เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 69

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 69

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 69


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 69 ข้าอาจคิดแคบไป

ชาวบราวอส โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพระราชวังของซีลอร์ดล้วนเป็นคนเจ้าเล่ห์ พวกเขาไม่เปิดเผยว่าสนามแข่งขันรอบสุดท้ายจะจัดขึ้นที่ไหน แต่กลับปล่อยข่าวลับ ๆ ว่าโรงละครแห่งใดแห่งหนึ่งจากสามแห่ง โรงละครมูนพูล, โรงละครเซเว่นสตาร์ หรือโรงละครเพอร์เพิลมิสต์จะถูกใช้สำหรับการแข่งขันรอบสุดท้าย

โรงละครทั้งสามแห่งนี้เป็นโรงละครที่ใหญ่และหรูหราที่สุดในบราวอส โดยแต่ละแห่งสามารถรองรับผู้ชมได้ถึงสองพันคน

ทำให้เหล่าผู้มั่งคั่งและชนชั้นสูงที่ไม่ต้องการพลาดการแข่งขันหรือโอกาสที่จะได้พบกับซีลอร์ด ต่างรีบซื้อที่นั่งในทั้งสามโรงละคร ตัวอย่างเช่นเมริสจองที่นั่งไว้ในทั้งสามแห่ง ส่วนกองทหารรับจ้างโกลเดนและกลุ่มสตอร์มโครวส์ ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขันอยู่ในรายการก็ได้รับที่นั่งที่ถูกจัดสรรโดยตรง

ส่วนผู้ที่มีเงินน้อยกว่าก็ทำได้เพียงเลือกซื้อที่นั่งในโรงละครแห่งใดแห่งหนึ่งหวังให้โชคเข้าข้างตน

แน่นอนว่ากลยุทธ์นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคนยากจน ซึ่งแทบไม่มีโอกาสไปโรงละครอยู่แล้ว และเขาโรงละครเพียงหนึ่งปีครั้งหรือครึ่งปีครั้งเท่านั้น บวกกับยิ่งเมื่อเทศกาลเริ่มต้นขึ้น ราคาตั๋วในสามโรงละครหลักก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นกว่าสิบเท่า นอกจากนี้ท้ายที่สุดแล้วตามตารางการแข่งขันรอบสุดท้ายจะต้องถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะอยู่แล้ว ทำให้คนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมได้ผ่าน ‘การเดิมพัน’

เช่นเดียวกับตอนที่โจราห์ทำกระเป๋าเงินหายเมื่อวันก่อน หากไม่ใช่เพราะเขามีอัญมณีติดตัวไว้ เขาก็คงลำบากในการหาอาหารกินอย่างแน่นอน

‘วิเซริสดูแข็งแกร่งดีนะ ทำไมข้าไม่ลองเดิมพันกับเขาดูสักหน่อย?’ โจราห์คิดในใจ และเริ่มนับเหรียญทองสิบเหรียญจากกระเป๋าแล้ววางเดิมพันให้กับวิเซริส

ในขณะเดียวกันวิเซริสนั้นถูกกำหนดให้สู้ในแมตช์แรกของวันแรก คู่ต่อสู้ของเขาคือนักดาบรับจ้างจากตระกูลซาลีน ซึ่งเพิ่งกลับมาจากกลุ่มทหารรับจ้าง ชายคนนี้เคยพบกับโจราห์มาก่อน แม้จะมีฝีมือดี แต่ก็ยังไม่อาจเทียบกับวิเซริสได้

“เดิมพันเพิ่มไหม! เดิมพันเพิ่มไหม! คนรักของบราวอส วิเซริส ปะทะ เบ็นโรแห่งกลุ่มหอก! ใครจะลงเงินเพิ่มอีกบ้าง!” เฮลโบตะโกนขึ้นเสียงดัง เพราะเมื่อเมื่อวันก่อนเขาเพิ่งชนะและได้เงินมากมายจากการลงเดิมพันให้วิเซริส

ซึ่งเฮลโบนั้นแตกต่างจากการโจราห์ที่ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ เพราะเฮลโบไม่สนว่าวิเซริสจะสู้กับใคร เขาก็จะลงเดิมพันให้กับเขา! ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร เขาก็ขอฝากอนาคตไว้กับสิ่งนี้

แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับความโกลาหลภายนอก ภายในโรงละครกลับเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่ามาก ทุกคนที่นั่งอยู่ล้วนเป็นผู้ดีมีฐานะ หลายคนพาข้ารับใช้มาด้วย และที่สำคัญที่สุดซีลอร์ดเองก็อยู่ที่นี่ ดังนั้นทุกคนจึงระมัดระวังคำพูดและพฤติกรรมของตน

ทันใดนั้นการปรากฏตัวของบุคคลหนึ่งก็ทำให้เกิดเสียงฮือฮา ชายคนนั้นสวมเสื้อคลุมกำมะหยี่สีน้ำเงินทอง และถือคทากระดูกมังกร เขาก็คือ เฟอร์เรโก อันตาริออน ซีลอร์ดแห่งบราวอส

“คำนับท่านซีลอร์ด . . .” เสียงหนึ่งสั่งขึ้น พร้อมกับทุกคนที่ก้มศีรษะลงไปยังแท่นตรงกลาง ราวกับทุ่งข้าวสาลีที่ถูกลมพัด ซึ่งเฟอร์เรโกเองก็โบกมือให้ทุกคน และผู้ติดตามรอบตัวเขาก็ตะโกนขึ้นอีกครั้งว่า “ท่านซีลอร์ดประกาศให้การแข่งขันดาบเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้ . . .”

ทุกคนเริ่มทยอยนั่งลง แต่สายตาพวกเขาก็ยังคงจับจ้องไปที่แท่นกลาง ก่อนที่เฟอร์เรโกจะเอียงศีรษะเล็กน้อย พร้อมกับข้ารับใช้ที่กระซิบที่ข้างหูเขา “ครับท่านเจ้าเมือง?”

“เรียกท่านลอร์ดรอธและท่านลอร์ดทอร์โมมาที่นี่”

“รับทราบ”

แน่นอนว่าพวกเขาทั้งสองคนก็ค่อนข้างตกใจกับคำเชิญของซีลอร์ดเช่นกัน แต่ถึงแม้จะตกใจ พวกเขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้

“ท่านเจ้าเมือง” พวกเขาค้อมศีรษะให้เฟอร์เรโก

“นั่งลงเถิด ท่านทั้งสอง” เฟอร์เรโกกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังเก้าอี้สองตัวข้างเขา

พวกเขาทั้งสองนั่งลงอย่างนุ่มนวล โดยมีเฟอร์เรโกนั่งอยู่ตรงกลางคั่นกลางระหว่างพวกเขา

“พวกท่านคิดว่าใครจะเป็นผู้ชนะในการแข่งขันดาบในครั้งนี้?” เฟอร์เรโกถามขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“เหล่านักดาบล้วนมีฝีมือแตกต่างกันไปยากจะตัดสินได้แน่ชัด แต่ข้าคาดหวังกับนักดาบรับจ้างอยู่หลายคน พวกเขาผ่านความเป็นความตายมาแล้ว ฝีมือและสภาพจิตใจย่อมเหนือกว่าคนหนุ่มแน่นอน” ทอร์โมด้วยความมั่นใจ ส่วนคนหนุ่มที่เขาพูดถึงก็ไม่ใช่ใครนอกจากวิเซริส

แน่นอนว่ารอธก็ไม่ยอมให้ทอร์โมโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว และรีบกล่าวสนับสนุนวิเซริสอย่างรวดเร็วว่า “เมื่อข้ามองเขา ข้าก็นึกถึงตัวเองในวัยหนุ่ม”

ทันใดนั้นซีลอร์ดและทอร์โมก็แอบคิดในใจเงียบ ๆ ‘ไม่ใช่ว่าท่านแค่ชมตัวเองไปหน่อยเหรอ? ท่านหล่อเท่าเขาด้วยหรือ?’

“แม้ว่าผู้ชนะของการแข่งขันดาบจะยังไม่ถูกตัดสิน แต่ข้าว่าผู้ชนะของการแข่งขันกวีนั้นชัดเจนแล้ว” เฟอร์เรโกพูดด้วยรอยยิ้ม เพราะตอนนี้เขารู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งกับบทเพลงทั้งสามที่วิเซริสแสดงออกมา

รอธเองก็ยิ้มรับให้กับเรื่องนี้เช่นกัน ท้ายที่สุดแล้ววิเซริสก็ชนะมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งรายการ และชัยชนะนี้มันก็สำคัญต่อฟาเลียมากเช่นกัน กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือฝ่ายของเขาได้แชมป์ไปแล้วหนึ่งจากสามรายการ ซึ่งถือว่าไม่เลวเลย

“ท่านหมายถึง . . .” ทอร์โมถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ใช่ วิเซริส ทาร์แกเรียน นั่นแหละ”

“ข้ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เห็นด้วยกับท่านเจ้าเมือง เพลงของเขาจะถูกขับขานไปอย่างน้อยหนึ่งร้อยปี!” รอธกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่กว้างขึ้น

“ใช่ เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์มาก” เฟอร์เรโกเห็นด้วย

ทอร์โมรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อเห็นทั้งสองเห็นพ้องต้องกัน “เพลงเหล่านี้ยอดเยี่ยมจริง ๆ แต่ท่านเจ้าเมือง โปรดอภัยที่ข้าคิดแคบไปหน่อย แต่ข้ามักรู้สึกว่าเพลงเหล่านี้ไม่ใช่ผลงานของเขา”

“ทุกครั้งที่วิเซริสส่งเพลงเข้าประกวด จะมีคนจากพระราชวังของซีลอร์ดคอยจับตาดู ถ้าเขาไม่ได้แต่งเอง แล้วใครเป็นคนแต่ง?” รอธแย้งขึ้นมาทันที

“นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ข้าบอกว่าข้าอาจจะคิดแคบไป ข้าแค่อยากรู้ว่า . . . วิเซริสดูเหมือนจะอายุเพียงสิบห้าปีในปีนี้ เขามาถึงบราวอสตอนอายุเจ็ดหรือแปดขวบ และในช่วงวัยรุ่นก็มักไปตามงานสังคมต่าง ๆ เพื่อหาทางรวบรวมกองทัพไปทวงบัลลังก์คืน แล้วเขาเคยเป็นกะลาสีเรือหรือไม่?”

รอธหัวเราะเยาะ “ถ้าเช่นนั้นตามที่เจ้าว่า นักกวีทุกคนที่ขับขานเพลงเกี่ยวกับอัศวินก็ต้องเคยเป็นอัศวินมาก่อนอย่างนั้นหรือ?”

“ลอร์ดรอธ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ข้าเพียงแค่บอกว่าวิเซริสยังเด็กเกินไป ลองดูเพลงแรกสิ มันไม่ใช่สิ่งที่เด็กวัยรุ่นจะสามารถแต่งขึ้นมาได้ ท่านเจ้าเมืองคิดว่าอย่างไร?”

เฟอร์เรโกเข้าใจว่าทอร์โมยังคงพยายาม ‘ดิ้นรน’ อยู่เล็กน้อย ดังนั้นแม้ว่าเขาจะมีใจสนับสนุนตระกูลซาลีน แต่ก็ไม่ควรแสดงออกอย่างชัดเจนเกินไป

“อาจมีข้อสงสัยบ้าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาใช้กลโกง”

ทอร์โมยิ้มออกมาทันทีเมื่อเห็นโอกาส “ข้าคิดว่าหลังจบการแข่งขัน เราควรขอให้เขาแต่งเพลงใหม่ต่อหน้าพวกเรา หากเขาสามารถแต่งเพลงที่มีคุณภาพใกล้เคียงกันได้ ข้าจะมอบทองคำห้าหมื่นเหรียญมังกรให้เขาในนามของข้า!”

ห้าหมื่นเหรียญทอง! รอธเหลือบมองทอร์โมอย่างแปลกใจ ‘เจ้านี่รวยจริง ๆ’

“แต่ถ้าเขาทำไม่ได้ ข้าคิดว่าไข่มังกรไม่ควรตกไปอยู่ในมือของคนเช่นเขา”

เฟอร์เรโกมีสีหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปหารอธ “ข้าว่าข้อเสนอของลอร์ดทอร์โมก็น่าสนใจ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”

รอธครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถ้าหากวิเซริสมีพรสวรรค์จริงก็คงไม่ใช่เรื่องยาก และนี่ก็เป็นวิธีที่ดีในการปิดปากทอร์โม “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับท่านเจ้าเมือง แต่เราควรเลือกหัวข้ออะไรดี?”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 69

คัดลอกลิงก์แล้ว