- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 66
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 66
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 66
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 66 ฆ่าพี่ฆ่าน้อง
“ลอร์ดวิเซริส ท่านชนะในสังเวียนที่เจ็ดแล้ว และแชมป์ของแต่ละสังเวียนจะได้รับรางวัล 3,000 เหรียญทอง ข้าสามารถเสนอให้ท่านเพิ่มอีก 10,000 เหรียญทอง หากท่านถอนตัวจากการแข่งขัน”
ท่าทีของแอนเดอร์เซนครั้งนี้อ่อนโยนกว่าเดิมมาก ตรงกันข้ามกับพฤติกรรมก้าวร้าวก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง อย่างน้อยเขาก็รู้จักใช้คำพูดให้เกียรติและพูดเรื่องเงิน ถือเป็นความก้าวหน้า
“เจ้ามาหาข้าส่วนตัวใช่ไหม? ข้าว่าช่วงนี้พี่น้องของเจ้าคงกดดันเจ้าไม่น้อยเลยสินะ?”
“ตอบแค่ว่าตกลงหรือไม่ตกลง!” สีหน้าของแอนเดอร์เซนเปลี่ยนไป ทั้งสองไม่ได้ตอบคำถามของกันและกันโดยตรง
แอนเดอร์เซนมองวิเซริสลุกขึ้นยืนและเดินเข้ามาหา ทำให้เขาถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว ท้ายที่สุดวิเซริสก็แข็งแกร่งเกินไป และแอนเดอร์เซนก็ระแวดระวังเป็นอย่างมาก เพราะการพบกันเป็นการส่วนตัวแบบนี้มีความเสี่ยง หากเขาถูกฆ่ามันก็สูญเปล่าทันที
“จริง ๆ แล้วเราสามารถร่วมมือกันได้นะ” วิเซริสกล่าว พลางตบไหล่แอนเดอร์เซนเบา ๆ
“ร่วมมือ?”
“ถูกต้อง เป้าหมายของข้าคือโค่นล้มศัตรูทั้งหมดของข้า และของเจ้าก็เช่นกัน แต่ศัตรูของข้าอยู่ในสังเวียน ส่วนของเจ้าอยู่นอกสังเวียน”
แอนเดอร์เซนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เริ่มเข้าใจความหมายของวิเซริส
“ถ้าเจ้าฆ่าพี่ชายของเจ้า เจ้าก็จะเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลใช่หรือไม่?”
“เจ้าพูดเรื่องบ้าอะไร!” ร่างของแอนเดอร์เซนสั่นสะท้านราวกับแมวถูกเหยียบหาง น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ เขาตระหนักได้ทันทีว่าวิเซริสพยายามยุยงให้เขาฆ่าพี่น้องของตนเอง
“ข้าบอกเจ้าไว้เลยว่า มันเป็นไปไม่ได้!” แอนเดอร์เซนจ้องวิเซริสตาเขม็ง เหมือนต้องการประกาศเจตจำนงของตนเองและปัดเป่าคำล่อลวงอันชั่วร้าย
“ถ้ามันเป็นไปไม่ได้ แล้วเจ้าจะตะโกนทำไม?” วิเซริสยิ้มเยาะ “ไคลา พาท่านลอร์ดแอนเดอร์เซนออกไปที”
แอนเดอร์เซนที่ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงหันหลังจากไปอย่างหัวเสีย เขาไม่อยากอยู่นานกว่านี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว และในความวุ่นวายและอารมณ์เดือดพล่าน เขาก็เผลอสะดุดล้มไปเล็กน้อย
“ถ้าคิดได้เมื่อไหร่ก็มาหาข้า!” วิเซริสตะโกนตามหลัง
วิเซริสรู้ว่าเขาไม่อาจเพิกเฉยต่อการถูกตระกูลเฟรการ์หมายหัวได้ และด้วยข้อมูลจากตระกูลซาลีน เขาได้รู้สถานการณ์ภายในของตระกูลแอนเดอร์เซนเป็นอย่างดี และเขาเชื่อว่าการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยลงไปจะทำให้มันหยั่งรากในจิตใจของแอนเดอร์เซนในที่สุด และถ้าหากเขาควบคุมตระกูลเฟรการ์ผ่านแอนเดอร์เซนได้ล่ะก็ . . .
. . .
ระหว่างทางแอนเดอร์เซนรู้สึกกระวนกระวาย หายใจหนักและยากที่จะสงบลง อารมณ์ขุ่นมัวของเขาพร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ก่อนที่ทันใดนั้นรถม้าของเขาจะหยุดลงอย่างกะทันหัน ทำให้เขาตะโกนอย่างหงุดหงิดทันที “เกิดอะไรขึ้น!”
คนขับรถม้าไม่ตอบ แต่กับมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีใบหน้าคล้ายเขาก้าวขึ้นมาบนรถม้า ไวทัส!
“เจ้าไปที่ไหนมา?” ไวทัสถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“มันเกี่ยวอะไรกับเจ้า?” แอนเดอร์เซนสวนกลับ
“เจ้าควรจะรู้ว่าวิเซริสเป็นศัตรูกับตระกูลเราไม่ใช่หรือ? แล้วเจ้าไปพบเขาทำไม?”
แอนเดอร์เซนตกตะลึง ‘เขารู้ได้อย่างไรว่าข้าไปไหนมา? หรือว่าพ่อได้ให้เขาเข้าร่วมเครือข่ายข่าวกรองของตระกูลแล้ว?’ ความโกรธของแอนเดอร์เซนพลุ่งพล่านทันทีเมื่อเห็นสีหน้าสงบนิ่งของไวทัส และเมื่อรู้ว่าไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป แอนเดอร์เซนจึงยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ใช่ ข้าไปพบวิเซริส”
“เจ้าไปหามันทำไม?”
“ข้าจำเป็นต้องบอกเจ้าด้วยหรือ?”
“ถ้าเจ้าไม่บอก ข้าจะให้เจ้าบอกพ่อเอง” ไวทัสกล่าวด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกแฝงความนัยว่าถ้าทอร์โมรู้ ไวทัสก็ต้องรู้ด้วยเช่นกัน
แอนเดอร์เซนโกรธจัดจนแทบสำลักความรู้สึก เขาจ้องไวทัสตาเขม็ง หน้าแดงก่ำ ก่อนจะยอมอ่อนข้อ “ข้าว่าพวกเราไม่จำเป็นต้องฆ่ามัน บางทีมันอาจแค่ต้องการเงินและจะออกจากบราวอสไปกับเจ้าหญิงขอทานของมันก็ได้”
ไวทัสมองแอนเดอร์เซน พลางยิ้มเยาะที่มุมปาก “เจ้าถึงกับไปติดสินบนหมาที่ขาหัก คนอย่างเจ้ามันโง่จริง ๆ แค่ฆ่ามันทุกอย่างที่เป็นของมันก็จะเป็นของตระกูลเฟรการ์แล้ว”
“ฆ่ามัน? เจ้ารู้บ้างไหมว่ามันแข็งแกร่งแค่ไหน!” แอนเดอร์เซนเถียงเสียงดัง ทุกครั้งที่พูดถึงวิเซริส เขาจะอดไม่ได้ที่จะนึกถึงฉากที่เห็นบนเรือดอกไม้ฟาเลีย ชายคนเดียวต่อกรกับทหารรักษาการณ์ทั้งกอง! มันเป็นภาพที่น่าตกตะลึงจนแทบจะไม่ใช่ความจริง
แม้ว่าทหารรักษาการณ์ที่เขาพามาจากตระกูลจะไม่ใช่ยอดฝีมือ แต่พวกมันก็เป็นนักดาบที่ฝึกฝนมาหลายปี แม้จะใช้เพียงมือเปล่าและเท้าแทนดาบ แต่วิเซริสก็สามารถชนะพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งนี้ได้สร้างเงามืดในใจเขา ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเคยถูกวิเซริสหักแขนและต่อกลับเข้าไป ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสในตอนนั้นยังตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาอยู่เลย . . .
“อย่ากังวลเรื่องนั้น ข้ามีวิธีการอีกมากมาย” ไวทัสสะบัดเสื้อคลุมของเขา “แค่ทำตามคำสั่งของข้า แล้วเจ้าจะได้รับรางวัลเป็นทรัพย์สมบัติมหาศาล แต่ถ้าเจ้าโลภมากเกินไป ลองคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่ของเจ้าดูสิ”
เมื่อไวทัสเอ่ยถึงแม่ของเขารูจมูกของแอนเดอร์เซนบานขึ้น และแก้มของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธทันที
ทำให้ไวทัสที่เห็นเช่นนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงดูแคลนทันที “อะไร? เจ้าจะพุ่งเข้าทำร้ายพี่ชายของเจ้าหรือ?”
เมื่อถูกไวทัสเหยียดหยามต่อหน้า ฟันของแอนเดอร์เซนก็สั่นกระทบกันด้วยความโกรธ ที่จริงแล้วเขากับไวทัสเป็นเพียงพี่น้องร่วมบิดา แอนเดอร์เซนเป็นลูกนอกสมรสของทอร์โมกับโสเภณี และคำว่า ‘โลภ’ ที่ไวทัสพูดถึงก็คือความพยายามของแม่ของเขาในการเรียกร้องทรัพยากรเพิ่มเติมให้กับเขา ซึ่งทำให้ภรรยาของทอร์โม มารดาของไวทัส ไม่พอใจอย่างมาก และสุดท้ายเธอก็ได้ลอบฆ่าแม่ของแอนเดอร์เซนไปด้วยความเคียดแค้น
เนื่องจากทอร์โมเคยรักแม่ของแอนเดอร์เซนมาก เขาจึงโกรธแค้นอย่างรุนแรงหลังจากการตายของนาง และตัดสินใจให้แอนเดอร์เซนได้รับการยอมรับให้เป็นบุตรชายเช่นเดียวกับลูกชายโดยชอบธรรมทั้งสองของเขา ซึ่งทำให้แอนเดอร์เซนมีสิทธิ์สืบทอดโดยนิตินัย อย่างไรก็ตามตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความโกรธของทอร์โมค่อย ๆ จางหายไป และเขาเริ่มมองแอนเดอร์เซนเป็นเพียงตัวกระตุ้นให้ลูกชายที่แท้จริงของเขามุ่งมั่นมากขึ้นเท่านั้น
ไม่นานมานี้คำสั่งของทอร์โมที่ให้แอนเดอร์เซนชงชาให้พี่น้องต่างมารดาก็ยิ่งกระตุ้นให้ความทรงจำอันน่าอับอายของเขาฟื้นคืนมา และตอนนี้ไวทัสก็ได้ขุดเอาบาดแผลเหล่านั้นมาเปิดอีกครั้ง จนเกือบทำให้แอนเดอร์เซนคลั่ง
“จำไว้ว่าคืนนี้ไปกับข้าที่เรือดอกไม้ของฟาเลีย” ไวทัสกล่าวก่อนจากไป ซึ่งแอนเดอร์เซนก็มองตามเขาด้วยความโกรธจนตัวสั่น
ทันใดนั้นคำพูดของวิเซริสดังก้องขึ้นมาในหัวของเขา ‘ถ้าคิดได้เมื่อไหร่ก็มาหาข้า’ แต่เขาจะทำอะไรได้? ต่อให้เขาเป็นนักสู้ที่เก่งที่สุด เขาก็บุกเข้าไปในป้อมของตระกูลเฟรการ์เพียงลำพังไม่ได้อยู่ดี
“ไม่ ข้าทำแบบนี้ไม่ได้” แอนเดอร์เซนส่ายหัว เขายังไม่อาจหันดาบเข้าหาพี่น้องของตนเองได้
‘แต่ไวทัสกับทาร์ธเป็นพี่น้องแท้ ๆ ของข้าจริงหรือ?’
โปรดติดตามตอนต่อไป …