- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 56
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 56
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 56
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 56 สหายแมวป่า
ในช่วงบ่ายวิเซริสลงจากเรือของฟาเลีย โดยมีอาชา​ยืนอยู่ที่หัวเรือมองตามเขาไปเป็นเวลานาน จนกระทั่งร่างในชุดสีเงินขาวของเขาหายลับไปจากสายตา
“ดูเหมือนเจ้าจะมีความรู้สึกดี ๆ กับวิเซริสเลยนะ” ฟาเลียกล่าวเย้าแหย่
“ใช่ ถ้าได้แต่งงานกับชายเช่นเขาคงจะดี” อาชาตอบตรงไปตรงมา ทำให้ฟาเลียถึงกับชะงักไปชั่วครู่ และเธอก็จำได้ว่าอาชานั้นมีสายเลือดของโดธรากี
“ข้าอยากนอนกับเขาบนทุ่งหญ้าแห่งมหาสมุทรสีเขียว” อาชากล่าวต่อด้วยความตื่นเต้น “ให้เขาอยู่เหนือข้าหรือให้ข้าอยู่เหนือเขาใต้แสงดาว ท่ามกลางแสงอรุณ หรือยามอาทิตย์อัสดง . . .” แก้มของนางเริ่มขึ้นสีด้วยความกระตือรือร้นที่เกือบจะเป็นความคลุ้มคลั่ง
“พอเถอะ ๆ หยุดได้แล้ว” ฟาเลียขัดขึ้น แม้ว่าภาพเหล่านั้นจะฉายชัดในหัวของเธอไปแล้วก็ตาม
ชาวโดธรากีเคารพท้องฟ้าและเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายควรเกิดขึ้นภายใต้ท้องฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการเกิดหรือความตาย แถมพวกเขายังมองว่าการสืบทอดเผ่าพันธุ์เป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ การได้รวมเป็นหนึ่งกับคนรักภายใต้ท้องฟ้าจึงถือเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่
. . .
ช่วงนี้วิเซริสสามารถเปลี่ยนจิตระหว่างร่างของตนกับสัตว์คู่หูได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งทักษะนี้ผ่านการฝึกฝนมาจากความพยายามอย่างไม่ลดละ และตอนนี้ก็ใช้เวลาไม่ถึงสองวินาที การสกินเชนเจอร์ของเขาก็ชัดเจนขึ้น ทำให้เขาสามารถกลับคืนร่างทันทีหากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับร่างของเขาเอง และไม่ต้องกังวลว่าจะติดอยู่ในร่างสัตว์พร้อมปากที่เต็มไปด้วยลูกอ๊อดอีกต่อไป
ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ความมืดเริ่มคลืบคลานเข้ามา แต่ยังพอมีแสงสลัวอยู่ วิเซริสนั่งอยู่ในรถม้า ก่อนจะถ่ายจิตสำนึกของตนเข้าสู่ร่างนกนางนวล วินาทีต่อมานกก็กระพือปีกบินขึ้นไปบนท้องฟ้า และภายในสิบนาทีเขาก็พบบ้านของตน ก่อนที่เขาจะเริ่มร่อนลง และสังเกตเห็นว่ามีรถม้าสามคันจอดอยู่หน้าบ้าน พร้อมกับฝูงชนจำนวนหนึ่งกำลังเบียดเสียดกัน
วิเซริสรู้สึกถึงลางไม่ดีทันที ทำให้เขาเร่งความเร็วลงไปเกาะบนหลังคารถม้าคันหนึ่ง และมองเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่ในกลุ่มฝูงชน ได้แก่ มอเรล ลูกชายของเขา รีจิส และเฮลโบ
แน่นอนว่าการที่พวกเขามาที่นี่ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจนัก คงเป็นเรื่องของการขอบคุณหรือประจบสอพลอ แต่บางอย่างในบรรยากาศกลับดูไม่ชอบมาพากล
เฮลโบและมอเรลกำลังขวางทางกลุ่มชายร่างใหญ่ห้าหรือหกคนที่ดูดุดันและไร้มารยาทที่พวกเขาพยายามจะบุกเข้าไปในบ้าน
“พวกเจ้าเข้าไปไม่ได้!” มอเรลประกาศกร้าว
“ข้าได้ยินว่านี่คือบ้านของราชาขอทาน ข้ามาเยี่ยมเยียนเท่านั้น” ชายหนวดเหลืองซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“แต่ท่านลอร์ดวิเซริสไม่อยู่บ้าน!” รีจิสกล่าวแทรก
“ไม่เป็นไร พวกข้ารอได้ นอกจากนี้จะให้แขกยืนรอข้างนอกได้อย่างไร?” หัวหน้ากลุ่มพูดพลางพยายามเบียดเข้าไป แต่รีจิสกับมอเรลยังขวางไว้
วิเซริสบินขึ้นไปเพื่อมองให้เห็นภายในบ้านได้ชัดเจนขึ้น และเห็นแดเนริสกำลังเดินนำไคลาออกมา ในขณะเดียวกันสมาชิกบางคนของกลุ่มคนเถื่อนเหล่านั้นก็หันไปมองเธอ พร้อมกับใบหน้าของพวกเขาที่เปลี่ยนจากความประหลาดใจเป็นความโลภทันที
“ท่านทั้งหลาย พี่ชายของข้าไม่อยู่บ้าน หากท่านมีธุระใด เชิญมาพบเขาใหม่เมื่อเขากลับมาแล้ว” แดเนริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ชายหนวดเหลืองหัวเราะเยาะ “โอ้! เจ้าคือแดเนริส น้องสาวของราชาขอทานใช่หรือไม่? ถ้าพี่ชายเจ้าไม่อยู่ เช่นนั้นเจ้าก็ไปกับพวกเราเถอะ กัปตันของพวกเราจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี”
แดเนริสรู้สึกขยะแขยงกับสายตาหื่นกระหายของเขา ชายหนวดเหลืองคนนี้เป็นสมาชิกของกองทหารรับจ้างที่เรียกว่า ‘สหายแมวป่า’ กัปตันของพวกเขาคือ ‘บลัดเบียร์ด’ ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายและกระหายสงคราม และมีน้อยคนนักที่รู้ชื่อจริงของเขา บลัดเบียร์ดเกลียดสันติภาพ รักสงคราม และหลงใหลในสตรีงาม เหล้า และงานเลี้ยง
บลัดเบียร์ดนั้นเพิ่งมาถึงบราวอสไม่นาน และเมื่อบ้านเฟรการ์ติดต่อเสนอให้เขาก่อความวุ่นวายกับวิเซริส แลกกับค่าตอบแทนก้อนงาม ดังนั้นโอกาสที่จะได้ทั้งเงินและสนุกสนานไปพร้อมกันเป็นสิ่งที่บลัดเบียร์ดไม่อาจปฏิเสธได้ เขาจึงคิดว่าแดเนริสในฐานะเจ้าหญิงย่อมเป็นของรางวัลล้ำค่า จึงส่งลูกน้องมาจับตัวเธอ
แม้ว่ากฎหมายของบราวอสจะห้ามการค้ามนุษย์ แต่พวกสหายแมวป่ากับมองว่ามันเป็นเพียงข้ออ้าง มิใช่การลักพาตัวจริงจัง และด้วยการสนับสนุนจากบ้านเฟรการ์ พวกเขาสามารถหลบหนีได้หากสถานการณ์เลวร้ายลงไปกว่านี้ ยิ่งไปกว่านั้นโรเบิร์ต บาราเธียน ยังตั้งค่าหัวของวิเซริสและแดเนริสไว้อีกด้วย พวกมันจึงวางแผนจะใช้แดเนริสเป็นเหยื่อล่อให้วิเซริสเผยตัวออกมา
“ขออภัย หากมีคำเชิญจริง ท่านจะต้องรอจนกว่าพี่ชายของข้ากลับมา” แดเนริสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมั่นคงแม้ในใจจะเริ่มหวาดหวั่นแล้วก็ตาม
“ฮ่าฮ่าฮ่า! แบบนั้นใช้ไม่ได้หรอก กัปตันของพวกข้าไม่สนใจผู้ชาย” ชายหนวดเหลืองกล่าวพลางหัวเราะเสียงดัง ก่อนที่พวกพ้องของเขาจะหัวเราะตาม
“ถอยไป! หรือเจ้าอยากตายเพราะขวางสหายแมวป่า?” ชายหนวดเหลืองขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เฮลโบเริ่มลังเล พร้อมกับความคิดจะถอยหนีเริ่มก่อตัวในใจเขา เขาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลุ่มสังคมที่มีสีสันในระดับดีที่สุด ขณะที่หนวดเหลืองและพรรคพวกของมันเป็นอาชญากรโหดเหี้ยมที่ใช้ชีวิตด้วยคมดาบ แต่ถึงอย่างนั้นนี่ก็อาจเป็นโอกาสของเขาในการซ่อมแซมความสัมพันธ์กับวิเซริสเช่นกัน ดังนั้นแม้จะหวาดกลัว แต่เฮลโบก็ตัดสินใจยืนหยัดไม่ถอย
แตกต่างจากเฮลโบ มอเรลและลูกชายของเขากับแน่วแน่มาก พวกเขารู้ดีว่าหากไม่มีวิเซริส พวกเขาคงตายไปนานแล้ว พวกเขาเป็นหนี้บุญคุณเขา และเวลาที่จะตอบแทนก็มาถึงแล้ว
“กำจัดพวกตัวเกะกะนี่ซะ!” ชายหนวดเหลืองสั่งการ ภารกิจครั้งนี้เขาได้นำมือดีที่สุดของตนมาด้วย และเฮลโบกับพวกไม่มีทางสู้พวกเขาได้แน่นอน ถึงแม้พวกเขาจะไม่สามารถใช้อาวุธได้ แต่หมัดของพวกมันก็อันตรายไม่แพ้กัน
ภายในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจพวกเขาก็ซัดเหล่าพวกขวางทางร่วงไปกองกับพื้นเกือบทั้งหมด มีเพียงรีจิสที่เคยเรียนรู้ท่าต่อสู้มาบ้างจากวิเซริสที่ยังพอรับมือได้อยู่ แต่ไม่นานเขาก็ถูกโจมตีจนเสียเปรียบเมื่อเพื่อนร่วมต่อสู้ของเขาถูกซัดจนล้มไปหมด
ในขณะเดียวกันเมื่อเห็นท่าเริ่มไม่ดี ไคลาก็พยายามลากแดเนริสหนีไปอย่างรวดเร็ว
“อย่าปล่อยให้พวกนางหนีไปได้!” ชายหนวดเหลืองตะโกนเสียงดัง ก่อนที่เขาและพวกจะเริ่มกระแทกประตูไม้เสียงดังสนั่น ทำให้บานประตูครางลั่นภายใต้แรงปะทะและดูเหมือนจะทานทนได้อีกไม่นาน
. . .
วิเซริสกลับคืนสู่ร่างของตนและประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะควักเหรียญทองมังกรสองสามเหรียญออกมา และเอนตัวออกจากรถม้าโบกมันตรงหน้าสารถี “ขับให้เร็วที่สุดเท่าที่เจ้าจะทำได้! เข้าใจไหม?”
“เข้าใจแล้วขอรับ! ไป!” สารถีรู้สึกถึงน้ำหนักของเหรียญในมือจึงเงื้อแส้ขึ้นสูงและฟาดลงไป ทำให้รถม้าเร่งความเร็วขึ้นทันทีจนการเดินทางกลายเป็นการโยกคลอนรุนแรง พร้อมกับผู้คนสองข้างทางที่ต่างพากันหลบแทบไม่ทัน
“สหายแมวป่า ข้าจะจัดการพวกเจ้าเป็นอันดับแรก!” วิเซริสพึมพำ ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยเพลิงโทสะ หัวใจเต้นรัวด้วยอะดรีนาลีน วันนี้เขาจะไม่หยุดจนกว่าจะได้กระแทกกะโหลกของพวกมันสักสองสามคน!
โปรดติดตามตอนต่อไป …