เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 58

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 58

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 58


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 58 ขนมธรรมเนียมของชาวโดธรากี

“ไม่ต้องห่วง ท่านลอร์ดวิเซริส ข้าจะจัดการเอง!” เฮลโบกล่าวรับรอง

“อืม ระวังตัวด้วยนะ” วิเซริสตอบ พลางโบกมือขณะหมุนแหวนกระดูกมังกรสีดำบนมือของเขา

วิเซริสมอบหมายให้เฮลโบดูแลไม่ให้พวกนักร้องและนักกวีที่จะมาร้องเพลงในงานเฉลิมฉลองถูกรบกวนเพื่อเป็นมาตรการป้องกันจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ฝากความหวังไว้ที่เฮลโบเพียงคนเดียว เพราะตระกูลซาลีนจะเป็นผู้คุมหลักเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้เฮลโบถึงแม้จะเป็นพวกฉวยโอกาสที่จิตใจอ่อนแอ แต่เขาก็ยังไม่ก่อปัญหาใด ๆ และยังไม่มีความจำเป็นต้องทำให้เขากลายเป็นศัตรูในตอนนี้

วิเซริสเหลือบมองแหวนบนมืออีกครั้ง เขาต้องยอมรับเลยว่ากระดูกมังกรสีดำเข้ากับสไตล์ของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ มันดูสง่างามและน่าเกรงขาม แม้ว่าประโยชน์ของมันจะให้เพียง 0.01 แต้มค่าสถานะที่สามารถใช้ได้ต่อวัน แต่เขาก็ยังให้ค่ากับมัน ท้ายที่สุดเพียงสิบวันเขาก็จะได้ 0.1 แต้มแล้ว

‘ข้าควรจะหาสร้อยคอกระดูกมังกร เข็มขัดกระดูกมังกร กำไลกระดูกมังกร หรืออาจจะถึงขั้นกำไลข้อเท้ากระดูกมังกรด้วย’ วิเซริสคิดในใจ ‘ดูเหมือนว่าข้าจะต้องหาเครื่องประดับเพิ่มเสียแล้ว’

. . .

มีคำกล่าวว่าข่าวดีมักเดินทางช้า แต่ข่าวร้ายเดินทางได้ไกลเป็นพันลี้ ทำให้ข่าวที่ว่าเหล่าคนของเคราแดงพ่ายแพ้ให้กับเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ได้แพร่กระจายไปทั่วหมู่ทหารรับจ้างอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นที่เยาะเย้ยจากกองทัพรับจ้างกลุ่มต่าง ๆ พวกเขาต่างพากันเห็นว่าทหารรับจ้างที่อ่อนแอเช่นนี้ไม่สมควรมีตัวตนอยู่

“ฮ่าฮ่า! พอเรากลับไป เราต้องรีบบอกกัปตัน เขาจะต้องดีใจมากแน่ ๆ!” เมริสแห่งวินด์โบลว์น หัวเราะเสียงดัง แม้จะมีฉายาว่า ‘เมริสผู้งดงาม’ แต่เธอกลับไม่ได้งดงามเลยแม้แต่น้อย จมูกของเธอมีรอยแผลเป็นที่เหมือนเคยถูกฉีกขาด ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยแผลที่เป็นหลักฐานของชีวิตอันโหดร้าย

รูปร่างสูงโปร่งและเส้นผมสีทองของเธอเป็นเพียงจุดที่ดูดีของเธอเท่านั้น โดยข้างกายเธอนั้นมีชายผมสีเทาสูงเพียงครึ่งศีรษะของเธอเดินตามติดเธอทุกฝีก้าว

“อะไรนะ! ของชิ้นนี้ราคายี่สิบทองมังกรเลยรึ?” เมริสอุทานด้วยความตกใจ ขณะถือก้อนสบู่ขนาดเท่าฝ่ามือไว้ในมือ แม้จะลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจซื้อ

ในขณะเดียวกันกลุ่มโกลเด้น หนึ่งในกองทหารรับจ้างที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งมีกำลังพลมากกว่าแปดพันนายก็ได้ยินข่าวนี้เช่นกัน

“หมอนี่ก็เป็นตระกูลทาร์แกเรียนด้วย พวกเราควรลองถามเขาไหมว่าอยากเข้าร่วมกับเราไหม?” ทหารรับจ้างคนหนึ่งกล่าวขึ้น เขามีผมสีทองอ่อนและดวงตาสีเขียวสดใส พวกเขาเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับวิเซริสมาบ้างก่อนเดินทางมาถึงบราวอส และจากมุมมองของนักดาบเขาก็ดูมีฝีมือพอตัว และเมื่อพิจารณาว่ากัปตันคนแรกของพวกเขา อิกอร์ ก็เป็นตระกูลทาร์แกเรียนเช่นกันจึงทำให้พวกเขาสนใจในตัวของวิเซริส

“ยังมีการแข่งขันดาบอยู่นี่ไม่ใช่รึ? เดี๋ยวค่อยดูอีกที อีกอย่างหมอนั่นเพิ่งจะอายุสิบห้าเองใช่ไหม? ยังเด็กเกินไป” อีกคนตอบ

ที่โรงเตี๊ยม ‘แคทเทอรี่’ ชายผมสีน้ำเงินที่มีวัยไม่ถึงสามสิบปี แดรีโอ รองกัปตันแห่งสตอร์มโครว์ได้ยินข่าวนี้ขณะกำลังแต่งหน้า ในเหตุการณ์ตามต้นฉบับเขาคือคนที่หลงเสน่ห์แม่มังกรจนถึงขั้นทรยศอดีตนายจ้าง แต่ตอนนี้เขากลับมองสถานการณ์ด้วยความขบขัน

“ข้าได้ยินมาว่าน้องสาวของขอทานราชานั้นงดงามมาก เจ้าไม่สนใจรึ?” ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยถาม

“ตระกูลทาร์แกเรียนไม่ใช่พวกที่ชอบแต่งงานกันเองหรือ? บางทีขอทานราชาอาจจะเก็บน้องสาวไว้ใกล้ตัวก็ได้!” แดรีโอหัวเราะเบา ๆ หากมีโอกาส เขาก็อยากจะเห็นกับตาว่าเจ้าหญิงจากราชวงศ์ที่ล่มสลายนั้นงดงามเพียงใด หากเธอสวยจริงมันก็ไม่สายเกินไปที่จะพิจารณาว่าจะ ‘รับมา’ หรือไม่

. . .

งานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่จะเริ่มขึ้นในวันถัดไป แต่ในค่ำคืนนี้ได้มีผู้คนจำนวนมากต่างหลั่งไหลไปยังรูปปั้นไททันแห่งบราวอสเพื่อจับจองที่นั่งที่ดีที่สุด บางคนถึงกับนอนบนริมฝั่งแม่น้ำใช้ผ้าห่มหรือเศษผ้าคลุมตัว เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจมากเมื่อมองจากมุมสูง

แน่นอนว่าผู้มั่งคั่งไม่ได้ลำบากเช่นนั้น พวกเขามีเตียงให้นอน มีอาหารร้อนให้กิน และมีข้ารับใช้คอยกางเต็นท์ให้ ส่วนพวกโดธรากีบางกลุ่มกลับเพลิดเพลินกับบรรยากาศกลางแจ้งและใช้เวลาช่วงค่ำคืนทำกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมของพวกเขา

บนกิ่งไม้สูงนกนางนวลของวิเซริสเกาะมองดู ‘การแสดงสด’ เบื้องล่างด้วยความทึ่งกับความคิดสร้างสรรค์ของชาวโดธรากี ท่วงท่าของพวกเขาช่างโดดเด่นไม่เหมือนใครจริง ๆ

ขณะเดียวกันแดเนริสซึ่งนอนอยู่ในรถม้าก็กำลังคุยกับไคลาด้วยความสงสัยว่าทำไมจู่ ๆ วิเซริสถึงตัดสินใจตั้งเต็นท์ของตัวเองขึ้นมา

. . .

เมื่อรุ่งสางมาถึงทุกคนต่างสวมหน้ากากแฟนซี หน้ากากเหล่านี้ปกปิดเพียงครึ่งบนของใบหน้าเผยให้เห็นจมูกและปาก หน้ากากของคนยากจนจะเรียบง่ายและมีลวดลายหยาบ ๆ ส่วนพวกเศรษฐีกลับประดับหน้ากากด้วยสีสันสดใส ขนนก หรือแม้กระทั่งทองและเงิน

ชั่วข้ามคืนบรรดาขุนนางแห่งบราวอสสูญเสียทั้งศักดิ์ศรีและความสง่างามไปกับเทศกาลอันบ้าคลั่ง

วิเซริส แดเนริส และไคลาเริ่มเก็บข้าวของแต่เช้าเพื่อซ่อนตัวตนให้แนบเนียนยิ่งขึ้น โดยรถม้าของพวกเขาจอดอยู่บนจุดสูงที่มองเห็นวิวอันงดงาม แดเนริสสวมหน้ากากสีเงิน ขณะที่วิเซริสเลือกหน้ากากหนังสีดำที่ดูอัปลักษณ์และอึดอัดมาก และเมื่อถูกถามว่าทำไมต้องเลือกหน้ากากนี้ วิเซริสก็มีเพียงคำตอบเดียว มันเป็นสีดำ!

เมื่อถึงยามเช้าตรู่ เรือจากพระราชวังของซีลอร์ดก็ปรากฏขึ้น ทำให้เรือเล็กเริ่มออกจากเส้นทางน้ำอย่างรวดเร็ว พระอาทิตย์ขึ้นฉาบผืนน้ำเป็นสีทอง ขณะที่ท้องฟ้าสีฟ้าใสดูราวกับกำลังเชื้อเชิญเหล่าทวยเทพให้มาร่วมเฉลิมฉลองไปพร้อมกับเหล่ามนุษย์

ทุกคนต่างรอคอยการมาถึงของเรือของซีลอร์ดอย่างใจจดใจจ่อ ทันใดนั้นเสียงแตรยาวก็ดังขึ้นจากที่ไกล ๆ ทำให้ฝูงชนต่างชะเง้อมองด้วยความตื่นเต้น และเมื่อเสียงแตรดังขึ้นเรื่อย ๆ เรือที่ตกแต่งด้วยรอยยิ้มจากหัวเรือจรดท้ายเรือก็ปรากฏขึ้น พร้อมกับอาบไล้ไปด้วยแสงสว่างเจิดจ้า

“โอ้~ซีลอร์ด~ซีลอร์ด~” เสียงโห่ร้องของผู้คนแทบจะกลบเสียงแตรจนหมดสิ้น

เมื่อเรือแล่นเข้ามาใกล้ ร่างของบุคคลที่ยืนอยู่ที่หัวเรือก็ยิ่งชัดเจนขึ้น เขาสวมเสื้อคลุมไหมสีฟ้าที่เปล่งประกายราวกับผืนน้ำ มือข้างหนึ่งถือคทากระดูกมังกรยาวสองฟุต ปลายคทาประดับด้วยเพชรเม็ดใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของแสงเรืองรองนั้น ซีลอร์ดเฟอร์เรโกยิ้มและโบกมือให้ฝูงชนที่เชียร์อยู่ทั้งสองฝั่งของทางน้ำ ด้านหลังเขามียามหกนายยืนสง่างาม พวกเขาสวมเสื้อโซ่เกราะที่แวววาวอยู่ใต้ชุดคลุม พร้อมจะปกป้องซีลอร์ดจากทุกภัยคุกคาม

ต่อมาด้านหลังเรือของซีลอร์ดก็มีเรือดอกไม้อยู่หลายลำเต็มไปด้วยมวลบุปผานานาพรรณ ผู้คนบนเรือต่างโปรยกลีบดอกไม้ลงสู่ผืนน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ที่โปรยดอกไม้เหล่านั้นล้วนแต่งตัวน้อยชิ้นและดูงดงามสะดุดตา ผิวขาวเนียนของพวกเขาส่องประกายภายใต้แสงแดด กระตุ้นเสียงโห่ร้องจากเหล่าผู้ชมที่มีอารมณ์คึกคัก

แดเนริสสังเกตเห็นว่าวิเซริสกำลังจ้องมองเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความสนใจเป็นพิเศษ และเมื่อเธอหันไปมองตามสายตาของเขา เธอก็มองเห็น ‘กระต่ายกระโดด’ อยู่หลายคู่

“ในที่สุด!” วิเซริสพึมพำอย่างแผ่วเบา พร้อมกับสถานที่ไกลออกไปมันก็มีเรือสองลำที่เต็มไปด้วยทหารคุ้มกันคอยคุ้มกันเรือพิธีการ พวกเขากำลังปกป้องสิ่งล้ำค่าอย่างดาบเหล็กกล้าวาเลเรียนที่เปล่งประกาย และไข่มังกรสีเขียวใบหนึ่ง!

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 58

คัดลอกลิงก์แล้ว