เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 70

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 70

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 70


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 70 สามผู้ชม

“ฮ่า ๆ ไม่ต้องรีบ วิเซริสเป็นคนแรกหรือคนสุดท้ายกัน? มาดูกันก่อนว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

ด้วยคำพูดนั้นการสนทนาจึงจบลงชั่วคราว และการแข่งขันก็เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ

หลังจากกล่าวลาแดเนริสและคนอื่น ๆ วิเซริสก็มุ่งหน้าไปยังลานประลอง ซึ่งการปรากฏตัวของเขาดึงดูดความสนใจของผู้ชมทันที

“นั่นวิเซริส! หน้าตาช่างงดงามจริง~”

“ดวงตาของเขาเป็นสีม่วงจริง ๆ ด้วย!”

“หึ ราชาขอทานไม่มีอะไรดีหรอก”

“ดูผมของเขาสิ!”

เสียงกระซิบและความคิดเห็นจากผู้คนผสมกันจนกลายเป็นเสียงอื้ออึงจับความหมายได้ยาก ซึ่งส่วนใหญ่จะให้ความสนใจกับรูปลักษณ์ของเขา แต่บางคนที่มีสายตาเฉียบแหลมกว่านั้นจะสังเกตเห็นบางอย่างในท่วงท่าของเขา

“นั่นวิเซริสเหรอ?” ดาริโอถาม

“ใช่ ดูเขาสิ ท่วงท่าการเดินนั่น ดีแล้วที่บลัดเบียร์ดไม่ได้ตัวน้องสาวของเขาไป ไม่งั้นคงแย่แน่”

ดาริโอเมินลูกน้องของตน และเริ่มสังเกตจากการจับดาบ ก้าวเดิน และแววตาของวิเซริส ก่อนจะได้ข้อสรุกว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน

“ดูผลงานของเขาก่อน ถ้าทำได้ดี เราจะเพิ่มค่าตัวให้และเชิญเขามาเข้าร่วมกับเราอีกครั้ง”

ในขณะเดียวกัน จอน คอนนิงตัน ก็กำลังครุ่นคิดถึงวิธีโน้มน้าวให้วิเซริสเข้าร่วมกับกองทหารรับจ้างโกลเดน แน่นอนว่าเขาไม่กังวลเรื่องเงิน เพราะโกลเดนของเขามีเงินเหลือเฟือ และจากข้อมูลของอิลลิริโอเขาก็ได้รู้ว่าวิเซริสเป็นผู้คิดค้นสบู่ชนิดหนึ่ง ซึ่งต้องทำเงินให้เขาได้ไม่น้อย เพราะดูจากการที่เขาสามารถสร้างพันธมิตรกับตระกูลซาลีนได้

‘บางทีข้าควรเปิดเผยตัวตน?’ จอน คอนนิงตันครุ่นคิด หากเขาพูดถึงเรการ์ บางทีวิเซริสอาจจะยอมเข้าร่วมกับกองทัพโกลเดน เพราะมีน้อยคนนักที่รู้ว่าวิเซริสได้รับการสวมมงกุฎจากมารดาของเขา และจอน คอนนิงตัน ซึ่งถูกขับไล่ออกจากเวสเทอรอสมานานยังคงเชื่อว่าทายาทแห่งบัลลังก์เหล็กจะต้องมาจากสายเลือดของเจ้าชายเท่านั้น

เมริสเองก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นเขา ก่อนหน้านี้นางแทบจะใช้เหรียญทองหมดไปกับการซื้อตั๋วเข้าชม แต่มันก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว เพราะถ้าหากนางสามารถชักชวนเขาได้ หัวหน้าจะต้องคืนเงินให้นางแน่นอน!

ในขณะเดียวกัน เบ็นโร ผู้ก้าวขึ้นสู่เวทีพร้อมกับวิเซริสกลับไม่ได้รับความสนใจมากนัก เขาดูเหมือนชายวัย 34 - 35 ปี มีเคราสีน้ำตาลปกคลุมครึ่งหน้า และรอยแผลเป็นตื้น ๆ บนหน้าผากจากลูกธนูที่เฉียดผ่าน

“เจ้าไม่ควรต่อต้านลอร์ดทอร์โม” เขาพูดขึ้น

“เลิกพูดมาก เจ้าคุยกับคนอื่นก่อนสู้หรือไง?”

“หึ!”

เมื่อเห็นว่าวิเซริสไม่คิดจะโต้เถียง เบ็นโรก็เงียบลง

“การแข่งขันเริ่มได้!”

เสียงแตรดังขึ้นสั้น ๆ พร้อมกับเบ็นโรที่ใช้ดาบพุ่งแทงเบา ๆ เพื่อทดสอบก่อน แต่วิเซริสกลับหลบได้อย่างง่ายดายและยิ้มเยาะ “ได้แค่นี้เองเหรอ?”

“เจ้าจะต้องเสียใจ!” เบ็นโรตอบกลับ

“เสียใจ?” วิเซริสแค่นเสียง “ดูเหมือนว่าสมัยนี้ทหารรับจ้างจะต่อสู้กันด้วยปากก่อนสินะ”

พูดจบสีหน้าของวิเซริสก็จริงจังขึ้น และหยุดยั่วเย้าเบ็นโรหันไปตั้งใจตอบโต้แทน

“ขึ้น! ซ้าย! ลง! ข้างหน้า!” วิเซริสประกาศการโจมตีของตนเองล่วงหน้าให้คู่ต่อสู้ตั้งรับ ซึ่งการโจมตีแต่ละครั้งของเขาไม่เพียงแค่รวดเร็วเท่านั้น แต่ยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย

ในขณะเดียวกันฝูงชนก็จ้องมองการประลองตรงหน้าด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่เคยเห็นการประลองเช่นนี้มาก่อนเลย เพราะมันเหมือนบทเรียนมากกว่าการต่อสู้ เด็กหนุ่มผมเงินผู้นี้กำลังแสดงฝีมือในรูปแบบที่แปลกใหม่ เมริส ดาริโอ และคนอื่น ๆ ต่างเพิ่มค่าตัวในใจอย่างเงียบ ๆ

ไม่นานนักเบ็นโรก็ตระหนักว่าเขาตามความเร็วดาบของวิเซริสไม่ทัน ‘นี่มันปีศาจอะไรกัน?’ วิเซริสสามารถโจมตี พูด และรักษาการหายใจได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่เบ็นโรเหนื่อยหอบหลังจากผ่านไปไม่ถึงสิบกระบวนท่า

การป้องกันของเบ็นโรเริ่มพังทลาย ในที่สุดดาบของเขาก็หลุดจากมือ โดยวิเซริสได้ฟาดดาบของตนให้เฉียดเคราของเขา พร้อมกับปลายคมดาบอันเย็นเฉียบที่แนบกับลำคอของเบ็นโร

เพียงสองลมหายใจต่อมา กรรมการก็ประกาศผลอย่างรวดเร็ว “วิเซริส ทาร์แกเรียน เป็นผู้ชนะ!”

ซีลอร์ดเฟอร์เรโก เหลือบมองไปที่องครักษ์ส่วนตัวของเขาการ์โร ซึ่งแสดงแววชื่นชมออกมาอย่างหายาก ทำให้เฟอร์เรโกรู้ทันทีว่าวิเซริสสามารถเอาชนะใจของการ์โรได้ด้วยฝีมือดาบของเขาเรียบร้อยแล้ว

ข้าง ๆ เขาทอร์โมก็ขมวดคิ้วแน่น คนของเขาดูเหมือนจะไม่มีใครสามารถเอาชนะวิเซริสได้ เช่นนั้นแล้ว . . .เขาอาจจะไม่ได้แชมป์สักรายการเลยก็เป็นได้

ส่วนรอธนั้นกลับรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าเขาจะรู้ว่าวิเซริสแข็งแกร่งจากผลงานในวันก่อน ๆ แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าทักษะของเด็กหนุ่มจะอยู่ในระดับนี้ ตอนนี้เขาสามารถจินตนาการถึงวันที่วิเซริสจะกลายเป็นดาวเด่นในหมู่ทหารรับจ้างได้อย่างชัดเจนแล้ว

ส่วนทางด้านเมริสนั้นดวงตาสีฟ้าของนางก็เป็นประกาย แต่ความมั่นใจของนางก็ต้องสั่นคลอนเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นกองทัพโกลเดนที่อยู่ไม่ไกล กองทัพโกลเดนเป็นกองทหารรับจ้างที่แข็งแกร่งและมีชื่อเสียงที่สุดในนครเสรี อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์อันยาวนานกับธนาคารเหล็ก หากลูกหนี้คนใดคิดจะเบี้ยวหนี้ กองทัพโกลเดลก็คือกองทหารที่ธนาคารเหล็กจะส่งไปจัดการเสมอ และพวกเขาก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง

หากคนพวกนี้ต้องการรับสมัครวิเซริส เมริสก็กลัวว่าพวกนางจะไม่มีทางแข่งขันได้ เพราะนางต้องไม่ลืมว่าวิเซริสเป็นตระกูลทาร์แกเรียน และผู้ก่อตั้งกองทัพโกลเดนก็เป็นลูกนอกสมรสของตระกูลทาร์แกเรียน ความเชื่อมโยงทางสายเลือดนี้ยิ่งทำให้นางรู้สึกไม่แน่ใจเข้าไปใหญ่

ความไม่มั่นใจของเมริสนี้มาจากการที่นางไม่เข้าใจเรื่องราวของเหล่าขุนนางดีนัก เพราะแท้จริงแล้ว ทาร์แกเรียนและแบล็คไฟร์ต่างก็เกลียดชังกันเข้าไส้

“เจ้าคิดว่าเราจะทำอย่างไรให้เขาเข้าร่วมกับพวกเราได้?” เมริสถามชายผมสีเทาที่อยู่ข้าง ๆ

“เมริส เจ้าเป็นห่วงว่าเราจะจ่ายค่าตัวของวิเซริสไม่ไหวหรือ?”

“ใช่” เมริสพยักหน้า

“ที่จริงแล้ว ข้าว่าปัจจัยสำคัญไม่ใช่เรื่องเงินหรอก กุญแจสำคัญคือการหาสิ่งที่เขาใส่ใจมากที่สุด”

“สิ่งที่เขาใส่ใจที่สุด . . .” เมริสขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็คิดอะไรไม่ออก

ในขณะเดียวกันวิเซริสที่กำลังเดินลงจากลานประลอง เขากำลังยิ้มอย่างสบายใจ แต่เมื่อเดินมาได้ครึ่งทางเขาก็ต้องชะงักเล็กน้อย เมื่อเห็นเงาสีขาวหลายสายพุ่งมาทางเขาโดยไม่ทันตั้งตัว และด้วยสัญชาตญาณเขาจึงพยายามหลบ แต่พอเพ่งมองดูเขาก็พบว่ามันเป็นผ้าเช็ดหน้าหลากสี ชมพู ขาว และฟ้า โดยแต่ละผืนต่างมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของหญิงสาวติดมาด้วย

ดังนั้นวิเซริสจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องรับมันเอาไว้ ขณะที่เดินต่อไปจนถึงห้องพัก ทำให้ในอ้อมแขนของเขาจึงเต็มไปด้วยผ้าเช็ดหน้าที่ได้รับจากสาว ๆ มากมาย

แดเนริสที่ดีใจอย่างมากที่เห็นเขากลับมา บัดนี้กลับมีสีหน้าหม่นหมองโดยไม่รู้ตัว ทำให้วิเซริสที่สังเกตเห็นท่าทีของน้องสาวจึงตะโกนเสียงดังทันที “รีจิส!”

รีจิสรีบเข้ามารับผ้าเช็ดหน้าจากเขา “จะให้ข้าทำอย่างไรกับสิ่งเหล่านี้?”

“กำจัดมันซะ”

“กำจัด?” รีจิสถามอย่างงุนงง

“เจ้าตัดสินใจเองแล้วกัน”

วิเซริสเหลือบมองแดเนริส ก่อนจะอุ้มนางขึ้นและหมุนตัวไปรอบ ๆ ทำให้ใบหน้าของแดเนริสกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง

. . .

ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที ที่ด้านนอกโรงละคร

“การแข่งขันเริ่มแล้ว!” มีคนประกาศขึ้น ทำให้ทุกคนที่อยู่ด้านนอกต่างหันไปมองทางโรงละคร ราวกับพวกเขามีดวงตาทะลุกำแพง

หลังจากรออย่างตึงเครียดอยู่ไม่กี่นาที ทันใดนั้นเสียงโห่ร้องก็ดังขึ้นจากด้านใน

“ผลออกมาแล้ว! เร็วขนาดนี้เลยหรือ!” โจราห์อุทานด้วยความกังวล แม้ว่าเขาจะเคยเห็นความแข็งแกร่งของวิเซริสมาก่อน แต่การแข่งขันครั้งนี้เป็นรอบสุดท้าย และเขาได้ลงพนันไปถึงครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินที่มี หากแพ้ล่ะก็ เขาจะเดือดร้อนหนักแน่

ตรงกันข้ามกับความกังวลของโจราห์ เฮลโบกลับดูสบายใจมาก แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยรู้เรื่องศิลปะการต่อสู้มากนัก แต่เขาก็มองออกว่าวิเซริสมีฝีมือที่ไม่ธรรมดา และเขาก็ได้รับรางวัลจากความมั่นใจของตน เพราะเงินเดิมพัน 100 เหรียญทองของเขาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

หลายคนที่เดิมพันในวันนี้ไม่ได้เข้าใจเรื่องดาบมากนัก พวกเขาแค่ชอบวิเซริสและเลือกเขา เหมือนกับคนที่พนันฟุตบอลโลกโดยเลือกทีมจากประเทศที่พวกเขาคิดว่าชื่อเท่ดี อย่างไรก็ตามเมื่อมีผู้ชนะก็ต้องมีผู้แพ้เช่นกัน และผู้แพ้ส่วนใหญ่ในวันนี้ก็คือ พวกทหารและนักเลงของตระกูลเฟรการ์

“ครั้งหน้า เราจะเดิมพันกับนักดาบของตระกูลเฟรการ์” ชายผู้มีดวงตาเรียวยาว ดูเหมือนเป็นเจ้าของกิจการเล็ก ๆ กล่าวขึ้น

“แต่ดูเหมือนว่าวิเซริสจะแข็งแกร่งมากเลยนะ เห็นว่าเขาเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ในพริบตา” อีกคนหนึ่งพูดขึ้น

เจ้าของกิจการยิ้มเยาะและตอบว่า “ไม่ต้องห่วง ครั้งหน้าเขาแพ้แน่นอน!”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 70

คัดลอกลิงก์แล้ว