- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 57
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 57
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 57
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 57 ไคลา ใช้สมองของเจ้า
ไคลาเป็นเพียงนักฆ่าไม่ได้เหมาะกับการต่อสู้ซึ่งหน้า และยิ่งไม่เหมาะกับการปกป้องแดเนริส ทำให้ทันทีที่ประตูรั้วเหล็กใกล้พังทลายภายใต้แรงกระแทกของพวกศัตรู นางจึงรีบพาแดเนริสขึ้นชั้นบนและล็อกประตูไว้
‘ไคลา ใช้สมองของเจ้าสิ! เจ้าต้องปีนข้ามกำแพงไป!’ นกนางนวลของวิเซริสร้องอย่างขัดใจเมื่อเห็นไคลาพยายามดิ้นรนโดยเปล่าประโยชน์
เสียงกระแทกดังสนั่น พร้อมกับประตูรั้วเหล็กพังลง ก่อนที่ชายหนวดเหลืองจะเดินนำพรรคพวกไปที่ประตูหน้าพร้อมตะโกนว่า “เจ้าหญิงแดเนริส! พวกเราจัดเตรียมรถม้าให้เจ้าแล้ว! มาเถอะ กัปตันของพวกเรารอเจ้าอยู่!”
นกนางนวลของวิเซริสที่เกาะอยู่บนกำแพงอดคิดไม่ได้ว่าคราวหน้าควรใช้นกแก้วแทนหรือไม่ ทว่าหลังจากนั้นไม่นานเขาก็รู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นแดเนริสหยิบหน้าไม้และลูกดอกอาบยาพิษออกมาจากใต้เตียง ซึ่งลูกดอกไม้นั้นไม่ใช่แค่ไม้ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่มีปลายแหลมที่ทำจากเหล็กอยู่ที่ปลายของหัวมัน
เมื่อเห็นเช่นนั้น นกนางนวลของวิเซริสก็ถอนหายใจโล่งอกจนเกือบยิ้มออกมาเหมือนมนุษย์ ‘เด็กคนนี้โตขึ้นแล้ว!’
แดเนริสยกหน้าไม้ขึ้นพิงขอบหน้าต่าง เล็งไปที่พวกทหารรับจ้างเบื้องล่าง
“ฮ่า ๆ ดูเหมือนเจ้าหญิงแดเนริสจะใจร้อนไม่น้อย!” ชายหนวดเหลืองพูดอย่างเย้ยหยัน แต่ก็ต้องเงียบลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงสายหน้าไม้ดีดตัว พร้อมกับความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างติดอยู่ที่คอ และเมื่อเขาใช้มือคว้าขึ้นไปจับจึงพบว่าลูกดอกได้ปักทะลุคอหอยของตนผ่านเครารุงรังของเขาไปเรียบร้อยแล้ว
‘เยี่ยมมาก!’ นกนางนวลของวิเซริสคิด พลางอยากจะยกนิ้วโป้งให้แดเนริส ส่วนชายหนวดเหลืองก็ล้มลงไปกองกับพื้นทันที ก่อนที่พวกทหารรับจ้างที่เหลือตจะรีบหาที่กำบัง แต่แดเนริสและไคลาก็ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เพราะท้ายที่สุดแล้วมันก็เหลือทหารรับจ้างที่รอดอยู่เพียงสองคน และหนึ่งในนั้นก็บาดเจ็บที่ขา
“เรายอมแล้ว! อย่ายิง!” หนึ่งในทหารรับจ้างร้องขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นเด็กสาวตัวเล็ก ๆ แต่กับโจมตีด้วยท่าทางเยือกเย็นเช่นนี้
ข้างล่างมอเรลและลูกชายของเขาก็ยืนตะลึงไม่แพ้กัน แดเนริสไม่ใช่เด็กสาวขี้อายคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เฮลโบเองที่ไม่ได้พบแดเนริสมากว่าหนึ่งเดือนก็ตกใจไม่น้อยกับการเปลี่ยนแปลงนี้ แต่ไม่มีใครพอใจไปมากกว่าวิเซริส เวลาที่เขาลงแรงฝึกฝนนางนั้นให้ผลตอบแทนแล้ว แม้ว่าแดเนริสจะไม่ได้เป็นนักฆ่าตามธรรมชาติเหมือนไคลา แต่นางก็แข็งแกร่งขึ้นมาก นอกจากนี้วิเซริสเองก็ไม่เคยต้องการให้นางเป็นนักฆ่าหรือมือสังหาร สิ่งที่เขาต้องการคือทำให้นางเฉียบแหลมขึ้นเท่านั้นเอง
ไม่นานนักเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากด้านนอก ทหารรักษาการณ์แห่งบราวอสกลุ่มหนึ่งเข้ามาในลานบ้าน หลังจากที่พยานและเฮลโบเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ทำให้พวกทหารของชายหนวดเหลืองจึงถูกจับกุม ก่อนที่พวกเขาจะถูกพาตัวไป พร้อมกับรถม้าของวิเซริสที่กลับมาถึงพอดี
วิเซริสกระโดดลงมาและเดินไปหาทหารรับจ้างคนเดียวที่ยังคงมีสติอยู่ “บอกกัปตันของเจ้าว่าวิเซริส ทาร์แกเรียน กำลังรอเขาอยู่ในการประลองดาบ บอกให้พวกเจ้ามากันให้หมด แล้วข้าจะฆ่าพวกเจ้าทีละคน” จากนั้นเขาก็ยกนิ้วขึ้นและทำท่าปาดคอตัวเอง ทำให้ทหารรับจ้างคนนั้นตัวสั่นสะท้านเหมือนกับว่าศีรษะของเขากำลังจะหลุดออกจากบ่า
พวกทหารรักษาการณ์เองก็เข้าใจสถานการณ์ดี และรู้ว่าตระกูลซาลีนให้การสนับสนุนแดเนริส พวกเขาจึงไม่สร้างปัญหาเพิ่มเติม หลังจากพูดคุยกันสั้น ๆ เรื่องนี้ก็ยุติลง เฮลโบและมอเรลที่ได้รับบาดเจ็บก็ถูกพาเข้ามาในบ้านโดยวิเซริส
เมื่อเห็นความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างวิเซริสกับมอเรล เฮลโบก็อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ และหวังว่าวันหนึ่งจะเป็นตาของเขาบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นวิเซริสก็ไม่ได้หันมาพูดกับเขาทันที แต่กลับหันไปถามรีจิสก่อนว่า “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? บาดเจ็บหนักไหม?”
“ข้าสบายดี! ท่านลอร์ดวิเซริส ข้าแข็งแรงมาก!” รีจิสตอบด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ แม้ว่าตามตัวจะมีรอยฟกช้ำอยู่หลายจุด แต่เขาก็ไม่ได้ดูหวาดหวั่นแต่อย่างใด
‘ถึงคราวของข้าแล้วใช่ไหม?’ เฮลโบนั่งอยู่บนโซฟามองดูด้วยความคาดหวัง และถึงกับยืดคอยาวขึ้นเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นวิเซริสก็ยังคงไม่พูดกับเขา
“ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันป้องกันไม่ให้พวกโจรเข้ามา ข้าขอขอบคุณแทนน้องสาวของข้า” วิเซริสกล่าวพลางโค้งคำนับ แม้ว่าพวกเขาจะได้รับบาดเจ็บ แต่ก็พยายามตอบโค้งคำนับกลับไป ขณะที่เฮลโบได้แต่นั่งนิ่ง หัวใจจมดิ่งลงเรื่อย ๆ
“หากท่านต้องการความช่วยเหลือในอนาคต ข้ากับลูกจะทำเต็มที่เพื่อช่วยท่าน” มอเรลกล่าวกับวิเซริสด้วยรอยยิ้ม เพราะตอนนี้ทั้งเขาและลูกชายยังคงสงสัยว่าวิเซริสสามารถสร้างสายสัมพันธ์กับตระกูลซาลีนได้อย่างไร
แน่นอนว่าวิเซริสก็เห็นว่าพวกเขาเป็นพันธมิตรที่มีประโยชน์ และยินดีให้พวกเขาร่วมมือกับเขา ซึ่งถือเป็นรางวัลในตัวมันเอง เพราะด้วยการสนับสนุนจากตระกูลซาลีน มอเรลและลูกชายจะสามารถเผชิญกับความท้าทายใด ๆ ในอนาคตได้อย่างมั่นใจ แม้ว่าพวกเขาอาจสูญเสียธุรกิจสบู่ไปก็ตาม
“ข้าไม่คิดว่าพวกเจ้าจะต้องการความช่วยเหลือจากข้าอีกแล้ว” วิเซริสกล่าว ทำให้ทุกคนเกิดความสงสัย “หลังจากงานฉลอง ข้าตั้งใจจะเข้าร่วมกองทหารรับจ้าง”
“ทำไมล่ะ?” เฮลโบถามขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
“การใช้ชีวิตเป็นคนมั่งคั่งนั้นง่ายดายก็จริง แต่โรเบิร์ตและไทวินมีเลือดของญาติสนิทข้าติดมือ ในฐานะทายาทชายคนสุดท้ายของตระกูลทาร์แกเรียน ข้าไม่อาจปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปได้!” น้ำเสียงของวิเซริสเย็นเยียบ เตือนให้ทุกคนตระหนักว่าพวกเขากำลังอยู่ต่อหน้าราชันย์ผู้สูญเสียบัลลังก์ ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบสงัดทันที
ทันใดนั้นเฮลโบก็ตระหนักได้ว่าแม้แต่สามตระกูลใหญ่แห่งบราวอสก็ดูไร้ความหมายในสายตาของวิเซริส
“หากท่านต้องการเข้าร่วมกองทหารรับจ้าง พวกเราขอมอบชุดเกราะให้เป็นของขวัญ” มอเรลเอ่ยขึ้น เขารู้ดีว่าชุดเกราะเหล็กมีราคาสูงเพียงใด ซึ่งอาจสูงถึงหลายร้อยทองมังกรไปมากโข
“ขอบคุณท่านมาก ท่านมอเรล แต่ช่วยหาช่างตีเหล็กฝีมือดีให้ข้าแทนเถอะ ข้ามีอาวุธพิเศษในใจอยู่แล้ว” วิเซริสตอบ
เมื่อค่ำคืนดำเนินมาจนใกล้จบ มอเรลและลูกชายของเขาก็ขอตัวกลับ เหลือเพียงเฮลโบที่ตั้งใจแน่วแน่ว่าคืนนี้เขาจะต้องพูดกับวิเซริสให้ได้ และเขาจะไม่ยอมจากไปจนกว่าจะได้รับอนุญาต
“อืม เฮลโบ เรารู้จักกันมานานแล้วสินะ ข้ามีบางอย่างจะบอกเจ้า . . .” วิเซริสเอ่ยขึ้นในที่สุด
ทันใดนั้นหัวใจของเฮลโบพองโตด้วยความยินดี ความตื่นเต้นเอ่อล้นไปทั่วร่าง ‘นี่ช่างเป็นถ้อยคำที่ไพเราะยิ่งนัก’
โปรดติดตามตอนต่อไป …