- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือแซมเวลล์ ทาร์ลี่
- ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 2
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 2
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 2
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 2 พิธีอัศวิน
“ขออภัยที่ให้รอ ลอร์ดทาร์ลี่, แซมเวลล์, ดิกคอน” มาร์เจอรีจับกระโปรงขึ้นเล็กน้อยและโค้งคำนับอย่างสง่างาม รอยยิ้มเจิดจ้าของนางทำให้ห้องโถงอัศวินสว่างไสวขึ้น
แซมเวลล์มองเพียงแวบเดียวก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง สตรีผู้งามเลิศนี้ไม่ใช่ผู้ที่เขาจะมีสิทธิ์หมายปอง อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ในตอนนี้!
แต่ดิกคอนน้องชายของเขากลับจ้องมองดอกกุหลาบแสนสวยตรงหน้าโดยไม่สนใจว่าเขาจะดูเสียมารยาทเพียงใด ทำให้แรนดิลล์กระแอมเสียงดัง ทำให้บุตรชายผู้ตกอยู่ในภวังค์แห่งความหลงใหลกลับมามีสติ ก่อนจะหันไปถามมาร์เจอรีว่า “ท่านลอร์ดจะมาถึงเมื่อใด?”
มาร์เจอรีเผยสีหน้ารู้สึกผิด ก่อนตอบว่า “บิดาของข้ารู้สึกไม่สบายในวันนี้ จึงไม่สามารถมาได้ ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง”
แรนดิลล์ขมวดคิ้ว “ถ้าเช่นนั้น พวกเราคงต้องเลื่อนนัดออกไปก่อน”
ทว่ามาร์เจอรีกลับส่ายหน้า ก่อนจะหยิบม้วนเอกสารออกมาและส่งยิ้มให้ “ไม่จำเป็นต้องเลื่อน บิดาของข้าได้ลงนามในตราสารมอบที่ดินแล้ว และมอบหมายให้ข้านำมาให้ท่าน”
“แล้วพิธีอัศวินล่ะ?”
“ข้าจะเป็นผู้ทำพิธีแทนบิดาของข้าเอง”
บรรยากาศในห้องโถงอัศวินเงียบลงทันที ดิกคอนยังคงมีสีหน้างุนงง แต่ทั้งแรนดิลล์และแซมเวลล์ต่างเข้าใจได้ทันทีว่า ลอร์ดเมซ ไทเรลล์ ตั้งใจหลีกเลี่ยงการพบพวกเขา ซึ่งก็มิใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะหลังจากหลายปีแห่งการพัฒนาและขยายอาณาเขต เดอะรีชแทบไม่มีที่ดินว่างเหลืออยู่อีกต่อไป ทำให้ดินแดนที่สามารถขอครอบครองได้ก็คงมีเพียงพื้นที่กันดารตามแนวชายแดน เช่น เทือกเขาเรดเมาน์เทน
ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นถิ่นทุรกันดารที่แท้จริง เต็มไปด้วยโจรป่าและพวกบุกปล้น หากแม้จะมีศักยภาพในการพัฒนา แต่การก่อตั้งอาณาเขตที่นั่นก็เป็นงานที่ท้าทายเกินกว่าคนทั่วไปจะรับมือได้ และไหนจะชื่อเสียงของบุตรชายคนโตผู้ขี้ขลาดของตระกูลทาร์ลี่นั้นที่เป็นที่รู้กันดีในหมู่ขุนนางแห่งเดอะรีชอีก มันย่อมไม่มีใครเชื่อว่าแซมเวลล์จะสามารถพัฒนาอาณาเขตใหม่ได้แน่นอน
ส่วนเหตุผลที่ลอร์ดเมซยอมมอบตราสารให้ก็คงเป็นเพราะแรนดิลล์เดินทางมาร้องขอด้วยตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นการมอบตราสารยังก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทางศักดินา ซึ่งตามหลักแล้วลอร์ดเมซควรจะเป็นผู้แต่งตั้งแซมเวลล์เป็นอัศวินด้วยตนเอง แต่เห็นได้ชัดว่าลอร์ดไม่ต้องการให้แซมเวลล์เป็นอัศวินในสังกัดของเขา ดังนั้นเขาจึงแสร้งทำเป็นป่วย และส่งบุตรสาวมาเป็นผู้ทำพิธีแทน
แรนดิลล์พอจะเข้าใจถึงความไม่เต็มใจของลอร์ดเมซ แต่ถ้าหากลอร์ดเมซส่งบุตรชายคนโตของตนเอง วิลลัส ไทเรลล์มาเป็นตัวแทนบางทีเขาอาจยอมรับได้ แต่การให้มาร์เจอรีเป็นผู้ทำพิธีนั้น หญิงสาวคนหนึ่งจะมีสิทธิ์แต่งตั้งอัศวินได้อย่างไร? การกระทำเช่นนี้เป็นการดูถูกเกินกว่าที่ลอร์ดแรนดิลล์จะอดทนรับได้ แม้ว่าผู้ถูกดูแคลนจะเป็นบุตรชายที่เขาเองก็ไม่ชื่นชอบก็ตาม
แรนดิลล์จ้องมองมาร์เจอรีด้วยสายตาเย็นชา แสดงความโกรธออกมาอย่างชัดเจนโดยไม่คิดปิดบัง ทว่ามาร์เจอรียังคงรักษารอยยิ้มอ่อนโยน ไร้เดียงสา ราวกับไม่รับรู้ถึงความไม่พอใจของเขา
เมื่อบรรยากาศภายในห้องเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดแซมเวลล์ก็เป็นผู้ทำลายความเงียบ “ถ้าเช่นนั้น ท่านหญิงมาร์เจอรี ข้าขอฝากให้ท่านเป็นผู้ทำพิธี”
แม้เขาจะรู้สึกถึงความอัปยศ แต่แซมเวลล์ก็รู้ว่าความโกรธของคนไร้อำนาจนั้นไม่มีความหมาย นอกจากนี้เขายังไม่ลืมเป้าหมายที่แท้จริงของการมาที่นี่ ตราสารที่ดิน!
เขาจะไม่ปล่อยให้อารมณ์ทำให้เขาสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะชีวิตที่ผ่านมาสอนให้เขารู้จักอดทนเมื่อจำเป็น
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มาร์เจอรีมองเขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาและกล่าวว่า “เช่นนั้น เรามาเริ่มกันเถอะ”
แรนดิลล์มองบุตรชายด้วยสายตาเต็มไปด้วยความดูแคลน ราวกับจะพูดว่า ‘เจ้ากล้ายอมรับการแต่งตั้งเป็นอัศวินจากสตรีเช่นนั้นหรือ?’
แต่เมื่อแซมเวลล์เป็นผู้ตอบรับเอง เขาก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก
มาร์เจอรีก้าวขึ้นไปบนแท่นสูง ณ เบื้องหน้าห้องโถง ขณะที่แซมเวลล์คุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้านาง พร้อมกับแสงอาทิตย์ลอดผ่านเพดานกระจกสี ส่องลงมาสร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่ทันใดนั้นแซมเวลล์จะชักดาบของตนออกมาและยื่นขึ้นเหนือศีรษะด้วยสองมือ
ในขณะที่มาร์เจอรีกำลังจะรับดาบ ทันใดนั้นแรนดิลล์ก็พูดขัดขึ้นมาก่อนว่า “อัศวินทายาทแห่งตระกูลทาร์ลี่ต้องใช้ ดาบฮาร์ตส์เบน เท่านั้น”
เคร้ง!
แรนดิลล์ชักดาบยาวขนาดมหึมาออกจากเอว แล้วยื่นมันให้มาร์เจอรี
ดาบเหล็กวาเลเรียน ฮาร์ตส์เบน เป็นสมบัติล้ำค่าที่ตกทอดในตระกูลทาร์ลี่มากว่าห้าร้อยปี มีน้ำหนักกว่า 30 ปอนด์ หนักเกินกว่าที่นักรบผู้แข็งแกร่งที่สุดบางคนจะใช้ในสนามรบได้อย่างคล่องแคล่ว ส่วนสำหรับสตรีชนชั้นสูงที่ได้รับการทะนุถนอมมาเป็นอย่างดีนั้น มันคงยากที่จะยกมันขึ้นมาได้ด้วยซ้ำ เห็นได้ชัดว่าลอร์ดแรนดิลล์ตั้งใจจะทำให้มาร์เจอรีขายหน้า เพื่อระบายความไม่พอใจของเขา
แต่ทว่ามาร์เจอรีกลับเพียงยิ้ม และยื่นมือเรียวขาวออกไป
แกร้ง!
ปลายดาบแตะพื้นหินอ่อนส่งเสียงก้อง แต่นางยังคงจับด้ามดาบแน่น ก่อนที่นางจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ และใช้แรงทั้งหมดที่มียกดาบขึ้นและแตะลงบนไหล่ของแซมเวลล์
“อืม . . . ดาบของตระกูลทาร์ลี่ช่างน่าประทับใจ สมแล้วที่ลอร์ดแรนดิลล์สามารถครองชัยในสนามรบได้”
มาร์เจอรีกล่าวชมเชยเล็กน้อย ซึ่งลอร์ดแรนดิลล์ตอบกลับเพียงแค่เสียง “ฮึ!” ก่อนจะถอยออกไป
มาร์เจอรีก้มลงมองอัศวินที่คุกเข่าเบื้องหน้า เตรียมกล่าวคำสาบาน แต่แล้วนางก็หยุดชะงักก่อนจะถามว่า “ว่าแต่ . . . เซอร์แซมเวลล์ ท่านตั้งใจจะใช้สกุลทาร์ลี่ต่อไป หรือจะตั้งสกุลใหม่?”
หลังจากได้รับสถานะขุนนางผู้บุกเบิก แซมเวลล์มีทางเลือกที่จะก่อตั้งตระกูลใหม่ แยกตัวออกจากตระกูลทาร์ลี่แห่ง ฮอร์นฮิลล์ อย่างเป็นทางการ
แซมเวลล์นิ่งไปชั่วขณะ เขาก้มหน้าลง พร้อมกับร่างกายที่เริ่มสั่นเล็กน้อย ทำให้มาร์เจอรีที่เห็นคิดว่าเขากำลังลำบากเพราะต้องแบกรับน้ำหนักของดาบ จึงช่วยประคองมันไว้มากขึ้น
แต่ในความเป็นจริงแล้วแซมเวลล์ไม่ได้สั่นเพราะน้ำหนักของดาบ แต่เป็นเพราะความตื่นเต้น เพราะในวินาทีนั้นเขาได้เห็นตัวอักษรสี่เหลี่ยมคุ้นตาที่ภาษาโลกเก่า ภาษาที่ไม่มีอยู่ในโลกนี้! โดยที่มุมขวาล่างของสายตา มันปรากฏแถวตัวอักษรประหลาดขึ้นทันทีที่พิธีเริ่มขึ้น ทำให้เขาต้องเพ่งสมาธิอย่างหนักเพื่ออ่านข้อความเหล่านั้นให้ชัดเจน
[แซมเวลล์ ทาร์ลี่]
[ตำแหน่ง : อัศวินผู้บุกเบิก]
[อาณาเขต : ไม่มี]
[ขุนนางใต้บัญชา : ไม่มี]
[พละกำลัง: 1.08]
[ความว่องไว: 0.52]
[พลังจิต : 1.12]
นี่มันอะไรกัน?
นี่มันแผงสถานะงั้นหรือ!?
ความยินดีแล่นพล่านไปทั่วร่างของแซมเวลล์รุนแรงราวหินถล่ม พังทลายความอดทนที่เขากดกลั้นมาตลอดตั้งแต่ย่างกรายเข้ามาในโลกใบนี้ ความโกรธ ความกลัว ความอัปยศ และความกังวลทั้งหมด ปะทุขึ้นเป็น เปลวเพลิงแห่งความทะเยอทะยาน!
ก่อนหน้านี้ เขาเพียงคิดจะใช้ความรู้จากเนื้อเรื่องเพื่อเอาชีวิตรอด พยายามหาที่พึ่งพิงที่มั่นคง และค่อย ๆ สั่งสมกำลังไปทีละน้อย แต่ตอนนี้มันเกิดความปรารถนาใหม่ขึ้นในใจของเขา บัลลังก์เหล็กอันบิดเบี้ยวและหยักแหลมที่หลอมขึ้นจากพันคมดาบ!
แซมเวลล์เงยหน้าขึ้น ดวงตาประสานเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของมาร์เจอรี โดยที่สายตาของเขามั่นคงและเต็มไปด้วยแรงผลักดัน “ข้าตัดสินใจแล้วว่าข้าจะใช้สกุลใหม่ ตั้งแต่นี้ไป ข้าคือ . . .”
“แซมเวลล์ ซีซาร์!”
มาร์เจอรีนิ่งค้างไปชั่วขณะ เพราะเพียงเสี้ยววินาทีก่อนหน้านี้นางคิดว่านางเห็น ‘ประกายไฟ’ ในดวงตาของชายตรงหน้า แต่นางก็รวบรวมสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว และหลังจากพิจารณาว่าสกุลที่เขาตั้งขึ้นนั้นไม่ซ้ำใคร นางก็ยิ้มอบอุ่น และกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ข้า มาร์เจอรี ไทเรลล์ บุตรีแห่งเมซ ไทเรลล์ ในนามของลอร์ดแห่งเดอะรีช ผู้พิทักษ์แดนใต้ และลอร์ดแห่งไฮการ์เด้น ขอแต่งตั้ง แซมเวลล์ ซีซาร์ เป็นอัศวินผู้บุกเบิก! และขอมอบดินแดนที่ไร้ผู้ครอบครองในเดอะรีชให้ท่านพัฒนา และมอบประชาชนที่ยังไร้พันธะให้ท่านคุ้มครอง ขอให้ ‘บิดา’ ประทานความยุติธรรมแก่ท่าน ขอให้ ‘มารดา’ ประทานความเมตตาแก่ท่าน ขอให้ ‘นักรบ’ ประทานความกล้าหาญแก่ท่าน ขอให้ ‘หญิงชรา’ ประทานสติปัญญาแก่ท่าน และขอให้ ‘ยมทูต’ ประทานชัยชนะเหนือศัตรูแก่ท่าน!”
“ข้า แซมเวลล์ ซีซาร์ ภายใต้สายตาแห่งเจ็ดเทพ ด้วยจิตวิญญาณของบรรพชนอันสูงส่ง การ์ธ กรีนแฮนด์ ขอให้สัตย์ปฏิญาณต่อลอร์ดเมซ ไทเรลล์! นับแต่นี้เป็นต้นไป พระประสงค์ของท่านจะเป็นคติแห่งข้า คมดาบของท่านจะเป็นเส้นทางของข้า ข้าขอสาบานจะปกป้องเกียรตินี้ด้วยชีวิต!”