- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 89
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 89
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 89
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 89 โจราห์มาหาถึงหน้าประตู
โจราห์อาจไม่ถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว แต่ก็ยากจนแทบขัดสน เมื่อเขาพบพี่น้องวิเซริส และแดแนริส เขาก็เปิดเผยตัวตนของตนเองทันที โดยเขาหวังว่าวิเซริสจะยอมให้เขาติดตาม และช่วยให้เขากอบกู้บัลลังก์คืนมา
อย่างไรก็ตามหลังจากโจราห์พูดจบ วิเซริสกับมองเขานิ่งโดยไม่พูดอะไร ทำให้โจราห์รู้สึกราวกับถูกมองทะลุปรุโปร่ง ทำให้เขาทบทวนคำพูดของตัวเองซ้ำไปมา และมั่นใจว่าไม่ได้พูดอะไรผิดไปแน่นอน
โจราห์คุกเข่าอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานรอให้วิเซริสตอบสนอง จนกระทั่งในที่สุดวิเซริสก็พูดขึ้น แต่ประโยคแรกของเขากลับหันไปถามแดแนริสแทน “แดเนริส เจ้าคิดว่าคนผู้นี้เป็นคนดีหรือคนเลว?”
แดแนริสมองโจราห์ที่มีร่างกายกำยำ คอหนากว่าคนทั่วไป และดูไม่น่าไว้ใจนักเท่าไหร่ ก่อนจะกล่าวขึ้นมาว่า “เขาน่าจะเป็น . . . คนดี?”
“คนดี? ฮึ!”
เสียงหัวเราะเย็นชาของวิเซริสทำให้โจราห์รู้สึกหนาวสันหลัง หัวใจเต้นโครมคราม ก่อนที่วิเซริสจะวางมือบนไหล่ของโจราห์ และบีบแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้เขาตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว และเมื่อแรงกดทับเพิ่มขึ้น โจราห์ก็ตกตะลึงทันที ‘หมอนี่แรงเยอะชะมัด!’
เมื่อตระหนักถึงอันตราย เส้นผมของโจราห์ราวกับร่นขึ้นไปอีกหลายเซนติเมตรโดยสัญชาตญาณ เขาขยับมือไปที่ดาบของตนเอง แต่ทันใดนั้นวิเซริสก็ออกแรงทั้งแขนกดร่างของเขาไว้ราวกับมีเกวียนทับ ทำให้เขาไม่อาจขยับตัวได้
‘เขาจะฆ่าข้างั้นเหรอ?!’
“คิดจะชักดาบต่อหน้าข้าเรอะ?!” วิเซริสแค่นเสียงดึงดาบจากเอวของโจราห์จนสายหนังขาดดังฉับ
โจราห์รู้ตัวแล้วว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย ทำให้เขาพยายามดิ้นรนแต่แรงของวิเซริสมันก็ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังกัดขย้ำเหยื่อ จนทำให้เขาขยับไม่ได้เลย
“อย่าขยับ ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเจ้าจริง ๆ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น โจราห์จึงต้องอดกลั้นไม่ให้ต่อต้าน หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงราวกับเครื่องสูบลมเผยความหวาดกลัวออกมาเต็มที่ และใช้ดวงตาสีดำของเขาจ้องมองวิเซริสอย่างระมัดระวัง
วิเซริสปล่อยมือออก และเดินวนรอบตัวโจราห์พลางพูดขึ้น “โจราห์ มอร์มอนต์ ถูกเนรเทศโดยโรเบิร์ตเพราะค้าทาส จากนั้นภรรยาก็หนีไปกับชายอื่น และเจ้าก็ไปเข้าร่วมกับกองทหารรับจ้างในเอสซอส และขายทาสเหมือนเดิม ข้าพูดถูกหรือไม่?”
โจราห์พยายามปิดบังเรื่องน่าอับอายเกี่ยวกับภรรยาของเขาที่ถูกยกให้เป็นเมียคนอื่นแทบตายเพื่อรักษาชื่อเสียง แต่วิเซริสกับรู้เรื่องทั้งหมด
“แดเนริส หากเจ้าเป็นเขา เจ้าคิดว่ามันจะง่ายกว่าหรือไม่ที่จะทำงานให้โรเบิร์ต และลอบสังหารพวกเรา หรือช่วยพวกเราทวงคืนบัลลังก์เหล็ก?”
“แน่นอน มันง่ายกว่าที่จะลอบสังหารพวกเรา” แดแนริสเริ่มเข้าใจแล้วว่าชายที่ดูเหมือนซื่อ ๆ คนนี้ แท้จริงแล้วเจ้าเล่ห์ไม่น้อย ทำให้นางตอบกลับอย่างเย็นชา
เมื่อเจตนาของตนถูกเปิดเผย โจราห์ก็จ้องมองวิเซริสด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่วิเซริสจะวางมือบนศีรษะของโจราห์ และกดฝ่ามือลงไปบนหนังศีรษะล้านของเขา จากนั้นใบหน้าของวิเซริสก็ขยับเข้าไปใกล้โจราห์ แล้วพูดว่า “เจ้าช่างกล้าจริง ๆ มอร์มอนต์ ที่คิดจะหลอกใช้ข้ากับน้องสาวข้า”
พูดจบวิเซริสก็ผลักศีรษะของโจราห์อย่างแรงจนเขาล้มลงกับพื้น
“ไม่! ไม่จริง! ข้าต้องการติดตามเจ้าชายจริง ๆ!” โจราห์รู้ตัวว่าไม่อาจสู้วิเซริสได้ จึงได้แต่ร้องขอความเมตตา และสิ่งเดียวที่เขาพึ่งพาได้ในตอนนี้ก็คือวิเซริสไม่มีหลักฐานชัดเจน
“ไม่จริงหรอ? ไคลา?!”
เมื่อได้ยินชื่อนี้หัวใจของโจราห์ก็กระตุกวูบ สมองของเขาแทบหยุดคิด จนกระทั่งไคลาเดินเข้ามาและมองเขาด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ทันใดนั้นโจราห์ถึงเพิ่งเข้าใจบางอย่าง และความหวังทั้งหมดของเขาก็พังทลายลง
“ข้าไม่จำเป็นต้องแนะนำตัวเองใช่ไหม?” ไคลากล่าวขึ้นอย่างเย็นชา
“เป็นไปได้ยังไง . . . เป็นไปไม่ได้ . . .” โจราห์พึมพำอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
“แต่ไม่ต้องห่วง ข้ายังไม่ฆ่าเจ้าตอนนี้” วิเซริสเดินกลับไปนั่งลงที่เก้าอี้ของตัวเอง “ข้าให้โอกาสไคลาสองครั้ง ตอนนี้นางไม่เพียงแค่ติดตามข้า แต่ยังเป็นองครักษ์ของแดเนริส เจ้าก็มีโอกาสเช่นเดียวกัน”
โจราห์รีบลุกขึ้น คว้าโอกาสสุดท้ายไว้แน่น “ข้าจะติดตามท่าน! ข้าจะติดตามท่าน! ข้าสาบานต่อเหล่าทวยเทพ!”
วิเซริสมองเขาด้วยสายตานิ่งเฉย โจราห์ในตอนนี้ดูจริงใจกว่าตอนที่มาถึงมาก หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งวิเซริสก็บอกความลับเรื่องที่เซอร์ซีกำลังมีสัมพันธ์กับเจมี่ให้เขาฟัง จากนั้นหยิบเหรียญทองกำมือหนึ่งออกจากอกเสื้อ และโยนลงพื้น
“ใช้วิธีของเจ้าเองเพื่อกระจายข่าวให้ได้มากที่สุดว่าลูกของโรเบิร์ตล้วนเป็นลูกนอกสมรสของราชินีเซอร์ซีและเจมี่แห่งกองอัศวินรักษาพระองค์ ข้าจะออกจากบราวอสในอีกสองวัน เจ้าไปพบข้าที่ท่าเรือแห่งออลด์โคลธ แน่นอนว่าเจ้าจะหนีไปก็ได้ แต่เจ้าก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะตามมาด้วย”
เมื่อมองดูเหรียญทองที่กองอยู่บนพื้น โจราห์ก็รู้ว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินไปตามเส้นทางนี้ และถ้าหากเขาเผยแพร่ข่าวลือนี้ต่อสาธารณะก็เท่ากับเป็นการประกาศศัตรูกับบัลลังก์เหล็ก ซึ่งเป็นการตัดหนทางถอยของตนเองโดยสิ้นเชิง เขารู้ดีว่าวิเซริสเป็นแขกของตระกูลซาลีน และเดาได้ว่าเมื่อเขาออกจากที่นี่คงมีคนคอยจับตาดูเขาอยู่อย่างแน่นอน
“ตกลง เจ้าชาย”
“ไปเถอะ ข้ารอข่าวดีจากเจ้าอยู่”
ไม่รู้ว่าทำไม แต่เมื่อโจราห์เห็นรอยยิ้มของวิเซริส เขากลับรู้สึกหวาดหวั่นไปถึงขั้วหัวใจ
หลังจากโจราห์จากไป แดเนริสก็เอ่ยถามด้วยความกังวล “พี่ชาย ท่านต้องการให้เขาติดตามพวกเราจริง ๆ หรือ?”
วิเซริสหันมามองแดเนริสด้วยสีหน้าจริงจัง “แดเนริส จำไว้นะ โลกนี้ไม่มีความภักดีที่ยั่งยืน มีเพียงผลประโยชน์ที่ยืนยงเท่านั้น ตอนนี้พวกเราต้องการกลับเวสเทอรอส และโจราห์ มอร์มอนต์ก็ต้องการเช่นกัน ผลประโยชน์ของเราเหมือนกัน เราจึงสามารถใช้เขาได้โดยไม่ต้องกังวล”
วิเซริสลุกขึ้นยืนก่อนพูดต่อว่า “ในทางกลับกัน ตอนที่ไทวินนำกองทัพบุกโจมตีคิงส์แลนดิ้ง ผลประโยชน์ของกองอัศวินรักษาพระองค์ของบิดาเรา เจมี่ แลนนิสเตอร์ และตระกูลทาร์แกเรียนเกิดการขัดแย้งกัน นั่นจึงทำให้เขากลายเป็น ‘นักฆ่าราชา’ กองอัศวินรักษาพระองค์ของบิดาเรา ซึ่งดาบมือหนึ่งแห่งซีลอร์ด และเหล่านักรบบลัดไรเดอร์แห่งโดธรากีก็ไม่ต่างกันเลย ทุกคนต่างใช้ผลประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนกับความจงรักภักดี”
วิเซริสฉีกหน้ากากแห่งความอบอุ่นและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่โลกสร้างขึ้น ให้แดเนริสได้เห็นความจริงที่โหดร้ายที่สุด ทำให้จิตใจที่ยังไร้เดียงสาของนางถึงกับสั่นสะเทือน
และเหตุผลสำคัญที่สุดที่วิเซริสเลือกเก็บโจราห์ไว้นั่นก็คือเขาใช้ชีวิตอยู่ในทวีปเอสซอสมานานหลายปี จึงสามารถเป็นผู้นำทางให้พวกเขาได้ ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ วิเซริสเองก็ไม่มีคนให้ใช้งานมากนัก และชายคนนี้ก็มีฝีมือด้านการต่อสู้และความสามารถทางการทหารอยู่บ้าง การมีเขาอยู่ด้วยย่อมเป็นประโยชน์มากกว่ากำจัดทิ้ง
นอกจากนี้ด้วยแผนการที่เขาวางไว้ร่วมกับรอธ การมีมือสังหารฝีมือดีอยู่ใกล้ตัวในเวลานี้จะเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด . . .
โปรดติดตามตอนต่อไป …