เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 83

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 83

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 83


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 83 ยากกว่าการรบของเอกอน

หลังจากงานเลี้ยงสิ้นสุดลง วิเซริสก็เริ่มศึกษาบทเพลง ‘คำอธิษฐานแห่งจันทรา’ ซึ่งถ้าหากพิจารณาจากคำว่า ‘คำอธิษฐาน’ เขาก็รู้ทันทีว่าสิ่งนี้จะต้องเป็นของที่มีคุณภาพสูงแน่นอน และด้วยพลังจากระบบหลังจากเขาท่องบทสวดซ้ำแล้วซ้ำเล่ากว่าสิบครั้ง ในที่สุดหน้าต่างระบบมันก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง

- -

[การเปิดเผยแห่งจันทรา : เริ่มต้น (1/100) +]

- -

‘การเปิดเผยแห่งจันทรา? ดูเหมือนจะเป็นทักษะประเภทพยากรณ์’ วิเซริสครุ่นคิด เขานึกถึงสมมติฐานของซิลิเซตที่บอกว่านักขับขานแห่งจันทราอาจเคยเป็นหมอดูมาก่อน ต่างจากเต๋าที่ใช้เข็มทิศ นักขับขานแห่งจันทราอาศัยเพียงพระจันทร์เหนือศีรษะ แถมตอนนี้เขายังรู้สึกได้ถึง ‘สายสัมพันธ์’ พิเศษกับจันทราแล้ว

วิเซริสเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์ที่ยังลอยสูงบนท้องฟ้า และเริ่มพัฒนาทักษะใหม่ของเขาต่อไป

- -

[การเปิดเผยแห่งจันทรา : ชำนาญ (556/1000) +-]

- -

ชั่วขณะหนึ่งเขาก็รู้สึกว่าสายสัมพันธ์ระหว่างตนกับพระจันทร์แน่นแฟ้นขึ้นอย่างมาก ‘บางทีข้าอาจใช้พระจันทร์พยากรณ์เรื่องต่าง ๆ ได้บ่อยขึ้น . . .’ วิเซริสคิดพลางท่องคำอธิษฐานในใจ จดจ่อกับสิ่งที่ต้องการจะทำนาย และเมื่อลืมตาอีกครั้งพระจันทร์กลมสุกสว่างก็ปรากฏขึ้นในจิตของเขา

‘ข้าจะสามารถเอาชนะราชาแห่งรัตติกาลได้หรือไม่?’

ตูม!

ทันทีที่คำถามเกิดขึ้น พระจันทร์ในจิตของเขาก็พลันสลายไป พร้อมกับวิเซริสที่หอบหายใจอย่างรุนแรงก่อนจะเปิดแผงสถานะขึ้นดู และพบว่าพลังเวทย์ของเขาถูกใช้จนหมดสิ้น

“ดูเหมือนข้าจะยังไม่สามารถทำนายเหตุการณ์สำคัญขนาดนั้นได้ เนื่องจากปริมาณพลังเวทย์ที่มีอยู่” วิเซริสถอนหายใจเล็กน้อย หลังจากท่องคำอธิษฐานแห่งจันทราอีกครั้ง พลังเวทย์ของเขาก็ค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น หลังจากผ่านไปสองชั่วโมง มันกลับมาประมาณ 80% ซึ่งเร็วกว่าการฟื้นตัวด้วยบทเพลงแห่งจันทรามาก

เมื่อดวงจันทราค่อย ๆ ลับขอบฟ้า วิเซริสจึงตัดสินใจลองพยากรณ์เรื่องที่เล็กลงกว่าเดิม “ข้าจะสามารถแก้แค้นทอร์โมได้หรือไม่?”

ครั้งนี้พระจันทร์ในจิตของเขาไม่ได้สลายไป แต่กลับทอแสงสว่างกระจ่างชัด

“ดูเหมือนจะเป็นไปได้” วิเซริสพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

‘นี่คือความแตกต่างจากความฝันแห่งมังกร ความฝันแห่งมังกรให้ข้อมูลที่แม่นยำ แต่ใช้ได้จำกัด ในขณะที่การเปิดเผยแห่งจันทราให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนเท่า แต่สามารถใช้ได้บ่อยกว่าครั้ง ในสงครามข้างหน้า ข้าจะขอคำทำนายจากจันทราก่อนออกรบ และถ้าหากผลออกมาไม่ดี ข้าจะได้เตรียมรับมือได้ล่วงหน้า’

ด้วยพลังของวิเซริสในตอนนี้ แทบไม่มีใครสามารถสังหารเขาได้ แม้เขาจะไม่ตายในสนามรบ แต่ถ้ากองทัพของเขาถูกทำลายจนหมดสิ้น ความฝันแห่งมังกรก็คงช่วยอะไรไม่ได้เช่นกัน

หลังจากนั้นวิเซริสก็หวนคิดถึงภาพสลักบนผนังอีกครั้ง นักบวชแห่งจันทรากำลังเตือนคนรุ่นหลังถึงหายนะอะไรบางอย่าง นั่นน่าจะเป็นกองทัพไวท์วอล์คเกอร์และราชาแห่งรัตติกาลหรือไม่? เมืองบราวอสถูกขวางกั้นจากไวท์วอล์คเกอร์ด้วยทั้งทะเลแคบและกำแพงน้ำแข็ง นั่นหมายความว่าถึงแม้เขาจะไม่ส่งมังกรไปต่อกรกับราชาแห่งรัตติกาลเหมือนในซีรีส์ ศัตรูตนนั้นก็อาจยังสามารถทำลายกำแพงและบุกเข้ามาได้อยู่ดี? ความคิดนี้ทำให้วิเซริสรู้สึกหนักใจ เขาเคยคิดว่ากำแพงจะเป็นข้อได้เปรียบของเขา หากสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นทะลวงเข้ามาได้จริง มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ทันที

แม้ว่างานเฉลิมฉลองจะจบลงแล้ว แต่ผู้มาเยือนจากบราวอสก็ยังคงสนุกสนาน หลายคนเริ่มทยอยออกเดินทาง แต่บรรยากาศรื่นเริงยังคงอบอวล

กลางวันของวันถัดมา วิเซริสและแดเนริสกลับมาที่บ้านในบิตเตอร์เวลล์ พอถึงช่วงบ่ายพวกเขาทั้งสองก็เดินเล่นใต้แสงอาทิตย์ ก่อนที่วิเซริสกับแดเนริสจะไปนั่งอยู่บนขั้นบันไดมองดูพืชพันธุ์ในสวน เป้าซ้อมและหุ่นฟาง รวมถึงชั้นเก็บอาวุธ ทั้งหมดนี้ทำให้แดเนริสรู้สึกคิดถึงอดีต

ก่อนที่วิเซริสจะข้ามมิติมา ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของแดเนริสคือวันที่นางใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่มีประตูสีแดง แต่หลังจากที่เขามาที่นี่ บ้านหลังเล็ก ๆ นี้ก็กลายเป็นความทรงจำที่นางรักที่สุด

“แดเนริส เจ้ามีความฝันไหม?”

“ความฝัน?” แดเนริสทวนคำ

“สิ่งที่อยากทำในอนาคต” เขาอธิบาย

“อืม . . . ข้าอยากทวงคืนบัลลังก์เหล็กกับพี่ชาย!” แดเนริสตอบอย่างจริงจัง

ในความเป็นจริง นางไม่ได้รู้สึกผูกพันกับบัลลังก์เหล็กหรือเวสเทอรอสมากนัก นางเติบโตในบราวอสตั้งแต่ยังเป็นทารก และได้รับอิทธิพลจาก ‘ผู้ที่มาก่อน’ มากกว่าความปรารถนาส่วนตัว

วิเซริสยิ้มและโอบไหล่แดเนริสไว้ กลิ่นหอมของดอกไม้และต้นหญ้าจากร่างของนางทำให้รู้สึกอบอุ่น

ที่จริงแล้ววิเซริสรู้อยู่เสมอว่าโรเบิร์ตไม่ใช่ศัตรูที่แท้จริงของเขา เพราะเจ้าคนโง่นั่นจะตายไปเอง และเขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับอีกฝ่ายเลย ขุนนางส่วนใหญ่ของเจ็ดอาณาจักร จอน แอร์รีน, เน็ด สตาร์ค, เรนลีย์ บาราเธียน, ไทวิน แลนนิสเตอร์ ล้วนมีแนวโน้มจะดับสูญไปในเกมแห่งบัลลังก์อยู่แล้ว

ส่วนศัตรูที่แท้จริงคือค่ำคืนที่กำลังจะมาถึงนั้นก็คือราชาแห่งรัตติกาลที่อยู่นอกกำแพง

ดังนั้นแผนของวิเซริสคือการรวบรวมไข่มังกรและทำงานเป็นทหารรับจ้าง เมื่อมังกรฟักออกจากไข่และเติบโตแข็งแกร่ง เขาจะกลับไปเวสเทอรอสเพื่อยึดอำนาจ และเป้าหมายแรกของเขาคือการสังหารราชาแห่งรัตติกาล

นับตั้งแต่มาถึงเวสเทอรอส ราชาแห่งรัตติกาลเป็นภัยคุกคามสูงสุด แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าแผนของเขาจะง่ายเกินไป เอกอนผู้พิชิตได้นำแบเลเรียน มังกรดำแห่งความหวาดกลัว มายังเวสเทอรอส แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่สามารถพิชิตมันได้อย่างสมบูรณ์ ดอร์นและกลยุทธ์กองโจรของพวกเขายังคงเป็นหนามยอกอกของเอกอน แม้ว่าเอกอนจะมีตระกูลที่จงรักภักดีและกองทัพนับพัน แต่พวกทาร์แกเรียนยังต้องใช้เวลาถึงเกือบหนึ่งศตวรรษเพื่อเตรียมพร้อมก่อนจะลงมือ

ซึ่งวิเซริสไม่มีเวลาร้อยปีเพื่อเลี้ยงมังกรของเขาให้โตเต็มที่ และถึงแม้ว่าเขาจะกลับไปเวสเทอรอสพร้อมมังกรเพียงไม่กี่ตัว เขาจะสามารถพึ่งพาใครเป็นที่ปรึกษาได้บ้าง? แล้วพันธมิตรของ กวาง, อินทรี, หมาป่า และปลา ล่ะ?

‘ถ้าข้าเป็นสตาร์คหรือบาราเธียน หลังจากโค่นล้มตระกูลทาร์แกเรียนแล้ว ข้าจะยอมรับคำขอความภักดีและการให้อภัยจากทายาทของพวกมันหรือไม่?’

‘แทบไม่มีโอกาสเลย . . . นี่คือความเกลียดชังที่ทำลายทั้งแผ่นดินและครอบครัว โดยเฉพาะพวกแลนนิสเตอร์ พวกมันจะไม่มีวันหยุดจนกว่าจะได้ฆ่าข้า พวกมันคงอยากสู้กับข้าตอนที่มังกรของข้ายังอ่อนแอ ดีกว่ารอจนมันเติบโตเต็มที่’

แค่ดอร์นก็ทำให้เอกอนปวดหัวได้ขนาดนั้น และตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นเวสเทอรอสทั้งแผ่นดิน ยกเว้นดอร์นและเดอะรีชจะลุกเป็นไฟ หากเขาเคลื่อนไหวเร็วเกินไป เขาจะกลายเป็นเป้าหมายของทุกฝ่าย แต่หากรอช้าเกินไป เวสเทอรอสอาจถูกทำลายจากการสู้รบกันเอง จนไม่เหลืออะไรไว้ต้านทานราชาแห่งรัตติกาลเลย นี่เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากมาก

วิเซริสถอนหายใจเบา ๆ ก่อนก้มลงมองแดเนริสที่นอนหนุนตักของเขา ดวงตาของนางปิดสนิท มือเล่นกับเส้นผมตัวเองผ่านเปลือกตาที่แดงระเรื่อ ทำให้เขามองเห็นลูกตาของนางกลิ้งไปมาอย่างสบายใจ

ทันใดนั้นวิเซริสก็รู้สึกอยากหยอกเล่น เขาจึงหยิบปลายเปียของแดเนริสขึ้นมาและค่อย ๆ ใช้ปลายเส้นผมจี้ที่ใบหูของนาง ทำให้แดเนริสรู้สึกจั๊กจี้ทันที พร้อมกับความรู้สึกนั้นที่แผ่ซ่านจากใบหูลงไปถึงหัวใจ จนนางหัวเราะคิกคัก

หลังจากหัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง แดเนริสก็เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างอดไม่ได้

“แดเนริส . . . ถ้าวันหนึ่งพี่ต้องตาย เจ้าจะล้างแค้นให้พี่หรือไม่?”

แดเนริสตะลึงไปชั่วขณะ ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา วิเซริสดูเหมือนเป็นผู้ไร้เทียมทาน สำหรับนางแล้วพี่ชายของนางยิ่งใหญ่เสียยิ่งกว่าร่างยักษ์ไททันแห่งบราวอส เสมือนว่าเขาไม่มีทางล้มลงได้ แต่แววตาจริงจังของวิเซริสกับบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

หัวใจของนางสั่นไหว ก่อนตอบอย่างหนักแน่น “ข้าสาบานต่อเจ็ดเทพ ข้าจะทำทุกวิถีทาง!”

ดวงตาสีม่วงของพวกเขาสบกันเป็นคำมั่นที่ไร้คำพูด วิเซริสยิ้มอย่างมีความสุขแล้วโอบหัวของแดเนริสแนบอก ในชั่วขณะนั้นเขารู้สึกมั่นใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

แดเนริสในตอนนี้ดีกว่าแดเนริสในเรื่องราวต้นฉบับมาก นางเพียงแค่ต้องแข็งแกร่งกว่าแม่แห่งมังกรในเรื่องราวเดิมเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

นอกจากนี้ลืมเรื่องแผนการและเล่ห์กลไปได้เลย หากมีดินแดนที่มั่นคง กองทัพที่แข็งแกร่ง และมังกรที่มากกว่า ต่อให้เป็นเทพเจ้า . . . ก็ต้องคุกเข่าต่อนาง!

ทันใดนั้นเองเสียงของไคล่าดังขึ้นข้างหูของวิเซริส “ลอร์ดวิเซริส มอเรลและพรรคพวกมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”

วิเซริสกับแดเนริสลุกขึ้นและเดินไปที่ประตู มอเรลและลูกชายของเขามาถึงพร้อมกับรถม้าขนส่ง โดยที่ภายในรถม้านั้นเต็มไปด้วยกล่องหลายใบ และอาวุธด้ามยาวที่ห่อด้วยผ้าไหมสีแดง

ทันใดนั้นด้วยคำสั่งของมอเรล ชายหนุ่มหลายคนก็ช่วยกันขนเกราะออกจากรถแล้ววางไว้บนชั้นเก็บเกราะ จากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันยกอาวุธหนักด้ามยาวออกมา และเมื่อผ้าไหมสีแดงถูกคลี่ออก หัวหอกของง้าวก็ปรากฏขึ้นเปล่งประกายเย็นเยียบภายใต้แสงอาทิตย์ มันถูกประดับด้วยลวดลายหัวมังกรดูทรงพลังและน่าเกรงขาม

“ลอร์ดวิเซริส นี่คืออาวุธและเกราะที่เราสร้างให้ท่าน” มอเรลกล่าว

วิเซริสตรวจสอบเกราะสีดำ และสังเกตเห็นลวดลายมังกรสามหัวบนหน้าอก หัวมังกรนูนขึ้นที่หัวไหล่ ข้อต่อมีความยืดหยุ่น และวัสดุทั้งหมดล้วนเป็นเหล็กคุณภาพดีที่สุด

หลังจากนั้นเขาก็หยิบง้าวขึ้นมาและเหวี่ยงไปมาเล็กน้อย ทำให้อาวุธแหวกอากาศพร้อมเสียงหวีดหวิวเย็นยะเยือก

ทันใดนั้นบรรดาหนุ่ม ๆ ที่กำลังแอบมองแดเนริสถึงกับหน้าถอดสี อาวุธหนัก 50 - 60 ปอนด์ กลับดูเบาราวขนนกในมือของวิเซริส ก่อนที่วิเซริสฟาดง้าวใส่หุ่นซ้อมเป้าหมายที่อยู่ใกล้ ๆ จนมันแทบจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ด้วยการฟาดเพียงครั้งเดียว ซึ่งภาพนี้ทำให้เฮลโบที่มาส่งม้าให้วิเซริสถึงกับตะลึง ขณะที่รีจิสซึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ ถึงกับกลั้นหายใจ

‘แข็งแกร่ง! แข็งแกร่งมาก!’

วิเซริสกระแทกปลายง้าวลงกับพื้น เสียงปรบมือจากฝูงชนดังขึ้นทันที

“ลอร์ดวิเซริส ข้าได้เลือกม้าสองตัวให้ท่านและเลดี้แดเนริส” เฮลโบกล่าว

เฮลโบและรีจิสจูงม้าสองตัวมาให้วิเซริส ตัวหนึ่งเป็นสีขาว มีรอยแดงเล็ก ๆ ขนาดเท่าเหรียญอยู่ระหว่างคิ้ว ส่วนอีกตัวเป็นสีดำสนิท ขนมันเงางามสลวย มีกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง

“ม้าดี!” วิเซริสกล่าวอย่างพึงพอใจ

หลังจากนั้นทุกคนก็รวมตัวกันเพื่อร่วมโต๊ะอาหารมื้ออำลาครั้งสุดท้าย

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 83

คัดลอกลิงก์แล้ว