- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 84
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 84
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 84
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 84 ตาแก่นี่พยายามขวางการโจมตีของข้า
ภายใต้การดูแลของแอนเดอร์เซน สวนวิหคของทอร์โมก็กลับคืนสู่ความรุ่งเรืองเกือบเท่าอดีต วิเซริสและตระกูลซาลีนกลายเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งทอร์โมจำต้องยอมรับความจริงข้อนี้ และทุกครั้งที่เขารู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับก้าวต่อไป เขาก็มักจะถอยกลับมายังสวนวิหค
ทอร์โมเอนตัวลงบนเก้าอี้โยกอย่างสบายใจ โดยมีสาวใช้สองคนยืนห่างออกไปสามก้าว และเหล่าทหารคอยคุ้มกันอยู่ในรัศมีไม่ถึงสิบเมตร แม้ป้อมปราการจะมีระบบป้องกันแน่นหนา แต่ทั้งทอร์โมและทหารของเขาก็ยังระมัดระวังตลอดเวลา มีเพียงสาวใช้ข้างกายที่คอยจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของทอร์โมอย่างระมัดระวัง
ขนนกและคราบเลือดของนกตัวเก่าที่ยังติดอยู่ในกรงถูกแทนที่ด้วยนกตัวใหม่ ทอร์โมหลับตาลงตั้งใจฟังเสียงร้องของเหล่านก แต่เขากลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูกถึงแม้ว่าเขาจะอยู่มุมพักผ่อนของเขาก็ตาม ซึ่งนี่อาจเป็นเพราะการหลบหนีของกอร์ทาเว? แต่เขาก็ส่งคนไปจัดการนางแล้วอีกไม่นานก็คงรู้ผล
ดังนั้นตอนนี้ปริศนาที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นก็คือเหตุใดตระกูลซาลีนจึงเลือกจะร่วมมือกับวิเซริสอย่างกะทันหัน วิเซริสเสนอเงื่อนไขอะไรให้พวกเขาถึงทำให้รอธหันหลังให้เขา? เรื่องนี้ทอร์โมยังหาคำตอบไม่เจอ
ในสวนวิหคนกนางนวลสีขาวตัวหนึ่งเกาะอยู่บนกิ่งไม้ห่างจากทอร์โมไม่ถึงสิบเมตร ซึ่งนกตัวนี้ก็คือวิเซริสที่สิ่งร่างนกนางนวลซ่อนตัวอยู่ ก่อนหน้านี้หนึ่งวันแอนเดอร์เซนได้แอบส่งสัญญาณให้เขาโดยการฉีกผ้าเช็ดหน้าเป็นสองส่วน ซึ่งหมายความว่ามีช่องโหว่ในระบบรักษาความปลอดภัยของทอร์โม
นอกจากนี้แอนเดอร์เซนยังส่งสัญญาณอีกว่า วิเซริสควรกำจัดพี่ชายของทอร์โมแทน อย่างไรก็ตามวิเซริสเชื่อว่าการกำจัดทอร์โมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะมันจะก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในตระกูลเฟรการ์ เปิดโอกาสให้รอธเลือกสนับสนุนพี่น้องฝ่ายใดก็ได้
วิเซริสจ้องมองทอร์โมซึ่งอยู่ใกล้จนสามารถลงมือได้ทันที พลางเขาขยับตัวเล็กน้อย ก่อนชี้จะงอยปากไปยังทอร์โม แต่ในขณะที่เขากำลังจะลงมือ จู่ ๆ ทอร์โมก็ไอขึ้นมาเสียก่อน
“แค่ก แค่ก”
สาวใช้ข้างกายก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็วเทน้ำชาให้ทอร์โมดื่ม และด้วยร่างของสาวใช้ที่บดบังเป้าหมาย ทำให้วิเซริสจึงต้องรอโอกาสใหม่อีกครั้ง
‘เฮอะ! ไอ้แก่นี่มันรู้จักเสพสุขจริง ๆ!’ วิเซริสคิดในใจ
สาวใช้รู้ใจเจ้านายอย่างดี เมื่อทอร์โมยกขาขึ้น นางก็คุกเข่านวดเท้าให้เขาทันที เมื่อเขาบิดคอ สาวใช้อีกคนก็เข้ามานวดศีรษะให้
‘บ้าจริง! ตาแก่นี่พยายามขวางการโจมตีของข้า!’ วิเซริสกัดฟันอย่างหงุดหงิด เขาอุตส่าห์หาตำแหน่งเหมาะสมได้แล้ว แต่ตอนนี้ทอร์โมกำลังเอนกายรับการปรนนิบัติเต็มรูปแบบ บดบังทุกมุมโจมตี ทำให้การลงมือโดยพลีพลามจะทำให้เขาไม่มีทางหนี และอาจไม่สามารถโจมตีซ้ำได้อีก
ในจังหวะนั้นเองไวทัสบุตรชายคนโตของทอร์โมก็เดินเข้ามาในสวน และยืนข้างกายบิดาเสริมความปลอดภัยให้ทอร์โมมากยิ่งขึ้น
“ท่านพ่อ คนของเราพบร่องรอยของกอร์ทาเวที่เพนทอส นางอยู่กับดาบรับจ้าง เคธโม”
“ฆ่าดาบรับจ้างซะ แล้วพากอร์ทาเวกลับมาให้ข้าจัดการ”
คำว่า ‘จัดการ’ ในที่นี้ แน่นอนว่าหมายถึงการทำให้กอร์ทาเวกลายเป็นของเล่นสำหรับความสุขสม ถูกทารุณกรรม และจมอยู่ในชีวิตแห่งความมืดมน แม้แต่วิเซริสซึ่งผ่านความตายมาแล้วมากมายก็ยังรู้สึกขนลุกเมื่อได้ยินพวกมันพูดถึงชะตากรรมของนางอย่างเลือดเย็น
“ท่านพ่อ เราได้รับข้อมูลว่าวิเซริสเข้าร่วมกับกองทัพวินด์โบลว์ และจะออกจากบราวอสภายในสิบวัน” ไวทัสรายงาน
เมื่อได้ยินชื่อตัวเองวิเซริสก็นิ่งค้างอยู่บนกิ่งไม้ พยายามตั้งใจฟังทุกถ้อยคำ
“ส่งคนของบาลันด์ไป จัดเตรียมเกราะสองร้อยชุด ข้าต้องได้หัวของวิเซริสกลับมา!” ทอร์โมสั่งเสียงเข้ม
“รับทราบ” ไวทัสตอบรับ
‘บาลันด์? ข้าไม่รู้จักชื่อนี้ ต้องถามรอธทีหลัง’ วิเซริสวางแผนในใจทันที ซึ่งข้อเท็จจริงที่ว่าทอร์โมลงทุนส่งคนไปถึงสองร้อยชุดเกราะ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ต้องการจะฆ่าเขาให้ได้ในครั้งนี้เป็นอย่างดี
ทันใดนั้นทอร์โมก็ลุกขึ้นยืนเตรียมออกจากสวน พร้อมกับเหล่าทหารของเขาที่กระชับวงล้อมเข้ามาใกล้
‘ไม่ได้! เขาต้องอยู่ต่อ!’ วิเซริสคิดอย่างกระวนกระวาย หากทอร์โมและทหารของเขาออกไปพร้อมกัน เขาจะไม่มีโอกาสลงมือ
ในขณะที่ทุกคนกำลังเดินออกจากสวน วิเซริสก็รีบบินไปยังกรงนกขนาดใหญ่และปล่อยนกสีฟ้าตัวหนึ่ง ซึ่งมีขนาดเท่ากับไก่ฟ้าออกมา
จิ๊บ! จิ๊บ! จิ๊บ!
ทันทีที่ได้รับอิสรภาพ นกสีฟ้าก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามด้านบนกลับมีกับดักตาข่ายขนาดใหญ่ ซึ่งนกสีฟ้าก็พยายามบินชนกับมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเอาเป็นเอาตาย ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ดูเหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่มันกลับไปไม่ถึง!
เสียงโกลาหลนี้ทำให้ทอร์โมหยุดเดินทันที และแล้วหันกลับมามองด้วยสีหน้าขุ่นเคือง
“แอนเดอร์เซนมันไร้ประโยชน์จริง ๆ แค่งานดูแลสวนยังทำให้เรียบร้อยไม่ได้!” ทอร์โมพึมพำอย่างหงุดหงิด
ในขณะที่ทอร์โมกำลังจะเดินต่อ นกอีกสองสามตัวก็บินพรวดออกมา ยิ่งทำให้อารมณ์เสียของเขาแย่ลงกว่าเดิม
“จับไอ้ตัวมีขนพวกนี้ให้ข้า!” ทอร์โมออกคำสั่งทันที
เหล่าทหารหลายคนรีบกรูกันเข้าไปในลานสวน พร้อมกับถือไม้ไผ่พยายามตวัดฟาดนกให้ร่วงลงมา
“พวกเจ้าอีกสองคนจะยืนเฉยอยู่ทำไม!” ทอร์โมตะคอกใส่สาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่พวกนางจะทำอะไรได้เล่า? แน่นอนว่าทอร์โมเพียงแค่หาที่ระบายอารมณ์เท่านั้น และยิ่งมองเห็นพวกทหารพยายามไล่จับนกอย่างทุลักทุเล เขาก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น
“เจ้าไปช่วยด้วย!” ทอร์โมหันไปสั่งทหารคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
ทหารคนนั้นดูคล่องแคล่วกว่าคนอื่นมาก เขาหยิบก้อนหินขึ้นมาสองสามก้อน เล็งเป้า และขว้างออกไปอย่างแรง ทันใดนั้นนกสีเหลืองตัวหนึ่งก็ส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด ขนปลิวว่อนก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้นอย่างแรง
“ฮ่า ๆ !” ทอร์โมหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ รู้สึกเหมือนควบคุมสถานการณ์ได้อีกครั้ง เมื่อทหารยังคงโจมตีนกต่อไป นกอีกหลายตัวก็ตกลงมากองบนพื้น ดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด
ท่ามกลางความโกลาหลทอร์โมก็พลันเห็นเงาสีขาวพุ่งผ่านสายตา และยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบสนอง เขาก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดแปลบที่ดวงตาข้างซ้าย
“อ๊ากกก!!” ทอร์โมกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด และรีบยกมือขึ้นปัดเงาสีขาวออก แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไร ความเจ็บปวดก็แล่นเข้าที่ดวงตาข้างขวาของเขาอีกครั้งทันที
ทันใดนั้นความเจ็บปวดอันรุนแรงก็ทำให้ทอร์โมทรุดลงกับพื้น เลือดไหลซึมออกมาจากซอกนิ้วที่ปิดตาทั้งสองข้าง พร้อมกับเงาสีขาวนั้นที่หายไป
ก่อนหน้านี้วิเซริสได้ติดตะปูเหล็กขึ้นสนิมไว้ที่นกนางนวล พร้อมกับแช่มันในน้ำเสียเป็นเวลาสองวัน ทำให้เขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่ามันจะแฝงไปด้วยเชื้อโรคมากแค่ไหน และยิ่งไม่ต้องพูดถึงพิษร้ายจากบาดทะยัก
ทอร์โมคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินหนึ่งเดือน และไม่ว่าในตระกูลเฟรการ์จะเกิดความวุ่นวายอะไรขึ้นหลังจากนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่วิเซริสต้องสนใจอีกต่อไป
หลังจากนั้นนกนางนวลสีขาวก็บินหายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับวิเซริสที่มุ่งหน้าไปยังบ้านของรอธเพื่อฉลองชัยชนะ!
โปรดติดตามตอนต่อไป …