- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 63
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 63
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 63
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 63 ชะตากรรมของโสเภณี
ผลการแข่งขันไปถึงทอร์โมในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที ต่างจากพี่ชายและน้องชายที่ยุ่งอยู่กับภารกิจ แอนเดอร์เซน ลูกชายคนที่สองยังคงคอยรับใช้เขาด้วยการชงชาและรินน้ำ
“เจ้าจัดการเองได้เลย ข้ามีคำขอข้อเดียวเท่านั้น เจ้าจะต้องทำให้แน่ใจว่าเจ้านี่ต้องตายในสนามประลอง” ทอร์โมสั่งอย่างเด็ดขาด
“รับทราบ!”
ในสายตาของทอร์โมวิเซริสได้ประกาศตัวเป็นศัตรูกับเขาเรียบร้อยแล้ว และเขาจำเป็นต้องกำจัดวิเซริสให้เร็วที่สุด เพราะการเคลื่อนไหวนี้อาจช่วยให้เขาสานสัมพันธ์กับโรเบิร์ต และได้รับอาวุธกับเรือเพิ่มเติมให้กับตระกูลของเขา
แอนเดอร์เซนมองดูพี่ชายของตนที่ได้รับความไว้วางใจจากบิดา และเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดัน เขาต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง มิฉะนั้นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงชะตาของตนเองอาจสูญสิ้น
ในขณะเดียวกันคู่สามีภรรยาซาลีนก็ได้รับรู้ถึงผลการแข่งขันเช่นกัน รอธลูบหน้าท้องของภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์อย่างแผ่วเบา พร้อมกับครุ่นคิดถึงข่าวที่เพิ่งได้ยินมา
“วิเซริสผู้นี้มีความสามารถด้านการต่อสู้ยอดเยี่ยม” รอธเอ่ยขึ้น
“และทั้งคู่ก็ทั้งงดงามและชาญฉลาด” เมธิสพูดเสริม พร้อมเล่าถึงความสำเร็จของวิเซริส “ข้าหวังว่าลูกของเราจะเป็นเช่นพวกเขา”
เมธิสลูบหน้าท้องของตนเอง ดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง ตามคำแนะนำของวิเซริส สุขภาพของนางดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าขาวผ่องและเปล่งประกาย ทำให้รอธรู้สึกหลงใหลในตัวภรรยายิ่งขึ้น แต่เขายังคงอดกลั้นด้วยความเป็นห่วงสุขภาพของนาง
“รอธ เราควรพิจารณาจัดให้ลูกของเราสมรสกับสองพี่น้องคู่นี้ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม” เมธิสเสนอ
“แต่งงานกับพวกเขาหรือ?”
“ใช่ พวกเขามีสายเลือดบริสุทธิ์แห่งวาลีเรีย ทั้งงดงามและเฉลียวฉลาด ยิ่งไปกว่านั้นวิเซริสยังเป็นพันธมิตรที่มีค่าสำหรับตระกูลของเรา”
“ตกลง แต่เจ้าต้องดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดี และให้กำเนิดบุตรที่แข็งแรง” รอธกล่าวพลางจูบหน้าผากของนาง เขาชอบแนวคิดนี้ แต่ก็ยังมีข้อกังวล หากวิเซริสยังคงมีเป้าหมายที่จะทวงบัลลังก์คืน พวกเขาจะต้องพิจารณาใหม่ แต่หากวิเซริสเลือกจะอยู่ที่บราวอสและใช้ชีวิตอย่างชายผู้มั่งคั่ง เรื่องการแต่งงานก็สามารถพูดคุยกันได้ ทว่าหากเขายังคงเดินบนเส้นทางเดิม การร่วมมือกับเขาจะเป็นความเสี่ยงอย่างใหญ่หลวง
อีกด้านหนึ่งเฮลโบซึ่งยุ่งอยู่ตลอดสองวันที่ผ่านมาก็ได้รับทราบข่าวชัยชนะของวิเซริสเช่นกัน แต่เขากับไม่รู้สึกแปลกใจนัก วิเซริสเคยมอบหมายให้เขาปกป้องเหล่านักร้องที่ขับร้องบทเพลงของเขาจากการถูกคุกคาม แม้ว่าคนของเขาจะทำได้เพียงปกป้องอยู่รอบนอก แต่ ‘กะลาสีแห่งท้องทะเล’ ก็ถูกขับร้องไปทั่ว โดยเฉพาะที่ท่าเรือจนกลายเป็นบทเพลงที่แทบจะสร้างความรำคาญไปแล้ว และด้วยความรู้สึกว่ายังทำไม่มากพอ เฮลโบจึงจ้างคนให้ขับร้องเพลงนี้แทนวิเซริส และเมื่อรอบถัดไปของการแข่งขันใกล้เข้ามา เขาจึงตัดสินใจเดิมพันกับวิเซริส
ในเวลาเดียวกันมอเรลและบุตรชายของเขาก็ตรวจสอบกระบวนการผลิตชุดเกราะและอาวุธของวิเซริสด้วยตัวเอง พวกเขาลงทุนไปเกือบหนึ่งในสี่ของทรัพย์สิน นอกจากนี้มอเรลถึงกับซื้อมณีเพิ่มเพื่อประดับเกราะ
“ท่านพ่อ เราไม่จำเป็นต้องฝังอัญมณีในชุดเกราะของลอร์ดวิเซริส มันอาจเป็นปัญหาในสนามรบ” บุตรชายของเขาเตือน
เมื่อนึกถึงชะตากรรมของเรการ์ที่รูบี้ฟอร์ด มอเรลจึงหยุดคิด และถามว่า “แล้วเจ้ามีข้อเสนออะไร?”
“ทำไมเราไม่สร้างอาวุธตามแบบที่ลอร์ดวิเซริสออกแบบขึ้นมาอีกชิ้น โดยใช้เหล็กกล้าที่ดีที่สุด?”
“ข้าเห็นด้วย”
หลังจากนั้นมอเรลจึงสั่งทำขวานใหญ่เพิ่มอีกสองเล่ม และชุดเกราะเหล็กสำหรับวิเซริส พร้อมตกแต่งในแบบที่เหมาะสม ลวดลายมังกรสามตัวบนเกราะของเขาถูกตัดแต่งด้วยทองคำ และมีเพียงคำเดียวที่บรรยายมันออกมาเป็นคำพูดได้ “เท่!”
. . .
ในวันถัดมาหลังจากชัยชนะของวิเซริส กองทหารรับจ้างเล็ก ๆ หลายกลุ่มก็เข้ามาเสนอคำเชิญให้เขาเข้าร่วม แต่เขาก็ปฏิเสธทั้งหมด และตอนนี้เขาก็กำลังอยู่บนเรือของฟาเลีย เตรียมพร้อมสำหรับบทเพลงถัดไป
แน่นอนว่าทันทีที่วิเซริสมาถึง อาชาก็ไม่อาจละสายตาไปจากเขาได้อีกแล้ว
“หัวข้อของเพลงรอบต่อไปถูกส่งมาแล้วหรือยัง?” วิเซริสหันไปถาม
“ใช่ น่าจะมาเร็ว ๆ นี้ รอสักครู่เถอะ” อาชาตอบ
เมื่อยังมีเวลาว่าง วิเซริสจึงเริ่มสนทนากับฟาเลีย
“เลดี้มูนชาโดว์ หากท่านชนะรอบสุดท้าย ท่านจะฉลองอย่างไร?”
“ฉลองหรือ?” ฟาเลียดูเหม่อลอยเล็กน้อย ดวงตาฉายแววซับซ้อนที่อ่านไม่ออก “ข้าควรจะได้รับเชิญไปยังปราสาทของตระกูลซาลีน”
ฟาเลียเติบโตมาในฐานะโสเภณี และนางรู้กฎที่ไม่ได้พูดออกมา หากนางชนะการแข่งขันให้ตระกูลซาลีน ความร่วมมือที่ลึกซึ้งย่อมเกิดขึ้น และเพื่อรับประกันความจงรักภักดีของนาง ตระกูลซาลีนจะพรากความบริสุทธิ์ของนางไป หากมีการตั้งคำถามตระกูลจะเป็นผู้ยืนยันให้ แต่การปฏิเสธนั้นไม่ใช่ทางเลือก
ซึ่งวิเซริสไม่รู้ถึงเรื่องนี้ และเมื่อเห็นว่าฟาเลียพยายามเปลี่ยนหัวข้อ เขาจึงไม่ได้คาดคั้น และหันไปพูดถึงเรื่องทหารรับจ้างและความไม่พอใจของพวกเขา แม้ว่าสิ่งที่ฟาเลียรู้จะเป็นเพียงเรื่องเล่าก็ตาม
ขณะที่เวลาผ่านไป หัวข้อของบทกวีรอบถัดไปก็ยังมาไม่ถึง ทำให้ฟาเลียเริ่มรู้สึกกังวล นางรู้ว่าวิเซริสมีกำหนดเข้าร่วมรอบต่อไป หากหัวข้อถูกส่งมาช้า นั่นหมายความว่าวิเซริสจะมีเวลาน้อยลงในการแต่งเพลง แม้ว่าเขาจะเคยแต่ง ‘กะลาสีแห่งท้องทะเล’ ได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่ฟาเลียก็อดสงสัยไม่ได้ว่าครั้งนั้นอาจเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ เหมือนกับ ‘แมวตาบอดชนหนูตายโดยไม่ตั้งใจ’ ดังนั้นนางจึงไม่แน่ใจว่าเขาจะโชคดีเช่นนั้นอีกหรือไม่ในการแข่งขันครั้งนี้
ความจริงแล้วฟาเลียคิดถูก วิเซริสได้แต่งเพลงล่วงหน้าไว้แล้ว ไม่ใช่แค่เพลงเดียว แต่เป็นร้อยหรืออาจถึงพันเพลง เพราะในฐานะทหารรับจ้างที่มักใช้ชีวิตห่างไกลจากอารยธรรมและต้องเผชิญกับความกดดันอยู่เสมอ เขาจึงพัฒนาการแต่งเพลงขึ้นมาเป็นงานอดิเรกเพื่อขจัดความเบื่อหน่าย
ด้วยเหตุนี้วิเซริสจึงยังคงสงบนิ่งและเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ยามค่ำคืน ขณะที่ฟาเลียกลับยิ่งกระสับกระส่าย และส่งอาชาออกไปตรวจสอบข่าวสารอยู่หลายครั้ง
หลังจากผ่านไปสามถึงสี่ชั่วโมงมันก็ยังไม่มีความคืบหน้า มันก็ยิ่งทำให้อาชาเริ่มร้อนรนสุดขีด
“เราจะทำยังไงดี? เหลือเวลาไม่ถึงสามชั่วโมงแล้ว และเส้นตายในการส่งเพลงก็ผ่านไปแล้วด้วย!” นางกล่าวอย่างร้อนรน
แต่วิเซริสกลับไม่แสดงท่าทีแปลกใจแม้แต่น้อย เขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าตระกูลเฟรการ์อาจจะพยายามก่อกวนเขา แต่เขาไม่ได้คาดคิดว่าพวกมันจะเล่นสกปรกถึงเพียงนี้ การหน่วงเวลาครั้งนี้อาจทำให้เขาสูญเสียโอกาสในการครอบครองไข่มังกร
ในที่สุดหลังจากผ่านไปอีกหนึ่งในสี่ชั่วโมง ผู้ส่งสารก็มาถึง สภาพของเขามอมแมมไปด้วยโคลนและมีรอยฟกช้ำเต็มตัว ราวกับเพิ่งประสบอุบัติเหตุมา
“ขออภัย ท่านหญิงมูนชาโดว์ รถม้าของเราพลิกคว่ำ” เขาพูดพลางหอบหายใจแรง
ฟาเลียไม่รอช้ารีบเร่งให้เขาส่งหัวข้อของการแข่งขันให้วิเซริสทันที ขณะที่ผู้ส่งสารยังคงตกใจและรู้สึกผิด เขาไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะจู่ ๆ เพลาก็แตกกลางทางอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
เมื่อนำกระดาษที่ระบุหัวข้อส่งให้วิเซริส ผู้ส่งสารก็เผลอมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยทั้งความสงสัยและความเคารพ
เขารู้จักวิเซริสในฐานะผู้แต่งเพลง ‘กะลาสีแห่งท้องทะเล’ บทเพลงที่เขาชื่นชม แต่เขากลับอดสงสัยไม่ได้ว่า คน ๆ หนึ่งจะสามารถแต่งเพลงที่ยอดเยี่ยมได้ภายในเวลาเพียงสองชั่วโมง ท่ามกลางความกดดันมหาศาลเช่นนี้ได้จริงหรือ?
โปรดติดตามตอนต่อไป …