เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 73

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 73

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 73


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 73 ชีวิตของทาร์แกเรียนช่างยุ่งเหยิง

“เป็นไปได้ยังไง?!”

“ลดเสียงลงหน่อย” วิเซริสกระซิบพลางเช็ดรอยน้ำบนโต๊ะ “จริงหรือไม่เจ้าสามารถไปพิสูจน์เองได้ แต่ข้าขอเตือนเจ้าเอาไว้ก่อน ถ้าเจ้าคิดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ข้าจะตัดหัวเจ้าทิ้ง! ออกไปซะ!”

จอน คอนนิงตันเดินออกจากห้องไปอย่างมึนงง ในขณะที่แดเนริสค่อย ๆ เดินเข้ามาหาวิเซริส

“พี่ชาย” แดเนริสเรียกเขา พร้อมกับดวงตาสีม่วงที่จ้องมองราวกับว่านางเข้าใจบางอย่างแล้ว

“โอ้ แดเนริสตัวน้อยที่น่าสงสารของพี่” วิเซริสโอบกอดนางแน่นและลูบศีรษะนางเบา ๆ เพื่อปลอบโยน เขามีจิตใจของผู้ใหญ่แล้ว ดังนั้นการถูกวางแผนเล่นงานก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเขา แต่พวกนั้นยังกล้าวางแผนเล่นงานแดเนริสด้วย ‘ให้ตายเถอะ ชีวิตของทาร์แกเรียนช่างยุ่งเหยิงเสียจริง!’

แต่ในสายตาของแดเนริสชีวิตมันแย่จริงหรือ? นางไม่ได้คิดเช่นนั้น ตราบใดที่นางได้อยู่กับวิเซริส นางไม่เคยรู้สึกว่ามันลำบากเลย

ซึ่งสิ่งที่วิเซริสเขียนบนโต๊ะก็คือ ‘ตัวตนที่แท้จริงของเอกอนน้อย’ มันจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จอน คอนนิงตันจะไม่สามารถยอมรับได้ในทันที แต่ชายคนนั้นก็ฉลาดพอ ทำให้วิเซริสไม่ต้องกังวลว่าเขาจะตรงไปถามอิลลิรีโอหรือวาริส เพราะเมื่อสงสัยแล้วความคิดนั้นจะเติบโตขึ้นอย่างช้า ๆ เอง และเขาจะเริ่มทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอิลลิรีโอ และอาจพบเบาะแสบางอย่างจากความรักใคร่ที่อิลลิรีโอมีต่อเอกอนน้อย

ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนเปิดเผยแผนของพวกเขา แล้ววิเซริสรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?

ก่อนหน้านี้จอน คอนนิงตันอาจเคยสงสัยในสมมติฐานของอิลลิรีโอว่ามีคนช่วยเหลือวิเซริสอยู่เบื้องหลัง แต่ตอนนี้เขาเชื่อแล้ว อย่างน้อยที่สุดเขาก็ไม่กล้าเล่นตุกติกกับสองพี่น้องอีกต่อไป

เมื่อพันธมิตรระหว่างทั้งสามพังทลาย วิเซริสก็รอคอยวันที่วาริสและอิลลิรีโอจะเริ่มสงสัยกันเองและแม้กระทั่งคิดกำจัดกัน ส่วนจอน คอนนิงตัน วิเซริสยังต้องการใช้ประโยชน์จากเขาอยู่ เขาเป็นคนมีคุณธรรม ซื่อสัตย์ และมีความสามารถพอตัว หลังจากอยู่ในโกลเดนมาหลายปี เขาอาจจะได้เป็นผู้นำด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่าจอน คอนนิงตันไม่เพียงชื่นชมเรการ์ แต่ยังรักเขาด้วย เมื่อเขาตระหนักว่าความผิดพลาดของตัวเองทำให้ญาติสายเลือดของ ‘เจ้าชายผมเงิน’ ต้องตกอยู่ในอันตรายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกผิดนั้นอาจจะเปลี่ยนเป็นความภักดีอันแรงกล้าก็ได้ในที่สุด

ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นเรการ์เคยช่วยเหลือเขาหลังจากพ่ายแพ้ในศึกยุทธการแห่งระฆัง ทำให้ความเมตตาของเจ้าชายยังคงสะสมบุญคุณมาโดยตลอด และจอน คอนนิงตันก็ยังไม่ได้ชดใช้บุญคุณนั้นเลย

แน่นอนว่าวิเซริสก็จะไม่ปฏิบัติต่อเขาอย่างเลวร้ายเช่นกัน . . .

. . .

เช้าวันต่อมาจอน คอนนิงตันก็ปรากฏตัวที่โรงละครตามปกติ แต่สีหน้าของเขาดูทุกข์ทรมานและสับสน เขาดูซูบผอมลงราวกับไม่ได้นอนมาทั้งคืน เพราะในใจลึก ๆ เขาไม่อยากเชื่อสิ่งที่วิเซริสบอก เพราะเขาหวังมาตลอดว่าเรการ์จะยังมีสายเลือดเหลืออยู่บนโลกใบนี้ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็กลัวว่าตัวเองจะถูกหลอก และนั่นจะเป็นบาปมหันต์ เขาจึงต้องรักษาความสงบเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะยังต้องหาหลักฐานให้แน่ชัด

แน่นอนว่าไม่ว่าจอน คอนนิงตันจะคิดอะไรอยู่ การแข่งขันก็ยังคงดำเนินไปตามกำหนดการณ์ การแข่งขันเมื่อวานนี้ได้คัดเลือก ‘8 คนสุดท้าย’ และเช้านี้ก็จะตัดสิน ‘4 คนสุดท้าย’ และก่อนที่ช่วงบ่ายจะเฟ้นหา ‘2 คนสุดท้าย’ ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ชนะในช่วงเช้าจะต้องต่อสู้อีกครั้งในตอนบ่าย ซึ่งเป็นงานที่หนักหน่วงมาก

วิเซริสมีกำหนดลงแข่งเป็นคู่สุดท้ายของช่วงเช้า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เขาจะต้องลงแข่งเป็นคู่แรกของช่วงบ่ายแน่นอน

โดยการแข่งขันคู่แรกนั้นเป็นการต่อสู้ระหว่างนักดาบผมแดงจากตระกูลเฟรการ์กับทหารรับจ้าง ทหารรับจ้างคนนี้ดูเหมือนจะถูกติดสินบนเรียบร้อยแล้ว เพราะเขาทำทีดาบหักและแพ้ไป ทำให้นักดาบจากตระกูลเฟรการ์จึงเข้าสู่รอบบ่ายได้อย่างสดชื่นเต็มที่

การแข่งขันดำเนินไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งถึงรอบที่สี่ ผู้ชมต่างรอคอยการปรากฏตัวของวิเซริสอย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งในที่สุดเด็กหนุ่มผมสีเงินก็ออกมา พร้อมกับผ้าเช็ดหน้า ดอกไม้ ที่ถูกโยนลงมาราวกับเป็นของแจกฟรี ทำให้คู่ต่อสู้ของเขาถึงกับพูดไม่ออก เพราะบรรยากาศเหมือนกับว่าวิเซริสชนะไปแล้ว

คู่ต่อสู้ของเขาครั้งนี้มาจากตระกูลอันทาเรียน ซึ่งเป็นครอบครัวของซีลอร์ดเฟอร์เรโก เขาเป็นชายหนุ่มอายุปลายยี่สิบหรือต้นสามสิบ มีผมสีน้ำตาลที่ถูกมัดไว้และดวงตาสีฟ้าเป็นประกาย

“ลอร์ดวิเซริส”

“ลอร์ดโคล”

หลังจากทักทายกันการแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้น ซึ่งนี่เป็นการแข่งขันครั้งแรกของวิเซริสเลยที่ไม่มีการพูดจายั่วโมโห ทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง แถมนักดาบที่ชื่อโคลยังดูสุภาพและตั้งใจแข่งขันอย่างเต็มที่

“ลอร์ดโคล การก้าวเท้าของท่านยังไม่มั่นคงพอ ท่านว่องไว แต่ขาดความเสถียร” วิเซริสให้คำแนะนำ พลางเริ่มต้นฝึกฝนประสบการณ์ทางการทหารของตนใหม่ โดยคราวนี้เขาไม่ได้อวดดีเหมือนก่อน แต่ใช้เสียงที่มีเพียงพวกเขาสองคนได้ยินเพื่อให้คำแนะนำ ซึ่งโคลเองก็ตั้งใจฟังและพยายามปรับการทรงตัวของเขา ซึ่งช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากนั้นวิเซริสก็ให้คำแนะนำเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย และดูเหมือนโคลจะเข้าใจอะไรบางอย่าง จนกระทั่งเมื่อรู้สึกว่าได้วอร์มอัพพอแล้ว วิเซริสจึงกล่าวว่า “พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน” จากนั้นจึงปัดป้องการโจมตีของโคล และจรดคมดาบไว้ที่ลำคอของอีกฝ่าย การแข่งขันจึงถูกตัดสินในที่สุด พร้อมกับโคลที่โค้งคำนับวิเซริสด้วยความซาบซึ้ง

“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ท่านลอร์ด”

“ข้าเองก็ได้เรียนรู้จากท่านไม่น้อยเช่นกัน”

“วิเซริส ทาร์แกเรียน เป็นฝ่ายชนะ!”

. . .

ในขณะเดียวกันทางด้านของโจราห์ เมื่อคืนก่อนเขาได้ยินข่าวลือบางอย่างมาว่าวิเซริสดูเหมือนจะไปล่วงเกินตระกูลเฟรการ์ ซึ่งเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในบราวอส ทำให้ผู้คนเริ่มกังวลเกี่ยวกับชะตากรรมของเขา แต่เนื่องจากตระกูลเฟรการ์มีอำนาจมากและโหดเหี้ยม พวกเขาจึงทำได้เพียงแค่บ่นพึมพำกันไปตามเรื่อง โจราห์เองก็คิดว่าคราวนี้เขาคงไม่สามารถเดิมพันให้วิเซริสชนะได้อีกแล้ว

“วิเซริส ทาร์แกเรียน เป็นฝ่ายชนะ . . .”

หลังจากได้ยินข่าวจากโรงละคร โจราห์ก็เริ่มสืบประวัติของอีกสามคนที่ผ่านเข้ารอบ ‘4 คนสุดท้าย’ และพวกเขาทั้งหมดก็ล้วนมาจากตระกูลเฟรการ์ ดังนั้นโจราห์จึงตัดสินใจว่าครั้งนี้เขาควรเดิมพันให้วิเซริสเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

‘บางทีเขาอาจตายไปเลยในสนามรบ จากนั้นข้าก็จะสามารถจับตัวแดเนริสได้พร้อมกับไคลา ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าอาจได้รับอภัยโทษจากบัลลังก์เหล็ก!’ เขาวาดแผนการอันยิ่งใหญ่ในหัว ขณะเดียวกันก็คำนวณเงินสำหรับการเดินทาง เขานับเหรียญทองมังกรกว่าร้อยเหรียญในกระเป๋า ก่อนจะแบ่งบางส่วนออกไว้ใช้จ่าย แล้วนำที่เหลือไปเดิมพันให้วิเซริสแพ้ในช่วงบ่าย

อีกด้านหนึ่งที่ฝั่งของทอร์โม

“ท่านพ่อ เราควรทำอย่างไรต่อไป?”

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทอร์โมรู้สึกหงุดหงิดมาก ฝีมือดาบของวิเซริสเกินความคาดหมายของเขา!

“เจ้าเด็กทาร์แกเรียนคนนี้ยังไม่ครบสิบเจ็ดปีเลยใช่หรือไม่?”

ไวทัสครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “เขายังไม่ถึงสิบหกด้วยซ้ำ”

“ยังไม่ถึงสิบหก แต่ทักษะดาบของเขากลับแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!” ทอร์โมไม่เข้าใจโลกนี้มันผิดแปลกไปหมดแล้วเหรอ? เขาเล่นงานเด็กคนนั้นสารพัดวิธี แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเลย

ไวทัสมองบิดาของตนเงียบ ๆ รอให้เขาตัดสินใจ

“อย่าไปสนใจพวกนักดาบสองคนนั่น ข้าต้องการแค่ชีวิตของเจ้าเด็กทาร์แกเรียนคนนี้เท่านั้น!”

“รับทราบ ท่านพ่อ”

ไวทัสรู้ดีว่าเขาจะต้องเตรียม ‘อุปกรณ์’ บางอย่างไว้สำหรับนักดาบทั้งสอง ส่วนทอร์โมที่รู้สึกหงุดหงิดเป็นครั้งแรก เขาก็สั่งให้สืบเรื่องของแอนเดอร์เซนก่อนหน้านี้ และสิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้เขาเข้าใจความรู้สึกของความพ่ายแพ้จากการที่ถูกเด็กคนเดิมเล่นงานซ้ำแล้วซ้ำเล่าขึ้นมาบ้างแล้ว

‘ไม่! ข้าต้องฆ่าเจ้าเด็กทาร์แกเรียนคนนี้ให้ได้!’

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 73

คัดลอกลิงก์แล้ว