เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 1

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 1

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 1


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือแซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 1 บุตรชายคนโตที่ถูกดูแคลน

ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เดอะรีชยังคงอบอวลไปด้วยแสงอาทิตย์อันแผดเผา ความร้อนรุนแรงจนทำให้อากาศดูเหมือนจะระริกไหว

ตอนนี้ฤดูร้อนที่ไม่สิ้นสุดนี้ได้ดำเนินมายาวนานถึงเจ็ดปี จนผู้คนเริ่มลืมเลือนความหนาวเย็นของฤดูหนาวไปทีละน้อย

เมื่อเดินตามเส้นทางโรสโร้ดลงไปทางใต้ จนถึงจุดตัดกับโอเชียนโร้ด จะสามารถมองเห็นนครที่งดงามที่สุดบนทวีปเวสเทอรอส ไฮการ์เดน!

ภายในปราสาทหินอ่อนสีขาวแห่งนี้เต็มไปด้วยประติมากรรมอันวิจิตร น้ำพุที่มีเอกลักษณ์ และดอกไม้นานาพันธุ์ที่ผลิบานสะพรั่ง และแน่นอนว่าต้องมีดอกกุหลาบสีทอง สัญลักษณ์ของตระกูลไทเรลล์ ผู้ปกครองปราสาทแห่งนี้!

กริ่ง! กริ่ง! กริ่ง!

เสียงระฆังดังขึ้นก้องกังวาน ขณะที่ร่างสามร่างเดินผ่านทางเดินคดเคี้ยวและเข้าสู่ห้องโถงอัศวิน แต่สัญลักษณ์บนอกเสื้อของพวกเขาไม่ใช่กุหลาบทอง หากแต่เป็นภาพนายพรานที่กำลังง้างคันธนู ตราสัญลักษณ์ของตระกูลทาร์ลี่

ชายที่เดินนำหน้าดูมีอายุราวสี่สิบปี ใบหน้าเคร่งขรึม ไม่เผยรอยยิ้ม เคราสั้นหยาบกระด้าง สวมเสื้อคลุมไหมสีเขียวเข้มขลิบด้วยขนสัตว์สีขาว ที่เอวมีดาบใหญ่สองมือสะพายอยู่ เขาคือ ลอร์ดแรนดิลล์ ทาร์ลี่ เจ้าแห่งฮอร์นฮิลล์!

เบื้องหลังของเขาคือบุตรชายทั้งสอง บุตรชายคนโต แซมเวลล์ ทาร์ลี่ และน้องชาย ดิกคอน ทาร์ลี่

พวกเขาทั้งสองได้รับมรดกเส้นผมสีดำ ดวงตาสีเทา และรูปร่างสูงใหญ่จากบิดา ทว่าแซมเวลล์กลับอ้วนเกินไป ใบหน้าของเขากลมจนทำให้โครงหน้าที่เคร่งขรึมของตระกูลทาร์ลี่ดูไร้ซึ่งความสง่างาม เสื้อคลุมชั้นสูงที่แซมเวลล์สวมอยู่ทำให้เขารู้สึกอึดอัดท่ามกลางความร้อน แต่เขาก็ไม่กล้าคลายคอเสื้อ จึงต้องอดทนต่อไป

พวกเขาทั้งสามยืนอยู่กลางห้องโถงอัศวินอย่างเงียบงัน พร้อมกับเวลาค่อย ๆ ผ่านไป จนดิกคอนเริ่มแสดงท่าทีหงุดหงิด เขาหันไปมองพี่ชายที่กำลังเหม่อลอย และอดไม่ได้ที่จะกระซิบถามว่า “พี่มองอะไรอยู่น่ะ?”

“เสาหิน” แซมเวลล์ตอบอย่างเลื่อนลอย

“เสาหินมีอะไรน่าดู?”

“นี่ไม่ใช่แค่เสาหินธรรมดา” ริมฝีปากของแซมเวลล์ยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาฉายแววคิดถึง “มันคือเสาหินที่บรรดานักขับขานเคยร้องสรรเสริญ”

“นักขับขาน? ข้าว่าเมื่อคืนพี่คงแอบออกไปดื่มอีกแล้วล่ะสิ . . .”

“เงียบ!” ลอร์ดแรนดิลล์หันมาจ้องลูกชายทั้งสองด้วยสายตาดุดัน

ดิกคอนรีบเงียบลงทันที ส่วนแซมเวลล์ก็ก้มศีรษะ แต่ภายในแววตาฉายแววโดดเดี่ยวและหม่นหมอง

สามเดือนแล้วที่เขามาอยู่ในโลกนี้ และความรู้สึกแปลกแยกก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ แต่เมื่อรู้ว่าตัวเองอยู่บนแผ่นดินเวสเทอรอส และกลายเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลทาร์ลี่ เขาก็ไม่มีเวลามานั่งจมจ่อมกับความรู้สึกของตัวเอง เพราะแซมเวลล์ ทาร์ลี่ แม้จะเป็นบุตรชายคนโตของลอร์ด แต่กลับเป็นบุตรที่บิดาของเขาดูแคลน

ในฐานะหนึ่งในแม่ทัพที่เก่งกาจที่สุดของเวสเทอรอส ลอร์ดแรนดิลล์ ทาร์ลี่เคยคว้าชัยชนะมานับไม่ถ้วน แต่ศึกที่โด่งดังที่สุดของเขาคือการเอาชนะโรเบิร์ต บาราเธียน ผู้ก่อตั้งราชวงศ์บาราเธียน ในยุทธการแอชฟอร์ด และนั่นก็เป็นเพียงความพ่ายแพ้ครั้งเดียวของกษัตริย์นักรบผู้นั้นตลอดทั้งสงคราม

ดังนั้นชายผู้หยิ่งทระนงและยึดถือในความแข็งแกร่งเช่นลอร์ดแรนดิลล์ ย่อมไม่อาจทนรับบุตรชายที่ขี้ขลาดและอ้วนท้วนเช่นนี้ได้ แม้ว่าแซมเวลล์จะมีข้อดีของตนเอง เขาเฉลียวฉลาด รักการอ่าน และมีจิตใจเมตตา แต่ลอร์ดแรนดิลล์ก็ยืนกรานว่า ทายาทของตระกูลต้องเป็นนักรบผู้กล้าหาญ ไม่ใช่นักปราชญ์

แซมเวลล์รู้ดีว่าตามเส้นเรื่องเดิม อีกไม่นานเขาจะถูกบิดาบังคับให้เข้าร่วมหน่วยพิทักษ์ราตรี กลายเป็นบุรุษที่ ‘ไม่มีภรรยา ไม่มีบุตร และไม่มีแผ่นดิน’ เพื่อเปิดทางให้ดิกคอนได้สืบทอดตำแหน่งแทน แต่เขาไม่ต้องการไปอยู่ที่นั่น!

ในตอนแรกแซมเวลล์พยายามเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง เขาควบคุมอาหาร ฝึกฝนร่างกาย และศึกษาศิลปะการต่อสู้และการขี่ม้า หวังว่าสักวันหนึ่งจะสามารถเอาชนะสายตาดูแคลนของบิดาได้ อย่างไรก็ตามเช่นเดียวกับที่น้ำหนักส่วนเกินของเขาไม่อาจลดลงได้ในชั่วข้ามคืน ความเห็นที่ฝังรากลึกของบิดาก็ไม่อาจเปลี่ยนไปได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

ก่อนที่เขาจะสร้างความก้าวหน้ามากนัก ความพยายามทั้งหมดก็พังทลายลงจากอุบัติเหตุพลัดตกจากหลังม้า โชคดีที่เขาไม่ได้ควบม้าด้วยความเร็วสูง และน้ำหนักตัวของเขาเองก็ช่วยลดแรงกระแทก อุบัติเหตุครั้งนั้นจึงไม่ได้คร่าชีวิตเขา แต่ก็ทำให้เขาต้องนอนซมอยู่บนเตียงนานกว่าหนึ่งเดือน

ครูฝึกม้าของตระกูลเรียกมันว่า ‘อุบัติเหตุที่โชคร้าย’ แต่แซมเวลล์กลับสงสัยว่ามีใครบางคนจงใจดัดแปลงอานม้าของเขา เพราะเห็นได้ชัดว่ามีคนไม่ต้องการให้บุตรชายคนโตผู้ไร้ประโยชน์ของตระกูลทาร์ลี่มีโอกาสกอบกู้สถานะของตนเองขึ้นมาได้

แซมเวลล์เองก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าใครเป็นผู้กระทำ แต่เขาก็มีข้อสงสัยของตนเองเช่นกัน ลอร์ดแรนดิลล์ถึงแม้จะดูแคลนเขามากเพียงใด แต่ก็คงไม่ลดตัวไปใช้วิธีสกปรกเช่นนี้ หากบิดาของเขาต้องการปลดเขาออกจากสิทธิ์ในมรดกก็คงพูดออกมาตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม

ส่วนดิกคอน น้องชายของเขายังอายุเพียงสิบสามปี หากในวัยนี้เขาสามารถวางแผนได้เจ้าเล่ห์ โหดเหี้ยม และเจนจัดถึงเพียงนี้ ก็คงเหมาะจะไปช่วงชิงบัลลังก์เหล็กมากกว่าถูกลืมเลือนไปตามเส้นเรื่องเดิม แต่ถึงแม้ว่าอาจไม่ใช่ฝีมือของดิกคอนโดยตรง ก็อาจเป็นฝีมือของคนใกล้ตัวเขา

ความล้มเหลวของแซมเวลล์เป็นที่ประจักษ์มานาน ไม่ใช่เพียงแค่ลอร์ดแรนดิลล์ที่เลิกหวังในตัวเขา แต่หลายคนในตระกูลก็เริ่มยอมรับให้ดิกคอนเป็นว่าที่เจ้าแห่งฮอร์นฮิลล์ ตรงกันข้ามกับแซมเวลล์ที่ถูกเมินเฉยและโดดเดี่ยว ดิกคอนกลับมีเครือข่ายของผู้สนับสนุนที่ภักดี

หากเขายังคงเป็นที่น่าอับอายของตระกูล เขาอาจอยู่รอดได้นานพอจนถึงวันที่ถูกบิดาบังคับให้ไปอยู่ที่กำแพง แต่ถ้าหากเขาพยายามพิสูจน์ตัวเองและทวงสิทธิ์ในฐานะทายาท เขาย่อมเผชิญกับการโจมตีไม่หยุดหย่อน และอาจถึงขั้นถูกลอบสังหาร!

หลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้น แซมเวลล์ก็เข้าใจได้ในที่สุดว่า เขาได้สูญเสียข้อได้เปรียบใด ๆ ในการช่วงชิงสิทธิ์สืบทอดตระกูลไปแล้ว และทุกความพยายามที่จะพลิกสถานการณ์ย่อมต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงร้ายแรง ดังนั้นในสถานการณ์เช่นนี้ การยอมแพ้อาจเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด

ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความรู้เกี่ยวกับอนาคตของเขาเอง เขามีข้อได้เปรียบสูงสุดในเกมชิงบัลลังก์ที่กำลังจะมาถึง และเขาจะยึดติดอยู่กับการต่อสู้ที่พ่ายแพ้ตั้งแต่ต้นเพียงเพื่อแย่งชิงฮอร์นฮิลล์ไปทำไม?

แต่ถึงเขาจะยอมละทิ้งสิทธิ์ เขาก็จะทำในแบบของตนเองและต้องได้รับผลประโยชน์ที่เหมาะสม มิใช่เพียงนั่งรอวันที่บิดาจะบังคับให้ไปอยู่ที่กำแพง ดังนั้นเมื่อเขาฟื้นตัว แซมเวลล์จึงเข้าไปพบบิดาและร้องขอเอกสารรับรองอย่างเป็นทางการ เพื่อยื่นขอที่ดินใหม่ในเดอะรีชจากลอร์ดสูงสุด เมซ ไทเรลล์

เมื่อได้ยินคำขอของบุตรชาย ลอร์ดแรนดิลล์ถึงกับคิดว่าตนฟังผิดไป เขาไม่เคยคาดคิดว่าลูกชายขี้ขลาดของตนจะมีความกล้าและความมุ่งมั่นเช่นนี้ ทำให้หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตอบตกลงในที่สุด เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากแซมเวลล์ออกไปก่อตั้งที่ดินใหม่ เท่ากับว่าเขายอมสละสิทธิ์ในฮอร์นฮิลล์โดยสมัครใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลอร์ดแรนดิลล์ต้องการมาโดยตลอด แถมเขาก็ไม่เชื่อจริง ๆ ว่าบุตรชายผู้ไร้ค่าของเขาจะสามารถพิชิตดินแดนใหม่ได้

แต่เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ หากแซมเวลล์ตายในกระบวนการนี้ เขาก็จะไม่มีความเสียใจ ตรงกันข้าม เขาคงจะพึงพอใจเสียด้วยซ้ำ เพราะนั่นจะเป็นจุดจบที่เหมาะสมสำหรับลูกชายของตระกูลทาร์ลี่ ด้วยเหตุนี้เองนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่ไฮการ์เดนของบิดาและบุตรชายทั้งสอง

ตึก . . .  ตึก . . . ตึก . . .

เสียงฝีเท้าที่ชัดเจนดังก้อง และเมื่อแซมเวลล์หันไปมอง เขาก็เห็นเงาสีแดงก้าวเข้ามาในห้องโถงอัศวิน มันคือเงาของหญิงสาวที่งดงาม ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนอ่อนโยนราวกับตากวาง นางสวมชุดไหมสีแดงที่ขับเน้นสัดส่วนอันอ้อนแอ้นสง่างาม เรือนผมหยิกสีน้ำตาลอ่อนนุ่มสยายคลออยู่บนบ่า ผิวขาวราวหิมะของนางดูเปล่งประกายเมื่ออยู่ท่ามกลางเนื้อผ้าสีแดง ใบหน้าของนางอ่อนหวานและงดงามจนยากจะลืมเลือน

นางคือ มาร์เจอรี ไทเรลล์ ธิดาของลอร์ดเมซ ไทเรลล์ . . . ดอกกุหลาบแห่งไฮการ์เดน!

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว