เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 48

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 48

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 48


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 48 ข้าว่ายน้ำเร็ว

เมื่อเทศกาลสิบวันใกล้เข้ามา ภาระด้านความปลอดภัยของบราวอสก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซีลอร์ดจึงส่งองครักษ์ของตนบางส่วนไปเสริมกำลังให้กองกำลังรักษาความปลอดภัยของเมือง โดยแต่งตั้ง โจซอน เป็นหัวหน้าหน่วย

โจซอนนั้นเป็นศิษย์ของ การ์โร โวเลนติน ดาบแรกแห่งบราวอส และได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่นี้ และนอกจากหน้าที่ทางการแล้วเขายังมีอีกบทบาทหนึ่งนั่นก็คือ ผู้หลงใหลในตัวฟาเลีย!

โจซอนรับรู้ถึงปัญหาของฟาเลียเป็นอย่างดี นางไม่สามารถพูดคุยกับใครได้ และไม่มีผู้ใดติดต่อถึงนางได้ตลอดสามวันมานี้ ในช่วงเวลานั้นแอนเดอร์เซนไปที่เรือของฟาเลียแทบทุกวัน ทำให้โจซอนแทบบ้าคลั่ง เขาอยากเฝ้าเรือของนางตลอดเวลา แต่ด้วยอำนาจของแอนเดอร์เซน เขาจึงทำได้เพียงข่มใจและอดทน สิ่งเดียวที่ทำให้เขาใจชื้นก็คือ เขาไม่เคยได้ยินเสียงผิดปกติจากเรือของนาง มิเช่นนั้นหัวใจของเขาคงแตกสลายไปนานแล้ว

เมื่อโจซอนได้ยินข่าวว่ามีนักฆ่าขึ้นไปบนเรือของฟาเลีย แทนที่เขาจะเป็นกังวลเขากลับรู้สึกดีใจ เพราะนี่เป็นโอกาสที่เขาจะได้เห็นว่าฟาเลียปลอดภัยหรือไม่ โดยเขาหวังว่าจะได้พบหน้านางสักนิด และในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น เขาถึงกับคิดว่าหากกำจัดทั้งนักฆ่าและแอนเดอร์เซนไปได้ก็จะดีไม่น้อย ทว่าเขาก็รีบสลัดความคิดนั้นทิ้งไป เพราะกลัวว่ามันจะส่งผลร้ายต่อเขาและอาจารย์ของเขา

“คนข้างใน! ออกมาเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่ออกมา พวกเราจะขึ้นเรือ!” โจซอนประกาศเสียงดัง

ไม่นานนักชายสองคนก็ออกมา หนึ่งในนั้นเป็นชายร่างเตี้ย ผมดำ ดวงตาสีน้ำตาล สวมเสื้อขาวยับเยิน เขาก็คือแอนเดอร์เซน ชายที่โจซอนเคย ‘ฆ่าในใจ’ มาแล้วนับพันครั้ง

ส่วนอีกคนหนึ่งมี ผมสีเงิน ดวงตาสีม่วง และหน้าตาหล่อเหลาโดดเด่น ซึ่งโจซอนรู้สึกว่าเคยเห็นชายคนนี้มาก่อน แต่จำไม่ได้ว่าเป็นใคร

“ท่านเจ้าหน้าที่ ข้ามาที่นี่เพื่อนัดพบ ไม่ได้มาเพื่อสังหารใคร เลดี้มูนชาโดว์สามารถเป็นพยานให้ข้าได้” วิเซริสกล่าวพร้อมรอยยิ้ม โดยที่มือข้างหนึ่งยังคงวางอยู่บนไหล่ของแอนเดอร์เซน พร้อมจะใช้เขาเป็นโล่มนุษย์ได้ทุกเมื่อ

ทันใดนั้นจากจากในเรือก็มีเสียงหวานดังขึ้นมา “ท่านคือท่านลอร์ดโจซอนใช่หรือไม่? ท่านลอร์ดวิเซริสมาตามนัดจริง ๆ”

ถ้าวิเซริสไม่ได้ฆ่ากองคุ้มกันของแอนเดอร์เซน โจซอนคงเชื่อคำพูดนี้ไปแล้ว แต่เมื่อเห็นว่าวิเซริสยังเปียกโชกอยู่ โจซอนก็ประกาศขึ้นว่า “เลดี้ฟาเลีย ไม่ต้องห่วง ข้าจะปกป้องท่านเอง!” ซึ่งน้ำเสียงของเขาจริงจังเสียจนดูราวกับว่าเขาพร้อมจะเอาตัวเองไปเป็นโล่ให้ฟาเลียได้ทุกเมื่อ

“เจ้าบอกว่าเจ้ามาตามนัด แล้วทำไมเจ้าไม่อยู่บนเรือ?”

“เพราะข้าว่ายน้ำเร็ว!”

“?” โจซอนถึงงุนงง

“ข้ามาเพื่อนัดพบจริง ๆ ท่านสามารถถามลอร์ดแอนเดอร์เซนได้”

แอนเดอร์เซนพยายามกลืนน้ำลาย แต่คอของเขาก็แห้งผากจนทำให้ต้องกระแอมก่อนจะพูดออกมา “จริง . . . จริง เขามาเพื่อนัดพบ บางทีพวกคุ้มกันของข้าอาจเข้าใจผิด”

แต่โจซอนยังไม่ยอมลดอาวุธ “ปล่อยลอร์ดแอนเดอร์เซนเดี๋ยวนี้!”

วิเซริสยิ้มมุมปาก ก่อนจะตบก้นแอนเดอร์เซนแรง ๆ หนึ่งที แล้วบีบแน่น ก่อนจะถอยหลังออกไปสองสามก้าว  “บุรุษย่อมรู้ดีว่าบุรุษต้องการอะไร และแน่นอน พวกเขาก็รู้ดีที่สุดว่าจะทำให้บุรุษรังเกียจได้อย่างไร”

“อย่าพูดอะไรบ้า ๆ และข้าก็จะไม่พูดเช่นกัน” วิเซริสกระซิบคำเตือนอย่างแผ่วเบา

ทันใดนั้นราวกับมีน้ำเย็นสาดลงไปในท้องของแอนเดอร์เซน อวัยวะภายในของเขาบิดเป็นเกลียวด้วยความอับอายและขยะแขยง

เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเด็กหนุ่มที่เขาเคยคิดว่าเป็นหมากตัวหนึ่ง ถึงกลายเป็นภัยคุกคามต่อตัวเขาเองได้ในเวลาอันสั้น ตอนนี้วิเซริสเป็นฝ่ายคุมเกม และถ้าข่าวนี้แพร่ออกไป มันจะเป็นอันตรายต่อทั้งชื่อเสียงของเขาและตระกูลเฟรการ์

ไม่ว่าเพื่อชื่อเสียงของตนเองหรือของตระกูล เขาจำต้องยอมรับความพ่ายแพ้!

“โจซอน! เก็บลูกธนูของเจ้าไปซะ วิเซริสเป็นแขกของข้า!” แอนเดอร์เซนประกาศเสียงดัง

‘วิเซริส! ข้าจำได้แล้ว เขาคือเจ้าชายแห่งเวสเทอรอส! ข้าเข้าใจผิดไปจริง ๆ’

แม้ว่าสถานการณ์จะดูผิดปกติไปทุกอย่าง แต่เมื่อแอนเดอร์เซนเป็นฝ่ายพูดออกมา โจซอนก็จำต้องเชื่อ

“โอ้ ท่านลอร์ดโจซอนใช่ไหม? ลอร์ดแอนเดอร์เซนกำลังจะกลับแล้ว ท่านสามารถไปส่งเขาได้” วิเซริสพูดขึ้นมาเสียงดังอีกครั้ง

“ได้” โจซอนตอบออกไปโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะสั่งให้คนของเขาพายเรือเข้ามา

เมื่อเรือของเขาใกล้ถึงเรือของฟาเลีย โจซอนก็เอื้อมมือออกไปแตะข้างลำเรือเบา ๆ เพื่อกันไม่ให้เรือของเขาชนกับเรือของนาง แต่หลังจากเรือจอดสนิท มือของเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยออกจากเรือ ราวกับมันติดอยู่ตรงนั้น

แอนเดอร์เซนลงจากเรือของฟาเลีย และเมื่อเขานั่งลงบนเรือของโจซอน มือของโจซอนก็ค่อย ๆ ถอนออกจากตัวเรือ จากฝ่ามือสู่ปลายนิ้ว จนกระทั่งนิ้วกลางที่ยาวที่สุดแตะที่ขอบเรือเป็นครั้งสุดท้าย

“ลอร์ดแอนเดอร์เซน ระวังตัวด้วย” วิเซริสโบกมือให้เขาพร้อมรอยยิ้ม

แอนเดอร์เซนฝืนยิ้มตอบกลับไป ทำให้โจซอนงุนงงกับเหตุการณ์ทั้งหมด เพราะเขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย แม้แต่หลังจากที่เรือของเขาแล่นออกไปไกลแล้ว เขาก็ยังคงหันกลับไปมองอยู่ตลอด

แต่ที่นั่นวิเซริสยังคงยืนอยู่บนเรือ โบกมือและส่งรอยยิ้มให้แอนเดอร์เซนจากระยะไกล จนกระทั่งเรือกำลังจะถึงฝั่ง วิเซริสจึงค่อยเดินกลับเข้าไปในเรือ

“ลอร์ดแอนเดอร์เซน ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”

แอนเดอร์เซนไม่ได้ตอบอะไร เพียงเดินจากไปเงียบ ๆ เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์นี้ซับซ้อนกว่าที่คิด และมันเกินความสามารถของโจซอนที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยว เขาจึงทำได้เพียงปล่อยผ่านไป

. . .

บนเรือ ฟาเลียกำลังทายาให้อาชา นิ้วมือเรียวบางของอาชาบวมแดงเหมือนหัวไชเท้า ดวงตากลมโตสีดำของนางเต็มไปด้วยน้ำตา ซึ่งมันอาจจะเป็นเพราะความเจ็บปวดหรือเพราะความรู้สึกน้อยใจที่สุดก็ยากจะบอกได้ เพราะตอนนี้ทั้งสองสาวดูราวกับลูกแมวที่ถูกกลั่นแกล้ง และกำลังซุกตัวเข้าหากันเพื่อปลอบโยนและรักษาบาดแผล

“ให้ข้าดูหน่อย” วิเซริสพูดขึ้นอย่างกะทันหัน

อาชาที่เห็นกับตาว่าวิเซริสช่วยพวกนางไว้ด้วยความรุนแรงเพียงใด ภาพเหตุการณ์นั้นยังตราตรึงอยู่ในใจของนาง ทำให้ส่วนหนึ่งของจิตใจที่เคยเก็บตัวและระแวดระวังเริ่มสั่นไหวโดยไม่รู้ตัว แม้วิเซริสจะเสนอตัวช่วย แต่นางก็รู้ว่าเขาเป็นแขกของฟาเลีย และสถานะของพวกเขาก็ต่างกัน แม้จะสนิทสนมกันเพียงใดก็ตาม ทำให้อาชาแอบเหลือบมองฟาเลีย และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพยักหน้า นางจึงค่อย ๆ ยื่นมือไปให้วิเซริส

อาการเจ็บแสบจากฝ่ามือยังคงร้อนระอุ แต่เมื่อฝ่ามือเย็นเฉียบของวิเซริสแตะลงบนผิวของนาง ความเจ็บก็พลันบรรเทาลง วิเซริสจับนิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อยที่บวมเป่งของนางอย่างแผ่วเบา เพราะมันบวมเสียจนทำให้ฝ่ามือของเขาดูอวบขึ้นมานิดหนึ่ง

ในขณะเดียวกันอาชาก็แอบหวังว่าวิเซริสจะสังเกตเห็นมืออีกข้างของนาง ข้างที่ยังเรียวสวย ขาวเนียนพอ ๆ กับของฟาเลีย

วิเซริสค่อย ๆ ยกนิ้วกลางของอาชาขึ้นเบา ๆ และถามว่า “เจ็บหรือไม่?”

อาชาส่ายหน้า จากนั้นวิเซริสก็ลองจับที่นิ้วนาง แต่ทันทีที่สัมผัสเข้า หยาดเหงื่อเม็ดเล็กก็ผุดขึ้นบนหน้าผากของอาชาทันที “แย่แล้ว อาจจะเป็นกระดูกหัก”

“กระดูกหัก?” อาชากระซิบเสียงเบา ราวกับว่านั่นเป็นเรื่องใหญ่หลวงนัก

วิเซริสมองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นวัสดุที่เหมาะสำหรับทำเฝือก เขาจึงหยิบเหรียญเหล็กบราวอสสองสามเหรียญออกจากกระเป๋า เหรียญพวกนี้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม มีขอบคมกริบสามารถใช้เป็นอาวุธลับได้ นับตั้งแต่เขาเสริมสร้างร่างกายและพละกำลังขึ้นมาเขาก็พกติดตัวไว้เสมอ

หลังจากฉีกเศษผ้าจากเสื้อของตัวเองออกมาพันเหรียญเอาไว้ จากนั้นเขาก็วางมืออีกข้างของอาชาไว้บนไหล่ของเขา “อาจจะเจ็บหน่อย อดทนไว้นะ”

พูดจบวิเซริสก็ดึงนิ้วของอาชาอย่างแรงจนทำให้อาชาหน้าซีดลงทันที แต่นางก็ไม่เปล่งเสียงร้องออกมา พร้อมกับกระดูกที่เคลื่อนถูกจัดเข้าที่ แต่ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงก็ทำให้อาชาแทบทรงตัวไม่อยู่ ก่อนที่ร่างของนางจะพลันเอนล้มซบลงบนอกของวิเซริส

ทันใดนั้นกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสาวแรกก็รุ่นลอยเข้าสู่จมูกของวิเซริส สัมผัสนุ่มหยุ่นของร่างกายทำให้เขาเผลอชะงักไปชั่วขณะ

“หายใจลึก ๆ” วิเซริสกระซิบอย่างแผ่วเบา พลางวางมือลงบนไหล่ของอาชาทั้งเพื่อปลอบโยนนาง และเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง

ทว่าวิเซริสไม่ได้สังเกตเลยว่าอีกฟากของโต๊ะฟาเลียกำลังจ้องมองทุกอย่างด้วยความอิจฉา นางตระหนักว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าดูเหมือนจะเปลี่ยนไปมากเสียจนทำให้ผู้คนรู้สึกอยากเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว และก่อนที่เขาจะสังเกตเห็น ฟาเลียก็รีบสะบัดความคิดนั้นออกจากหัว แต่มันก็เหมือนพยายามใช้ไม้กวาดไล่หมอกควัน นั่นก็คือไร้ประโยชน์ . . .

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 48

คัดลอกลิงก์แล้ว