- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 91
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 91
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 91
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 91 ปัญหาของโรเบิร์ต
คิงส์แลนดิ้ง
เมกอร์ส โฮลด์ฟาสต์ ในป้อมปราการแดง
นับตั้งแต่ ‘เมกอร์ผู้โหดเหี้ยม’ สร้างป้อมปราการแดงเสร็จ เมกอร์ส โฮลด์ฟาสต์ ปราสาทในปราสาท ก็กลายเป็นที่พำนักของราชวงศ์โดยเฉพาะ และหลังจากที่โรเบิร์ตขึ้นครองบัลลังก์ เขาก็ใช้ที่นี่เป็นที่พัก แม้ว่าส่วนใหญ่จะชอบไปนอนตามซ่องมากกว่าก็ตาม แต่นี่ก็คือบ้านของเขา
ภายในห้องผนังประดับด้วยพรมสีเหลืองปักลายหัวกวาง พื้นปูด้วยพรมเนื้อหนา เชิงเทียนติดผนังกว่า 10 แห่งสามารถจุดเทียนได้ถึง 50 เล่ม กลิ่นกำยานอบอวลไปทั่วห้อง บ่งบอกชัดเจนว่านี่คือห้องของพระราชา แต่มันกับมีสิ่งเดียวที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศอันสง่างามคือเสียงกรนดังลั่นของโรเบิร์ต นับตั้งแต่ขึ้นเป็นราชา น้ำหนักของเขาก็เพิ่มขึ้นมาก ทำให้เตียงขนาดใหญ่ดูเลอะเทอะทันทีเมื่อร่างอ้วนกลมของเขาขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ
ในขณะที่โรเบิร์ตกำลังหลับสนิท เด็กชายผมทองคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับห่อผ้าไหมที่มีของเหลวข้นเหนียวซึมออกมา
“ท่านพ่อ! ท่านพ่อ!”
เด็กชายคนนั้นคือจอฟฟรีย์ อายุราวแปดหรือเก้าขวบ และเขาก็เพิ่งทำสิ่งที่คิดว่า ‘กล้าหาญ’ และต้องการอวดให้พ่อเห็น จอฟฟรีย์เรียกพลางพยายามผลักร่างใหญ่ของโรเบิร์ตด้วยแขนเล็ก ๆ ของตน
เฮือก!
เสียงกรนหยุดลงทันที พร้อมกับโรเบิร์ตที่สะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงของจอฟฟรีย์พร้อมกับหันไปมอง
“อะไรนะ . . . แค่ก ๆ อะไร?” โรเบิร์ตถามพลางกระแอม
“ท่านพ่อ ดูนี่!” จอฟฟรีย์พูดพร้อมวางห่อผ้าไหมลงบนโต๊ะข้างเตียงของโรเบิร์ต
“มันคืออะไร?”
โรเบิร์ตขยับร่างเหมือนแมวน้ำอ้วน พยายามยันตัวขึ้นพิงหัวเตียง โดยใช้สายตาจับจ้องที่ลูกชายซึ่งมองเขาด้วยความคาดหวัง จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ใช้นิ้วอ้วนหนาเปิดผ้าออก ทันใดนั้นสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาเขาก็คือก้อนเนื้อชุ่มเลือด
“นี่มันอะไร?” โรเบิร์ตอุทานด้วยความตกใจ
“ข้าจับแมวท้องแก่ได้ตัวหนึ่ง และอยากรู้ว่าลูกแมวในท้องมันมีสีอะไร เลยผ่าท้องมันดู ท่านพ่อ ข้ากล้าหาญไหม?” จอฟฟรีย์ยังคงยิ้มให้โรเบิร์ตโดยไม่รู้เลยว่าภายในดวงตาของผู้เป็นพ่อได้ปรากฏแววแห่งความโกรธเกรี้ยวขึ้นมาแล้ว
เพียะ!
เสียงตบดังสนั่นก้องไปทั่วห้องนอน จอฟฟรีย์กระเด็นลงไปกองกับพื้นจากแรงตบของโรเบิร์ต พร้อมกับฟันน้ำนมสองซี่กระเด็นออกมา ทำให้กระบวนการเปลี่ยนฟันของเขาเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ควรจะเป็น
นอกจากนี้เดิมทีโรเบิร์ตก็ขึ้นชื่อเรื่องพละกำลังอยู่แล้ว ทำให้ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ออกแรงเต็มที่ แต่แรงตบเพียงครั้งเดียวก็ทำให้จอฟฟรีย์ตาเหลือกได้
วันนั้นทั้งเมกอร์ส โฮลด์ฟาสต์ต่างได้ยินเสียงคำรามของโรเบิร์ต
“ขังเด็กเวรนี่ซะ! ห้ามให้มันกินอะไรเด็ดขาด!”
เหล่าคนรับใช้รีบเข้ามาพาตัวจอฟฟรีย์ออกไป และจัดการเก็บซากลูกแมวที่ยังไม่เกิด ปล่อยให้โรเบิร์ตนั่งหอบหนักอยู่บนเตียง
‘ทวยเทพทั้งหลาย ข้าทำอะไรผิดถึงได้ลูกชายเป็นปีศาจแบบนี้?’
โรเบิร์ตยกมืออ้วน ๆ ขึ้นลูบหน้าของตนเอง ก่อนที่หญิงรับใช้คนหนึ่งจะนำอ่างน้ำและสบู่ลาเวนเดอร์มาให้ ซึ่งโรเบิร์ตก็หยิบมันขึ้นมาถูใบหน้าอย่างชำนาญ เนื่องจากอาหารการกินที่ไม่ดีสักเท่าไหร่ ทำให้ใบหน้าของเขามันเยิ้มจนใช้น้ำเปล่าล้างไม่ออก ดังนั้นสบู่ก้อนนี้จึงกลายเป็นสิ่งที่เขาใช้ประจำ
เมื่อรู้สึกว่าสติเริ่มกลับมาเล็กน้อย ทหารคนหนึ่งก็เดินเข้ามาแจ้งข่าว “ฝ่าบาท วาริสมีเรื่องจะกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ”
“ให้เขาเข้ามา”
ไม่นานนักขันทีศีรษะล้านในชุดผ้าไหมสีม่วงก็เดินเข้ามาพร้อมกับร่างอวบเล็กน้อย แต่เทียบกับโรเบิร์ตแล้ว เขายังดูตัวเล็กกว่ามาก
“ฝ่าบาท” วาริสโค้งคำนับด้วยความเคารพ ก่อนหยิบแผ่นกระดาษออกมาจากอกเสื้อ
“พูดมา มีเรื่องอะไร” โรเบิร์ตเอนหลังพิงเตียง ยกมืออ้วน ๆ ขึ้นอย่างเกียจคร้าน
“ฝ่าบาท วิเซริส ผู้ถูกเนรเทศไปอยู่ที่บราวอส ได้รับชัยชนะในการแข่งขันดาบพ่ะย่ะค่ะ”
“วิเซริส! ไอ้ลูกหลานมังกรนั่น!”
ทันทีที่ได้ยินข่าวเกี่ยวกับ ‘เศษเสี้ยวของราชวงศ์เก่า’ โรเบิร์ตก็ลุกพรวด ดวงตาเบิกกว้างทันที
บราวอสอาจไม่ใช่เมืองที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเมืองเสรี แต่ก็เป็นหนึ่งในเมืองที่ดีที่สุด เทศกาลสิบวันของพวกเขาดึงดูดทหารรับจ้างและนักดาบจากทุกสารทิศ ดังนั้นการที่วิเซริสคว้าแชมป์ในการแข่งขันนี้มาได้ มีเพียงสองความเป็นไปได้ หนึ่งเขาเก่งกาจเกินไป หรือสองมีใครบางคนคอยหนุนหลัง และไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็เป็นข่าวร้ายสำหรับโรเบิร์ต
“ลิตเติ้ลฟิงเกอร์ไม่ได้ส่งนักฆ่าไปหรือ? ทำไมไม่มีผลอะไรเลย?”
“ฝ่าบาท นักฆ่าคนนั้นหายสาบสูญ ดูเหมือนว่าจะล้มเหลวพ่ะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมมีข่าวเกี่ยวกับมอร์มอนต์”
“ว่ามา!” ดวงตาของโรเบิร์ตเป็นประกายขึ้นมาทันที
วาริสรายงานข้อเรียกร้องและสถานการณ์ปัจจุบันของโจราห์ มอร์มอนต์ ทำให้กวางอ้วนผู้หงุดหงิดเริ่มสงบลงบ้าง
“ดีมาก เจ้าเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
ในความเห็นของวาริส สถานการณ์ตอนนี้ถือว่าดีมาก พี่น้องตระกูลทาร์แกเรียนได้ทำหน้าที่เป็น ‘เป้าหมาย’ อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เมื่อรวมกับแผนเกี่ยวกับโจราห์ มอร์มอนต์ พวกเขาก็สามารถดึงดูดความสนใจของโรเบิร์ตได้อย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามมีเรื่องเดียวที่เป็นดั่งตำหนิในภาพงาม นั่นก็คือการที่วิเซริสปฏิเสธเข้าร่วมกองทหารรับจ้างโกลเดน ทำให้พวกเขาไม่สามารถจับตาดูเขาได้อย่างใกล้ชิด
ความจริงแล้ววาริสเองก็รู้สึกแปลกใจ เพราะเขาเคยเห็นวิเซริสตั้งแต่ยังเด็ก และจากที่เคยสังเกต ความสามารถด้านการต่อสู้ของเจ้าชายน้อยนั้นดูธรรมดามาก ตามหลักแล้วเด็กหนุ่มอายุสิบหกปีไม่น่าจะก้าวหน้าถึงขั้นนี้ได้เลย เรื่องนี้ช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก
แต่ถึงกระนั้น วาริสก็ไม่ได้ใส่ใจมาก ไม่ว่าวิเซริสจะแข็งแกร่งแค่ไหน ในสายตาของเขาเด็กหนุ่มคนนี้ก็เป็นเพียง ‘บิทเทอร์สตีล’ คนหนึ่งเท่านั้น
กองทหารรับจ้างโกลเดนพัฒนาเรื่อยมาหลายปี แต่จำนวนสมาชิกยังมีเพียงไม่กี่พันคน ในความคิดของวาริส วิเซริสคงโชคดีมากแล้วถ้าสามารถสร้างกองทัพรับจ้างอีกกองขึ้นมาได้ในช่วงชีวิตของเขา ส่วนเรื่องโค่นล้มบัลลังก์เหล็ก . . . หึ! เขาควรจะทำหน้าที่เป็นเป้าให้ดีเถอะ!
ในขณะที่วาริสกำลังจะออกจากห้อง หญิงสาวผมทองในชุดแดงก็พุ่งพรวดเข้ามา เส้นผมของนางปลิวไสวด้วยแรงลม ดวงตาสีเขียวเต็มไปด้วยเพลิงแห่งความโกรธ นางดูราวกับสิงโตตัวเมียที่กำลังเดือดดาล และนางก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากราชินีของโรเบิร์ต เซอร์ซี แลนนิสเตอร์
เมื่อเห็นแก้มของลูกชายบวมเป่ง นางก็รู้สึกราวกับว่ามีเปลวไฟโหมกระหน่ำอยู่รอบตัว
ทันใดนั้นวาริสก็รีบขยับตัวหลบอย่างรู้งาน ขณะที่โรเบิร์ตกำลังตั้งตัวไม่ทัน เขาก็เห็นเงาสีทองพุ่งตรงเข้ามาหาเรียบร้อยแล้ว
เพล้ง!
เสียงดังสนั่น น้ำองุ่นกระจายไปทั่ว เซอร์ซีปาเหยือกไวน์ใส่หน้าโรเบิร์ตเต็มแรง!
โรเบิร์ตยกมือขึ้นปิดปาก พลางรู้สึกถึงบางสิ่งในปากของเขา และเมื่อลองบ้วนออกมา ปรากฏว่ามันก็คือ ฟันหน้าครึ่งซี่ของเขาเอง!
“นังผู้หญิงสารเลว!!!” เสียงคำรามของโรเบิร์ตดังก้องไปทั่วเมกอร์ส โฮลด์ฟาสต์อีกครั้ง
โปรดติดตามตอนต่อไป …