- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 52
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 52
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 52
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 52 วิเซริสในกะละมัง
เมื่อเทศกาลเฉลิมฉลองสิบวันใกล้เข้ามา เมืองบราวอสก็คึกคักมากขึ้นทุกวัน คนขับรถม้าและคนแจวเรือต่างทำงานกันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ กิน ดื่ม ขับถ่าย และนอนหลับอยู่บนเรือ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อกอบโกยเงินทองให้ได้มากที่สุดในช่วงเวลาทองของปี ราคาสินค้าทุกอย่างพุ่งสูงขึ้น พ่อค้าที่หัวใสทำกำไรจากความคึกคักของเทศกาล ขณะที่งวิหารและศาลเจ้าก็เต็มไปด้วยผู้คน ทำให้บรรยากาศในเมืองดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น
แม้ในบราวอสจะห้ามการค้าทาส แต่ที่นี่กลับมีอุตสาหกรรมบันเทิงและโรงละครที่เฟื่องฟูที่สุด โรงละครทุกแห่งแน่นขนัดไปด้วยผู้ชม ส่วนหญิงสาวที่ทำงานในสถานเริงรมย์ต่างก็กอบโกยเงินกันเป็นกอบเป็นกำ จนท่อระบายน้ำของซ่องหลายแห่งกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อที่อุดมสมบูรณ์ แน่นอนว่าความมีชีวิตชีวานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตัวเมืองเท่านั้น แต่ยังขยายออกไปถึงท่าเรือจำนวนมากอีกด้วย
เรือใบขนาดใหญ่และเล็กที่ประดับด้วยสีสันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นดำ ขาว ม่วง หรือเขียว มองดูคล้ายลูกไม้ที่แต่งแต้มอยู่บนพื้นน้ำ เมื่อเรือลดใบลงเสากระโดงที่ตั้งเรียงรายก็ดูราวกับป่าต้นไม้เปลือยเปล่า กะลาสีและผู้โดยสารเดินขวักไขว่บนเรือ ทำให้การมองจากมุมสูงพวกเขาจึงดูเหมือนหนอนอ้วน ๆ ที่กำลังดิ้นไปมาไม่มีผิด ในขณะเดียวกันเรือบางลำก็มีหัวเรือที่สูงเป็นพิเศษแสดงให้ว่าพวกเขาเดินทางมาจากอ่าวทาส ส่วนบางลำที่ติดตราประจำตระกูลก็ดูน่านับถือกว่าหน่อย ซึ่งมักมาจากเวสเทอรอส
นกนางนวลวิเซริสที่ในที่สุดก็สลัดพ้นจากตัวผู้ตัวแรกที่มาติดพันบินมาเกาะบนเสากระโดงเรือลำหนึ่งและมองลงมายังท่าเรือ ก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นเรือที่มีใบเรือสีดำตกแต่งด้วยหัวกะโหลกทองคำ นี่คือสัญลักษณ์ของ กองทหารรับจ้างโกลเดน ซึ่งก่อตั้งโดยลูกนอกสมรสของราชาตระกูลทาร์แกเรียน
หลังจากผู้ก่อตั้งเสียชีวิตหัวของเขาก็ถูกต้มจนเหลือแต่กะโหลก เคลือบทอง และแขวนไว้บนธงของกองทหาร นับเป็นธรรมเนียมที่ทายาทของเขาสืบทอดต่อมา
“ไอ้พวกบ้าคลั่ง” นกนางนวลพึมพำเบา ๆ เป็นภาษานก
นอกจากนี้วิเซริสยังสังเกตเห็นธงของกองทหารรับจ้างอื่น ๆ อีกหลายกลุ่ม เช่น สหายแมวป่า วินด์โบลว์น และ เซคันด์ซันส์ แต่ละกองทหารมีเรือเป็นของตัวเอง แม้บางลำจะไม่ใหญ่โตนัก แต่ก็มีตราสัญลักษณ์ที่จดจำได้ทันที
ซึ่งเหตุผลที่พวกนี้มาบราวอสนั้นมีอยู่สามข้อ อย่างแรก แน่นอนว่าพวกเขามาเพื่อความสนุกสนาน คนที่เสี่ยงชีวิตหาเงินย่อมต้องการผ่อนคลายกับเทศกาล อย่างที่สอง พวกเขามาเข้าร่วมการแข่งขัน และอย่างที่สาม พวกเขามาหานักรบฝีมือดีไปร่วมทัพ
วิเซริสเองก็มีแผนเช่นนั้นเหมือนกัน ถ้าเขาสามารถทำอันดับสูง ๆ ได้ ประตูของกองทหารรับจ้างทุกแห่งจะเปิดรับเขา ถ้าใครกล้าพูดถึง ‘งานเลี้ยงมงกุฎ’ ล่ะก็ พวกเขาก็พร้อมสู้ตาย เพราะกองทหารรับจ้างเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างบริสุทธิ์ในแง่หนึ่ง พวกเขาไม่สนใจว่าคนที่เข้าร่วมจะเป็นชาวบ้าน ขุนนาง หรือแม้แต่นักโทษ พวกเขาไม่สนใจชาติกำเนิด เพราะพวกเขาสนใจแค่อย่างเดียวเท่านั้น หัวของศัตรู!
“พี่น้อง! เจ้าฆ่าเป็นไหม? ถ้าฆ่าเป็น ลานประลองทหารรับจ้างก็รอเจ้าอยู่!”
แน่นอนว่าวิเซริสยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมกองทหารใด และสิ่งที่ทำให้เขากังวลที่สุดคือ แดเนริส
เขาคิดจะฝากแดเนริสไว้ที่บราวอสกับเมธิส แต่ก็มีตัวแปรมากเกินไป ถ้าไม่มีเขาอยู่ข้าง ๆ ความเสี่ยงที่แดเนริสจะถูกลอบสังหารจะสูงขึ้น แดเนริสนั้นเป็นส่วนสำคัญของแผนการของเขา ถ้าเสียเธอไปทุกอย่างจะพังพินาศ และเขาก็อาจจะจบลงเหมือน อิกอร์ ริเวอร์ส และต่อให้ต้องทอดทิ้งแดเนริส เขาก็ทำใจไม่ได้อยู่ดี
ในบราวอสเขาไม่มีใครที่ไว้ใจได้ แม้ว่าตระกูลซาลีนและคนอื่น ๆ จะร่วมมือกันสู้กับตระกูลเฟรการ์ แต่แดเนริสก็ไม่มีวันปลอดภัย ดังนั้นทางเลือกเดียวของเขาคือพาเธอไปกับเขาในการเข้าร่วมกองทหารรับจ้าง
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดเรื่องนี้ จู่ ๆ หูของนกนางนวลก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นในหู “พี่! พี่! ตื่นสิ! เกิดอะไรขึ้นกับพี่?”
นกนางนวลมองไปรอบ ๆ และรับรู้ว่านี่คือข้อความโทรจิตจากร่างหลักของเขา ก่อนที่เขาจะพยายามถ่ายโอนจิตสำนึกกลับมา
“พี่! พี่! ไคลา! รีบเข้ามาเร็วเข้า!”
ตอนนี้แดเนริสนึกขึ้นได้ว่าวิเซริสอยู่ในห้อง และเธอก็ต้องการถามอะไรบางอย่างกับเขาพอดี ดังนั้นเธอจึงมาที่นี่ แต่ไม่ว่าเธอจะเคาะประตูแรงแค่ไหนก็ไม่มีการตอบกลับ ทำให้หัวใจของเธอหล่นวูบ และเมื่อเปิดประตูเข้าไปเธอก็พบว่าวิเซริสกำลังนอนนิ่งอยู่กับพื้น
“พี่!” แดเนริสพยายามเรียกวิเซริสด้วยความตื่นตระหนก ถ้าหากเธอสูญเสียพี่ชายไป เธอคงไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
หลังจากนั้นไม่นานไคลาก็รีบวิ่งเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงเรียกของแดเนริส และเมื่อไคลาเห็นวิเซริสหมดสติอยู่กับพื้น เธอก็รีบพุ่งเข้าไปตรวจดูทันที
“เขากำลังสิงร่างอย่างนั้นหรือ? เร็วขนาดนี้เลยเหรอ!?” ไคลาตกตะลึงทันที ครั้งแรกที่เธอสามารถเข้าสู่ร่างของปลาได้ก็หลังจากฝึกฝนมากว่าสามปีแล้ว ไคลากวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องและสังเกตเห็นกะละมังน้ำบนโต๊ะ และเมื่อเดินไปดูใกล้ ๆ เธอก็พบว่ามีลูกอ๊อดว่ายอยู่ข้างใน
“ท่านหญิงแดเนริส อย่าตกใจไป ลอร์ดวิเซริสอยู่ในกะละมัง!”
แดเนริสกะพริบตาปริบ ๆ “?”
“ข้าหมายถึงจิตของเขาอยู่ในกะละมัง หรือพูดให้ถูกก็คือ ในตัวลูกอ๊อด”
“???” แดเนริสยิ่งงุนงงมากขึ้นไปใหญ่
ไคลาเองก็ไม่รู้จะอธิบายให้ชัดเจนกว่านี้ได้อย่างไร จึงตะโกนลงไปในกะละมัง “ลอร์ดวิเซริส! ลอร์ดวิเซริส! ท่านจำสิ่งที่ข้าบอกได้หรือไม่? ท่านต้องจินตนาการมัน! รู้สึกถึงมัน!”
แต่ดูเหมือนว่าไคลาจะมองข้ามปัญหาสำคัญไปอย่างหนึ่ง . . . ลูกอ๊อดไม่มีหู!
แดเนริสมองไคลาที่กำลังตะโกนใส่กะละมังด้วยสีหน้าสับสน และไม่เข้าใจว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ ก่อนจะได้แต่ร้องเรียกวิเซริสด้วยวิธีของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ท่านหญิงแดเนริส ข้ามีความคิด!” ไคลาพูด พลางยกกะละมังไปหาวิเซริส
“อะไรเหรอ?” แดเนริสถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
ไคลาใช้เข่าพยุงศีรษะด้านหลังของวิเซริสขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะบังคับให้เขาอ้าปาก และตักลูกอ๊อดตัวหนึ่งจากน้ำแล้วใส่เข้าไปในปากของเขา
“เจ้าทำ . . . นี่มัน . . .” แดเนริสมองตาค้าง ขณะที่เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กขนาดเท่าลูกอมสีดำหายลงไปในลำคอของวิเซริส แต่เวลาผ่านไปนานก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ท่านหญิงแดเนริส ลองเทน้ำลงปากลอร์ดวิเซริสดูไหม?” ไคลาเสนอขึ้นมาอีก
“มันจะ . . . ได้ผลหรือ?” แดเนริสถามอย่างลังเล
“ลองดูเถอะ” ไคลาเร่งเร้า
แดเนริสแม้จะยังไม่แน่ใจ แต่ก็หมดหนทางอื่น เธอจึงทำตามที่ไคลาบอก โดยมีไคลาช่วยจับปากของวิเซริสให้เปิดไว้ ส่วนแดเนริสก็เตรียมจะเทน้ำขุ่น ๆ ลงไปในนั้น
ทันใดนั้นเองนัยน์ตาสีม่วงของวิเซริสก็กลับมามีโฟกัสอีกครั้ง และทันทีที่เขาลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคือแดเนริสถือกะละมังเตรียมจะราดน้ำเข้าปากเขา
“พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน!?” วิเซริสตกใจสุดขีด รีบลุกพรวดขึ้นมานั่ง
แดเนริสที่เห็นพี่ชายตื่นขึ้นมาก็ปลื้มใจสุด ๆ และพุ่งเข้ากอดเขาทันที “พี่ฟื้นแล้ว! ฮือออ!”
“พี่ไม่เป็นไร ๆ” วิเซริสปลอบเธอเบา ๆ พร้อมลูบหลังด้วยความเอ็นดู ก่อนจะหันไปมองไคลาด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม
ไคลายังคงนิ่งสงบและภูมิใจในผลงานของตัวเอง “ท่านต้องได้รับข้อความจิตสัมผัสจากลูกอ๊อด ข้าก็เลยป้อนมันให้ท่าน และท่านก็ตื่นขึ้นมา”
“อะไรนะ?! พูดอีกทีซิ! เจ้าป้อนอะไรให้ข้านะ!?” วิเซริสอุทานเสียงดังด้วยความไม่อยากเชื่อ!
โปรดติดตามตอนต่อไป …