เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 53

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 53

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 53


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 53 ความแข็งแกร่งทางกาย 90+

หลังจากพยายามอยู่นาน วิเซริสก็สามารถอาเจียนลูกอ๊อดที่เขากลืนเข้าไปออกมาได้ เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่ดูเหมือนหยดหมึกกระตุกครั้งหนึ่งก่อนจะนิ่งไป ทำให้วิเซริสรู้สึกถึงการตายของมันทันที

ทันใดนั้นวิเซริสก็เหมือนสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ เขาจึงรีบเปิดแผงข้อมูลของตัวเองดู และพบปัญหาทันที

- -

[จิตใจ : 99.8]

- -

การตายของลูกอ๊อดที่เชื่อมจิตกับเขาทำให้ค่าจิตใจของเขาลดลงไป 0.2 ทันที วิเซริสรู้สึกได้เลยว่าความคิดของเขาไม่เฉียบแหลมเท่าเดิม แค่ลูกอ๊อดตัวเดียวก็ลดไปตั้ง 0.2 ถ้าหากนกนางนวลของเขาตายไป เขาอาจเสียไปถึงเจ็ดหรือแปดแต้มเลยก็ได้

โชคดีที่นกนางนวลของเขาเพิ่งโตเต็มวัยและน่าจะมีอายุยืนพอสมควร นอกจากนี้ถ้าหากเขาไม่ได้เชื่อมจิตกับมันนานเกินไป สายสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็จะอ่อนลง ซึ่งจะทำให้ผลกระทบจากการตายของมันลดลงด้วย อย่างไรก็ตามในตอนนี้เขาจำเป็นต้องเชื่อมจิตกับมันเป็นประจำทั้งเพื่อสอดแนมและป้องกันตัวเอง

จากเรื่องนี้วิเซริสก็คิดถึงปัญหาอีกอย่างหนึ่งขึ้นมาได้ ไคลา ฆ่าสัตว์ที่เธอจับคู่ด้วยอยู่บ่อย ๆ ถึงแม้มันจะเป็นแค่กุ้งล็อบสเตอร์ที่แทบไม่มีสติปัญญาก็ตาม นั่นหมายความว่าเธออาจสูญเสียค่าจิตใจไปมากแล้ว บางทีเธออาจต้องฝึกบทเพลงแห่งจันทราเพื่อฟื้นฟู มิฉะนั้นปัญหาความสามารถที่ลดลงของเธออาจส่งผลต่อแดเนริสในที่สุด

แต่ถึงจะเกิดเรื่องนี้ขึ้นวิเซริสก็ไม่ได้โกรธไคลา กลับกันเขาตัดสินใจที่จะสอนแดเนริสให้เรียนรู้การสกินเชนเจอร์แทน

ในนิยายต้นฉบับและซีรีส์โทรทัศน์ มังกรที่แดเนริสฟักออกมานั้นบางครั้งก็ไม่เชื่อฟังเธอ ถ้าหากในอนาคตมังกรของเธอดุร้ายเกินไปจนพัดเธอตกลงมาจากฟ้า นั่นคงเป็นหายนะสำหรับเธอ เพราะสุดท้ายแล้วเธอก็เป็นแค่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง

. . .

สามวันก่อนงานเทศกาลเฉลิมฉลองสิบวัน

ยิ่งวันงานเฉลิมฉลองใกล้เข้ามาเวลาก็เหมือนผ่านไปเร็วขึ้น พริบตาเดียวก็เหลือแค่สามวันแล้ว ทำให้ผู้คนบางส่วนที่อดใจรอไม่ไหวก็เริ่มสวมหน้ากากออกมาเดินพาเหรดกันตามท้องถนน

ในเช้ามืดวันหนึ่งหลังจากฝึกบทเพลงแห่งจันทราเสร็จ วิเซริสก็รู้ว่านี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด เขาจึงเปิดแผงข้อมูลของตัวเองขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง

- -

[ความแข็งแกร่งทางกายภาพ : 89.78]

- -

‘เพิ่มแต้มเข้าไปเลย’ วิเซริสสั่งการในใจอย่างเงียบ ๆ

ด้วยประสบการณ์จากครั้งก่อน วิเซริสจึงเตรียมอ่างน้ำขนาดใหญ่ไว้ให้พร้อม และกระโดดลงไปในน้ำ ก่อนจะใส่แต้มค่าสถานะทั้งหมดลงไปที่ความแข็งแกร่งทางกายภาพของตัวเอง

ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระตุ้นด้วยยาเร่งเลือด! เสียงเลือดสูบฉีดดังก้องอยู่ในหู ผิวกายที่ซีดขาวของเขาเริ่มเปล่งประกายขึ้น และน้ำเย็นในอ่างก็อุ่นขึ้นจากอุณหภูมิร่างกายของเขา

ไม่นานนักไอสีขาวก็เริ่มลอยออกมาจากศีรษะของเขา โชคดีที่ครั้งนี้เขาไม่ได้เจอกับผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์แบบครั้งก่อน หลังจากผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ความรู้สึกเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงก็ค่อย ๆ จางลง นอกจากกำลังที่เพิ่มขึ้นแล้ว เขายังรู้สึกว่าหัวใจและปอดของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก

ทันใดนั้นวิเซริสก็ลองดำลงไปในอ่างน้ำ และเริ่มกลั้นหายใจ

หนึ่งนาที . . . สองนาที . . . ห้านาที . . .

สุดท้ายเขาก็โผล่ขึ้นมาจากน้ำหลังจากผ่านไป 25 นาที!

‘นี่ไม่ใช่ขีดจำกัดของข้าแน่ ๆ!’ วิเซริสคิดในใจเงียบ ๆ เขาคิดว่าตัวเองสามารถกลั้นหายใจได้นานถึง 40 - 50 นาที และสามารถเคลื่อนไหวใต้น้ำได้นานกว่า 10 นาทีอย่างไม่มีปัญหาแน่นอน

เมื่อความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาแตะระดับ 80 สิ่งที่พัฒนาเด่นชัดที่สุดคือการระเบิดพลังและความแข็งแกร่ง แต่เมื่อทะลุระดับ 90 การพัฒนากลับไปโฟกัสที่ความอึดและการฟื้นฟู

‘ความอึดแบบนี้ หมายความว่าข้าสามารถใช้ท่าไม้ตายได้แบบไม่ต้องพักเลยสินะ’

วิเซริสก้มมองกล้ามเนื้อที่สลักเป็นลวดลาดอย่างประณีตสวยงามของตัวเองแล้วพอใจยิ่งนัก ถึงแม้เขาจะมีความเร็วของ ‘สายความเร็ว’ แต่ก็มีพละกำลังของ ‘สายพลัง’ อยู่ในตัวด้วย รูปร่างที่สูงโปร่งของเขาทำให้เขาคิดว่า ค้อนสงคราม อาจจะเป็นอาวุธที่เหมาะกับเขาที่สุด เพียงแค่ฟาดครั้งเดียว ศัตรูก็ต้องเงียบไปตลอดกาล

หรืออีกทางหนึ่ง เขาสามารถเลือก ง้าว ซึ่งเป็นอาวุธที่ต้องใช้ทั้งพละกำลังและทักษะสูง มันสามารถใช้ฟัน แทง ตัด และทุบได้ในคราวเดียว

“ไม่มีอะไรหยุดข้าได้อีกแล้ว”

. . .

เช้าวันต่อมา

รถม้าคันหนึ่งมาหยุดที่หน้าบ้านของวิเซริส รถม้าคันนี้เป็นรถม้าจากตระกูลซาลีน พร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ก้าวลงมาจากรถ ไพรีน่า สาวใช้และองครักษ์ประจำตัวของเมธิส ก่อนที่เธอจะเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นโดยไม่รอให้วิเซริสกล่าวต้อนรับ

“เลดี้ไพรีน่า ท่านมาที่นี่เพื่อพูดเรื่อง ‘มูนชาโดว์’ ใช่หรือไม่?” วิเซริสถามเข้าประเด็นทันที

“ถูกต้อง” ไพรีน่าพยักหน้า “นายหญิงของข้าสั่งให้ข้ามาแจ้งท่านว่า มูนชาโดว์ทั้งหมดจะถูกส่งมอบในช่วงบ่ายนี้ และร้านค้าของตระกูลซาลีนทุกแห่งจะเริ่มวางขายมัน”

วิเซริสพยักหน้าเข้าใจทันที ตระกูลซาลีนกำลังเตรียมแข่งกับตระกูลเฟรการ์เพื่อชิงตำแหน่งผู้นำแห่งบราวอส

“นอกจากนี้ เงินที่ท่านควรได้รับถูกฝากไว้ที่ธนาคารเหล็กโดยท่านหญิงซาลีนแล้ว มีทั้งหมด 20,000 เหรียญทองมังกร นี่คือรหัสบัญชีและข้อมูลของท่าน” ไพรีน่ายื่นซองจดหมายให้วิเซริส โดยซองจดหมายนั้นถูกปิดผนึกด้วยแล็กเกอร์สีดำของตระกูลซาลีน

“ขอขอบคุณท่านหญิงสำหรับความเอื้ออาทรของนาง” วิเซริสกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เขาคาดว่ารายได้จากการขายรอบแรกคงไม่ถึง 20,000 เหรียญทอง ดังนั้นส่วนที่เกินมาน่าจะเป็นวิธีที่เมธิสแสดงความเอ็นดูต่อเขา และบางทีอาจจะเพื่อเห็นแก่แดเนริสด้วย

วิเซริสคาดว่าในอีกสามถึงห้าปีข้างหน้าคงมีคนเริ่มทำสบู่ขายกันมากขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อธุรกิจของเขา แต่ถ้าเขาทำกำไรได้หนึ่งแสนเหรียญทองมังกรก็น่าจะเพียงพอแล้ว

“นี่คือสิ่งที่ท่านสมควรได้รับ นอกจากนี้ นายหญิงของข้าหวังว่าท่านจะพิจารณาเข้าร่วมการแข่งขันอีกครั้ง”

“หมายความว่าอย่างไร?” วิเซริสเลิกคิ้วถาม

“ประการแรก ตระกูลซาลีนไม่ต้องการ คำอธิบายนี้ไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมใช่หรือไม่?”

วิเซริสพยักหน้า

“ประการที่สอง ทหารรับจ้างหลายคนที่เข้าร่วมการแข่งขันหวังจะเอาชีวิตท่าน”

วิเซริสเข้าใจได้ทันที หลายคนคงคิดจะสังหารเขาเพื่อรับรางวัลจากโรเบิร์ต ถึงแม้โรเบิร์ตจะไม่ได้สั่งโดยตรง แต่นี่ก็เป็นโอกาสที่ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีทหารรับจ้างหลายคนที่ยังคงโกรธแค้นจากเหตุการณ์งานเลี้ยงมงกุฎ และต้องการโอกาสแก้มือ

“ข้าฝากขอบคุณนายหญิงของท่านด้วย และข้าจะจดจำความห่วงใยนี้ไว้ แต่ข้าจะให้พวกมันรู้เองว่า ‘ลิโป้กลับชาติมาเกิด’ เป็นอย่างไร”วิเซริสพูดด้วยยิ้ม

‘ลิโป้คือใคร?’ ไพรีน่าถึงกับงุนงง

. . .

สองวันก่อนวันเฉลิมฉลอง

ตอนนี้โรงงานของตระกูลมอเรลกำลังเผชิญกับเส้นตายในการส่งสินค้า วัตถุดิบของพวกเขาถูกทำลาย และแรงงานก็ขาดแคลนอย่างหนัก ซึ่งการผิดสัญญาจะทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับข้อเรียกร้องค่าชดเชยจำนวนมาก ทำให้ตระกูลมอเรลซึ่งเคยมีความหวังว่าจะพลิกฟื้นด้วยสบู่ของวิเซริส บัดนี้มองเห็นแต่ความสิ้นหวัง

มอเรลนั่งอยู่กับลูกชายของเขาอย่างเศร้าสลด ตรงหน้าคือขวดบรรจุยาพิษจากเมืองไลส์ “แรบไบลูกพ่อ นี่คือเวลาสุดท้ายของพ่อแล้ว ถ้าพ่อดื่มยาพิษนี้ มันจะซื้อเวลาให้เจ้า ด้วยชื่อเสียงของเจ้า เจ้าสามารถกู้เงินจากธนาคารเหล็กได้ อาจใช้เวลาสิบหรือยี่สิบปี แต่เราก็อาจชดใช้หนี้ได้”

มอเรลมองลูกชายด้วยสายตาหนักใจ “จำไว้นะ อย่าทำให้ชื่อเสียงของตระกูลต้องมัวหมอง”

“ท่านพ่อ!” แรบไบร้องไห้อย่างหนัก เขาคิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะ ‘มูนชาโดว์’ ครอบครัวของพวกเขาและโรงงานก็ยังพอขายไปได้ ถึงแม้จะไม่ร่ำรวย แต่ก็คงจะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้บ้าง แต่ตอนนี้แม้แต่ชีวิตของพ่อเขาก็ยังต้องสังเวย แล้วเขาควรโทษใคร? วิเซริสงั้นหรือ? ตัวเขาเอง? หรือว่าตระกูลเฟรการ์? เขาจะกล้าพอที่จะโทษใครได้?

มอเรลยื่นมือไปลูบแก้มลูกชาย “ให้พ่อได้มองเจ้าครั้งสุดท้ายเถอะ”

“นายท่านมอเรล! มูนชาโดว์ มาถึงแล้ว!”

“!?” พ่อและลูกชายหันมองหน้ากันด้วยความตกตะลึงและไม่อยากเชื่อสายตา

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 53

คัดลอกลิงก์แล้ว