เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 72

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 72

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 72


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 72 เจ้าไม่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลทาร์แกเรียน

“เจ้าชายวิเซริส เจ้าหญิงแดเนริส”

‘อะไรกันเนี่ย!’

ทุกคนภายในห้องสบตากันด้วยความงุนงง ขณะที่วิเซริสพยายามนึกว่าชายคนนี้เป็นใคร ชายวัยสี่สิบกว่าก็พูดขึ้นมาต่อว่า “เจ้าชายวิเซริส เจ้าหญิงแดเนริส ข้ามีนามว่า กริฟฟิน แต่นั่นเป็นเพียงนามแฝง นามจริงของข้าคือ จอน คอนนิงตัน ข้าเคยติดตามเจ้าชายเรการ์”

วิเซริสหยุดคิดไปชั่วขณะ ก่อนจะกล่าวขึ้น “ยุทธการแห่งระฆังใช่ไหม?”

ร่างของจอน คอนนิงตันสั่นเล็กน้อย “ใช่ ยุทธการแห่งระฆัง”

ยุทธการแห่งระฆังเป็นสมรภูมิสำคัญในสงครามกบฏของโรเบิร์ต ในตอนนั้นโรเบิร์ตถูกจอน คอนนิงตันไล่ต้อนจนมุมในเมืองสโตนนีเซปต์ จนต้องไปซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงของหญิงโสเภณีเพื่อเอาชีวิตรอด แน่นอนว่าตอนนั้นจอน คอนนิงตันสามารถเผาเมืองเพื่อฆ่าโรเบิร์ตได้ แต่ด้วยเกียรติของเขาที่ไม่ยอมให้เขาทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ทำให้การตัดสินใจนี้นำไปสู่การถูกขับไล่โดยราชาบ้าผู้ล่วงลับเอรีสที่สอง หลังจากนั้นเขาก็ได้เข้าร่วมกับกลุ่มโกลเดนและไต่เต้าขึ้นมาในกองทัพ

ซึ่งตามแผนเดิมวิเซริสและแดเนริสควรจะออกจากบราวอสไปตั้งแต่ครึ่งปีก่อนแล้ว และพวกเขาไม่ควรได้พบกับจอน คอนนิงตัน แต่ตอนนี้พวกเขากลับมาเจอกันที่นี่

“ข้าจำได้แล้ว ลุกขึ้นเถอะ” วิเซริสกล่าว

จอน คอนนิงตันเงยหน้าขึ้นมองวิเซริส ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยน้ำตาเมื่อเห็นใบหน้าที่คล้ายคลึงกับเรการ์ ก่อนที่เขาจะพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ของตนเอง แต่หัวใจของเขาก็ยังคงภักดีต่อ ‘เด็กกำพร้า’ ของเรการ์

“ท่านยังรับใช้กองทหารโกลเดนอยู่หรือไม่?” วิเซริสถามขึ้น

“ใช่ เดิมทีข้าตั้งใจจะออกมาเมื่อปีที่แล้ว แต่หลังจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับท่านทั้งสอง ข้าจึงเลือกที่จะอยู่ต่อ”

“แล้วตอนนี้ท่านมาที่นี่ทำไม?” น้ำเสียงของวิเซริสเย็นชา แต่จอน คอนนิงตันเข้าใจไปเองว่าเป็นเพราะความแค้นจากการที่ต้องลำบากมาด้วยกัน

ดังนั้นเขาจึงรีบอธิบายอย่างรวดเร็วว่า “ข้าหวังว่าจะได้รับใช้เจ้าชายและเจ้าหญิง”

“ไม่จำเป็น พ่อของข้าขับไล่เจ้าไปแล้ว ตั้งแต่นั้นมาเจ้ากับตระกูลทาร์แกเรียนก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว เจ้าอยากติดตามใครหรือจะใช้ชีวิตอย่างไรก็เป็นเรื่องของเจ้า” วิเซริสกล่าว ก่อนจะหันไปสั่งไคลา “ไคลา พาชายคนนี้ออกไปซะ”

“เดี๋ยวก่อน!” จอน คอนนิงตันร้องขึ้น และคิดว่าวิเซริสยังคงโกรธเขาเรื่องที่ไว้ชีวิตโรเบิร์ต “ราชาเอรีสผู้ล่วงลับยังมีเมตตาและเพียงแค่เนรเทศข้า แต่หากไม่ใช่เพราะข้า เจ้าชายเรการ์และพระองค์คงไม่ . . . ได้โปรดให้โอกาสข้าไถ่บาปด้วยเถิด”

คำพูดของเขาทำให้คนอื่น ๆ ในห้องรู้สึกเห็นใจ และถ้าดูจากภายนอกมันก็เหมือนว่าวิเซริสกำลังจะได้ ‘พันธมิตร’ ที่ภักดีอีกคน

แต่แทนที่จะแสดงความเห็นใจ วิเซริสกลับขมวดคิ้ว เขาลุกขึ้นยืน วางมือลงบนไหล่ของจอน คอนนิงตันอย่างมั่นคง ราวกับคีมเหล็กที่พร้อมจะบดขยี้มันในทันที “เซอร์จอน คอนนิงตัน ตั้งแต่เจ้าก้าวเข้ามาในห้องนี้ เจ้าก็ยังไม่พูดความจริงเลยสักครั้ง”

หัวใจของจอน คอนนิงตันกระตุกวูบ พร้อมกับหูที่อื้ออึงไปหมด เขาไม่รู้เลยว่าเขาเผลอเปิดเผยจุดอ่อนของตนเองได้อย่างไร

“เจ้าชาย ข้าไม่เข้าใจว่าท่านหมายถึงอะไร” จอน คอนนิงตันตอบกลับอย่างประหม่า พร้อมกับภาพของใครบางคนที่แวบขึ้นมาในหัว

“เจ้าไม่เข้าใจจริง ๆ หรือ?” วิเซริสเพิ่มแรงบีบส่งความชาไปทั่วไหล่ของจอน คอนนิงตัน ทำให้จอน คอนนิงตันอดคิดไม่ได้ว่าแรงกดของวิเซริสนั้นช่างน่าหวาดหวั่นเหลือเกิน

“ได้โปรดบอกข้าเถิด เจ้าชาย”

วิเซริสโน้มตัวลงมา ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากจอน คอนนิงตันเพียงครึ่งฟุต ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายตรงหน้า “ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย อย่าบังคับให้ข้าต้องพูดซ้ำ เพราะครั้งหน้าที่เจ้าโผล่มาต่อหน้าข้า ข้าจะฆ่าเจ้า”

แดเนริสมองพี่ชายของนางด้วยความสับสน ทำไมเขาถึงเย็นชากับชายคนนี้นัก? ‘อาจอน’ คนนี้เคยติดตามเรการ์ เขาก็ควรจะเป็นคนดีไม่ใช่หรือ?

นอกจากนี้นางก็รู้เรื่องของ ‘ยุทธการแห่งระฆัง’ เช่นกัน และรู้ว่าเขามีส่วนทำให้มันเกิดขึ้น แต่พี่ชายเคยบอกไว้ว่าบางเรื่องต้องตัดสินด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แล้วทำไมเขาถึงปฏิบัติกับชายคนนี้เช่นนี้?

ในที่สุดหลังจากต่อสู้กับความคิดของตนเองอยู่ครู่หนึ่ง จอน คอนนิงตันก็กล่าวออกมาว่า “ลูกของเรการ์ยังมีชีวิตอยู่ ข้าปกป้องเขามาตลอด”

ลูกของเรการ์? ลูกของเรการ์ไม่ใช่ว่าถูก ‘เดอะเมาน์เทน’ ฆ่าตายไปแล้วหรือ? เมื่อแดเนริสได้ยินข่าวนี้นางก็เบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ

วิเซริสเดินกลับมานั่งลงบนเก้าอี้ “เล่ามาให้หมด แผนการของเจ้า วาริส และอิลลิรีโอ บอกข้าทุกอย่าง!”

‘เป็นไปได้ยังไง! เขารู้เรื่องนี้ได้ยังไง?’ จอน คอนนิงตันรู้สึกตกใจสุดขีด เขาสบตากับวิเซริส และรู้สึกเหมือนว่าความลับทั้งหมดของเขากำลังถูกมองทะลุไปหมดแล้ว

ก่อนที่ในที่สุด จอน คอนนิงตันจะยอมเล่าทุกอย่างที่เขารู้ให้วิเซริสฟัง ตั้งแต่เรื่องที่วาริสสลับเด็กทารก เรื่องที่อิลลิรีโอมอบเด็กคนนั้นให้เขา และเรื่องที่เขาปลอมตัวเป็นพ่อของเด็กและเลี้ยงดูเขามา

“แล้วพวกข้าล่ะ? แล้วแดเนริสกับข้าล่ะ? พวกเจ้าวางแผนอะไรไว้สำหรับพวกเรา?” วิเซริสถามเสียงเข้ม

เรื่องนี้จอน คอนนิงตันไม่กล้าตอบ เพราะสิ่งที่พวกเขาวางแผนไว้สำหรับวิเซริสและน้องสาวของเขานั้นโหดร้ายเกินไป พวกเขาตั้งใจใช้พี่น้องคู่นี้เป็นตัวล่อดึงความสนใจจากศัตรูเพื่อให้ ‘เอกอนน้อย’ เติบโตอย่างปลอดภัย นี่เป็นความลับที่จอน คอนนิงตันไม่อยากให้เปิดเผย

“พูดไม่ได้สินะ? พวกเจ้าคิดว่า ‘เอกอนน้อย’ มีสิทธิ์ในบัลลังก์มากกว่าข้ากับแดเนริส ดังนั้นพวกเจ้าจึงผลักดันพวกข้าไปแนวหน้า ทิ้งพวกข้าให้เร่ร่อน ถูกลอบสังหาร ถูกชักใยไปตามแผนของพวกเจ้า แม้ว่าแดเนริสจะถูกขายเข้าซ่อง หรือข้าจะถูกฆ่าตาย พวกเจ้าก็ไม่สนใจเลยใช่ไหม!?” น้ำเสียงของวิเซริสเย็นเยียบจนรีจิสที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับตัวสั่น

“ไม่ใช่นะ!” จอน คอนนิงตันพยายามแก้ต่าง แต่เสียงของเขากลับอ่อนแรง

วิเซริสไม่สนใจคำแก้ตัวของเขา “ถ้าเป็นแบบนั้น แล้วเจ้ามาหาข้าทำไม? ก็แค่ฝึกเด็กนั่นต่อไปไม่พอหรือไง? ใช้พวกข้าเป็นโล่ยังไม่พออีกหรือ? หรือเจ้าต้องการให้ข้าคุกเข่าและสาบานความจงรักภักดีต่อเด็กนั่น?”

จอน คอนนิงตันตัวสั่นเทา เพราะนี่เกี่ยวข้องกับแผนขั้นต่อไปของเขากับอิลลิรีโอ วิเซริสเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และเขาไม่ได้เป็นแค่เหยื่อล่อธรรมดา แต่เป็นเหยื่อล่อที่ ‘เกินความจำเป็น’ พวกเขาจึงต้องการควบคุมวิเซริสให้สิ้นเชิง ดังนั้นเป้าหมายของจอน คอนนิงตันก็คือพาเขาเข้าสู่โกลเดนและจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิด

ในที่สุดจอน คอนนิงตันก็กล่าวขึ้นด้วยเสียงอ่อนแรง ราวกับพยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง “เจ้าชาย เอกอนคือทายาทของเจ้าชายเรการ์ คำพยากรณ์กล่าวถึงมังกรสามหัว บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะทวงคืนบัลลังก์เหล็ก!”

“ข้าจะไปแย่งชิงเก้าอี้พัง ๆ นั่นทำไม? แล้วเจ้ามีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลทาร์แกเรียนตั้งแต่เมื่อไหร่?” วิเซริสย้อนกลับทันที

จากนั้นเขาหันไปหารีจิสและไคลา “รีจิส ไคลา พวกเจ้าออกไปได้ เฝ้าประตูไว้”

ทั้งสองพยักหน้าแล้วเดินผ่านจอน คอนนิงตันที่แทบทรงตัวไม่อยู่ ก่อนที่วิเซริสจะลากเขาไปที่โต๊ะ และใช้นิ้วจุ่มน้ำและเขียนประโยคหนึ่งลงไป

เมื่อจอน คอนนิงตันเห็นประโยคนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างทันที และแถบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง “เป็นไปไม่ได้!”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 72

คัดลอกลิงก์แล้ว