- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 87
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 87
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 87
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 87 ค่ำคืนแห่งพายุ
- -
[ยุทธศาสตร์สงคราม : เชี่ยวชาญ (1233/3000) +-]
- -
วิเซริสมองแผนที่ของดินแดนพิพาทด้วยความเข้าใจใหม่ พร้อมกับความเชี่ยวชาญของเขาที่เติบโตขึ้น เมืองเสรีแห่ง ไมร์, ไทรอช และลิสรักษาสมดุลที่เปราะบางไว้ แต่มีความขัดแย้งระหว่างไทรอชและลิสอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งน่าจะมาจากความต้องการทาสของพวกเขา
ในขณะที่วิเซริสกำลังศึกษาภูมิประเทศ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเขาอย่างกะทันหัน
“ใคร?” วิเซริสตะโกนถามออกไป
แต่มันกับไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ซึ่งตามปกติแล้วถ้าหากมีผู้มาเยือน พวกเขาจะต้องได้รับการประกาศชื่อก่อน หรืออย่างน้อยก็ควรจะตอบรับ ถ้าเป็นเช่นนี้หรืออาจเป็นพวกบุรุษไร้หน้า? ถ้าเป็นเช่นนั้นทำไมความฝันแห่งมังกรของเขาถึงไม่เตือนล่วงหน้า?
“ใคร?” วิเซริสถามซ้ำอีกครั้ง พร้อมกับมือของเขาที่เอื้อมไปหยิบมีด แน่นอนว่าครั้งนี้ก็ยังคงไม่มีเสียงตอบกลับ
‘ดูเหมือนว่าเราคงต้องฝึกควบคุมสัตว์ให้มากกว่านี้แล้ว’ วิเซริสคิด พร้อมกับค่อย ๆ เดินไปที่ประตู ก่อนที่เขาจะปลดกลอนและถอยหลังอย่างรวดเร็ว
“ประตูเปิดแล้ว เข้ามาเองเถอะ!”
ทันใดนั้นประตูก็ค่อย ๆ เปิดออกเผยให้เห็นร่างที่คุ้นเคยในชุดคลุมและฮู้ดสีดำ
“เลดี้มูนชาโดว์!” วิเซริสตกใจทันทีที่เห็นนางมาเยือนยามดึกเช่นนี้
ฟาเลียถอดฮู้ดออกรวบผมสีน้ำตาลบลอนด์ของนางไปด้านหลัง ดวงตาของนางแดงเล็กน้อย ริมฝีปากชุ่มชื้น และถูกกัดด้วยความกังวลทำให้ดูเย้ายวนอย่างน่าประหลาด ก่อนที่นางจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ลอร์ดวิเซริส ข้า . . . ข้ามาเพื่อขอบคุณท่าน”
“ขอบคุณข้า? ทำไมถึงเป็นตอนนี้?”วิเซริสถามด้วยความสงสัย แต่เขากับรู้สึกได้ว่านี่ต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่นอนว่า ดังนั้นเขาจึงเชื้อเชิญนางเข้ามาข้างใน
“หากไม่มีท่าน ข้าอาจไม่มีโอกาสผ่านพ้นช่วงเวลาในโรงงานมอเรลมาได้ตั้งแต่ตอนนั้น . . .” ฟาเลียกล่าวพลางหยิบกล่องเล็ก ๆ ออกมาวางบนโต๊ะ “ข้ามีเงินเก็บอยู่ที่ธนาคารเหล็ก ท่านโปรดรับมันไว้เป็นเครื่องแสดงความขอบคุณของข้า”
“ไม่ ท่านไม่ได้ติดหนี้อะไรข้าเลย ถ้าไม่มีท่าน ข้าก็คงไม่ได้ไข่มังกรเช่นกัน” วิเซริสตอบ
แต่ฟาเลียยังคงยืนยัน “โปรดรับมันไว้เถอะ มันอาจไม่พอสร้างกองทัพ แต่ก็มากพอจะซื้ออาวุธ นี่คือเงินทั้งหมดที่ข้ามีอยู่ ข้าขอร้อง ได้โปรดอย่าปฏิเสธเลย”
วิเซริสรู้สึกลังเล จากที่นางพูดมาฟาเลียน่าจะมีเงินเก็บอย่างน้อยหนึ่งแสนเหรียญทองมังกร แต่ว่าทำไมนางถึงยกให้เขาทั้งหมด? ในฐานะโสเภณีชั้นสูงนางย่อมมีค่าใช้จ่ายมากมาย และนางจะอยู่ได้อย่างไรถ้าหากไร้เงินทอง?
“ท่าน ต้องการอะไรเป็นการตอบแทนงั้นหรือ?” วิเซริสถามพลางเหลือบมองนางเล็กน้อย
ฟาเลียเงียบไปครู่หนึ่ง พลางขยำผ้าเช็ดหน้าในมือด้วยความกังวล ก่อนที่สุดท้ายนางจะตัดสินใจเอ่ยออกมา “ลอร์ดวิเซริสท่านจำได้ไหมว่าท่านเคยถามข้าว่าหลังจากที่ข้ากลายเป็นผู้ชนะ ข้ามีแผนจะทำอะไรต่อ?”
“จำได้” วิเซริสพยักหน้า
เมื่อได้ยินคำพูดของวิเซริส ฟาเลียก็พยักหน้าเล็กน้อย และอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างโสเภณีกับสามตระกูลใหญ่ ซึ่งวิเซริสไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลย
“ดังนั้นข้าจึงคิดว่า . . .” ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความเอียงอายของฟาเลียถูกแทนที่ด้วยความจริงใจอย่างแท้จริง
“อ้อ . . . งั้นท่านกำลังจ่ายเงินให้ข้าเพื่อมีอะไรกับข้า?” วิเซริสถามตรง ๆ
ฟาเลียเชื่อว่าไม่ว่าอย่างไรนางก็คงต้องมอบร่างกายให้ใครสักคนอยู่แล้ว ดังนั้นนางจึงอยากเลือกคนที่นางชอบเอง
แน่นอนว่าตอนนี้วิเซริสเองก็รู้สึกขัดแย้งภายในใจมากเช่นกัน ถ้าถามว่าฟาเลียงดงามหรือไม่? แน่นอนนางทั้งสวยและมีเสน่ห์แบบที่เขาถูกใจ แต่เขาไม่อาจปล่อยให้ความสัมพันธ์ชั่วครู่มาบดบังเป้าหมายที่ใหญ่กว่าได้ เขาต้องการการสนับสนุนจากตระกูลซาลีนเพื่อรับมือกับการไล่ล่าของทอร์โม
แต่ว่าชีวิตคนเราก็มีเพียงครั้งเดียว และนี่คือก็ชีวิตครั้งที่สองของเขา แล้วเขาจะมัวลังเลไปทำไม? ยิ่งไปกว่านั้นนางยังมอบเงินนับแสนเหรียญทองมังกรให้เขาเพียงเพื่อสิ่งนี้ แต่ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำอะไรลงไป เขาจะต้องการยืนยันบางอย่างก่อน
วิเซริสสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ แล้วเอ่ยออกมาว่า “เลดี้ฟาเลีย”
ร่างของฟาเลียสั่นเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่วิเซริสเรียกชื่อนาง
“ท่านชอบข้าจริง ๆ หรือแค่ไม่ต้องการมอบร่างกายให้คนแปลกหน้า?”
หากเป็นอย่างหลังเขาจะพูดคุยกับรอธ และเป็นผู้ค้ำประกันให้นางแทน ถือเป็นการช่วยเหลือนางและตอบแทนช่วงเวลาที่พวกเขาใช้ร่วมกัน
“ชอบงั้นหรือ? คำพูดนั้นช่างตรงเกินไป” ฟาเลียเงียบไปชั่วขณะ ก่อนกล่าวด้วยเสียงหนักแน่น “ท่านคือแสงสว่างที่ทะลุผ่านชีวิตอันมืดมิดของข้า ข้าจะไม่มีวันลืมท่าน!”
ทันใดนั้นดวงตาสีฟ้าของฟาเลียก็เปล่งประกาย ทำให้หัวใจของวิเซริสเต้นแรง
นางพูดออกมาขนาดนี้แล้วเขาจะมีอะไรให้ต้องลังเลอีก? หากเขาลังเลตอนนี้ เขาก็คงไม่ต่างจากพวกหน้าไหว้หลังหลอก!
วิเซริสยกมือขึ้นประคองใบหน้าของฟาเลียและจุมพิตนางอย่างลึกซึ้ง ทำให้ฟาเลียรู้สึกเหมือนร่างกายล่องลอยขึ้นไปบนก้อนเมฆ ความคิดทั้งหมดหยุดลง ขาของนางอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ และก็เกือบจะโผเข้าหาวิเซริส แต่เขาก็รั้งเอวนางไว้ และมอบความมั่นคงให้
หนึ่งนาที . . . สองนาที . . . สามนาที . . . ห้านาทีผ่านไป
ฟาเลียรู้สึกราวกับจมน้ำอยู่ในจูบอันร้อนแรงของเขาจนนางไม่อาจยืนหยัดได้อีกต่อไป ร่างกายอ่อนระทวยราวกับงูไร้กระดูก และทั้งหมดก็ถูกประคองไว้โดยวิเซริสเพียงผู้เดียว
“เจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าต้องไปบอกลอร์ดรอธเกี่ยวกับเรื่องนี้” วิเซริสกล่าวอย่างจริงจัง
ฟาเลียไม่ได้ตอบอะไร เพราะตอนนี้นางอ่อนแรงเกินกว่าจะเปล่งเสียงออกมา ทำได้เพียงถอนหายใจเบา ๆ ทางจมูกเป็นการตอบกลับ
เมื่อวิเซริสออกจากห้อง เขาก็เห็นใครบางคนกำลังถือโคมไฟและมองหาอะไรบางอย่างอยู่ไม่ไกล
“ลอร์ดวิเซริส” ชายคนนั้นกล่าว พลางโค้งคำนับทันทีที่เห็นเขา
“เจ้ากำลังมองหาใคร?”วิเซริสถาม
“ไม่ . . . ไม่ ข้าแค่เดินตรวจตราเฉย ๆ”
“เจ้ากำลังหาเลดี้มูนชาโดว์ใช่ไหม?”
“หา?” ชายคนนั้นทำสีหน้าตกใจทันที “ท่าน . . . ท่านรู้ว่านางอยู่ที่ไหนหรือ?”
“ข้าต้องพบลอร์ดรอธ พาข้าไปหาเขา”
คนรับใช้ดูเหมือนจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้และยอมพาเขาไป ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงห้องทำงานของ รอธ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่ารอธจะรู้ดีว่าวิเซริสมาทำไม ทำให้เขาเอ่ยขึ้นทันที “ท่านมาเพราะเรื่องฟาเลียใช่หรือไม่?”
“ใช่” วิเซริสตอบอย่างตรงไปตรงมา แม้จะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจได้ในทันที ที่นี่คือบ้านของรอธ ดังนั้นเขาจะให้หญิงสาวที่บอบบางอย่างฟาเลียหลบหนีไปโดยไม่มีใครสังเกตได้อย่างไร?
รอธยิ้มเล็กน้อย พร้อมกับบรรยากาศระหว่างทั้งสองที่เต็มไปด้วยความเข้าใจโดยไม่ต้องพูดอะไรมาก
“ถ้าเป็นเช่นนั้นทำไมท่านไม่ฉวยโอกาสนี้และดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ให้เต็มที่ล่ะ?”
“เพราะฟาเลียมาหาข้าเป็นการส่วนตัว และข้าไม่อยากปิดบังท่าน” วิเซริสอธิบายโดยไม่ปิดบังใด ๆ
เมื่อเห็นความซื่อตรงของวิเซริส แววตาของรอธก็ฉายประกายแห่งความชื่นชม เขานึกถึงวัยหนุ่มของตัวเองขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ในช่วงเวลานั้นเขาเต็มไปด้วยความสนุกสนานและการปล่อยตัวที่มักทำให้บิดาของเขาไม่พอใจอยู่เสมอ และน้อยคนนักที่จะสามารถควบคุมตนเองได้เมื่อเผชิญกับสาวงามเช่นนี้
“เป็นความจริงที่ตระกูลซาลีนและฟาเลียมีความสัมพันธ์พิเศษ หากนางสามารถเป็นสักขีพยานแห่งมิตรภาพระหว่างเราก็คงเป็นเรื่องที่งดงาม” รอธกล่าว ขณะจ้องเข้าไปในดวงตาของวิเซริสราวกับกำลังคาดหวังว่าจะเห็นความยินดี
แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ดวงตาของวิเซริสกลับเย็นชาไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มขึ้น “เช่นนั้นข้าก็ต้องขอบคุณลอร์ดรอธ สำหรับความกรุณา”
“ฮ่า ๆ ๆ เช่นนั้นข้าจะไม่รั้งเจ้าไว้อีก” รอธกล่าวพลางตบไหล่วิเซริส
วิเซริสถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาเคยคิดจะเสนอส่วนแบ่งในธุรกิจสบู่ให้หากรอธไม่ยอมตกลง และตามข้อตกลงที่มีอยู่เขามีโอกาสจะได้กำไรหลายแสนมังกรทองในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และที่สำคัญเขาได้รับไข่มังกรมาเพราะฟาเลีย
อย่างไรก็ตามเมื่อกลับมาถึงห้องวิเซริสก็พบว่าอาชาและฟาเลียกำลังนั่งอยู่บนเตียงด้วยกัน ทำให้เขายิ้มพลางเดินเข้าไปหา . . .
ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยพายุแห่งแรงปรารถนาและการปลดปล่อย อาชาเร่าร้อนและไร้ข้อจำกัด ขณะที่ฟาเลียขี้อายและอ่อนโยน ความแตกต่างของทั้งสองทำให้ค่ำคืนยิ่งตราตรึงและยากจะลืมเลือน
พายุในห้องไม่ได้สงบลงจนกระทั่งรุ่งสาง ทิ้งไว้เพียงความทรงจำที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ความงาม และแรงปรารถนา . . .
โปรดติดตามตอนต่อไป …