เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 93

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 93

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 93


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 93 เพิ่งออกจากหมู่บ้านเริ่มต้น

“ระวัง! เรือศัตรูกำลังเข้าใกล้!”

“ระวัง! เรือศัตรูกำลังเข้าใกล้!”

“ระวัง! . . .”

ลูกเรือบางคนที่สายตาเฉียบคมเป็นกลุ่มแรกที่มองเห็นเรือโจรสลัดกำลังเข้าประชิด ทำให้พวกเขารีบลดเสียงลงกระซิบบอกพวกพ้อง ไม่นานนักทุกคนก็สามารถเห็นพวกโจรสลัดได้จากช่องว่างระหว่างราวกั้นของเรือ และเมื่อทุกคนเริ่มขยับเปลี่ยนตำแหน่ง เสียงเกราะกระทบกันก็ดังแผ่วเบา

“ไอออนฮุค!” เมริสพึมพำออกมาเมื่อเห็นธงของพวกมัน

“ไอออนฮุค?” วิเซริสถามด้วยความสงสัย

“พวกมันไม่ได้ปล้นแค่ในทะเลแคบเท่านั้น แต่ยังบุกปล้นไปถึงลุ่มแม่น้ำล่างของแม่น้ำรอยน์ด้วย” เมริสอธิบาย

บริเวณลุ่มแม่น้ำรอยน์ตอนล่างอยู่ภายใต้การควบคุมของโวลันทิส ซึ่งเป็นหนึ่งในเก้าเมืองเสรีและเป็นเมืองที่ทรงอำนาจที่สุดเมืองหนึ่ง การที่พวกโจรสลัดกลุ่มนี้สามารถอาละวาดได้อย่างอุกอาจขนาดนี้แสดงว่าพวกมันไม่ใช่กลุ่มกระจอกแน่นอน

“ข้าจะปล่อยให้ท่านจัดการตรงนี้ ข้าจะไปดูฝั่งกราบซ้ายของเรือ” เมริสกล่าว

“เข้าใจแล้ว” วิเซริสตอบพร้อมกำง้าวของเขาแน่น เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าการสัมผัสรสชาติของสนามรบครั้งแรกของเขาจะเกิดขึ้นกลางทะเล

พวกโจรสลัดที่กำลังเข้าใกล้ดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษเช่นกัน เมื่อพวกมันเห็นว่าเรือเงียบผิดปกติ พวกมันจึงคิดว่านี่เป็นสัญญาณของการ ‘ไม่ทันตั้งตัว’

เมื่อระยะห่างลดลง พวกมันก็เหวี่ยงตะขอเกี่ยวขึ้นมาบนราวเรืออย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกันโจราห์ก็เหลือบมองไปทางวิเซริส แล้วก็ต้องตกตะลึงกับท่าทีของเขา เด็กหนุ่มกำลังเผชิญหน้ากับศึกแรกในชีวิต แต่ลมหายใจของเขากลับมั่นคง สีหน้าสงบนิ่ง ราวกับว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ช่างแตกต่างจากรีจิสที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ซึ่งกำลังตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด และนี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ส่วนวิเซริสนั้นกลับยืนเคี้ยวเนื้อแห้งอย่างสบายใจ

เมื่อตะขอเกี่ยวเริ่มตึง พวกโจรสลัดก็ตะเกียกตะกายไต่ขึ้นมา และเกาะเรือไว้แน่นเหมือนจักจั่นเกาะต้นไม้ ในขณะที่ทุกคนบนเรือต่างกลั้นหายใจรอคำสั่งของเมริส และไม่มีใครขยับแม้แต่น้อย

เมริสหันไปมองดิกที่ยืนอยู่ในตำแหน่งสูง และเมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสม ดิกก็ยกมือขึ้นแนบปาก แล้วเป่าเสียงนกหวีดดังลั่น

“ยิง!” เมริสสั่ง

ทันใดนั้นลูกเรือกว่า 30 คนที่ซุ่มอยู่ก็ยืนขึ้นพร้อมกันและปล่อยลูกธนูสังหาร!

หัวหน้าของพวกโจรสลัดแสยะยิ้มเย้ยหยันในตอนแรก แต่จู่ ๆ สีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปทันทีเมื่อสายฝนแห่งความตายโปรยลงมา

“เราถูกซุ่มโจมตี!” หัวหน้าโจรสลัดตะโกนลั่น แต่ตอนนี้เขาไม่มีทางถอยแล้ว ด้วยจำนวนเกือบ 200 คน เทียบกับลูกเรือของเรือวินด์โบลนที่มีไม่ถึง 80 คน พวกมันเชื่อมั่นว่าตนเองจะชนะแน่นอน เพราะพวกมันมีเกราะ มีอาวุธ และจำนวนที่เหนือกว่า

“ปีนขึ้นไป! บุกเข้าไปให้หมด!” โจรสลัดผิวเข้มตะโกนสั่ง

ในขณะที่การต่อสู้เริ่มดุเดือด วิเซริสยืนอยู่ตรงกลางสนามรบ ร่างของเขาโดดเด่นภายใต้แสงจันทร์ อาวุธที่เขาถืออยู่ไม่ใช่ดาบอย่างที่ใครหลายคนคาดคิด แต่เป็นง้าวด้ามยาว

แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่หัวหน้ากลุ่มโจรจ้องมองมา ลูกน้องของมันเจ็ดถึงแปดคนก็ถูกซัดกระเด็นไปแล้ว และหนึ่งในนั้นถึงกับถูกกระแทกจนลอยขึ้นกลางอากาศก่อนจะตกกระแทกพื้นอย่างแรง

แน่นอนว่าหัวหน้าโจรยังไม่รู้เลยว่าชายที่กำลังสร้างความวุ่นวายให้กับกองทัพของมันคือ ‘ราชาขอทาน’ วิเซริส เพราะในหัวของมันคิดว่าวิเซริสน่าจะเป็นนักดาบ เนื่องจากเขาเป็นถึงแชมป์การประลองดาบ

แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็คือไม่มีใครกล้าเข้าใกล้วิเซริสแม้แต่น้อย รัศมีรอบตัวเขาห้าถึงหกเมตรกลายเป็นเขตหวงห้ามโดยสมบูรณ์

โจราห์ซึ่งมีสัญชาตญาณการรบอันเฉียบแหลม รีบขยับตัวไปอยู่ด้านหลังของวิเซริสใช้เขาเป็นเหมือนโล่กำบัง ในขณะเดียวกันก็ฟาดฟันศัตรูรอบตัวไปด้วย

ส่วนแดเนริสซึ่งจำคำสอนของวิเซริสได้ว่า ‘ยิงแล้วขยับ’ ก็ใช้หน้าไม้ของนางล้มศัตรูไปแล้วไม่น้อยกว่าสามคน

วิเซริสมองไปรอบ ๆ และสังเกตเห็นว่าทิศทางอื่นกำลังเข้าขั้นวิกฤติ พวกเขากำลังเสี่ยงที่จะถูกตัดขาดและล้อมโจมตีโดยพวกโจรสลัด และหากปล่อยไว้แบบนี้พวกเขาอาจจะไม่สามารถต้านทานได้นานพอจนกว่ากำลังเสริมของจาลิฟาห์จะมาถึง

พวกเขาไม่สามารถต่อสู้กับโจรสลัดเกือบ 200 คนได้ด้วยตัวเอง และถึงแม้วิเซริสอาจจะแข็งแกร่ง แต่เขายังห่างไกลจากคำว่า ‘ราชาที่แท้จริง’

‘เราต้องหาทางลดแรงกดดันลงบ้าง’ วิเซริสคิด พลางดึงหน้ากากกลับไปด้านหลัง ถอดหมวกเหล็กออก แล้วตะโกนก้องไปยังพวกโจรสลัดรอบตัว

“ข้าคือวิเซริส ทาร์แกเรียน! ไอ้พวกสารเลว! ใครไม่กลัวตายก็เข้ามาเลย!”

“วิเซริส!” หัวหน้าโจรสลัดหรือบาแลนด์ถึงกับชะงักไปทันทีเมื่อเห็นเส้นผมสีเงินของวิเซริสปลิวไสวท่ามกลางสายลม เขาไม่เคยนึกฝันเลยว่าวิเซริสจะดุดันถึงเพียงนี้ แม้ว่าวิเซริสจะเคยชนะการประลองดวลดาบมาก่อน แต่ในสายตาของบาแลนด์ ผู้ที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน เขามองว่าการประลองเป็นเพียงการแสดงโชว์เท่านั้น ศิลปะการต่อสู้ที่แท้จริงต้องอยู่ในสมรภูมิจริง ดังนั้นคำเตือนที่เขาเคยบอกลูกน้องเกี่ยวกับวิเซริสจึงออกจะขอไปที

แต่ตอนนี้วิเซริสได้ทำลายทุกข้อกังขาของเขา ฝีมือการต่อสู้ของเด็กหนุ่มเหนือความคาดหมายไปมาก และเสียงคำรามของเขาก็ส่งผลชัดเจน โจรสลัดหลายคนหันความสนใจมาที่เขา และนี่ก็เป็นความผิดพลาดร้ายแรง!

พวกมันไม่เคยเจออาวุธแบบนี้มาก่อน อาวุธของวิเซริสสามารถฟัน แทง บดขยี้ และตวัดฟาดได้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย! ทุกครั้งที่สะบัดออกไปจะเกิดเสียง ‘หวู่วว หวู่วว’ ก้องกังวาน แสดงให้เห็นถึงน้ำหนักมหาศาลและพละกำลังที่จำเป็นต่อการใช้งานมัน

“รีจิส!” จู่ ๆ วิเซริสก็ได้ยินเสียงตะโกนของโจราห์ และเมื่อเขาหันไปดูเขาก็มองเห็นภาพที่ทำให้หัวใจของเขากระตุก โจรสลัดร่างปานกลางคนหนึ่งที่สวมเสื้อคลุมหนังแมวน้ำกำลังปักกริชเข้าไปที่ลำคอของรีจิส

ในชาติก่อนวิเซริสเคยสูญเสียสหายร่วมรบมากมายจากชีวิตทหารรับจ้าง แต่ความเจ็บปวดจากการสูญเสียก็ค่อย ๆ จางลงเมื่อเวลาผ่านไป จนบางครั้งเขาก็ลืมไปได้หลังจากนอนหลับสักคืน แต่รีจิสนั้นเป็นสหายคนแรกที่เขาสูญเสียไปในโลกใบนี้ ดังนั้นความเจ็บปวดของการสูญเสียสหายจึงพลันพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง

แดเนริสซึ่งกำลังซุ่มรอยิงศัตรูอยู่ก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเช่นกัน แม้ว่าในตอนแรกนางจะระแวงรีจิสอยู่บ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไปนางก็เริ่มเห็นว่าเขาเป็นคนตรงไปตรงมา ไร้เล่ห์เหลี่ยม โดยเฉพาะหลังจากที่รีจิสประทับใจกับฝีมือของวิเซริส เขาก็กลายเป็นเหมือน ‘แฟนบอย’ และปฏิบัติต่อแดเนริสด้วยความเป็นมิตรเสมอ ซึ่งหน้าไม้ที่นางกำลังถืออยู่ในตอนนี้ก็เป็นของขวัญจากรีจิสเช่นกัน

ความโศกเศร้าและความโกรธแค้นพลุ่งพล่านในหัวใจของทั้งวิเซริสและแดเนริส พวกเขาเหวี่ยงอาวุธและยิงกระสุนออกไปด้วยความเร็วและความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น แต่ว่าพวกโจรสลัดก็ยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

ในขณะที่การต่อสู้กำลังดุเดือด เสียงแตรยาวก็ดังขึ้นจากระยะไกล บาแลนด์หันขวับไปมอง แล้วก็ต้องตื่นตะลึงทันที เพราะมันมีเรือยาวขนาดใหญ่ 6 ลำ ปรากฏขึ้นล้อมรอบพวกเขาไว้แล้ว!

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 93

คัดลอกลิงก์แล้ว