- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 96
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 96
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 96
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 96 ทาร์เทอร์พรินซ์ (เจ้าชายรุ่งริ่ง)
“แค่เลี้ยวตรงหน้าอีกหนึ่งครั้งก็ถึงแล้ว” เมริสกล่าว พลางชี้ทางให้วิเซริส ก่อนจะหยุดอยู่ข้างหลังเพื่ออยู่เป็นเพื่อนแดเนริส
วิเซริสเดินไปยังประตูห้องของกัปตันเฒ่า เคาะประตู และโค้งตัวอย่างสุภาพก่อนเดินเข้าไป ซึ่งในความคิดของเขาทาร์เทอร์ดพรินซ์เป็นชายผู้มีสัญชาตญาณอันเฉียบคม ในเรื่องราวต้นฉบับเมื่อแดเนริสทำสงครามกับเหล่าเกรทมาสเตอร์สและไวส์มาสเตอร์สในอ่าวทาส ทาร์เทอร์ดพรินซ์ก็เป็นคนที่มองเห็นถึงความเปราะบางของเหล่านายทาสได้อย่างแม่นยำ ทำให้เขามั่นใจว่าแม่มังกรจะเป็นฝ่ายชนะในท้ายที่สุด เขาจึงส่งทหารรับจ้างชาวเวสเทอรอสของเขาไปติดต่อกับนาง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่พิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของเขา เพราะแดเนริสสามารถยึดอำนาจในอ่าวทาสได้จริง ๆ
“ท่านผู้บัญชาการ” วิเซริสเอ่ยทักด้วยความเคาร
“ท่านลอร์ดวิเซริส เชิญนั่ง” ทาร์เทอร์ดพรินซ์ตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ชายทั้งสองจ้องมองกันข้ามโต๊ะ กัปตันเฒ่าเป็นนักรบผู้ช่ำชอง แผ่กลิ่นอายของหนังสัตว์และเหล็กกล้าออกมา ซึ่งแตกต่างจากชายชราทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ทว่าขณะมองวิเซริส เขากลับรู้สึกสับสนอยู่ชั่วครู่ หนุ่มน้อยตรงหน้าเขาดูไม่เกินสิบหกปี แต่กลับมีท่วงท่าทางที่สุขุมเยือกเย็นและเต็มเปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมราวกับนักรบที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน การก้าวเดินที่มั่นคง และสายตาที่แน่วแน่ของเขาสะท้อนถึงประสบการณ์ในสนามรบที่เกินวัยไปมาก
‘นี่อาจเป็นสิ่งที่บางคนเรียกว่า ‘ทหารรับจ้างโดยกำเนิด’ หรือเปล่า?’ ทาร์เทอร์ดพรินซ์ไม่มีคำจำกัดความที่ชัดเจนสำหรับสิ่งนี้ แต่เขาก็เริ่มตระหนักว่าเขาอาจประเมินวิเซริสต่ำไป อย่างไรก็ตามความประทับใจนี้จะเป็นจริงหรือไม่นั้นต้องรอดูกันต่อไป
“ข้าขอถามเจ้าสักสองสามข้อได้หรือไม่?” กัปตันเอ่ยถาม
“แน่นอน” วิเซริสตอบ
วิเซริสนึกย้อนถึงประสบการณ์การเป็นทหารรับจ้างในชีวิตก่อน และคาดเดาว่าคำถามที่เขาจะได้รับอาจเป็นการทดสอบค่านิยมและความภักดี เช่น ‘หากเราทำสงครามกับแผ่นดินเกิดของเจ้า เจ้าจะปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่ลังเลหรือไม่?’ หรือ ‘ในสถานการณ์ที่จำเป็น เจ้ากล้าลงมือสังหารสตรีและเด็กหรือไม่?’ ซึ่งเขาคิดว่าตัวเองพร้อมสำหรับทุกคำถามที่กัปตันเฒ่าอาจจะโยนมาให้แน่นอน
แต่คำถามของกัปตันกลับทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย
“เจ้าคิดอย่างไรเกี่ยวกับการล้างแค้น?”
วิเซริสนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลของกัปตัน และเขาก็เข้าใจในทันที นี่เป็นคำถามที่เป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง ทาร์เทอร์ดพรินซ์เคยหนีออกจากเพนทอสเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสังเวย และการตัดสินใจนั้นนำมาซึ่งหายนะต่อครอบครัวของเขา ทำให้เขาหวังจะกลับไปยึดเพนทอสและล้างแค้นมาโดยตลอด เช่นเดียวกับวิเซริสที่มุ่งมั่นจะทวงคืนเวสเทอรอสและล้างแค้นให้บิดากับพี่เขยของเขา เรียกได้ว่าเป้าหมายของทั้งสองช่างคล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาด
นี่เป็นเรื่องของ ‘ค่านิยม’ อย่างแท้จริง!
“สำหรับข้า การล้างแค้นเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาคุณธรรมของสังคม” วิเซริสกล่าวขึ้นอย่างช้า ๆ
กัปตันเฒ่าเอนตัวไปข้างหน้าอย่างสนใจ เป็นสัญญาณให้วิเซริสพูดต่อ
“หากมีใครชกท่าน แล้วท่านปล่อยให้เขารอดไปได้โดยไม่ตอบโต้ เขาก็จะไปชกคนอื่นต่อไป หากมีคนฆ่าครอบครัวของท่านและแย่งชิงทุกอย่างไป แล้วท่านไม่ล้างแค้น พวกมันก็จะฆ่าและแย่งชิงต่อไปเรื่อย ๆ ดังนั้นการแก้แค้นและการตอบโต้ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่ชอบธรรม แต่ยังเป็นสิ่งที่ยุติธรรม คำว่า ‘การให้อภัย’ เป็นเพียงคำลวงที่คนอ่อนแอใช้ปลอบใจตนเองเท่านั้น”
ในขณะที่วิเซริสพูด ดวงตาของทาร์เทอร์ดพรินซ์ก็เปล่งประกายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่าเขาถูกปลุกให้กลับมามีแรงผลักดันอีกครั้ง เขาไม่เคยล้มเลิกความต้องการล้างแค้น แต่คำพูดของวิเซริส ราวกับช่วยเติมไฟให้ความตั้งใจของเขากลับมาโหมกระหน่ำอีกครั้ง
กัปตันเฒ่าพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ หลังจากถกเถียงเรื่องการล้างแค้นกันอีกเล็กน้อย เขาก็กล่าวว่า “ข้ารับทราบเงื่อนไขของเจ้าแล้ว และวินด์โบนสามารถยอมรับมันได้ แต่ข้ามีคำถามหนึ่งข้อ”
“เชิญถาม” วิเซริสตอบ
“ด้วยฝีมือของเจ้า กองทัพโกลเดนก็น่าจะยื่นข้อเสนอที่ดีกว่าให้กับเจ้า ทำไมเจ้าถึงไม่เลือกพวกมัน?”
วิเซริสหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “ท่านอาจไม่เคยได้ยินเรื่อง ‘งานเลี้ยงแห่งมงกุฎ’ ซึ่งข้าได้รับฉายาว่า ‘ราชาขอทาน’ ก็เพราะพวกนั้น เป้าหมายของข้าคือโค่นพวกมันลงในสักวัน ไม่ใช่ร่วมมือกับพวกมัน”
แม้คำตอบของเขาจะฟังดูดุดันไปบ้าง แต่ก็ไม่มีข้อบกพร่องชัดเจน อย่างไรก็ตามทาร์เทอร์ดพรินซ์ผู้คร่ำหวอดในวงการมานานย่อมรู้ดีว่ายังมีบางสิ่งที่วิเซริสไม่ได้พูดออกมา และเขาก็เข้าใจดีว่าบางคนเข้าร่วมกองทหารรับจ้างเพียงเพราะมันเป็นหนทางหนึ่งไปสู่เป้าหมาย และไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีไปกว่าเขา
กัปตันเฒ่าพยักหน้าเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ “ข้าคิดว่าเมริสน่าจะพูดถึงกองพันที่ 7 กับเจ้าแล้วใช่ไหม?”
“ใช่ นางพูดถึงมัน” วิเซริสตอบ
“เจ้าสนใจหรือไม่?”
“ข้าจะลองดู”
เมื่อข้อตกลงเสร็จสิ้น วิเซริสและวินด์โบนก็ได้ลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการ ข้อแรกของสัญญานั้นโดดเด่นเป็นพิเศษ ‘กัปตันมีสิทธิ์ลงโทษผู้แปรพักตร์และคนทรยศในทุกวิถีทางที่เขาเห็นสมควร’ ทำให้วิเซริส นึกถึงเรื่องเล่าของพ่อครัวของวินด์โบน ผู้ซึ่งเคยแปรพักตร์โดยให้เหตุผลว่าอาหารที่ทำออกมานั้นเลวร้ายเกินจะทนได้ เป็นผลให้ทาร์เทอร์ดพรินซ์ลงโทษเขาด้วยการตัดขาทั้งสองข้าง และบังคับให้เขากินมันเอง ซึ่งเรื่องน่าแปลกประหลาดก็คือชายคนนั้นยังคงทำหน้าที่เป็นพ่อครัวต่อไป และคุณภาพของอาหารของวินด์โบนก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่นั้นมา เห็นได้ชัดว่าภายใต้กัปตันผู้นี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก ‘เจ้าจะรับแครอท หรือไม่ก็ไม้เรียว’
นอกจากนี้สัญญายังระบุรายละเอียดเกี่ยวกับค่าตอบแทนและการแบ่งปันของที่ริบมาได้ เช่น ตำแหน่งนายทหารสามารถลงทุนในอุปกรณ์ของตนเองได้ และจะได้รับส่วนแบ่งจากของที่ยึดมาได้ตามสัดส่วนการลงทุน เรียกได้ว่าไม่แปลกใจเลยที่เขาจะมาจากเพนทอส เพราะนโยบายนี้ช่างคล้ายคลึงกับระบบแบ่งผลกำไร และวิธีนี้ก็สามารถช่วยสร้างทีมที่ภักดีได้ในระดับหนึ่ง
เมื่อพิจารณาถึงสภาพอุปกรณ์ของกองพันที่ 7 ที่อาจย่ำแย่ วิเซริสก็คิดว่าเขาอาจต้องขอความช่วยเหลือจากอิลลิริโอ ชายแก่คนนั้นไม่ได้รับแม้แต่เหรียญทองจากเขามานานแล้ว
ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งที่วิเซริสยอมรับตำแหน่งผู้บังคับบัญชากองพันที่ 7 ก็คือสมาชิกส่วนใหญ่มาจากเวสเทอรอส เช่น ‘สไปเดอร์ เวบเบอร์’ นายทหารคนปัจจุบัน ชายที่ถูกตระกูลของเขาขับไล่และต้องลี้ภัยมายังนครเสรี แต่ก็ยังโหยหาการกลับไปยังมาตุภูมิ
โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างทีมก็คือ ‘ค่านิยมร่วม’ โดยการเข้าควบคุมกองพันที่ 7 วิเซริสได้มองเห็นโอกาสที่จะรวบรวมผู้จงรักภักดีเพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ ‘การทวงคืนเวสเทอรอส’ ในอนาคต
“เราจะออกจากไทโรชในอีกสามวัน ข้าจะให้เมริสจัดหาที่พักให้เจ้า ระหว่างนี้เจ้าสามารถสำรวจเมืองได้ตามสบาย” กัปตันเฒ่ากล่าว
“ขอบคุณ ข้าขอตัวก่อน” วิเซริสตอบ ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อออกจากห้อง
แต่ในขณะที่เขากำลังจะเดินออกไป กัปตันเฒ่าก็กล่าวเสริมขึ้นมาว่า “อ้อ แล้วเราจะไม่รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยของน้องสาวเจ้าด้วย”
“แน่นอน ข้าจะดูแลนางเอง”
“ดี นั่นคือทั้งหมดที่ข้าจะพูด”
ในขณะเดียวกันแม้ว่ารีจิสจะยังคงพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ ทาร์เทอร์ดพรินซ์ก็ยังคงเซ็นสัญญาหนึ่งปีกับเขาและโจราห์ แต่เขาไม่รับไคลาเนื่องจากเขาไม่มีความจำเป็นต้องใช้มือสังหาร
“ยังเช้าอยู่ ไปที่วิหารเทพเจ้าสามเศียรกันเถอะ” วิเซริสเสนอไอเดียขึ้นมา
เนื่องจาก เทพเจ้าสามเศียร เป็นความเชื่อหลักของไทโรช เขาจึงอยากรู้ว่ามันมีอะไรที่เป็นเอกลักษณ์บ้าง และหากวิหารแห่งนี้มีอายุย้อนกลับไปถึงยุควาลีเรีย บางทีระบบของเขาอาจแสดงปฏิกิริยาบางอย่าง
โปรดติดตามตอนต่อไป …