เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 47

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 47

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 47


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 47 แผนการมากมาย

จากชายฝั่งถึงเรือนแพของฟาเลียมีระยะทางเพียง 300 เมตร แอนเดอร์เซนคำนวณว่าวิเซริสน่าจะใช้เวลาสามถึงสี่นาทีในการว่ายมาถึง ซึ่งนั่นเป็นเวลามากพอที่เขาจะ ‘ทำลาย’ ฟาเลียได้ ทันใดนั้นแอนเดอร์เซนก็ไม่สนคำสั่งห้ามใช้กำลังอีกต่อไป และพุ่งตัวเข้าไปในห้องโดยสารของเรือ เพราะหากล้มเหลวในครั้งนี้ โอกาสที่เขาจะได้รับมรดกจากตระกูลอาจพังทลายลง

ฟาเลียที่มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นวิเซริสกระโดดลงไปในทะเลสาบแล้วจมหายไปใต้น้ำ นางจึงเริ่มกังวล คิดว่าเขาอาจติดพันกับพืชน้ำ หรือกำลังประสบปัญหาอื่น ขณะที่หัวใจเต้นระรัวด้วยความเป็นห่วง ประตูห้องกลับถูกกระแทกเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับแอนเดอร์เซนที่ถลันเข้ามาด้วยดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายและความปรารถนา ทำให้อาชาพยายามเข้าขวาง แต่กลับถูกเขาถีบกระเด็นไปอย่างง่ายดาย

“ท่านแอนเดอร์เซน ท่านทำอะไรน่ะ? อ๊า!” ฟาเลียร้องเสียงหลงเมื่อถูกเขาผลักนางจนล้มลงไปด้านหลัง เส้นผมสีน้ำตาลทองกระจายตัวไปทั่ว ขณะที่หน้าอกอวบอิ่มขยับขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่ถี่กระชั้น

“แอนเดอร์เซน! ท่านรู้หรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่? ตระกูลของท่านจะเดือดร้อนเพราะเรื่องนี้!” ฟาเลียพยายามใช้เหตุผลหว่านล้อมเขา

แต่แอนเดอร์เซนไม่สนใจแม้แต่น้อย เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าหน้าอกของฟาเลีย แม้นางพยายามใช้มือปิดป้อง แต่เขาก็จับแขนของนางไว้แน่นแล้วบังคับให้ออกห่าง ก่อนจะกระชากเสื้อตัวนอกของนางออก เผยให้เห็นสัดส่วนที่ชวนให้ตื่นตะลึง

‘สมแล้วที่เป็นเลดี้มูนชาโดว์’ แอนเดอร์เซนคิดในใจ ความงามของนางทำให้เขาพร้อมเสี่ยงทุกอย่าง

“แอนเดอร์เซน! อ๊าา!” ฟาเลียดิ้นรนสุดชีวิต แต่เขาก็แข็งแรงและตัวใหญ่กว่านางมาก ทำให้การขัดขืนของนางกลับกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาแทน

ส่วนอาชาที่ยังคงเจ็บจากการถูกเตะก็ได้แต่มองดูเหตุการณ์อย่างสิ้นหวัง

แต่ทันใดนั้นเองมันก็มือเย็นเฉียบดั่งคีมเหล็กบีบเข้าที่ลำคอของแอนเดอร์เซนอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของเขาที่ถูกยกขึ้นจากพื้นและเหวี่ยงกระแทกกับพื้นห้องอย่างแรง

ปัง!

ในขณะเดียวกันนั้นเองประกายแสงสีเงินก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าฟาเลีย กลายเป็นภาพที่นางจะจดจำไปชั่วชีวิต พร้อมกันนั้นวิเซริสกดแอนเดอร์เซนลงกับพื้น และกระซิบที่ข้างหูของเขา “บอกข้ามา! ทำไมเจ้าถึงเล่นงานโรงงานสบู่?!”

“ปล่อยข้านะ!” แอนเดอร์เซนตะโกนด้วยความโกรธด้วยความมั่นใจว่าไม่มีใครกล้าทำร้ายเขา แต่ความหยิ่งผยองของเขากลับกลายเป็นความเสียใจแทบจะในทันที เมื่อเสียง ‘กร๊อบ!’ ดังขึ้น พร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นผ่านหัวไหล่ของเขา

“อ๊ากกกก!!” แอนเดอร์เซนกรีดร้องแทบขาดใจ ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้ร่างกายครึ่งหนึ่งของเขาชาไปทั้งแทบ

“จะพูดหรือยัง?!” วิเซริสถามเสียงเย็น

“เจ้าไม่มีทางกล้าฆ่าข้าหรอก!”

ทันใดนั้นเสียง ‘กร๊อบ!’ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ความเจ็บราวกับจะฉีกเขาเป็นสองส่วนจนเขาแทบหมดสติ แต่ทันใดนั้นสายน้ำเย็นเฉียบก็ถูกสาดลงบนใบหน้า ทำให้เขาฟื้นคืนสติทันที

วิเซริสพลิกตัวขึ้นนั่งบนหลังของแอนเดอร์เซน กดขาของเขาแล้วดัดงอไปด้านหลัง “ยังไม่พูดอีก? ถ้าเจ้ายังดื้อดึง ข้าจะหักกระดูกสันหลังของเจ้า แล้วเจ้าจะต้องนอนเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต และรู้ไหม? ถ้ากระดูกสันหลังหัก . . . ไอ้นั่นของเจ้าก็จะไม่ลุกขึ้นมาอีกเลย”

คำขู่นี้ทำให้แอนเดอร์เซนหน้าถอดสี เขารู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัว ‘ไม่! ข้ายังต้องใช้ชีวิต! จะตระกูล จะภารกิจอะไรก็ช่าง! ขอแค่ข้ายังมีชีวิตอยู่ก็พอ!’

“ข้าจะบอก! ข้าจะบอกแล้ว!” ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้ และเปิดเผยแผนการของตระกูลเฟรการ์ให้วิเซริสรู้

หลังจากถูกช่วยให้ลุกขึ้นยืน แอนเดอร์เซนก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติกับแขนของตน

“มือของข้า! มือของข้า!” แอนเดอร์เซนตะโกนด้วยความตื่นตระหนก

วิเซริสคว้ามือซ้ายของเขาบิดไปมาเล็กน้อย ก่อนจะกดมันกลับเข้าที่อีกครั้ง

“อ๊ากกก!!” แอนเดอร์เซนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่นานก็พบว่าเขาสามารถขยับมือได้อีกครั้ง

‘นี่มันเวทมนตร์อะไรกัน?!’ แอนเดอร์เซนตัวสั่น และรู้ซึ้งแล้วว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้น่ากลัวกว่าที่เขาคิดไว้มาก และเพื่อรักษาแขนอีกข้างของตน แอนเดอร์เซนจึงเผยความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับแผนการของตระกูลเฟรการ์อย่างรวดเร็ว

ในบรรดาตระกูลใหญ่ทั้งสามของบราวอส แต่ละตระกูลต่างก็สนับสนุนคนของตนเอง ตระกูลแอนทาริออน ซึ่งเป็นตระกูลของซีลอร์ดคนปัจจุบัน สนับสนุน ‘กวีหญิง’ ทิลิเซีย อย่างไรก็ตามตระกูลนี้ครองตำแหน่งซีลอร์ดอยู่แล้ว จึงให้การสนับสนุนนางเพียงเล็กน้อย ดังนั้นการแข่งขันที่แท้จริงจึงเป็นระหว่าง ตระกูลเฟรการ์ และ ตระกูลซาลีน

ตระกูลซาลีน ซึ่งสนับสนุนฟาเลียกำลังเสื่อมอำนาจลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ ‘ไนติงเกล’ กอร์ทาเว่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างมากกำลังเคลื่อนไหวอย่างแข็งขัน

และตั้งแต่การโจมตีโรงงานสบู่ของมอเรล ไปจนถึงการใช้แอนเดอร์เซนล่อลวงฟาเลีย ตระกูลเฟรการ์ไม่เคยหยุดวางแผนกำจัดนางเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ทว่าการคิดค้นสบู่ของวิเซริสได้มอบโอกาสให้ฟาเลียกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ตระกูลเฟรการ์จึงให้การสนับสนุนแอนเดอร์เซนอย่างเต็มที่ และใช้วิธี ‘นอกกรอบ’ เพื่อกำจัดฟาเลียให้พ้นทาง และเพื่อปูทางให้ไนติงเกลก้าวขึ้นเป็นผู้ชนะในการประกวดในเทศกาลสิบวันแห่งบราวอส

หลังจากที่โรงงานของมอเรลถูกปิดลง โอกาสของฟาเลียในการชนะดูเหมือนจะริบหรี่ ทว่าด้วยการส่งสบู่ชุดหนึ่งไปยังวิหารนักขับขานแห่งจันทรา นางก็ได้รับชื่อเสียงในด้านความบริสุทธิ์ ทำให้แม้อดีตจะไม่แน่นอน ตระกูลเฟรการ์ก็ยังเลือกส่งแอนเดอร์เซนมาเป็น ‘หลักประกันสองชั้น’

“ข้าขอถามเจ้า เจ้าใช่ไหมที่ให้แดงลาร์สปล่อยเงินกู้แก่ข้าแต่แรก? และวางแผนจะใช้ข้าแล้วจากนั้นก็ปล้นน้องสาวของข้า?!” วิเซริสถามด้วยเสียงเยือกเย็น ความโกรธแฝงอยู่ในทุกถ้อยคำ

ฟาเลียซึ่งเริ่มหายจากอาการป่วย ค่อย ๆ เข้าใจเมื่อฟังคำสารภาพของแอนเดอร์เซน ไม่แปลกใจเลยที่วิเซริสจะมีท่าทีรุนแรงเมื่อเอ่ยถึงแดเนริส ทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงกับการทรยศครั้งนี้! นางหันไปมองวิเซริส ซึ่งตอนนี้ดูราวกับจะฉีกแอนเดอร์เซนเป็นชิ้น ๆ และหวนนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

แอนเดอร์เซนที่ตระหนักถึงชะตากรรมของตน หลับตาลงก่อนจะพยักหน้าอย่างยอมจำนน ทว่ากลับกัน แทนที่วิเซริสจะโกรธจัด เขากลับหัวเราะเสียงแหลม “ฮ่าฮ่าฮ่า . . .”

หลังจากนั้นวิเซริสก็ตบไหล่แอนเดอร์เซนสามครั้ง ก่อนจะกล่าวว่า “เจ้านี่มีแผนการเยอะจริง ๆ ข้าจะให้คำแนะนำสักอย่าง ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เป็นทายาทของตระกูลเฟรการ์ให้ได้ มิฉะนั้น ข้าจะไม่มีความรู้สึกภูมิใจเลยหากต้องฆ่าเจ้าทีหลัง”

วิเซริสกล่าวเช่นนี้เพื่อหว่านความบาดหมางภายในตระกูลเฟรการ์ เพราะเขาเพิ่งแสดงพลังอันเหนือชั้นของตนให้เห็น และที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าก็คือเขายังเป็นเพียงเด็กหนุ่มเท่านั้น

ในบราวอสเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องนักฆ่า หากแอนเดอร์เซนต้องการเอาตัวรอด เขาจะต้องเสริมกำลังป้องกันของตนเอง และได้รับการคุ้มครองจากผู้นำของตระกูล มิฉะนั้นอีกไม่นานนักวิเซริสจะมาจัดการเขาแน่นอน

ขณะที่วิเซริสกำลังพิจารณาว่าจะทำอย่างไรกับแอนเดอร์เซน มันก็มีเสียงเตือนที่แฝงไปด้วยการคุกคามดังขึ้นจากภายนอกอย่างกะทันหัน “ฟังให้ดีนักฆ่าที่อยู่ข้างใน! อย่าทำอันตรายท่านแอนเดอร์เซน มิฉะนั้นเจ้าจะทำสงครามกับบราวอส! สงครามกับวังซีลอร์ด! และเจ้าจะถูกลงโทษด้วยความตาย!”

“เรือของข้าถูกล้อมไว้แล้ว!” ฟาเลียอุทานพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง สิ่งที่นางเห็นก็คือเรืออย่างน้อยหกถึงเจ็กลำ และทหารนับสิบสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงิน พวกเขาคือองครักษ์ของซีลอร์ด!

โดยผู้นำของพวกเขาก็คือ ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลที่กำลังถือคันธนูไว้ในมือ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ และว่ากันว่าเขาสามารถสังหารนักฆ่าได้ด้วยลูกศรเพียงนัดเดียวหากอีกฝ่ายโผล่หัวออกมา

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 47

คัดลอกลิงก์แล้ว