ้นเหนือไป จากนั้นกองทัพของเดอะรีชก็รุกคืบเข้าสู่ดินแดนพายุ โอบล้อมสตอร์มส์เอนด์ เจ้าจำได้ไหมว่าการล้อมเมืองครั้งนั้นกินเวลานานแค่ไหน?”

“ถ้าจำไม่ผิด . . . หนึ่งปีกว่า”

“ใช่ หนึ่งปีกว่า! แล้วสุดท้ายพวกเขาก็ยังยึดเมืองไม่ได้” ท่านหญิงโอเลนน่ามองดวงตาสีน้ำตาลของหลานสาวที่เบิกกว้างขึ้นด้วยรอยยิ้ม “แล้วเจ้าจำได้ไหมว่าอะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฝ่ายสตอร์มแลนเดอร์รอดพ้นจากการล้อมเมือง?”

“ค่ะ . . .” มาร์เจอรีเอ่ยช้า ๆ พลางคิดตาม “เป็นเพราะดาวอส ซีเวิร์ธที่ลักลอบขนเรือบรรทุกหัวหอมเข้าไปในสตอร์มส์เอนด์ ทำให้วิกฤตอาหารคลี่คลายทันก่อนที่ลอร์ดเอ็ดดาร์ดจะมาถึง นั่นเป็นเหตุผลที่สแตนนิสแต่งตั้งเขาเป็น ‘อัศวินหัวหอม’”

ท่านหญิงโอเลนน่าแสยะยิ้มเยาะ “แล้วเจ้าลองคิดดูสิ ว่าดาวอสสามารถพาเรือลำนั้นฝ่าการปิดล้อมเข้าไปได้อย่างไร? ในตอนนั้นกองเรือของไฮทาวเวอร์จำนวนสองร้อยลำปิดกั้นทุกเส้นทางเข้าท่าเรือของสตอร์มส์เอนด์ แล้วเรือลำน้อย ๆ ของดาวอสมันบินได้หรืออย่างไร?”

คิ้วของมาร์เจอรีขมวดเข้าหากัน ราวกับเริ่มจะเข้าใจอะไรบางอย่าง

ท่านหญิงโอเลนน่ายังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงลึกลับ “ข้าจะบอกความลับให้เจ้าฟัง ระหว่างที่มีการล้อมเมือง แรนดิลล์ ทาร์ลี่ เคยเขียนจดหมายมาหาข้า บอกว่าสตอร์มส์เอนด์กำลังจะหมดเสบียงแล้ว”

มาร์เจอรีกระพริบตาด้วยความประหลาดใจ คุณย่าของนางไม่ได้อยู่ในสมรภูมิด้วยซ้ำ แล้วทำไมแรนดิลล์ถึงต้องเสียเวลาส่งข่าวมาหานางที่อยู่ไกลถึงไฮการ์เดน? แต่เมื่อนึกถึงเรื่องของอัศวินหัวหอม นางก็เริ่มเข้าใจ

เมื่อเห็นสีหน้าของหลานสาว ท่านหญิงโอเลนน่าก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจ “ใช่แล้ว หลังจากได้รับจดหมายของแรนดิลล์ ข้าจึงส่งจดหมายของข้าไปหาพักซ์เตอร์ เรดไวน์”

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 12

คัดลอกลิงก์แล้ว