- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 74
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 74
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 74
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 74 อาวุธลับ
นักดาบผมแดงจากตระกูลเฟรการ์กวาดดาบของเขาไปอย่างรวดเร็ว จนวิเซริสต้องรีบถอยห่าง แต่ขณะที่เขากำลังจะโต้กลับ ร่างกายของเขากลับเซไปด้านหลังเล็กน้อย และเมื่อก้มลงกับพื้นเขาก็มองเห็นรอยแผลสีแดงสองเส้นที่ปรากฏขึ้นบนหน้าอกของเขา ก่อนที่นักดาบผมแดงพุ่งโจมตีอย่างรวดเร็วอีกครั้ง แม้วิเซริสจะพยายามหลบสุดชีวิต แต่แขนของเขาก็ยังถูกฟันขาดไป และก่อนที่เขาจะทันได้ตอบโต้ ดาบยาวของฝ่ายตรงข้ามก็แทงทะลุหน้าอกของเขา
ทันใดนั้นด้วยเรี่ยวแรงสุดท้าย วิเซริสพยายามมองไปรอบ ๆ ของตัวเอง และเห็นเงาลาง ๆ ในสายตาว่ามีภาพของผู้ชมที่กำลังตื่นตกใจ และแดเนริสที่กำลังวิ่งพุ่งเข้ามาในสนามด้วยความตื่นตระหนัก . . .
“เฮือก!!!” วิเซริสสะดุ้งตื่นจากการงีบหลับสั้น ๆ มันคือความฝันแห่งมังกรที่ถูกกระตุ้นขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะหันไปมองแดเนริสที่นั่งข้าง ๆ กำลังพัดให้เขา และเริ่มผ่อนคลายลง
‘มีบางอย่างผิดปกติกับดาบนั่นแน่ ๆ’ เมื่อนึกถึงภาพในฝัน เขาก็รู้ทันทีว่าอาวุธของนักดาบผมแดงต้องมีบางอย่างซ่อนอยู่ และกลไกนั้นก็อาจเป็นอาวุธลับ และอาวุธลับก็น่าจะมีพิษ!
‘ควรแจ้งเรื่องนี้ตอนนี้เลยดีไหม?’ วิเซริสลังเลเล็กน้อย และหลังจากไตร่ตรองแล้วเขาก็ตัดสินใจว่าไม่ควร เพราะถ้าพวกมันสามารถนำดาบแบบนั้นเข้าสนามได้ก็คงสามารถสลับดาบระหว่างตรวจสอบได้เช่นกัน เว้นแต่ว่าเขาจะเปิดโปงมันได้ ณ จุดเกิดเหตุ และแผนอื่นก็คงใช้ไม่ได้ ดังนั้นในเมื่อตอนนี้เขารู้ล่วงหน้าแล้ว เขาก็ควรจับตาดูการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ให้ดี
วิเซริสมองออกไปนอกหน้าต่างของห้องและเห็นว่าผู้ชมส่วนใหญ่เริ่มเข้าที่นั่งแล้ว หลังจากการแข่งขันรอบก่อนหน้า เขาเลือกที่จะพักผ่อนในห้องพัก เพราะรู้ว่าทอร์โมอาจจะทำอะไรบางอย่างในช่วงเวลานี้ เขาจึงใช้ความฝันแห่งมังกรเพื่อคาดการณ์ล่วงหน้า และแน่นอนว่า . . .
เมื่อวิเซริสตื่นขึ้น แดเนริสก็ยื่นน้ำผึ้งให้เขาหนึ่งถ้วยเพื่อเติมพลังงานก่อนลงแข่งขัน
. . .
ช่วงบ่ายการแข่งขันรอบสุดท้ายกำลังจะเริ่มขึ้น เฟอร์เรโก เจ้าเมืองบราวอสปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง รอธ และทอร์โมก็นั่งอยู่ข้าง ๆ เช่นกัน ความจริงแล้วเฟอร์เรโกเคยมาที่สนามเพียงสองครั้งเท่านั้น คือรอบแรกและรอบสุดท้าย แต่คราวนี้เขาสงสัยว่าทอร์โมอาจจะโกงการแข่งขัน จึงตัดสินใจมาอีกครั้งเพื่อป้องกันการกระทำที่อุกอาจ
อย่างไรก็ตามเฟอร์เรโกเองก็ไม่คิดว่าทอร์โมจะดูมั่นใจขนาดนี้ โดยทอร์โมนั้นเชื่อว่า ‘แผนเล็ก ๆ’ ของตนนั้นแนบเนียนมาก ภายใต้สถานการณ์นี้วิเซริสต้องตายแน่นอน และตราบใดที่นักดาบผมแดงสามารถปลิดชีพเขาได้ บาดแผลจากอาวุธลับจะถูกกลบเกลื่อนไป โดยไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้แม้แต่ในการชันสูตรศพ นอกจากนี้ทอร์โมยังสั่งนักดาบให้ทำให้ศพของวิเซริสเละเทะที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้อีกด้วย
ตอนนี้ทอร์โมได้จินตนาการถึงชะตากรรมของวิเซริสไว้แล้วนั่นก็คือ ตัดหัวของเขา และปล่อยให้น้องสาวของเขากลายเป็นโสเภณีให้ใครต่อใครใช้
‘เจ้าทาร์แกเรียนกระจอกกับนังทาร์แกเรียนร่าน’ ทอร์โมคิดพร้อมแสยะยิ้มชั่วร้าย
แน่นอนว่ารอยยิ้มของทอร์โมก็ทำให้รอธรู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แม้แต่มหาปุโลหิตแห่งวิหารนักขับขานแห่งจันทรายังไม่สามารถคาดเดาชะตากรรมของวิเซริสได้ เขาจะล้มเหลวได้อย่างไร? ทำให้ตอนนี้รอธราวกับรู้ว่าวิเซริสคือ ‘ตัวเอก’ ของเรื่องที่ถูกกำหนดให้ต้องเผชิญอุปสรรคและอันตรายมากมาย แม้ว่าเขาจะไม่รู้เนื้อเรื่องที่แน่ชัด แต่จากจังหวะของเหตุการณ์ เขาก็รู้ว่ายังอีกไกลกว่าทุกอย่างจะจบลง
. . .
บนสนามประลอง
วิเซริสและนักดาบผมแดงก้าวขึ้นเวที บรรยากาศในโรงละครเต็มไปด้วยความตื่นเต้น โจราห์เดิมพันทรัพย์สินเกือบทั้งหมดให้กับนักดาบผมแดง และอดสงสัยไม่ได้ว่าวิเซริสจะไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้จริงหรือ? เพราะคนที่สามารถแต่งเพลงระดับนั้นได้คงได้รับพรจากพระเจ้าไปแล้ว ซึ่งมันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะพระเจ้าจะเมตตาเขาอีกหรอกจริงไหม?
ในที่สุดการแข่งขันก็เริ่มขึ้น วิเซริสปัดป้องการโจมตีของคู่ต่อสู้ พลางเฝ้าสังเกตการเคลื่อนไหวของนักดาบผมแดง เพราะเขาต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา เพื่อสร้างความเสียหายสูงสุดให้กับตระกูลเฟรการ์ และเขาจะไม่มีวันปล่อยให้ไอ้แก่ทอร์โมหนีรอดไปได้
เมื่อวันก่อนวิเซริสได้ใช้พลังสกินเชนเจอร์เพื่อเข้าสู่ร่างของนกนางนวล และบินไปยัง ‘สวนวิหค’ ของทอร์โม ซึ่งไอ้แก่ตัณหานี่ชอบนั่งจิบชาและฟังเสียงนกร้องที่นั่น โดยวิเซริสวางแผนจะจิกตาของมันออกในขณะที่มันกำลังผ่อนคลาย และปล่อยให้ลูกชายของมันห้ำหั่นกันเอง
อย่างไรก็ตามใครจะคิดว่าทอร์โมไม่เพียงมีองครักษ์คอยคุ้มกัน แต่ยังมีตาข่ายแข็งแรงคลุมด้านบนของสวน เพื่อป้องกันไม่ให้นกบินหนีออกไป ทำให้นกนางนวลตัวเดียวไม่สามารถจิกทำลายตาข่ายได้ เว้นเสียแต่จะมีใครช่วยมัน . . .
ตัดภาพกลับมาที่การแข่งขัน เพื่อหลอกล่อให้คู่ต่อสู้โจมตี วิเซริสจึงมุ่งเน้นไปที่การป้องกัน ลดความถี่ในการโจมตีของตนเองเป็นระยะ ๆ และเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีจากการจงผิดพลาดนี้ของเขา แต่เลออน หรือนักดาบผมแดงก็ยังไม่เก่งพอที่จะฉวยโอกาสจากความผิดพลาดสองถึงสามครั้งแรกได้
ในขณะเดียวกันหัวหน้านักดาบของเฟอร์เรโก การ์โรก็เริ่มขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย ‘เหตุใดฝีมือของเด็กหนุ่มผู้นี้ถึงได้ตกลงอย่างกะทันหัน?’
ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิด เลออนก็เห็นจังหวะที่วิเซริสเปิดช่องโหว่ครั้งใหญ่ ทำให้เขาลูบหัวแม่มือบนด้ามดาบเผยให้เห็นรูเล็ก ๆ สองรู จากนั้นจึงวาดดาบในแนวขวางด้วยแรงที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับบนใบหน้าของเขาที่ปรากฏรอยยิ้มดุร้ายเตรียมฉีกคู่ต่อสู้เป็นชิ้น ๆ
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น วิเซริสไม่ได้ถอยหนี แต่กลับก้าวเข้ามาป้องกัน ผลก็คือเข็มเหล็กอาบพิษที่ควรจะถูกปล่อยออกจากด้ามดาบ กลับร่วงลงมาสู่พื้นโดยไม่มีแรงยิงเพียงพอ
ตึง ~ ตึง~
ทั้งคู่ก้มลงมองพร้อมกัน ก่อนที่เลออนที่รู้ตัวว่าถูกจับได้แล้วก็รีบพยายามเตะเข็มทิ้งด้วยความตื่นตระหนก และนั่นก็ทำให้การโจมตีและการป้องกันของเขาล้มเหลวโดยสิ้นเชิง . . .
ที่นั่งกลางอัฒจันทร์ เมื่อเห็นภาพการต่อสู้ตรงหน้า ทอร์โมก็รู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ ‘เป็นไปได้ยังไง? ทำไมเขาถึง . . .!’
ก่อนที่ภาพที่ปรากฏตรงหน้าต่อมาจะทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้าง และร่างของเขาโน้มไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว เฟอร์เรโกและรอธก็สังเกตเห็นปฏิกิริยาของเขาเช่นกัน แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา และก็ไม่มีใครอยากอธิบายเรื่องนี้ให้ทอร์โมฟัง
บนเวทีวิเซริสตัดแขนของนักดาบผมแดงขาดสะบั้น เลือดพุ่งกระจายไปทั่วสนามประลอง ทำให้นักดาบคนนั้นตัวสั่นเหงื่อโชกพยายามพิงมุมเวทีเพื่อพยุงตัว ส่วนแขนที่ถูกตัดขาดนั้นก็ยังคงกำดาบไว้แน่น ทำให้วิเซริสต้องกระโดดถอยห่าง
“ดาบนั่นต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่!”
ทันใดนั้นทหารในเครื่องแบบสีน้ำเงินหลายคนกรูกันขึ้นเวทีต่อหน้าผู้ชม เฟอร์เรโกพยักหน้าให้การ์โร ซึ่งเขาก็รีบก้าวเข้าไปกลางสนามอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทุกคนที่หลีกทางให้เขา การ์โรหยิบดาบของนักดาบผมแดงขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนจะก้มลงเก็บเข็มเหล็กจากพื้น และเมื่อมั่นใจว่าไม่มีอะไรตกหล่น เขาจึงเดินไปยังกลางอัฒจันทร์
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ดาบมันมีอะไรผิดปกติหรือ?”
“วิเซริสไม่ใช่ผู้ชนะหรอกหรือ?”
“พระเจ้า นี่มันเกิดขึ้นในบราวอส ช่างน่าอับอาย!”
เสียงบ่นอื้ออึงดังไปทั่วอัฒจันทร์ ผู้ชมแต่ละคนต่างให้ความสนใจกับเหตุการณ์ที่แตกต่างกันไป ก่อนที่ผลการตรวจสอบจะออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกรรมการที่ประกาศว่า
“ผู้เข้าแข่งขัน เลออน ใช้อาวุธลับระหว่างการแข่งขัน ถือเป็นการโกง! เขาถูกตัดสิทธิ์! วิเซริส ทาร์แกเรียน เป็นผู้ชนะ!”
ทุกคนรู้ดีว่าเลออนเป็นนักดาบจากตระกูลเฟรการ์ แต่กรรมการก็ไม่ได้เอ่ยชื่อของตระกูลออกมาตรง ๆ เพื่อรักษาหน้าตาของพวกเขาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนทั้งสนามก็รู้กันดีว่าเลออนมาจากตระกูลไหน
“เจ้าคนไร้ยางอาย! ขอให้พระราชวังของซีลอร์ดตัดสินโทษประหารมัน!”
ทอร์โมหน้าซีดเผือด แต่ยังต้องทำเป็นรักษาภาพลักษณ์ของตนเองให้ดูมีศีลธรรม
ทันใดนั้นเฟอร์เรโก ผู้นำสูงสุดแห่งบราวอสก็กล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉยว่า “ตามกฎหมาย ผู้กระทำผิดจะถูกริบทรัพย์สินทั้งหมดและเนรเทศออกจากบราวอส”
คำตัดสินนี้ทำให้ใบหน้าของทอร์โมยิ่งซีดหนักเข้าไปอีก บราวอสเป็นเมืองที่ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงเป็นอย่างมาก แม้ว่าตระกูลเฟรการ์จะทรงอำนาจ แต่ภาพลักษณ์ของพวกเขาถูกทำลายลงในวันนี้ ผลกระทบนี้จะส่งผลต่ออนาคตของพวกเขาไปอีกนาน
อย่างไรก็ตาม ตระกูลเฟรการ์ไม่ได้เป็นเพียงผู้เดียวที่ได้รับผลกระทบ โจราห์ มอมอนต์ ตอนนี้ก็กำลังหาทางเอาตัวรอดในบราวอสเช่นกัน เพราะเมืองที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นถึงเจ็ดหรือแปดเท่าจากงานเทศกาล โดยมีเพียงเงินติดตัวแค่สิบสามเงินดวงจันทร์กับสี่สิบเจ็ดเหรียญเหล็กมันอยู่ไม่ได้อย่างแน่นอน . . .
โปรดติดตามตอนต่อไป …