เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 54

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 54

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 54


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 54 พระราชวังของซีลอร์ด

การกระทำของตระกูลซาลีนทำให้ทอร์โมประหลาดใจอย่างมาก มูนชาโดว์ ซึ่งเงียบหายไปเกือบทั้งเดือน กลับมาพลิกเกมอย่างแข็งแกร่ง และพวกเขาก็สามารถเก็บความลับสำคัญไว้จากทุกคนได้สำเร็จ

การแข่งขันชิงตำแหน่งซีลอร์ดระหว่างสามตระกูลใหญ่มีปัจจัยสำคัญอยู่สองประการ ประการแรกคือท่าทีของซีลอร์ดคนปัจจุบัน หากเขาสนับสนุนตระกูลใดโดยตรงหรือโดยนัย โอกาสที่ตระกูลนั้นจะได้รับเลือกก็จะเพิ่มขึ้น ประการที่สองคือความคิดเห็นของพ่อค้าในบราวอส ซึ่งทั้งสามตระกูลต้องคำนึงถึง

ก่อนหน้านี้ตระกูลเฟรการ์มุ่งมั่นที่จะครองตำแหน่งซีลอร์ดคนต่อไป แต่ทั้งซีลอร์ดคนปัจจุบันและพ่อค้าหลายคนกลับมีท่าทีแข็งกร้าวและใช้วิธีการที่รุนแรงไปบ้าง แต่เมื่อซาลีนลุกขึ้นมาต่อสู้ สถานการณ์ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หากตระกูลซาลีนและแอนทาเรียนร่วมมือกัน มันอาจทำให้กลุ่มพ่อค้ากลุ่มอื่นเริ่มเปลี่ยนข้างได้

เมื่อทอร์โมตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น เขาจึงรีบสั่งองครักษ์ของตนทันทีว่า “เตรียมรถม้า ข้าจะไปพบตาแก่รอธ!”

ตาแก่รอธที่พูดถึงนี้ก็คือผู้นำตระกูลซาลีนคนปัจจุบัน . . .

. . .

ท่าเรือสีม่วง บราวอส พระราชวังแห่งซีลอร์ด

พระราชวังแห่งซีลอร์ด หนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของบราวอส มีการออกแบบที่หรูหราเป็นพิเศษ ตัวอาคารทาสีฟ้าทะเลเข้ม และตรงมุมที่สูงจากพื้นประมาณหนึ่งเมตรถูกฝังด้วยเปลือกหอย หอยสังข์ และปะการัง เมื่อเดินผ่านประตูสีฟ้าเข้าไปจะพบกับเหล่าทหารที่ยืนรักษาการอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดของสถานที่แห่งนี้

ด้วยฉายา ‘บุตรนอกสมรสแห่งวาลีเรีย’ พระราชวังแห่งนี้จึงมีองค์ประกอบของมังกรอยู่ด้วย ที่ศูนย์กลางของพระราชวังมีรูปปั้นมังกร แต่หางของมันกลับหนาเหมือนครีบปลา และกรงเล็บมีพังผืดระหว่างนิ้ว เป็นการผสมผสานระหว่างมังกรและปลา ซึ่งเหมาะสมกับฉายาดังกล่าวเป็นอย่างดี

ภายในพระราชวังยังมีทะเลสาบที่เชื่อมต่อกับเส้นทางน้ำด้านนอก ซึ่งเป็นที่จอดเรือใบของซีลอร์ด ตลอดแนวเรือจากหัวเรือถึงท้ายเรือถูกตกแต่งด้วยหน้ากากสีฟ้าที่เรียงต่อกันเป็นแนวยาว ดูราวกับ ‘กระโปรงดอกไม้’ ที่ประดับเรือลำงามนี้ ซึ่งในวันปกติซีลอร์ดก็มักจะใช้เวลาบนเรือลำนี้เสมอ

ทันใดนั้นชายวัยกลางคนที่มีดวงตาสีน้ำตาล และสีหน้าจริงจังก็เดินเข้ามาในพระราชวังด้วยแผ่นหลังที่ตรงเหมือนกับดาบ เขาก็คือ คาโร โวเลนติน ดาบแรกแห่งซีลอร์ด ก่อนที่เขาจะยื่นม้วนกระดาษเล็ก ๆ ให้ซีลอร์ด เฟอเรโก้รับไปเปิดดูและแสดงรอยยิ้มชัดเจนขึ้น พร้อมกับสีหน้าซีดเซียวของเขาที่เริ่มมีสีเลือดไหลเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

คาโรอ่านข้อความบนม้วนนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและพูดว่า “นายท่าน ดูเหมือนว่าสาเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้จะมาจากวิเซริส”

“ข้านึกว่า หลังจากงานเลี้ยงมงกุฎ เขาจะพังทลายและไม่มีวันฟื้นตัวอีก ข้าไม่คิดเลยว่าทาร์แกเรียนผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย” เฟอเรโก้กล่าวพลางยิ้ม

เพียงแค่หกเดือนเฟอเรโก้ก็ได้ยินเรื่องราวของวิเซริส ทาร์แกเรียนถึงสามครั้ง ครั้งแรกคือตอนที่บาเนอร์การ์ แห่งบริษัทเฟียร์ซฟิชมาพบเขา ครั้งที่สองคือตอนที่เขาได้ยินเกี่ยวกับการผลิตสบู่ และตอนนี้ก็คือครั้งที่สาม

เมื่อข่าวเรื่อง ‘การคิดค้นสบู่’ แพร่ออกมา เฟอเรโก้ก็คิดว่าตระกูลเฟรการ์จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าวิเซริสจะไม่เพียงแต่ไม่เกรงกลัว กลับยังสามารถติดต่อกับตระกูลซาลีนได้อีกด้วย แน่นอนว่าเขาได้ส่งคนไปสืบเรื่องของวิเซริสมาแล้ว เมื่อเห็นว่าตระกูลเฟรการ์เข้ามากดดัน ดูเหมือนว่าวิเซริสจะเก็บตัวเงียบหายไปสักพักหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นเฟอเรโก้คิดว่าเขายอมแพ้ไปแล้ว แต่แท้จริงเขากลับกำลังวางแผนเดินเกมครั้งใหญ่อยู่เบื้องหลัง

‘เขาทำได้อย่างไร? ถึงทำให้ตระกูลซาลีนช่วยเขาต่อต้านตระกูลเฟรการ์ได้ในเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือน?’ เฟอเรโก้ขมวดคิ้วครุ่นคิด

แต่เมื่อหาคำตอบไม่ได้ เขาก็ตัดสินใจพักเรื่องนี้ไว้ก่อน ในฐานะซีลอร์ดเขาเป็นฝ่ายที่ถือไพ่เหนือกว่าเสมอ ดังนั้นเขาจะรอดูสถานการณ์ต่อไป แม้สุขภาพของเฟอเรโก้จะไม่ดีนักในตอนนี้ แต่เขามั่นใจว่าเขาจะยังเป็นซีลอร์ดต่อไปได้อีกอย่างน้อยหกถึงเจ็ดปี

ทันใดนั้นเองข้าราชการอีกคนก็เดินเข้ามาพร้อมถาดไม้ที่ประดับด้วยเปลือกหอยสีขาวกว่าหนึ่งโหล “นายท่าน ถึงเวลาคัดเลือกหัวข้อสำหรับบทกวีแล้ว”

“อืม” เฟอเรโก้พยักหน้า และสังเกตเห็นว่ามีเปลือกหอยสามอันถูกวางไว้ในตำแหน่งที่โดดเด่นกว่าที่เหลือ ทำให้ดวงตาของเขาแสดงความเข้าใจบางอย่างทันที ก่อนจะเปลี่ยนใจอย่างกะทันหันและสลับเปลือกหอยไปราวกับเล่นเกม

หลังจากหยุดคิดไปครู่หนึ่ง เขาก็หยิบเปลือกหอยสามอันและโยนลงบนโต๊ะ เมื่อเปิดออกมาภายในก็มีคำไม่กี่คำที่เป็นภาษาโบราณของวาลีเรียเขียนเอาไว้อยู่ . . .

. . .

ในขณะเดียวกันเมื่อเฮลโบเห็นว่าตระกูลเฟรการ์ไม่สนใจเขาอีกต่อไป เขาจึงกลับไปยังที่พักของตนเอง และเมื่อได้รู้ว่าสถานการณ์ของมอเรลและลูกชายของเขาเลวร้ายลงมาก เขากลับรู้สึกภูมิใจที่ตัดสินใจตัดขาดจากวิเซริสเสียแต่เนิ่น ๆ เพราะเมื่อเทียบกับความพินาศของพวกนั้นแล้ว เขาเพียงแค่สูญเสียเงินไปบางส่วนเท่านั้น ส่วนหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่เขาลงทุนในโรงงาน ตอนนี้กลับกลายเป็นเหมือน ‘กรมธรรม์ชีวิต’ ที่ช่วยให้เขารอดพ้นจากหายนะ

เฮลโบจิบไวน์อาร์เบอร์หนึ่งอึก และถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “ให้ตายสิ ไวน์นี่แพงชะมัด!”

เมื่อการเฉลิมฉลองใกล้เข้ามา ราคาของไวน์ในบราวอสก็พุ่งสูงขึ้น บรรดาทหารรับจ้างเพียงอย่างเดียวก็ทำให้การบริโภคไวน์ของเมืองเพิ่มขึ้นถึง 40% นี่ยังไม่นับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาอีกมากมาย ทำให้สิ่งที่เฮลโบเคยดื่มได้ตามใจ ตอนนี้กลับกลายเป็นของหรูหราไปเสียแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้นอย่างน้อยเขาก็ยังสามารถนั่งดื่มได้ ก่อนที่ทันใดนั้นคนรับใช้ของเฮลโบจะเข้ามาพร้อมกับกล่องหนักใบหนึ่ง “นายท่าน นี่คือ ‘โบนัส’ จากโรงงานครับ”

“อะไรนะ?” เฮลโบอุทานด้วยความงุนงง “โรงงานของมอเรลงั้นเหรอ?”

คนรับใช้พยักหน้า “ใช่แล้ว นายท่าน โรงงานของมอเรล”

“แต่ว่า . . . เป็นไปได้ยังไง?” เฮลโบรับกล่องมาและรู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่คาดไม่ถึง และเมื่อเปิดออกดูเขาก็พบว่าภายในเต็มไปด้วยเหรียญทองมังกรอย่างน้อย 400 เหรียญ

“เป็นไปได้ยังไงกัน?!” เฮลโบตกตะลึงจนอ้าปากกว้าง เขาเคยไปที่โรงงาน และเห็นกับตาว่าคนงานหนีไปหมดแล้ว วัตถุดิบก็ถูกกวาดเกลี้ยง และพ่อลูกตระกูลมอเรลก็กำลังจะล่มจม

“พวกเขาส่งสินค้าได้ยังไง?”

“ข้าได้ยินมาว่ารถม้าของตระกูลซาลีนได้นำมูนชาโดว์ไปที่โรงงาน หลังจากนั้นข้าก็ไม่รู้รายละเอียดมากนักขอรับ” คนรับใช้ตอบด้วยความสับสน

“ซาลีน . . . ซาลีน . . . ซาลีน . . .” เฮลโบทวนชื่อซ้ำไปมาอย่างกระวนกระวาย “หรือว่าจะเป็นวิเซริส? เขาทำได้ยังไง นี่มัน . . .”

ทันใดนั้นภาพของใครบางคนก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา แต่เขาไม่อยากเชื่อมันเลย ทว่าเหรียญทองมังกรที่อยู่ตรงหน้ามันเป็นหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้

หากวิเซริสสามารถได้รับการสนับสนุนจากตระกูลซาลีนได้จริง การผลิตสบู่ก็คงไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ และเฮลโบเองก็น่าจะได้รับเงินปันผลจากหุ้นที่เขาถืออยู่

เมื่อตระหนักได้ว่าเขาไม่ได้สูญเสียเพียงไม่กี่เหรียญทอง แต่เป็นไปได้ว่าอาจเสียไปนับพัน มันก็เหมือนมีอะไรบางอย่างบีบรัดหน้าอกของเขาอย่างแรงทันที

“รีบเตรียมรถม้าให้ข้าเดี๋ยวนี้! ข้าจะไปพบลอร์ดวิเซริส!”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 54

คัดลอกลิงก์แล้ว