เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 94

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 94

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 94


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 94 ศึกกลางมหาสมุทร

‘เกิดอะไรขึ้น? ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่กองเรือพวกนี้โผล่มาข้างหลังข้า?’ ความคิดของบาแลนด์สับสนวุ่นวายด้วยความไม่เชื่อ ‘นี่ข้าถูกซุ่มโจมตีอย่างนั้นหรือ? แต่พวกมันประสานงานกันได้ยังไง? แล้วเรือของตระกูลซาลีนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?’

ความสับสนและตกตะลึงเล่นงานบาแลนด์จนเขาเริ่มเสียสมาธิ แต่ตอนนี้มันก็ไม่มีใครให้คำตอบเขาได้แล้ว คำสั่งตะโกนดังไปทั่วเรือ ขณะที่ลูกธนูพุ่งผ่านอากาศราวกับฝูงตั๊กแตน

“ดึงสาย . . .”

“ปล่อย!”

เสียงหวีดแหลมของลูกธนูแหวกอากาศดังก้องไปทั่วสนามรบ

อย่างไรก็ตามวิเซริสก็ยังไม่หวั่นไหว เขาพุ่งเข้าสู่จุดที่การต่อสู้ดุเดือดที่สุด ง้าวในมือฟาดฟันเป็นวงกว้าง และทุกครั้งที่เขาตวัดอาวุ โจรสลัดสามคนก็จะล้มลงราวกับหุ่นเชิดที่เชือกขาด

บาแลนด์กวาดตามองความโกลาหลรอบตัว และเริ่มสัมผัสได้ว่ากำลังใจของลูกเรือเขากำลังพังทลาย ทันใดนั้นความคิดที่จะล่าถอยก็แวบขึ้นมาในหัว แต่ก่อนที่เขาจะได้ออกคำสั่ง ร่างมืดร่างหนึ่งก็ร่วงลงมาจากท้องฟ้า กระแทกลงบนดาดฟ้าเรือของเขาด้วยเสียงดังสนั่น พร้อมกับความเย็นวาบแล่นไปตามกระดูกสันหลังของบาแลนด์ เพราะเบื้องหน้าของเขาคือร่างของนักรบผู้มีเส้นผมสีเงิน สวมเกราะดำที่ประทับตรามังกรสามหัวสีแดงเพลิงกำลังยืนอยู่

“วิเซริส ทาร์แกเรียน!” บาแลนด์ผงะถอยหลังไปอย่างหวาดกลัว ก่อนจะตะโกนออกคำสั่ง “ฆ่ามันเร็วเข้า!”

แต่ไม่มีใครขยับ ทุกคนต่างได้เห็นกับตาว่าวิเซริสโหดเหี้ยมเพียงใด โลหิตยังหยดจากง้าวในมือของเขาเป็นสายเตือนถึงความสยดสยองที่เขาหว่านไว้ ซึ่งผู้โชคร้ายที่ต้องเผชิญหน้ากับเขาล้วนถูกบดขยี้ หรือถูกกระแทกจนกระดูกสันหลังหักเหมือนกิ่งไม้เปราะ

จากที่ไกลออกไปจาลิฟาห์เฝ้าสังเกตฉากนั้นด้วยความตื่นตะลึง ‘ข้าเคยเห็นพลังเช่นนี้จากเพียงคนเดียว . . . โดรโก จ้าวม้าศึก! นักรบแบบนี้จะมีได้ก็แต่ในหมู่โดธรากี ที่ซึ่งความแข็งแกร่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด . . .’

การบุกทะลวงของวิเซริสทำให้ขวัญของพวกโจรสลัดแตกกระเจิง ก่อนที่จาลิฟาห์จะฉวยโอกาสนี้นำกองกำลังของเขาพุ่งจู่โจมใส่ทันที ไม่นานนักพวกโจรสลัดที่เหลือก็ยอมจำนนแทบทั้งหมด

. . .

“ไอ้เวรเอ๊ย! เจ้ายังไม่ตายจริง ๆ ด้วย!”

ทันทีที่ศึกจบลง วิเซริสก็รีบพุ่งเข้าไปหารีจิส เขาคิดว่าเพื่อนของเขาคงแข็งทื่อไปแล้ว แต่กลับพบว่ารีจิสกำลังนั่งคุยกับโจราห์เสียอย่างนั้น!

แม้ว่ามีดสั้นจะฝากบาดแผลลึกไว้ที่คอของเขา แต่มันกลับพลาดจุดสำคัญอย่างหลอดลมและเส้นเลือดใหญ่ไปได้อย่างหวุดหวิด และตราบใดที่ไม่ติดเชื้อรีจิสก็จะรอดแน่นอน

เมื่อแน่ใจว่าชีวิตของรีจิสปลอดภัย และแดเนริสก็ไม่ได้รับอันตราย วิเซริสจึงไปสมทบกับเมริสและจาลิฟาห์ เพื่อสอบปากคำพวกโจรสลัดที่ถูกจับได้

จากการค้นหาศพพวกโจรสลัดก็มีผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่คนเท่านั้น บาแลนด์ หัวหน้าโจรสลัด กัปตันหนึ่งคน และต้นเรือสองคน ส่วนกัปตันอีกคนและต้นเรืออีกสามคนตายหรือหายสาบสูญไปในทะเลแล้ว

“เจ้าได้เกราะพวกนี้มาจากที่ไหน?” จาลิฟาห์ถามเสียงกร้าว

แน่นอนว่าคำตอบของบาแลนด์เป็นไปตามคาด จากตระกูลเฟรการ์

“เจ้าเกี่ยวข้องกับการจู่โจมพวกเวบเบอร์ที่ทะเลสาบชิลด์เมื่อหกเดือนที่แล้วหรือไม่?” ดิกถาม ขณะที่แขนที่ถูกพันผ้ายังเตือนเขาถึงบาดแผลจากเหตุการณ์นั้น

“ไม่เลยนายท่าน” บาแลนด์ตอบ “หกเดือนที่แล้ว ข้าอยู่ที่แอกซ์”

ทะเลสาบชิลด์อยู่ทางใต้ของเอสซอส ส่วนแอกซ์อยู่ทางเหนือคำกล่าวอ้างนี้สามารถตรวจสอบได้ง่าย

“บอกเหตุผลดี ๆ สักข้อว่าทำไมเราถึงไม่ควรฆ่าเจ้า” เมริสพูดเสียงเย็น พร้อมกับเหลือบมองไปที่บาดแผลของดิกด้วยแววตาแข็งกร้าว

“ข้ามีเงินฝากอยู่ในธนาคารที่ไทโรช” บาแลนด์เสนอ “ข้าซื้อชีวิตข้าได้”

นี่เป็นกลยุทธ์ที่พวกโจรสลัดใช้กันบ่อย ๆ กับกองทัพเรือและพวกโจรสลัดด้วยกันในเมืองเสรี แต่คราวนี้ ข้อเสนอของเขาดูจะไม่มีน้ำหนักมากพอ หญิงสาวผมบลอนด์ที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นเบื้องหน้าเขา ไม่ใช่คนที่จะถูกล่อลวงด้วยทองคำง่าย ๆ

เมื่อเห็นว่าเงินไม่สามารถช่วยชีวิตตนเองได้ และจับสังเกตได้จากท่าทางของทุกคน โดยเฉพาะเมริสที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง บาแลนด์จึงรีบเสนอทางเลือกอื่น “ข้ามีข้อมูลเกี่ยวกับพวกโจรสลัดในแม่น้ำรอยน์”

จากคำถามของดิกก่อนหน้านี้ บาแลนด์คาดเดาว่ากลุ่มโจรสลัดที่รอยน์อาจเคยก่อเรื่องไม่ดีไว้กับทหารรับจ้างพวกนี้ เขาหวังว่าจะสามารถใช้ข้อมูลนี้แลกกับชีวิตของตนเอง เพราะสำหรับพวกโจรสลัดแล้ว ไม่มีความภักดี มีเพียงการเอาตัวรอดเท่านั้น พวกเขาแทบไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ และการทรยศเพื่อนโจรไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

ดังนั้นจากข้อมูลของบาแลนด์พวกเขาจึงได้รู้ว่าโจรสลัดในแม่น้ำรอยน์ ทะเลแคบ และแม้แต่พวกที่มาจากทะเลหยกและทะเลอัสดงกำลังวางแผนรวมตัวกันในช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งอีกประมาณสี่ถึงห้าเดือนข้างหน้า การรวมตัวนี้เป็นตลาดค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า และมีข่าวลือว่าอาจมีอาวุธหายากอย่าง ดาบเหล็กวาลีเรียน และแม้กระทั่งไข่มังกรปรากฏขึ้นในการประมูล

แม้ว่าความเป็นไปได้ของการมีอยู่ของไข่มังกรจะยังน่าสงสัย แต่ดาบเหล็กวาลีเรียนนั้นมีผู้พบเห็นมาแล้วอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามเมริสไม่ได้รู้สึกประทับใจกับ ‘ข้อมูล’ ของบาแลนด์เลย พวกเขารู้อยู่แล้วเกี่ยวกับกิจกรรมของเหล่าโจรสลัดบางส่วน แต่แม้จะรู้ก็ใช่ว่าจะทำอะไรได้ การรวมตัวของโจรสลัดครั้งนี้มีจำนวนมากมายมหาศาล เรือของพวกมันจอดกันแน่นขนัด มีชายฉกรรจ์นับพัน ทำให้ถึงมีกองทัพเรือที่เข้ามาก็ไม่อาจต้านทานได้

โดยสถานที่ที่พวกมันเลือกซ่อนตัวนั้นทั้งลึกลับและกันดาร กองทัพใหญ่ไม่สามารถเข้าไปถึง ส่วนกองกำลังเล็ก ๆ ก็จะถูกฆ่าทิ้งหมดสิ้น

ดังนั้นสรุปแล้วข้อมูลของบาแลนด์ไร้ค่าโดยสิ้นเชิง!

ในขณะที่เมริสกำลังเตรียมจะประหารบาแลนด์และเอาหัวของเขาไปแขวนไว้ที่หัวเรือเพื่อเป็นคำเตือน จาลิฟาห์ก็เข้ามาขัดจังหวะ “ท่านหญิง ท่านจะฆ่าพวกที่เหลือตามใจเจ้าได้ แต่ข้าต้องเอาหมอนี่กลับไป”

จาลิฟาห์มีเหตุผลของตัวเอง ไม่ใช่แค่เพื่อบาแลนด์ แต่ยังรวมถึงชุดเกราะที่พวกโจรสลัดสวมใส่ด้วย

ชุดเกราะเป็นทรัพยากรทางยุทธศาสตร์ ยิ่งพวกเขามีสะสมไว้มากเท่าไร โอกาสรอดในช่วงเวลาคับขันก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้เกราะและพวกโจรสลัดยังสามารถใช้เป็นหลักฐานในการเล่นงานตระกูลเฟรการ์ แม้จะไม่สามารถทำอันตรายพวกนั้นโดยตรงได้ แต่มันจะทำให้ชื่อเสียงของพวกเขาเสื่อมเสีย และอาจขัดขวางไม่ให้ทอร์โมหรือบุตรชายของเขาลงสมัครเป็นซีลอร์ดคนต่อไปได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่จาลิฟาห์ตกลงกับวิเซริสไว้ล่วงหน้า

สุดท้ายพวกเขาจึงแบ่งของที่ริบมาได้ระหว่างกัน

จาลิฟาห์รับตัวหัวหน้าโจรสลัดบางคนและชุดเกราะไป ส่วนเรือและเสบียงตกเป็นของเมริส แม้ว่านางจะสูญเสียลูกเรือไปเกือบยี่สิบคนในศึกนี้ แต่ของที่ปล้นมาได้ก็ชดเชยความสูญเสียได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ แค่เรือยาวสามลำก็น่าจะขายได้ถึงสามถึงสี่พันเหรียญทองมังกรแล้ว

หลังจากนั้นเมริสก็สั่งให้ตัดหัวโจรสลัดห้าสิบหัวมาแขวนไว้ที่เรือเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ ร่างไร้วิญญาณเหล่านั้นแกว่งไปมา ส่งเสียงกระทบกันดังคล้ายกระดิ่งลมแห่งความตาย ขณะที่กองเรือเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปยังไทโรช

โดยระหว่างที่แล่นเรือวิเซริสก็ใช้โอกาสนี้สอบถามเกี่ยวกับพวกเวบเบอร์

“เมื่อประมาณครึ่งปีก่อน เราเคยปะทะกับ ‘กองทัพสหายแมวป่า’ ที่ทะเลสาบชิลด์ บลัดเบียร์ดกับพวกโจรสลัดอีกกลุ่มหนึ่งซุ่มโจมตีพวกเรา”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 94

คัดลอกลิงก์แล้ว