- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 71
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 71
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 71
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 71 คนรักของแม่มังกร
หลังจากชมการแข่งขันของวิเซริสจบเฟอร์เรโกก็เตรียมพร้อมจะออกงาน เพราะการที่บุคคลสำคัญเช่นเขาปรากฏตัวก็เป็นเรื่องน่าประหลาดใจพออยู่แล้ว และเมื่อเขาออกจากโรงละครกลาง การแข่งขันรอบที่สองก็เริ่มต้นทันที ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นานทอร์โมก็ออกไปเช่นกัน ส่วนรอธนั้นเขาเดินทางมาที่ห้องของวิเซริส
“ลอร์ดรอธ เลดี้เมธิส” วิเซริสทักทายทั้งคู่ โดยมีแดเนริสเดินตามมาติด ๆ พวกเขาทั้งคู่เคลื่อนไหวอย่างสอดประสาน ก่อนที่เมธิสจะเดินตรงไปหาแดเนริส ขณะที่ไคลาซึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็ก้าวเข้าไปโดยสัญชาตญาณ แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อสบตากับวิเซริส
จากนั้นรอธก็พูดถึงการแข่งขัน พร้อมเอ่ยปากชื่นชม “เพลงดาบของลอร์ดวิเซริสนั้น ข้าคิดว่ายอดเยี่ยมที่สุดในบรรดาเมืองเสรีทั้งหลาย”
“ท่านชมเกินไป ข้ายังเยาว์วัย และแม้แต่นายช่างฝีมือดีก็ต้องมีจิตใจของศิษย์ฝึกหัดอยู่เสมอ”
“นายช่างฝีมือดีต้องมีจิตใจของศิษย์ฝึกหัดเสมอ! นั่นเป็นคำกล่าวที่ดีมาก ฟังดูมีเหตุผลทีเดียว” รอธกล่าว ชื่นชมความคิดนั้น แม้ว่าเขาจะรู้ว่ามันเป็นเพียงคำพูดเปรียบเปรยก็ตาม
หลังจากแลกเปลี่ยนคำพูดตามมารยาทกันครู่หนึ่ง พวกเขาก็เข้าสู่ประเด็นสำคัญ “ข้าได้ยินว่าลอร์ดวิเซริสต้องการเข้าร่วมกองทหารรับจ้าง”
“ถูกต้อง” วิเซริสพยักหน้ายืนยัน
สีหน้าของรอธจริงจังขึ้นทันที “ข้าไม่อาจบอกว่าข้าเข้าใจความรู้สึกของท่าน แต่ข้าเข้าใจการกระทำของท่าน อย่างไรก็ตามข้ายังมีอีกคำถามหนึ่งที่อยากถาม”
“เชิญถามได้เลย” วิเซริสกล่าวเชื้อเชิญ
“เหตุผลที่แท้จริงที่ท่านเข้าร่วมการแข่งขันคืออะไร? นอกเหนือจากดาบวาเลเรียนและเงินรางวัล”
“ข้าต้องการเพิ่มค่าหัวของตัวเอง”
“เพิ่ม . . . ค่าหัวของตัวเอง?” รอธไม่เข้าใจในทันที แต่เมื่อวิเซริสอธิบายเขาก็เข้าใจ “อ๋อ เพื่อเพิ่มต้นทุนในการลอบสังหารของพวกกบฏสินะ”
“ถูกต้อง”
รอธพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าวิเซริสเข้าร่วมการแข่งขันเพียงเพื่อแสดงฝีมือการต่อสู้ เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ดีขึ้นเมื่อเข้าร่วมกองทหารรับจ้าง
“แล้วท่านตั้งใจจะคว้าแชมป์หรือไม่? จากพลังที่ท่านแสดงให้เห็นมา หากมีใครต้องการจ้างพวกนักฆ่าไร้หน้าให้สังหารท่าน คงต้องใช้เงินพอ ๆ กับการจ้างกองทหารรับจ้างเลยทีเดียว”
วิเซริสรู้สึกถึงนัยที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของรอธ แต่เขาก็ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นศัตรูจากอีกฝ่าย จึงถามออกไปตรง ๆ ว่า “ท่านต้องการให้ข้าถอนตัวจากการแข่งขันอย่างนั้นเหรอ?”
รอธครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “หากท่านถอนตัวตอนนี้ มันคงไม่เป็นผลดีต่อตระกูลซาลีน แต่ข้าก็ยังอยากให้ท่านระวังตัวให้มากขึ้น ทอร์โมอาจมีแผนการอื่นอีก”
วิเซริสพยักหน้า และข้อเสนอถัดมาของรอธทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม
“ท่านหมายถึงจะให้ยืมดาบประจำตระกูลของท่านหรือ?!”
วิเซริสรู้สึกแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเอง เขามีค่าถึงระดับนั้นแล้วเหรอ? ถึงแม้จะรู้สึกหวั่นไหวอยู่บ้าง แต่เขาก็รีบปฏิเสธ เพราะนั่นคือดาบวาเลเรียน ไม่ใช่ดาบธรรมดา นอกจากความคม ความทนทาน และน้ำหนักเบาแล้ว ตามที่นิยายได้กล่าวไว้ หน้าที่หลักของดาบวาเลเรียนคือใช้สังหาร ‘พวกอสรพิษน้ำแข็ง’
ซึ่งตอนนี้เขายังไม่จำเป็นต้องใช้มันในเร็ว ๆ นี้ และถ้าหากเขาตอบรับข้อเสนอของรอธมันก็เท่ากับว่าเขาจะเป็นหนี้บุญคุณที่ไม่คุ้มกับผลประโยชน์ที่ได้รับ กล่าวโดยสรุปก็คือ มันไม่คุ้มค่า! ดังนั้นวิเซริสจึงปฏิเสธข้อเสนอ “ขอบคุณลอร์ดรอธในความกรุณา แต่ข้าอยากบอกว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของข้านั้น มากกว่าที่ท่านได้เห็น ข้ายังต้องการชิงแชมป์การแข่งขันเพลงดาบ”
เมื่อมองเห็นสีหน้าของวิเซริส รอธก็รู้ว่าเขาไม่อาจกล่าวอะไรเพิ่มเติมได้อีก เพราะสิ่งที่เขาเห็นบนใบหน้าของวิเซริสนั้นไม่ใช่ความเย่อหยิ่งของวัยหนุ่ม แต่เป็นความมั่นใจอันทรงพลัง และเมื่อเขาได้พูดทุกสิ่งที่ควรพูดแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเกลี้ยกล่อมต่อไป
หลังจากสนทนากันอีกครู่หนึ่ง รอธก็ส่งสัญญาณให้เมธิส ซึ่งก่อนจากไปเมธิสก็จับมือของแดเนริสลูบมันเบา ๆ สองสามครั้ง และยืนยันที่จะมอบต่างหูให้เธอ
“ผู้หญิงทุกคนควรมีรูหู ข้าจะให้คนมาทำให้ มันไม่เจ็บเลยสักนิด”
“ขอบคุณ ท่านผู้หญิง”
ขณะที่มองดูรอธและเมธิสจากไป วิเซริสก็รู้สึกสับสนอยู่บ้างในใจ ทำไมพวกเขาถึงให้ความสำคัญกับเขานัก? ตามมาตรฐานทั่วไปแล้ว การเข้าร่วมกองทหารรับจ้างมีโอกาสสูงสุดคือกลายเป็น ‘บิตเตอร์สตีล’ คนถัดไป หรือว่ารอธเชื่อจริง ๆ ว่าเขาจะสามารถทวงคืนเวสเทอรอสได้?
ในขณะที่วิเซริสกำลังขบคิดถึงเจตนาของรอธ จู่ ๆ ก็มีคนมาเยี่ยม เขาเป็นชายวัยสามสิบต้น ๆ เดินก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางกระชับกระเฉง ดวงตาของเขาสีฟ้า และหนวดเครากับเส้นผมก็ถูกย้อมเป็นสีเดียวกัน ซึ่งเขาว่ากันว่านี่เป็นสไตล์ของชาวไทโรช โดยเขาได้แบ่งหนวดเคราออกเป็นสามแฉกอย่างพิถีพิถัน และพกพาดาบโค้งของโดธรากีที่ด้านซ้าย ส่วนด้านขวาเป็นดาบเรียวบาง
รีจิสและไคลาเตรียมพร้อมปกป้องแดเนริสตลอดเวลา แต่ชายผมสีน้ำเงินกลับไม่ได้แสดงท่าทีคุกคาม และเริ่มแนะนำตัวเองอย่างสุภาพว่า
“ลอร์ดวิเซริส ข้ามีนามว่า ดาริโอ นาฮาริส จากกลุ่มทหารรับจ้างสตอร์มโครวส์”
‘ดาริโอ’ วิเซริสทวนชื่อในใจ พลางนึกถึงตัวตนของชายผู้นี้ได้อย่างรวดเร็ว ในซีรีส์เขาคือคนที่หักหลังพวกพ้องของตนเองแล้วนำกองทหารรับจ้างไปถวายแด่แม่มังกร จากนั้นยังมีสัมพันธ์ชั่วคราวกับนางและกลายเป็นแม่ทัพผู้ภักดีที่สุดของนาง
ทันใดนั้นวิเซริสก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที ไม่เพียงแต่เขาต้องระวังพวก ‘ผมสีเหลือง’ แต่ยังต้องระวังพวก ‘ผมสีแดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงิน และม่วง’ อีกด้วย อย่างไรก็ตามในเนื้อเรื่องเดิมแม่มังกรนั้นอยู่ตัวคนเดียวและจำเป็นต้องใช้มาตรการสุดโต่งแบบนั้นเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดต่อไป ส่วนตอนนี้นั้นแดเนริสเพียงมองดาริโอด้วยสายตาระแวดระวัง และดวงตาของนางก็ไม่มีแววแห่งความไว้วางใจเลย
“ท่านมาหาข้าด้วยเรื่องใด?” วิเซริสถามอย่างสงสัย
“ข้ามาเชิญท่านเข้าร่วมกลุ่มทหารรับจ้างสตอร์มโครวส์ หากท่านตกลง เราจะเสนอค่าตอบแทนให้ปีละ 2,000 เหรียญทองมังกร และตำแหน่งหัวหน้าหน่วยระดับสอง” ดาริโอตอบ โดยตำแหน่งหัวหน้าหน่วยรบระดับสองนั้นจะสามารถควบคุมทหารเกือบ 300 นาย นี่ถือเป็นข้อเสนอที่ใจกว้างมากสำหรับผู้ที่เพิ่งเข้าร่วมกลุ่ม
ขณะพูดดาริโอก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ และสังเกตเห็นแดเนริสที่ยืนหลบอยู่ด้านหลัง ทำให้แววตาของเขาส่องประกายขึ้นมาทันที
“ข้อเสนอของท่านดีมาก แต่ตอนนี้ข้ายังต้องมุ่งสมาธิกับการแข่งขัน ข้าจะให้คำตอบหลังจากจบมันแล้ว” วิเซริสตอบ
ทันใดนั้นดาริโอก็ชักดาบโค้งของโดธรากีออกมาทำให้ทุกคนตกใจ ซึ่งวิเซริสเองก็ไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร แต่ก็ยังคงใจเย็น เพราะเขามั่นใจในพลังของตนเอง ก่อนที่ดาริโอจะวางดาบในแนวนอนบนมือทั้งสองข้างแล้วกล่าวว่า “ได้โปรดรับดาบของข้าไว้และมอบให้สตรีผู้เลอโฉม หากนางต้องการดาบของข้า ข้าจะมาตอบรับคำเรียกของนาง”
วิเซริสมองไปที่ดาบ พลางสังเกตเห็นด้ามจับที่สลักเป็นรูปสตรีเปลือยอย่างเย้ายวนเกินไป ในขณะที่วิเซริสกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นแดเนริสก็ก้าวออกมาขัดซะก่อน “ขอบคุณในความเมตตาของท่าน แต่ดาบของพี่ชายข้าคือดาบที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก! ข้าไม่ต้องการดาบของใครอื่น”
‘โอเค โอเค โอเค เจ้าสนใจน้องสาวข้าใช่ไหมล่ะ?’ วิเซริสคิดในใจ และรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ก็พอใจที่แดเนริสตอบกลับอย่างหนักแน่น และการสนทนาก็จบลงอย่างเย็นชาเล็กน้อย พร้อมกับดาริโอที่เดินจากไปด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามหลังจากดาริโอเพิ่งออกไปได้ไม่นาน มันก็มีชายผมสีน้ำเงินอีกคนเดินเข้ามา เขาคนนี้ดูมีอายุมากกว่า ใบหน้าเกลี้ยงเกลา แต่งกายอย่างพิถีพิถัน และมีลักษณะใบหน้าที่ดูเป็นชาวเวสเทอรอส
ซึ่งวิเซริสจำเขาไม่ได้ในทันที แต่หลังจากนั้นไม่นานภาพต่อมาก็ยิ่งทำให้วิเซริสยิ่งระมัดระวังขึ้นไปอีก เพราะจู่ ๆ ชายคนนี้ก็หันหลังกลับไปปิดประตูห้อง ทำให้ทันทีที่เห็นท่าทีผิดปกติ วิเซริสจึงรีบดึงแดเนริสไปอยู่ข้างหลัง ขณะที่ไคลาและรีจิสชักดาบออกมาแล้วก้าวไปข้างหน้า ล้อมชายคนนั้นเอาไว้
แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมาชายผมสีน้ำเงินก็คุกเข่าลงและกล่าวว่า “เจ้าชายวิเซริส! เจ้าหญิงแดเนริส!”
โปรดติดตามตอนต่อไป …