- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 79
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 79
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 79
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 79 ดวงตาของเขาไม่มีคำตอบที่ต้องการ
หลังจากการแข่งขันสิ้นสุดลง เฟอร์เรโกก็ประกาศว่าทุกโรงละครและคณะละครในบราวอสจะเปิดแสดงฟรี นักดนตรีและนักร้องเองก็ต้องบรรเลงบทเพลงเพื่อความบันเทิงของนักท่องเที่ยวโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตามพวกเขาสามารถไปยังตำหนักซีลอร์ดในภายหลังเพื่อรับรางวัลได้ นี่ไม่ใช่เพราะความเอื้อเฟื้อของเฟอร์เรโก แต่เป็นกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจเพื่อเก็บภาษีเพิ่มขึ้นในปีนี้
วิเซริสเองก็รอคอยช่วงค่ำอย่างอดทนเพื่อรับรางวัลที่ตำหนักซีลอร์ดตามที่เฟอร์เรโกสัญญาไว้ เดิมทีทอร์โมตั้งใจจะขัดขวางเขา แต่ไม่นานก็ได้รับข่าวร้าย ‘ไนติงเกล’ หลบหนีไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงสาวใช้คนหนึ่ง ดังนั้นด้วยความโกรธแค้นทอร์โมจึงสั่งประหารสาวใช้และส่งคนไปสังหารกอร์ทาเวกับเคธโม ในขณะเดียวกันเมืองทั้งเมืองก็กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของเทศกาลสิบวัน
“ยืนยันแล้วว่าวิเซริสปฏิเสธคำเชิญของสตอร์มโครว์” ดิกรายงานต่อเมริส
เมริสลูบจมูกที่หักของตนก่อนกล่าวว่า “เขาปฏิเสธสตอร์มโครว์ มีปัญหากับสหายแมวป่า และดูเหมือนไม่สนใจเซคันด์ซันส์ แบบนี้ก็เหลือแค่พวกเรากับโกลเดนแล้วสินะ?”
“ดูจะเป็นเช่นนั้น” ดิกพยักหน้า
“งั้นไปกันเถอะ!”
วิเซริสเองก็กำลังรอการมาของวินด์โบลนเช่นกัน เขาเริ่มรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับดินแดนพิพาทและกลุ่มวินด์โบลน สามนครเสรีที่ทำสงครามกันที่นี่มาหลายปี ขณะที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือก็มีกองทัพโดธรากีคอยเป็นภัยคุกคาม ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ทำให้กองทหารรับจ้างที่มีระเบียบวินัยสามารถสร้างชื่อเสียงได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้วินด์โบลนเองก็มีความแค้นฝังลึกกับสหายแมวป่า ซึ่งก่อปัญหาให้เขามาตั้งแต่มาถึงบราวอส ดังนั้นวิเซริสจึงมองเห็นโอกาสในการแก้แค้น และถ้าหากมีโอกาสกำจัดพวกมันได้เขาก็จะไม่ลังเลเลยสักนิด
นอกจากนี้เขายังสังเกตเห็นอีกว่ากลุ่มทหารรับจ้างที่มีชื่อเสียงแต่ละกลุ่มต่างก็มีเอกลักษณ์ของตนเอง โกลเดนสะสมกะโหลกของกัปตันเก่าของตน ลองแลนซ์เป็นที่รู้จักในด้านความโหดเหี้ยมและกระหายเลือด ส่วนบลัดเบียร์ด หัวหน้าของสหายแมวป่าเป็นชายที่บ้ากาม โหดเหี้ยม และอวดดี ในทางตรงกันข้ามผู้นำของวินด์โบลนอย่างทาร์เทอร์ดพรินซ์หรือเจ้าชายรุ่งริ่งกลับเป็นคนสง่างามและพูดภาษาวาเลเรียนขั้นสูง
ในขณะที่วิเซริสกำลังพิจารณาถึงการก่อตั้งกองทหารรับจ้างของตนเอง แดเนริสก็วิ่งเข้ามา ก่อนที่นางจะชะลอฝีเท้าลงเมื่อเห็นวิเซริสกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางแผนที่และหนังสือมากมาย ทั้งที่เพิ่งจบการแข่งขันเขาก็เริ่มวางแผนขั้นต่อไปแล้ว
“พี่ชาย”
“มีอะไรหรือ?”
“พ่อค้าคนนั้นมาแล้ว”
‘อิลลิริโอ!’ วิเซริสคิดในใจ และการที่อีกฝ่ายมาหาเขาก็คงมาพูดเรื่องการเข้าร่วมโกลเดนแน่
“เจ้าอยากไปพบเขากับพี่หรือไม่?”
แดเนริสพยักหน้าเล็กน้อยด้วยท่าทางลังเล
“หากเจ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องฝืน”
แดเนริสส่ายหน้าอีกครั้ง
“เช่นนั้น เจ้าน่าจะเริ่มคิดได้แล้วว่าจะเอาอะไรไปด้วย เพราะเราจะออกจากบราวอสเร็ว ๆ นี้”
“เข้าใจแล้ว”
วิเซริสรีบจัดแจงตัวเองก่อนออกไปพบอิลลิริโอ ตอนนี้อิลลิริโอคงปิดบัญชีเรื่องเงินทองกับวาริสเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นหลังจากนี้จะเป็นเกมของ ‘ข้ารู้ว่าเจ้ารู้’ และ ‘เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าไม่รู้เรื่องอะไร?’
อิลลิริโอยังคงสวมชุดคลุมสีแดงตามเคย ถึงแม้จะเป็นคนละแบบกับครั้งก่อน แต่เครื่องประดับทองและหนวดเคราสีทองแดงก็ยังคงทำให้เขาดูเป็นเศรษฐีใหม่เหมือนเดิมไม่มีผิด
“เจ้าชายวิเซริส”
“ท่านอิลลิริโอ”
หลังจากนั้นพ่อค้าร่างท้วมก็เริ่มต้นด้วยคำชมเกินจริงเกี่ยวกับฝีมือดาบและความสามารถของวิเซริส แสดงความทึ่งและชื่นชมในหลายแง่มุม ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อไปยังเรื่องกองทหารรับจ้าง โดยบอกว่าเขาได้คุยกับจอน คอนนิงตันแล้ว และอีกฝ่ายก็แนะนำให้ลองเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง
“หากเจ้าชายสนใจเข้าร่วมกลุ่มทหารรับจ้าง ท่านเคยพิจารณาโกลเดนหรือไม่? ข้ามีเพื่อนบางคนที่นั่นซึ่งสามารถแนะนำท่านได้”
“ขอบคุณในความเมตตา แต่ข้าไม่มีความคิดจะเข้าร่วมโกลเดน เพราะถ้าข้าไปที่นั่นคงมีคนมากมายที่รู้จักข้า ซึ่งข้าไม่ชอบการเป็นคนมีชื่อเสียงสักเท่าไหร่” วิเซริสพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนกล่าวเสริมต่อว่า “นอกจากนี้ท่านลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นผู้ก่อตั้งโกลเดน? เอโกร์ ริเวอร์ส บุตรนอกสมรสของตระกูลทาร์แกเรียน ข้าจะเข้าร่วมได้อย่างไร?”
อิลลิริโอสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติ วิเซริสเป็นคนที่ดูมีเหตุผลเสมอ แล้วเหตุใดจึงปฏิเสธโกลเดนด้วยเหตุผลเช่นนี้?
“แต่โกลเดนเป็นกองทหารรับจ้างที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปเอสซอส! เอโกร์ก่อตั้งมันขึ้นมาเพื่อทวงคืนบัลลังก์เหล็ก ซึ่งก็คือเป้าหมายของท่านด้วยไม่ใช่หรือ?”
วิเซริสระงับสีหน้าของตนก่อนโบกมืออย่างไม่ใยดี “ท่านอิลลิริโอ มีแต่พวกนอกสมรสเท่านั้นที่ละโมบสิ่งที่เป็นของลูกหลานโดยชอบธรรม แล้วลูกที่ชอบธรรมเช่นข้าจะไปละโมบสิ่งที่เป็นของพวกนอกสมรสได้อย่างไร? น่าขายหน้าสิ้นดี! แล้วท่านลืมหรือ? พวกมันเคยหัวเราะเยาะข้าที่งานเลี้ยงมงกุฎ และพวกมันก็เรียกข้าว่า ‘ราชาขอทาน’”
อิลลิริโอรู้สึกขมขื่นขึ้นมาในใจ เขาจะลืมได้อย่างไร? แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ “ท่านสามารถเปลี่ยนชื่อของท่านได้ จากนั้นเมื่อท่านมีประสบการณ์มากพอ ท่านก็สามารถตั้งกองทหารรับจ้างของตนเองได้!”
“สายเลือดมังกรอันสูงศักดิ์ไหลเวียนอยู่ในร่างข้า ข้าจะไม่มีวันเปลี่ยนชื่อของตนเอง!” วิเซริสประกาศอย่างแข็งกร้าว
จู่ ๆ อิลลิริโอก็ดูเหมือนจะเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาในใจ ‘หรือว่าเขาค้นพบอะไรบางอย่าง?!’ และด้วยความคิดนี้ เขาจึงล้มเลิกความพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมวิเซริสให้เข้าร่วมโกลเดนอีกต่อไป
“แล้วท่านจะเข้าร่วมกองทหารรับจ้างกลุ่มไหน? ด้วยฝีมือของท่าน ท่านคงมีทางเลือกมากมายใช่หรือไม่?”
ในขณะที่วิเซริสกำลังจะตอบ สาวใช้คนหนึ่งก็เข้ามาประกาศว่า “นายท่าน เมริสจากวินด์โบลนต้องการเข้าพบค่ะ”
“เชิญนางเข้ามา”
อิลลิริโอกระตุกหางคิ้วเล็กน้อย พลางสงสัยว่าวิเซริสอาจกำลังพิจารณาเข้าร่วมวินด์โบลน
ไม่นานนักหญิงร่างสูงผมบลอนด์ที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นก็เดินเข้ามา พร้อมกับชายร่างเตี้ยผมสีเทา ซึ่งรอยแผลเป็นลึกบนใบหน้าของเมริสทำให้นางดูราวกับสวมหน้ากากหยาบ ๆ ไม่มีผิด
“ลอร์ดวิเซริส ข้าคือเมริส และนี่คือดิก”
“เลดี้เมริส ลอร์ดดิก นี่คือท่านอิลลิริโอ”
เมริสจำไม่ได้ว่าอิลลิริโอเป็นใคร แต่รูปร่างของเขาไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นทหารรับจ้าง หลังจากแลกเปลี่ยนคำทักทายเพียงครู่เดียว การสนทนาก็เข้าสู่ประเด็นสำคัญ
“ลอร์ดวิเซริส ข้ามาที่นี่ในนามของวินด์โบลนเพื่อเชิญท่านเข้าร่วมกับเรา ท่านคิดว่าอย่างไร?”
อิลลิริโอ พ่อค้าร่างอ้วนสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที เมื่อสัมผัสได้ว่าคนของเขาอาจถูกดึงตัวไป ทำให้เขาหันไปมองวิเซริส แต่ดวงตาของวิเซริสกลับไม่ได้ให้คำตอบที่เขาต้องการเลยแม้แต่น้อย . . .
โปรดติดตามตอนต่อไป …