เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 2

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 2

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 2


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 2 พิธีอัศวิน

“ขออภัยที่ให้รอ ลอร์ดทาร์ลี่, แซมเวลล์, ดิกคอน” มาร์เจอรีจับกระโปรงขึ้นเล็กน้อยและโค้งคำนับอย่างสง่างาม รอยยิ้มเจิดจ้าของนางทำให้ห้องโถงอัศวินสว่างไสวขึ้น

แซมเวลล์มองเพียงแวบเดียวก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง สตรีผู้งามเลิศนี้ไม่ใช่ผู้ที่เขาจะมีสิทธิ์หมายปอง อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ในตอนนี้!

แต่ดิกคอนน้องชายของเขากลับจ้องมองดอกกุหลาบแสนสวยตรงหน้าโดยไม่สนใจว่าเขาจะดูเสียมารยาทเพียงใด ทำให้แรนดิลล์กระแอมเสียงดัง ทำให้บุตรชายผู้ตกอยู่ในภวังค์แห่งความหลงใหลกลับมามีสติ ก่อนจะหันไปถามมาร์เจอรีว่า “ท่านลอร์ดจะมาถึงเมื่อใด?”

มาร์เจอรีเผยสีหน้ารู้สึกผิด ก่อนตอบว่า “บิดาของข้ารู้สึกไม่สบายในวันนี้ จึงไม่สามารถมาได้ ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง”

แรนดิลล์ขมวดคิ้ว “ถ้าเช่นนั้น พวกเราคงต้องเลื่อนนัดออกไปก่อน”

ทว่ามาร์เจอรีกลับส่ายหน้า ก่อนจะหยิบม้วนเอกสารออกมาและส่งยิ้มให้ “ไม่จำเป็นต้องเลื่อน บิดาของข้าได้ลงนามในตราสารมอบที่ดินแล้ว และมอบหมายให้ข้านำมาให้ท่าน”

“แล้วพิธีอัศวินล่ะ?”

“ข้าจะเป็นผู้ทำพิธีแทนบิดาของข้าเอง”

บรรยากาศในห้องโถงอัศวินเงียบลงทันที ดิกคอนยังคงมีสีหน้างุนงง แต่ทั้งแรนดิลล์และแซมเวลล์ต่างเข้าใจได้ทันทีว่า ลอร์ดเมซ ไทเรลล์ ตั้งใจหลีกเลี่ยงการพบพวกเขา ซึ่งก็มิใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะหลังจากหลายปีแห่งการพัฒนาและขยายอาณาเขต เดอะรีชแทบไม่มีที่ดินว่างเหลืออยู่อีกต่อไป ทำให้ดินแดนที่สามารถขอครอบครองได้ก็คงมีเพียงพื้นที่กันดารตามแนวชายแดน เช่น เทือกเขาเรดเมาน์เทน

ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นถิ่นทุรกันดารที่แท้จริง เต็มไปด้วยโจรป่าและพวกบุกปล้น หากแม้จะมีศักยภาพในการพัฒนา แต่การก่อตั้งอาณาเขตที่นั่นก็เป็นงานที่ท้าทายเกินกว่าคนทั่วไปจะรับมือได้ และไหนจะชื่อเสียงของบุตรชายคนโตผู้ขี้ขลาดของตระกูลทาร์ลี่นั้นที่เป็นที่รู้กันดีในหมู่ขุนนางแห่งเดอะรีชอีก มันย่อมไม่มีใครเชื่อว่าแซมเวลล์จะสามารถพัฒนาอาณาเขตใหม่ได้แน่นอน

ส่วนเหตุผลที่ลอร์ดเมซยอมมอบตราสารให้ก็คงเป็นเพราะแรนดิลล์เดินทางมาร้องขอด้วยตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นการมอบตราสารยังก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทางศักดินา ซึ่งตามหลักแล้วลอร์ดเมซควรจะเป็นผู้แต่งตั้งแซมเวลล์เป็นอัศวินด้วยตนเอง แต่เห็นได้ชัดว่าลอร์ดไม่ต้องการให้แซมเวลล์เป็นอัศวินในสังกัดของเขา ดังนั้นเขาจึงแสร้งทำเป็นป่วย และส่งบุตรสาวมาเป็นผู้ทำพิธีแทน

แรนดิลล์พอจะเข้าใจถึงความไม่เต็มใจของลอร์ดเมซ แต่ถ้าหากลอร์ดเมซส่งบุตรชายคนโตของตนเอง วิลลัส ไทเรลล์มาเป็นตัวแทนบางทีเขาอาจยอมรับได้ แต่การให้มาร์เจอรีเป็นผู้ทำพิธีนั้น หญิงสาวคนหนึ่งจะมีสิทธิ์แต่งตั้งอัศวินได้อย่างไร? การกระทำเช่นนี้เป็นการดูถูกเกินกว่าที่ลอร์ดแรนดิลล์จะอดทนรับได้ แม้ว่าผู้ถูกดูแคลนจะเป็นบุตรชายที่เขาเองก็ไม่ชื่นชอบก็ตาม

แรนดิลล์จ้องมองมาร์เจอรีด้วยสายตาเย็นชา แสดงความโกรธออกมาอย่างชัดเจนโดยไม่คิดปิดบัง ทว่ามาร์เจอรียังคงรักษารอยยิ้มอ่อนโยน ไร้เดียงสา ราวกับไม่รับรู้ถึงความไม่พอใจของเขา

เมื่อบรรยากาศภายในห้องเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดแซมเวลล์ก็เป็นผู้ทำลายความเงียบ “ถ้าเช่นนั้น ท่านหญิงมาร์เจอรี ข้าขอฝากให้ท่านเป็นผู้ทำพิธี”

แม้เขาจะรู้สึกถึงความอัปยศ แต่แซมเวลล์ก็รู้ว่าความโกรธของคนไร้อำนาจนั้นไม่มีความหมาย นอกจากนี้เขายังไม่ลืมเป้าหมายที่แท้จริงของการมาที่นี่ ตราสารที่ดิน!

เขาจะไม่ปล่อยให้อารมณ์ทำให้เขาสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะชีวิตที่ผ่านมาสอนให้เขารู้จักอดทนเมื่อจำเป็น

เมื่อได้ยินเช่นนั้น มาร์เจอรีมองเขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาและกล่าวว่า “เช่นนั้น เรามาเริ่มกันเถอะ”

แรนดิลล์มองบุตรชายด้วยสายตาเต็มไปด้วยความดูแคลน ราวกับจะพูดว่า ‘เจ้ากล้ายอมรับการแต่งตั้งเป็นอัศวินจากสตรีเช่นนั้นหรือ?’

แต่เมื่อแซมเวลล์เป็นผู้ตอบรับเอง เขาก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก

มาร์เจอรีก้าวขึ้นไปบนแท่นสูง ณ เบื้องหน้าห้องโถง ขณะที่แซมเวลล์คุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้านาง พร้อมกับแสงอาทิตย์ลอดผ่านเพดานกระจกสี ส่องลงมาสร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่ทันใดนั้นแซมเวลล์จะชักดาบของตนออกมาและยื่นขึ้นเหนือศีรษะด้วยสองมือ

ในขณะที่มาร์เจอรีกำลังจะรับดาบ ทันใดนั้นแรนดิลล์ก็พูดขัดขึ้นมาก่อนว่า “อัศวินทายาทแห่งตระกูลทาร์ลี่ต้องใช้ ดาบฮาร์ตส์เบน เท่านั้น”

เคร้ง!

แรนดิลล์ชักดาบยาวขนาดมหึมาออกจากเอว แล้วยื่นมันให้มาร์เจอรี

ดาบเหล็กวาเลเรียน ฮาร์ตส์เบน เป็นสมบัติล้ำค่าที่ตกทอดในตระกูลทาร์ลี่มากว่าห้าร้อยปี มีน้ำหนักกว่า 30 ปอนด์ หนักเกินกว่าที่นักรบผู้แข็งแกร่งที่สุดบางคนจะใช้ในสนามรบได้อย่างคล่องแคล่ว ส่วนสำหรับสตรีชนชั้นสูงที่ได้รับการทะนุถนอมมาเป็นอย่างดีนั้น มันคงยากที่จะยกมันขึ้นมาได้ด้วยซ้ำ เห็นได้ชัดว่าลอร์ดแรนดิลล์ตั้งใจจะทำให้มาร์เจอรีขายหน้า เพื่อระบายความไม่พอใจของเขา

แต่ทว่ามาร์เจอรีกลับเพียงยิ้ม และยื่นมือเรียวขาวออกไป

แกร้ง!

ปลายดาบแตะพื้นหินอ่อนส่งเสียงก้อง แต่นางยังคงจับด้ามดาบแน่น ก่อนที่นางจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ และใช้แรงทั้งหมดที่มียกดาบขึ้นและแตะลงบนไหล่ของแซมเวลล์

“อืม . . . ดาบของตระกูลทาร์ลี่ช่างน่าประทับใจ สมแล้วที่ลอร์ดแรนดิลล์สามารถครองชัยในสนามรบได้”

มาร์เจอรีกล่าวชมเชยเล็กน้อย ซึ่งลอร์ดแรนดิลล์ตอบกลับเพียงแค่เสียง “ฮึ!” ก่อนจะถอยออกไป

มาร์เจอรีก้มลงมองอัศวินที่คุกเข่าเบื้องหน้า เตรียมกล่าวคำสาบาน แต่แล้วนางก็หยุดชะงักก่อนจะถามว่า “ว่าแต่ . . . เซอร์แซมเวลล์ ท่านตั้งใจจะใช้สกุลทาร์ลี่ต่อไป หรือจะตั้งสกุลใหม่?”

หลังจากได้รับสถานะขุนนางผู้บุกเบิก แซมเวลล์มีทางเลือกที่จะก่อตั้งตระกูลใหม่ แยกตัวออกจากตระกูลทาร์ลี่แห่ง ฮอร์นฮิลล์ อย่างเป็นทางการ

แซมเวลล์นิ่งไปชั่วขณะ เขาก้มหน้าลง พร้อมกับร่างกายที่เริ่มสั่นเล็กน้อย ทำให้มาร์เจอรีที่เห็นคิดว่าเขากำลังลำบากเพราะต้องแบกรับน้ำหนักของดาบ จึงช่วยประคองมันไว้มากขึ้น

แต่ในความเป็นจริงแล้วแซมเวลล์ไม่ได้สั่นเพราะน้ำหนักของดาบ แต่เป็นเพราะความตื่นเต้น เพราะในวินาทีนั้นเขาได้เห็นตัวอักษรสี่เหลี่ยมคุ้นตาที่ภาษาโลกเก่า ภาษาที่ไม่มีอยู่ในโลกนี้! โดยที่มุมขวาล่างของสายตา มันปรากฏแถวตัวอักษรประหลาดขึ้นทันทีที่พิธีเริ่มขึ้น ทำให้เขาต้องเพ่งสมาธิอย่างหนักเพื่ออ่านข้อความเหล่านั้นให้ชัดเจน

[แซมเวลล์ ทาร์ลี่]

[ตำแหน่ง : อัศวินผู้บุกเบิก]

[อาณาเขต : ไม่มี]

[ขุนนางใต้บัญชา : ไม่มี]

[พละกำลัง: 1.08]

[ความว่องไว: 0.52]

[พลังจิต : 1.12]

นี่มันอะไรกัน?

นี่มันแผงสถานะงั้นหรือ!?

ความยินดีแล่นพล่านไปทั่วร่างของแซมเวลล์รุนแรงราวหินถล่ม พังทลายความอดทนที่เขากดกลั้นมาตลอดตั้งแต่ย่างกรายเข้ามาในโลกใบนี้ ความโกรธ ความกลัว ความอัปยศ และความกังวลทั้งหมด ปะทุขึ้นเป็น เปลวเพลิงแห่งความทะเยอทะยาน!

ก่อนหน้านี้ เขาเพียงคิดจะใช้ความรู้จากเนื้อเรื่องเพื่อเอาชีวิตรอด พยายามหาที่พึ่งพิงที่มั่นคง และค่อย ๆ สั่งสมกำลังไปทีละน้อย แต่ตอนนี้มันเกิดความปรารถนาใหม่ขึ้นในใจของเขา บัลลังก์เหล็กอันบิดเบี้ยวและหยักแหลมที่หลอมขึ้นจากพันคมดาบ!

แซมเวลล์เงยหน้าขึ้น ดวงตาประสานเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของมาร์เจอรี โดยที่สายตาของเขามั่นคงและเต็มไปด้วยแรงผลักดัน “ข้าตัดสินใจแล้วว่าข้าจะใช้สกุลใหม่ ตั้งแต่นี้ไป ข้าคือ . . .”

“แซมเวลล์ ซีซาร์!”

มาร์เจอรีนิ่งค้างไปชั่วขณะ เพราะเพียงเสี้ยววินาทีก่อนหน้านี้นางคิดว่านางเห็น ‘ประกายไฟ’ ในดวงตาของชายตรงหน้า แต่นางก็รวบรวมสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว และหลังจากพิจารณาว่าสกุลที่เขาตั้งขึ้นนั้นไม่ซ้ำใคร นางก็ยิ้มอบอุ่น และกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ข้า มาร์เจอรี ไทเรลล์ บุตรีแห่งเมซ ไทเรลล์ ในนามของลอร์ดแห่งเดอะรีช ผู้พิทักษ์แดนใต้ และลอร์ดแห่งไฮการ์เด้น ขอแต่งตั้ง แซมเวลล์ ซีซาร์ เป็นอัศวินผู้บุกเบิก! และขอมอบดินแดนที่ไร้ผู้ครอบครองในเดอะรีชให้ท่านพัฒนา และมอบประชาชนที่ยังไร้พันธะให้ท่านคุ้มครอง ขอให้ ‘บิดา’ ประทานความยุติธรรมแก่ท่าน ขอให้ ‘มารดา’ ประทานความเมตตาแก่ท่าน ขอให้ ‘นักรบ’ ประทานความกล้าหาญแก่ท่าน ขอให้ ‘หญิงชรา’ ประทานสติปัญญาแก่ท่าน และขอให้ ‘ยมทูต’ ประทานชัยชนะเหนือศัตรูแก่ท่าน!”

“ข้า แซมเวลล์ ซีซาร์ ภายใต้สายตาแห่งเจ็ดเทพ ด้วยจิตวิญญาณของบรรพชนอันสูงส่ง การ์ธ กรีนแฮนด์ ขอให้สัตย์ปฏิญาณต่อลอร์ดเมซ ไทเรลล์! นับแต่นี้เป็นต้นไป พระประสงค์ของท่านจะเป็นคติแห่งข้า คมดาบของท่านจะเป็นเส้นทางของข้า ข้าขอสาบานจะปกป้องเกียรตินี้ด้วยชีวิต!”

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 2

คัดลอกลิงก์แล้ว