เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 96

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 96

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 96


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 96 ทาร์เทอร์พรินซ์ (เจ้าชายรุ่งริ่ง)

“แค่เลี้ยวตรงหน้าอีกหนึ่งครั้งก็ถึงแล้ว” เมริสกล่าว พลางชี้ทางให้วิเซริส ก่อนจะหยุดอยู่ข้างหลังเพื่ออยู่เป็นเพื่อนแดเนริส

วิเซริสเดินไปยังประตูห้องของกัปตันเฒ่า เคาะประตู และโค้งตัวอย่างสุภาพก่อนเดินเข้าไป ซึ่งในความคิดของเขาทาร์เทอร์ดพรินซ์เป็นชายผู้มีสัญชาตญาณอันเฉียบคม ในเรื่องราวต้นฉบับเมื่อแดเนริสทำสงครามกับเหล่าเกรทมาสเตอร์สและไวส์มาสเตอร์สในอ่าวทาส ทาร์เทอร์ดพรินซ์ก็เป็นคนที่มองเห็นถึงความเปราะบางของเหล่านายทาสได้อย่างแม่นยำ ทำให้เขามั่นใจว่าแม่มังกรจะเป็นฝ่ายชนะในท้ายที่สุด เขาจึงส่งทหารรับจ้างชาวเวสเทอรอสของเขาไปติดต่อกับนาง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่พิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของเขา เพราะแดเนริสสามารถยึดอำนาจในอ่าวทาสได้จริง ๆ

“ท่านผู้บัญชาการ” วิเซริสเอ่ยทักด้วยความเคาร

“ท่านลอร์ดวิเซริส  เชิญนั่ง” ทาร์เทอร์ดพรินซ์ตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ชายทั้งสองจ้องมองกันข้ามโต๊ะ กัปตันเฒ่าเป็นนักรบผู้ช่ำชอง แผ่กลิ่นอายของหนังสัตว์และเหล็กกล้าออกมา ซึ่งแตกต่างจากชายชราทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ทว่าขณะมองวิเซริส เขากลับรู้สึกสับสนอยู่ชั่วครู่ หนุ่มน้อยตรงหน้าเขาดูไม่เกินสิบหกปี แต่กลับมีท่วงท่าทางที่สุขุมเยือกเย็นและเต็มเปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมราวกับนักรบที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน การก้าวเดินที่มั่นคง และสายตาที่แน่วแน่ของเขาสะท้อนถึงประสบการณ์ในสนามรบที่เกินวัยไปมาก

‘นี่อาจเป็นสิ่งที่บางคนเรียกว่า ‘ทหารรับจ้างโดยกำเนิด’ หรือเปล่า?’ ทาร์เทอร์ดพรินซ์ไม่มีคำจำกัดความที่ชัดเจนสำหรับสิ่งนี้ แต่เขาก็เริ่มตระหนักว่าเขาอาจประเมินวิเซริสต่ำไป อย่างไรก็ตามความประทับใจนี้จะเป็นจริงหรือไม่นั้นต้องรอดูกันต่อไป

“ข้าขอถามเจ้าสักสองสามข้อได้หรือไม่?” กัปตันเอ่ยถาม

“แน่นอน” วิเซริสตอบ

วิเซริสนึกย้อนถึงประสบการณ์การเป็นทหารรับจ้างในชีวิตก่อน และคาดเดาว่าคำถามที่เขาจะได้รับอาจเป็นการทดสอบค่านิยมและความภักดี เช่น ‘หากเราทำสงครามกับแผ่นดินเกิดของเจ้า เจ้าจะปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่ลังเลหรือไม่?’ หรือ ‘ในสถานการณ์ที่จำเป็น เจ้ากล้าลงมือสังหารสตรีและเด็กหรือไม่?’ ซึ่งเขาคิดว่าตัวเองพร้อมสำหรับทุกคำถามที่กัปตันเฒ่าอาจจะโยนมาให้แน่นอน

แต่คำถามของกัปตันกลับทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย

“เจ้าคิดอย่างไรเกี่ยวกับการล้างแค้น?”

วิเซริสนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลของกัปตัน และเขาก็เข้าใจในทันที นี่เป็นคำถามที่เป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง ทาร์เทอร์ดพรินซ์เคยหนีออกจากเพนทอสเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสังเวย และการตัดสินใจนั้นนำมาซึ่งหายนะต่อครอบครัวของเขา ทำให้เขาหวังจะกลับไปยึดเพนทอสและล้างแค้นมาโดยตลอด เช่นเดียวกับวิเซริสที่มุ่งมั่นจะทวงคืนเวสเทอรอสและล้างแค้นให้บิดากับพี่เขยของเขา เรียกได้ว่าเป้าหมายของทั้งสองช่างคล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาด

นี่เป็นเรื่องของ ‘ค่านิยม’ อย่างแท้จริง!

“สำหรับข้า การล้างแค้นเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาคุณธรรมของสังคม” วิเซริสกล่าวขึ้นอย่างช้า ๆ

กัปตันเฒ่าเอนตัวไปข้างหน้าอย่างสนใจ เป็นสัญญาณให้วิเซริสพูดต่อ

“หากมีใครชกท่าน แล้วท่านปล่อยให้เขารอดไปได้โดยไม่ตอบโต้ เขาก็จะไปชกคนอื่นต่อไป หากมีคนฆ่าครอบครัวของท่านและแย่งชิงทุกอย่างไป แล้วท่านไม่ล้างแค้น พวกมันก็จะฆ่าและแย่งชิงต่อไปเรื่อย ๆ ดังนั้นการแก้แค้นและการตอบโต้ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่ชอบธรรม แต่ยังเป็นสิ่งที่ยุติธรรม คำว่า ‘การให้อภัย’ เป็นเพียงคำลวงที่คนอ่อนแอใช้ปลอบใจตนเองเท่านั้น”

ในขณะที่วิเซริสพูด ดวงตาของทาร์เทอร์ดพรินซ์ก็เปล่งประกายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่าเขาถูกปลุกให้กลับมามีแรงผลักดันอีกครั้ง เขาไม่เคยล้มเลิกความต้องการล้างแค้น แต่คำพูดของวิเซริส ราวกับช่วยเติมไฟให้ความตั้งใจของเขากลับมาโหมกระหน่ำอีกครั้ง

กัปตันเฒ่าพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ หลังจากถกเถียงเรื่องการล้างแค้นกันอีกเล็กน้อย เขาก็กล่าวว่า “ข้ารับทราบเงื่อนไขของเจ้าแล้ว และวินด์โบนสามารถยอมรับมันได้ แต่ข้ามีคำถามหนึ่งข้อ”

“เชิญถาม” วิเซริสตอบ

“ด้วยฝีมือของเจ้า กองทัพโกลเดนก็น่าจะยื่นข้อเสนอที่ดีกว่าให้กับเจ้า ทำไมเจ้าถึงไม่เลือกพวกมัน?”

วิเซริสหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “ท่านอาจไม่เคยได้ยินเรื่อง ‘งานเลี้ยงแห่งมงกุฎ’ ซึ่งข้าได้รับฉายาว่า ‘ราชาขอทาน’ ก็เพราะพวกนั้น เป้าหมายของข้าคือโค่นพวกมันลงในสักวัน ไม่ใช่ร่วมมือกับพวกมัน”

แม้คำตอบของเขาจะฟังดูดุดันไปบ้าง แต่ก็ไม่มีข้อบกพร่องชัดเจน อย่างไรก็ตามทาร์เทอร์ดพรินซ์ผู้คร่ำหวอดในวงการมานานย่อมรู้ดีว่ายังมีบางสิ่งที่วิเซริสไม่ได้พูดออกมา และเขาก็เข้าใจดีว่าบางคนเข้าร่วมกองทหารรับจ้างเพียงเพราะมันเป็นหนทางหนึ่งไปสู่เป้าหมาย และไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีไปกว่าเขา

กัปตันเฒ่าพยักหน้าเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ “ข้าคิดว่าเมริสน่าจะพูดถึงกองพันที่ 7 กับเจ้าแล้วใช่ไหม?”

“ใช่ นางพูดถึงมัน” วิเซริสตอบ

“เจ้าสนใจหรือไม่?”

“ข้าจะลองดู”

เมื่อข้อตกลงเสร็จสิ้น วิเซริสและวินด์โบนก็ได้ลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการ ข้อแรกของสัญญานั้นโดดเด่นเป็นพิเศษ ‘กัปตันมีสิทธิ์ลงโทษผู้แปรพักตร์และคนทรยศในทุกวิถีทางที่เขาเห็นสมควร’ ทำให้วิเซริส นึกถึงเรื่องเล่าของพ่อครัวของวินด์โบน ผู้ซึ่งเคยแปรพักตร์โดยให้เหตุผลว่าอาหารที่ทำออกมานั้นเลวร้ายเกินจะทนได้ เป็นผลให้ทาร์เทอร์ดพรินซ์ลงโทษเขาด้วยการตัดขาทั้งสองข้าง และบังคับให้เขากินมันเอง ซึ่งเรื่องน่าแปลกประหลาดก็คือชายคนนั้นยังคงทำหน้าที่เป็นพ่อครัวต่อไป และคุณภาพของอาหารของวินด์โบนก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่นั้นมา เห็นได้ชัดว่าภายใต้กัปตันผู้นี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก ‘เจ้าจะรับแครอท หรือไม่ก็ไม้เรียว’

นอกจากนี้สัญญายังระบุรายละเอียดเกี่ยวกับค่าตอบแทนและการแบ่งปันของที่ริบมาได้ เช่น ตำแหน่งนายทหารสามารถลงทุนในอุปกรณ์ของตนเองได้ และจะได้รับส่วนแบ่งจากของที่ยึดมาได้ตามสัดส่วนการลงทุน เรียกได้ว่าไม่แปลกใจเลยที่เขาจะมาจากเพนทอส เพราะนโยบายนี้ช่างคล้ายคลึงกับระบบแบ่งผลกำไร และวิธีนี้ก็สามารถช่วยสร้างทีมที่ภักดีได้ในระดับหนึ่ง

เมื่อพิจารณาถึงสภาพอุปกรณ์ของกองพันที่ 7 ที่อาจย่ำแย่ วิเซริสก็คิดว่าเขาอาจต้องขอความช่วยเหลือจากอิลลิริโอ ชายแก่คนนั้นไม่ได้รับแม้แต่เหรียญทองจากเขามานานแล้ว

ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งที่วิเซริสยอมรับตำแหน่งผู้บังคับบัญชากองพันที่ 7 ก็คือสมาชิกส่วนใหญ่มาจากเวสเทอรอส เช่น ‘สไปเดอร์ เวบเบอร์’ นายทหารคนปัจจุบัน ชายที่ถูกตระกูลของเขาขับไล่และต้องลี้ภัยมายังนครเสรี แต่ก็ยังโหยหาการกลับไปยังมาตุภูมิ

โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างทีมก็คือ ‘ค่านิยมร่วม’ โดยการเข้าควบคุมกองพันที่ 7 วิเซริสได้มองเห็นโอกาสที่จะรวบรวมผู้จงรักภักดีเพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ ‘การทวงคืนเวสเทอรอส’ ในอนาคต

“เราจะออกจากไทโรชในอีกสามวัน ข้าจะให้เมริสจัดหาที่พักให้เจ้า ระหว่างนี้เจ้าสามารถสำรวจเมืองได้ตามสบาย” กัปตันเฒ่ากล่าว

“ขอบคุณ ข้าขอตัวก่อน” วิเซริสตอบ ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อออกจากห้อง

แต่ในขณะที่เขากำลังจะเดินออกไป กัปตันเฒ่าก็กล่าวเสริมขึ้นมาว่า “อ้อ แล้วเราจะไม่รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยของน้องสาวเจ้าด้วย”

“แน่นอน ข้าจะดูแลนางเอง”

“ดี นั่นคือทั้งหมดที่ข้าจะพูด”

ในขณะเดียวกันแม้ว่ารีจิสจะยังคงพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ ทาร์เทอร์ดพรินซ์ก็ยังคงเซ็นสัญญาหนึ่งปีกับเขาและโจราห์ แต่เขาไม่รับไคลาเนื่องจากเขาไม่มีความจำเป็นต้องใช้มือสังหาร

“ยังเช้าอยู่ ไปที่วิหารเทพเจ้าสามเศียรกันเถอะ” วิเซริสเสนอไอเดียขึ้นมา

เนื่องจาก เทพเจ้าสามเศียร เป็นความเชื่อหลักของไทโรช เขาจึงอยากรู้ว่ามันมีอะไรที่เป็นเอกลักษณ์บ้าง และหากวิหารแห่งนี้มีอายุย้อนกลับไปถึงยุควาลีเรีย บางทีระบบของเขาอาจแสดงปฏิกิริยาบางอย่าง

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 96

คัดลอกลิงก์แล้ว