เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 59

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 59

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 59


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 59 หมี

นอกจากไข่มังกรตรงหน้าพวกเขาแล้ว วิเซริสและแดเนริสยังเคยเห็นอีกฟองหนึ่งที่ตระกูลซาลีน จากที่พวกเขารู้มา อิลลิริโอครอบครองไข่มังกรอย่างน้อยสามฟอง ซีลอร์ดก็มีรายงานว่ามีสามฟองเช่นกัน และตระกูลเฟรการ์อาจมีอีกหนึ่งฟอง

ยูรอนเองก็เคยอ้างว่าเขามีไข่มังกร แต่เชื่อกันว่าเขานำไปจ่ายให้ ‘บุรุษไร้หน้า’ เพื่อสังหารพี่ชายของเขา ราชาบาโลน

ธนาคารเหล็ก ซึ่งไม่ได้ปกป้องแค่ทรัพย์สินแต่ยังรวมถึงของล้ำค่าอื่น ๆ ก็อาจมีไข่มังกรอยู่ด้วย เมืองเสรีอื่น ๆ ก็อาจครอบครองเช่นกัน หลังการล่มสลายของวาเลอเรียมันก็มี ‘จ้าวมังกร’ บางส่วนรอดมาอาศัยอยู่ในเมืองเสรี แต่สุดท้ายพวกเขาและมังกรของพวกเขาก็ถูกชาวเมืองสังหาร

พวกโดธรากีที่ปล้นสะดมไปทั่วก็อาจมีไข่มังกรเช่นกัน แต่โอกาสพบก็ยังต่ำ ซึ่งวิเซริสตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าเขาจะต้องสะสมไข่มังกรให้ได้อย่างน้อยห้าฟองก่อนดาวหางสีแดงจะปรากฏ ไข่ใบนี้รวมกับของอิลลิริโอสามฟอง และอีกฟองจากตระกูลซาลีนนี่คือเป้าหมายขั้นต่ำของเขา ตราบใดที่เขาหาทางเลี้ยงมังกรทั้งห้าได้ เขาก็จะ ‘ผ่านด่าน’ ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามทันทีที่มังกรฟักออกจากไข่ เขาจะกลายเป็นจุดสนใจของทุกกองกำลังในทันที

‘หาไข่มังกรให้ได้ก่อน’ วิเซริสตัดสินใจเงียบ ๆ จากนั้นจึงหันไปให้ความสนใจกับดาบแทน

ดาบเล่มนั้นดูเหมือนเป็นดาบสองมือ ซึ่งไม่ใช่ของที่จะได้มาง่าย ๆ ต่อให้เขาชนะการแข่งขันดาบก็ยังมีอุปสรรคมากมาย ดังนั้นถ้าหากไม่ได้จริง ๆ เขาอาจขอเป็นเงินสดแทน เพราะราคาของดาบเหล็กกล้าวาเลเรียนหนึ่งเล่มสามารถใช้ติดอาวุธให้ทหารได้เป็นร้อยคน ท้ายที่สุดแล้วนี่ก็เป็นแค่ดาบเหล็กกล้าวาเลเรียน ไม่ใช่ดาบเลเซอร์สักหน่อย

ต่อจากเรือที่บรรทุกไข่มังกรและดาบเหล็กกล้าวาเลเรียน คือขบวนเรือของเหล่าโสเภณี เรือหนึ่งในนั้นที่มีนกบินวนรอบเป็นของ ‘ไนติงเกล’ กอร์ทาเว ส่วนอีกลำที่เต็มไปด้วยฟองสบู่ที่ส่องแสงระยิบระยับราวกับความฝันในแสงอาทิตย์นั้นเป็นเรือของฟาเลีย ซึ่งความงามของฟองสบู่ได้บดบังมนต์เสน่ห์ของเรือนกไปจนหมด ทำให้ผู้ชมบนฝั่งให้ความสนใจเป็นพิเศษ

“สวยจัง”

“ต้องใช้เวลาทำนานแค่ไหนกัน?”

“สวยจริง ๆ”

สำหรับบางคนเรือของฟาเลียดูเหมือนถูกเผาด้วยทองคำ แม้เรือลำอื่นจะสวยงาม รวมถึงของกอร์ทาเว แต่ก็ไม่มีลำไหนเทียบกับความอลังการของฟาเลียได้ แม้แต่เรือของ ‘กวีหญิง’ จากตระกูลแอนตารีออนที่มาเป็นลำแรกก็ถูกบดบังไป

แต่กวีหญิงก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้มาก เพราะเฟอร์เรโกเองก็ไม่ได้คาดหวังให้เธอชนะการประกวดความงามทั้งหมด และตัวเธอเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ตราบใดที่ได้รับการสนับสนุนจากซีลอร์ด ชนะหรือแพ้ก็ไม่สำคัญ

ตรงกันข้ามกอร์ทาเวกับมีความคาดหวังสูงมากกับเรือของเธอที่ประดับด้วยเหล่านกนานาชนิด เธอเชื่อว่ามันจะสะกดทุกสายตา แต่สุดท้ายฟองสบู่ของฟาเลียกลับกลายเป็นจุดสนใจแทน

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าขอทาน วิเซริส เป็นคนคิดฟองสบู่นี้ขึ้นมา” เบธา สาวใช้ของกอร์ทาเวเอ่ยขึ้น เบธาเป็นทาสบำเรอจากยุนไคที่มีหน้าตาคล้ายกอร์ทาเวมาก ต่างกันเพียงความเข้มของสีแดงในเส้นผม ทำให้พวกเธอแทบแยกกันไม่ออกในที่มืด ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมกอร์ทาเวจึงเลือกเธอมาเป็นตัวแทนของตน

“ข้าจำได้ว่านางบอกว่าวิเซริสก็เข้าร่วมแข่งขันดาบด้วยใช่ไหม?” กอร์ทาเวถามขึ้น

“ใช่ค่ะ” เบธาพยักหน้าเล็กน้อย

“พรุ่งนี้ เจ้าไปแทนข้า ส่วนข้ากับเคธโมจะไปดูเจ้าขอทานคนนั้น”

“ได้ค่ะ ข้าจะไปบอกเคธโม” เบธารับคำ เคธโม เป็นองครักษ์ผู้ภักดีของกอร์ทาเว ว่ากันว่าเขาเคยฆ่ากะลาสีคนหนึ่งเพียงเพราะอีกฝ่ายบอกว่าภรรยาของตนสวยกว่าไนติงเกล เรียกได้ว่ากอร์ทาเวฝึกให้เคธโมกลายเป็นผู้คุ้มกันที่จงรักภักดีต่อเธอโดยสมบูรณ์

ครั้งหนึ่งกอร์ทาเวให้เบธาสวมชุดของนางแล้วไปยั่วยวนขุนนางชาวบราวอส ขณะที่ให้เคธโมอยู่บนเรือ โดยนางบอกให้เบธาร้องให้ดังที่สุดเท่าที่ทำได้ และเมื่อเคธโมเกือบจะทนไม่ไหว กอร์ทาเวก็ปรากฏตัวต่อหน้าเขา และทำให้เขารู้สึกเหมือนได้รับการช่วยชีวิต โดยเบธาใช้เวลาทั้งคืนเป็นตัวแทนของกอร์ทาเว ส่วนกอร์ทาเวและเคธโมก็นับดาวไปด้วยกัน แถมนางยังแกล้งหลับในอ้อมแขนของเขา แต่เคธโมก็ไม่ได้ทำอะไร

หลังจากขบวนเรือของเหล่าโสเภณีผ่านไป ต่อไปก็เป็นเรือของเหล่านักดนตรีและนักร้อง เรือเหล่านี้ถูกจัดให้มีระยะห่างกันเพื่อไม่ให้เสียงดนตรีรบกวนกัน ขบวนเรือยาวเหยียดนี้ใช้เวลานานเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะผ่านไปหมด ขณะที่พวกชนชั้นสูงนั่งรถม้า คนธรรมดาก็เดินกันเป็นกลุ่มใหญ่

อิลลิริโอ พ่อค้าผู้ยิ่งใหญ่ย่อมจัดหารถม้าให้ตนเองได้อย่างแน่นอน แต่เขากับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเมื่อนึกถึงเรื่องที่วาริสบอกเขาว่าวิเซริสแค่พูดขู่ไปเรื่อย ทำให้เขาตระหนักได้ว่าเขาถูกสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์หลอกเข้าให้แล้ว แต่เขาก็เก็บความคิดนี้ไว้ในใจ เพราะความสัมพันธ์ของเขากับวาริสนั้นเป็นความลับ และอิลลิริโอก็อดสงสัยไม่ได้ว่าวิเซริสอาจมีแหล่งข้อมูลอื่น และไม่ได้โกหกไปเรื่อย ๆ เท่านั้น โดยที่วาริสอาจเป็นแค่ตัวลอกของเขา

ซึ่งในมุมมองของอิลลิริโอ วิเซริสอาจจะคิดว่าเขาหลอกได้สำเร็จ แต่ที่จริงแล้วอิลลิริโอสามารถพลิกเกมได้ทุกเมื่อ และทำให้วิเซริสคิดว่าเขาเป็นฝ่ายชนะ เพราะทั้งหมดนี้อาจให้ผลลัพธ์บางอย่างที่เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ อิลลิริโอยังต้องการให้แลนนิสเตอร์เบี่ยงเบนความสนใจของโรเบิร์ตออกไปจากลูกนอกสมรสของเขา ซึ่งเป็นเหตุผลที่เขาไม่ ‘อายัด’ บัญชีที่ให้วิเซริสใช้ แม้จะได้รับข่าวยืนยันจากวาริสแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตามวิเซริสเองก็เป็นจอมโกหกตัวยง อิลลิริโอรู้ดีว่าต่อให้เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้ วิเซริสก็จะรู้ว่าเขารู้อยู่ดี จากการชิงไหวชิงพริบนี้อิลลิริโอได้ข้อมูลเกี่ยวกับสบู่และตระกูลซาลีน ดังนั้นนอกจากจะมาพบวิเซริสแล้ว เขายังตั้งใจจะพูดคุยเรื่องสบู่กับตระกูลซาลีนด้วย

. . .

ในขณะเดียวกันไททันแห่งบราวอสก็เต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้คนเดินขวักไขว่ ทั่วทั้งถนนเต็มไปด้วยของว่าง ของเล่น นักกายกรรม และนักดนตรีเร่ สร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา และเพื่อความปลอดภัยวิเซริสจึงไม่อนุญาตให้แดเนริสลงจากรถม้าไปเที่ยวเล่น พวกเขาจึงต้องอยู่ข้างในแทน และหากต้องการซื้ออะไรระหว่างทาง พวกเขาจะให้รีจิส ซึ่งติดตามมาด้วยเป็นคนไปซื้อให้

รีจิสซึ่งตอนนี้ทำหน้าที่เป็นทั้งหูและตาของวิเซริสกำลังจับตาดูไคลาอยู่ เพราะวิเซริสก็อยากรู้เช่นกันว่าไคลากำลังติดต่อกับใครอยู่ และเมื่อไคลาพบกับชายคนนั้น รีกิสก็สังเกตเห็นได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นคนจากเวสเทอรอส และที่สำคัญกว่านั้น เขามาจากแดนเหนือ! นอกจากนี้เมื่อชายคนนั้นเริ่มแนะนำตัว รีกิสก็ถึงกับตกตะลึงทันที

“ข้าคือ โจราห์ มอร์มอนต์ แห่งเกาะหมี” ชายคนนั้นกล่าว “และข้าจะร่วมมือกับพวกเจ้าเพื่อสังหารวิเซริส ทาร์แกเรียน และแดเนริส ทาร์แกเรียน”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 59

คัดลอกลิงก์แล้ว