เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 50

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 50

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 50


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 50 ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มี

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งทอร์โมก็ยังคงเงียบไม่แสดงท่าทีว่าจะพูดอะไร แอนเดอร์เซนจึงไม่กล้าขยับตัวเพราะเกรงว่าจะทำให้บิดาไม่พอใจ ก่อนที่ทันใดนั้นทหารสวมหน้ากากจะนำชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามา ชายหนุ่มคนนี้หน้าตาของเขามีส่วนคล้ายแอนเดอร์เซนอยู่บ้าง แต่ถ้าดูจากอายุแล้วเขากับอ่อนกว่าแอนเดอร์เซนประมาณสองปี เขาก็คือ ทาร์ธ น้องชายของเขา ก่อนที่พี่น้องทั้งสองจะสบตากัน และไม่มีความรักใคร่ระหว่างกันอยู่ในแววตาเลยแม้แต่น้อย

“ท่านพ่อ พวกเราได้ส่งนักดาบสิบสองคนไปเข้าร่วมกับพวกทหารรับจ้าง ตอนนี้พวกเขากลับมาเจ็ดคน ข้าจดบันทึกลักษณะของพวกเขาไว้แล้ว ท่านสามารถเลือกคนที่ต้องการให้เข้าตระกูลของเราได้เลย”

“อืม” ทอร์โมตอบอย่างไร้เยื่อใยโดยไม่หันกลับมามองเลย ทำให้สองพี่น้องได้แต่ยืนรออย่างเงียบ ๆ

หลังจากผ่านไปสักพักชายอีกคนหนึ่งก็เดินเข้ามา เขาก็คือพี่ชายคนโต ไวทัส อายุราวสามสิบห้าหรือสามสิบหกปี มีลักษณะเป็นคนสุขุมเฉียบแหลม ก่อนที่เขาจะกวาดตามองน้องชายทั้งสองด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ท่านพ่อ”

ในที่สุดทอร์โมก็หันกลับมามองลูกชายทั้งสามของเขา “ดูนกในกรงนั่นสิ”

คำพูดของทอร์โมทำให้แอนเดอร์เซนตัวเกร็งขึ้นมาทันที พี่น้องอีกสองคนก็ดูจริงจังขึ้น พวกเขารีบมองดูเหล่านกตามที่บิดาสั่ง

“ดูนกตัวนั้นในกรงนั่น มันมาจากป่าของโซโธริออส ดูขนของมันสิ มันไม่สวยงั้นหรือ?”

พี่น้องทั้งสามมองตามนิ้วของบิดา นกตัวนั้นมีขนสีเขียวมรกตและปีกสีเหลืองสดใส แม้ว่าจะมีจะงอยปากที่ดูประหลาดไปหน่อย แต่ขนของมันก็งดงามยิ่งนัก

“แล้วดูกรงสีขาวเล็ก ๆ นั่น นกในนั้นมีเสียงไพเราะ”

พวกเขามองไปยังกรงเล็ก ๆ อีกอัน ซึ่งบรรจุนกตัวหนึ่งที่ดูจืดชืด แต่กลับมีเสียงร้องที่งดงามดั่งเสียงไวโอลิน

“พวกเจ้าอย่าคิดว่านกทุกตัวในสวนของข้านั้นจะงดงาม เพราะแต่ละตัวล้วนมีจุดเด่นของมัน บางตัวอาจไม่น่ามองนัก แต่มีเสียงที่ไพเราะ บางตัวอาจไม่มีเสียงไพเราะ แต่กลับมีขนที่งดงาม”

ทอร์โมกวาดสายตามองลูกชายแต่ละคน แล้วหยุดสายตาที่แอนเดอร์เซน “ส่วนเจ้า บอกข้าสิว่าเจ้ามีดีอะไร?”

“ท่านพ่อ . . .” ริมฝีปากของแอนเดอร์เซนขยับ แต่เขาไม่รู้จะตอบอย่างไร

“สิ่งเดียวที่เจ้าทำได้ดีคือเล่นสนุกกับสตรี ข้าคิดว่าอย่างน้อยเจ้าก็ทำได้ดีในเรื่องนั้น แต่ตอนนี้เจ้ากลับทำได้ไม่ดีแม้แต่เรื่องนี้ บอกข้าสิว่า เจ้าคู่ควรที่จะอยู่ร่วมกับนกของข้าหรือไม่?”

คำพูดของทอร์โมทำให้ใบหน้าของแอนเดอร์เซนซีดสลับแดงด้วยความอับอาย “แต่ท่านพ่อ . . . แล้ววิเซริสล่ะ?”

“วิเซริสงั้นหรือ? เจ้าล้มเหลวเพราะหมาขี้แพ้ตัวหนึ่งอย่างนั้นหรือ!?”

เมื่อได้ยินคำตำหนิของบิดา แอนเดอร์เซนก็กัดเล็บนิ้วโป้งของตน พยายามอย่างหนักที่จะไม่ระเบิดอารมณ์ออกมา

“ในเมื่อเจ้าทำอะไรไม่ดีเลย งั้นก็รินไวน์ให้ข้าและพี่น้องของเจ้า” ทอร์โมพูดขึ้นและชี้ไปที่ทาร์ธและไวทัส “มานั่งตรงนี้”

การกระทำนี้แทบจะเป็นการประกาศว่าแอนเดอร์เซนยิ่งห่างไกลจากการสืบทอดมรดกของตระกูล แม้ทอร์โมจะไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่ก็เป็นการทิ้งโอกาสเพียงเล็กน้อยให้เขายังมีหวังอยู่

แอนเดอร์เซนรินไวน์หวานให้บิดาและพี่น้องของเขา โดยที่เลือดที่นิ้วของเขาหยดลงบนขอบแก้วไวน์ แต่ทั้งสามคนก็ทำเป็นมองไม่เห็น

“ท่านพ่อ สายลับของเราที่ตระกูลซาไลน์รายงานว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน วิเซริสไปพบเมธิส” ไวทัสพูดขึ้นอย่างกะทันหัน

“ท่านพ่อ เจ้า ‘ราชาขอทาน’ นั่นต้องการใช้ตระกูลซาลีนมาต่อกรกับพวกเราแน่!” แอนเดอร์เซนพูดอย่างตื่นเต้น แต่กลับได้รับเพียงสายตารังเกียจจากทอร์โม

“เจ้าเป็นแค่คนรินไวน์ และข้าให้คนรินไวน์ขัดจังหวะได้หรือ?”

“ขออภัย ท่านพ่อ” แอนเดอร์เซนรีบก้มศีรษะลง และถอยออกมา กรามของเขาตอนนี้กัดกันแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ และร่างกายสั่นเล็กน้อย

เมื่อได้รับอนุญาตจากทอร์โม ไวทัสจึงพูดต่อ “จากการสืบสวนของข้า ดูเหมือนว่าตระกูลซาลีนไม่น่าจะได้ครอบครองน้ำมันปลาวาฬ และพวกเขาก็ไม่น่าจะเตรียมตัวต่อกรกับเรา”

ทอร์โมพยักหน้าเห็นด้วยกับลูกชายคนโต สายลับของพวกเขารู้มานานแล้วว่าสบู่ถูกผลิตจากอะไร แต่สูตรการผลิตยังไม่ชัดเจน และพวกเขายังอยู่ในช่วงทดลอง

แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ น้ำมันปลาวาฬไม่ใช่สิ่งจำเป็นในการทำสบู่ ไขมันหมู ไขมันแกะ ไขมันวัว และแม้แต่ . . . เพื่อป้องกันหายนะ วิเซริสจึงไม่ได้บอกเมธิสเกี่ยวกับแหล่งไขมันชนิดหนึ่ง แต่ไม่ช้าก็เร็ว ใครบางคนก็จะค้นพบว่าไขมันจากสัตว์ชนิดใดก็สามารถนำมาทำสบู่ได้

ในมุมมองของทอร์โม ตระกูลซาลีนต้องล่มสลายไม่ช้าก็เร็ว ในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมาพวกเขาไม่มีทายาทที่แข็งแรงเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้เลย และตอนนี้แม้ว่าพวกเขากำลังพยายามดิ้นรนครั้งสุดท้าย ทอร์โมก็เชื่อว่าพวกเขาจะต้องมาขอให้เขาช่วยหาทางลงที่สง่างาม

จากนั้นตระกูลซาลีนจะต้องถอนตัวออกจากการเป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ ดังนั้นความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะลุกขึ้นสู้กับเขาจึงมีน้อยมาก และการที่พวกเขายังไม่มีน้ำมันปลาวาฬยิ่งเป็นการตอกย้ำข้อสันนิษฐานของเขา

ส่วนวิเซริสทอร์โมยังไม่เห็นเขาเป็นภัยคุกคาม เขาเชื่อว่าวิเซริสยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้ก็เพราะลูกชายคนที่สองของเขานั้นไร้ค่าเกินไป

“นอกจากนี้ ตามรายงานจากคนของเราที่อยู่ใกล้ชิดกับซีลอร์ด หัวข้อของการแข่งขันร้องเพลงน่าจะเป็นพวกนี้” ไวทัสกล่าว ก่อนจะหยิบกระดาษจากกระเป๋าเสื้อแล้วส่งให้ทอร์โม

ทอร์โมเหลือบมองมันก่อนกล่าวว่า “ดี ส่งสิ่งนี้ไปให้ไนติงเกล”

“ขอรับ ท่านพ่อ”

จากนั้นทอร์โมหันไปหาบุตรชายคนเล็กของเขา “ในเมื่อบางคนจัดการกับวิเซริสไม่ได้ ข้าจะมอบงานนี้ให้เจ้า”

ทาร์ธนั่งตัวตรงเหมือนทหารที่รอรับคำสั่ง

“ข้าจำได้ว่าเขาก็เข้าร่วมการแข่งขันใช่หรือไม่?”

“ใช่ ท่านพ่อ”

“ดี เจ้าจัดการได้เลย ในเมื่อเขากล้าตั้งตัวเป็นศัตรูกับตระกูลเฟรการ์ เขาก็ต้องชดใช้”

“เข้าใจแล้ว”

ทอร์โมมุ่งมั่นที่จะเป็นซีลอร์ดคนต่อไป ในสายตาของเขาบราวอสจะต้องตกอยู่ในกำมือของตระกูลเฟรการ์ในสักวันหนึ่ง และเทศกาลสิบวันนั้นก็มีความสำคัญต่อบราวอสอย่างยิ่ง หากวิเซริสตายก่อนที่เทศกาลจะเริ่มขึ้น มันอาจจะไม่กระทบกับงาน แต่ก็คงเป็นที่กล่าวขวัญกันไปทั่ว

ดังนั้นด้วยระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนถึงเทศกาล ทอร์โมจึงตัดสินใจปล่อยวิเซริสไว้ก่อน . . .

. . .

ในขณะเดียวกันทางด้านของวิเซริส เขาก็ไม่ได้ออกจากบ้านมาระยะหนึ่งแล้ว

เกือบทุกคนรู้ว่าเขาและตระกูลเฟรการ์ดูเหมือนจะมีความขัดแย้งกัน ด้วยเหตุนี้บ้านของเขาจึงเงียบเหงา มีเพียงสาวใช้สองคน เด็กเลี้ยงม้า พี่น้องของเขา และไคลาเท่านั้นที่ยังอยู่ แม้แต่เฮลโบก็ไม่ได้ปรากฏตัวมาเป็นเวลานาน

แต่วิเซริสก็ไม่ได้สนใจเรื่องนั้น เพราะตอนนี้เขามัวแต่ยุ่งกับสิ่งอื่น

ตรงหน้าเขาคือกะละมังน้ำใบหนึ่ง ในนั้นมีลูกอ๊อดตัวเล็ก ๆ ขนาดเท่าเศษหมึกจาง ๆ ตอนนี้เขากำลังพยายาม บุกรุกจิตสำนึกของลูกอ๊อดและควบคุมมัน และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาลองใช้พลังสกินเชนเจอร์!

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 50

คัดลอกลิงก์แล้ว