เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 46

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 46

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 46


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 46 ปัญหาของฟาเลีย

“เจ้าชายวิเซริส ท่านบอกข้าได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างท่านกับแอนเดอร์เซนในวันงานเลี้ยงวันเกิดของเลดี้แดเนริส?” รานเช่ถามด้วยความร้อนรน

“หืม? มอเรลไม่ได้บอกเจ้าหรือ?” วิเซริสถามกลับด้วยความสงสัย

“ไม่เลย เราติดต่อพวกเขาไม่ได้เลย ข้าต้องแอบหนีออกมาจากท่านหญิงฟาเลีย” รานเช่ยอมรับตรง ๆ ด้วยน้ำเสียงสง่างามของเขาเจือไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“เอาล่ะ เรื่องเป็นแบบนี้” วิเซริสเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง พลางรู้สึกแปลกใจที่ตระกูลเฟรการ์ลงมือเร็วขนาดนี้ วันนั้นหลังจากที่เขากลับจากตระกูลซาลีน เขาก็ได้รับข่าวว่าคนงานในโรงงานถูกโจมตี วันถัดมาคนงานกว่าครึ่งได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถทำงานได้ ทำให้โรงงานของมอเรลต้องปิดตัวลงกะทันหัน และแผนการเดิมของฟาเลียและวิเซริสต้องพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

วิธีการของพวกมันเหนือความคาดหมายของวิเซริส เขาเติบโตมาในโลกที่มีระเบียบกฎหมาย จึงคิดว่าตระกูลเฟรการ์อาจใช้วิธีบีบคั้นทางเศรษฐกิจ เช่น ตัดเสบียงวัตถุดิบอย่างน้ำมันปลาวาฬ แต่เขาไม่คิดว่าพวกมันจะเล่นงานคนงานโดยตรง พลเมืองของบราวอสจำนวนมากต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพจากรายได้วันต่อวัน พอได้รับบาดเจ็บจนทำงานไม่ได้ ชีวิตพวกเขาก็ตกอยู่ในอันตราย โรงงานที่เคยเต็มไปด้วยเสียงเครื่องจักรก็เงียบสงัดจนมอเรลและลูกชายของเขาถึงกับสิ้นหวัง

ฟาเลียเองก็ตกเป็นเป้าหมายของการกดขี่จากแอนเดอร์เซนเช่นกัน นางถูกคุกคามอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถพบใครได้ และแทบจะเรียกได้ว่าอยู่ใน ‘การกักบริเวณกึ่งถาวร’ ทำให้บรรดาผู้คุ้มกันของนางส่วนใหญ่ก็แตกกระจายหายไปหมด

บางคนก็พยายามเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ ‘เลดี้มูนชาโดว์’ ของพวกเขา แต่ไม่นานก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับถูกกลืนหายไปในเงามืดของเมือง ซึ่งความกดดันมหาศาลนี้ทำให้ฟาเลียสัมผัสถึงความกลัวอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก นางเคยคิดว่าสามารถรับมือกับพวกชนชั้นสูงของบราวอสได้ แต่บัดนี้นางได้เห็นถึงอำนาจอันแท้จริงของศัตรู และรู้สึกสิ้นหวังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

สำหรับวิเซริส ตระกูลเฟรการ์คงไม่กล้าทำร้ายเขาโดยตรง ดังนั้นพวกมันจึงส่งรานเช่มาเป็นตัวกลาง เมื่อรานเช่ฟังเรื่องราวจากปากวิเซริส ดวงตาของเขาก็เริ่มว่างเปล่า ร่างกายสั่นสะท้าน ราวกับพลังชีวิตถูกดูดออกไปหมด

หลังจากเงียบไปพักใหญ่ รานเช่หันไปมองวิเซริสก่อนพูดขึ้นว่า “ท่าน . . . ท่านรู้ไหมว่าพวกนั้นคือตระกูลเฟรการ์!”

รานเช่รู้ดีว่าวิเซริสไม่ได้ผิดในเรื่องนี้ เพราะต่อให้ไม่มีโรงงานของมอเรลฟาเลียก็ยังต้องพ่ายแพ้อยู่ดี ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือเธอจะล้มเหลวช้าหรือเร็วเท่านั้น และถ้าปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปแบบนี้ฟาเลียคงต้องตกเป็นเครื่องมือของแอนเดอร์เซนในไม่ช้า หรือไม่ก็กลายเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของตระกูลเฟรการ์

นอกจากนี้รานเช่ก็ยังเข้าใจว่าในตอนนั้นวิเซริสแทบไม่มีทางเลือก เพราะการร่วมมือกับตระกูลเฟรการ์หมายถึงการทรยศพันธมิตรของตน ซึ่งสุดท้ายแล้วชะตากรรมของฟาเลียก็คงไม่ต่างกันอยู่ดี เพียงแต่เลื่อนเวลาออกไปเท่านั้น

“ท่านหญิงฟาเลีย ข้าไร้ความสามารถเหลือเกิน . . .” รานเช่พึมพำอย่างสิ้นหวัง ก่อนทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น

“เจ้าคิดว่าการร้องไห้คร่ำครวญจะหยุดตระกูลเฟรการ์ได้หรือ?” วิเซริสกล่าวพลางคว้าไหล่ของรานเช่แล้วดึงเขาขึ้นมา “เจ้าขี่ม้าเป็นไหม? ไปหาฟาเลียกันเถอะ”

“ไคลา ดูแลแดเนริสด้วย” วิเซริสสั่งทิ้งท้าย ก่อนจากไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับรานเช่

. . .

ในขณะเดียวกันทางด้านของฟาเลียสถานการณ์ก็เลวร้ายลงเรื่อย ๆ เพราะเพื่อกักขังนางแอนเดอร์เซนได้นำบอดี้การ์ดของตระกูลกว่าหนึ่งโหลมาในคราบของผู้ติดตาม และประจำการอยู่ด้านนอก โดยไม่มีใครสามารถพบฟาเลียได้ และการส่งข้อความออกไปก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย

ภายในเรือนแพมีแต่ความโกลาหล แจกันแก้วที่ประดับไว้อย่างงดงามแตกกระจายเต็มพื้นกลายเป็นกับดักอันแหลมคม ข้าวของถูกพลิกคว่ำไปทั่ว ที่จุดกำยานล้มลงปล่อยให้เถ้าธุลีฟุ้งกระจายในอากาศ อาชาสาวใช้ของฟาเลียนอนกุมท้องอยู่กับพื้นพยายามคลานไปหานายหญิงของตน ขณะที่แอนเดอร์เซนเริ่มหมดความอดทนและกระทืบมือของนาง แม้ว่าทางตระกูลของเขาจะสั่งกำชับว่าอย่าใช้กำลังรุนแรง เพราะต้องคำนึงถึงชื่อเสียงของพวกเขาก็ตาม

แม้ว่าอาชีพโสเภณีจะเป็นรูปแบบหนึ่งของการค้าประเวณี แต่เหล่าหญิงงามในบราวอสกลับได้รับการยกย่องเป็นอย่างสูง เพราะเมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่อง ‘ศิลปะแห่งสตรี’ ชื่อเสียงของพวกนางจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การทำลายเกียรติของเหล่าโสเภณีจะส่งผลเสียร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจของเมือง ทำให้ทุก ๆ ทศวรรษจะมีคนโง่บางคนพยายามล่วงเกินโสเภณีโดยไม่ยินยอม แต่ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็มักถูกสังหารโดยสามตระกูลใหญ่ของบราวอส

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมความบริสุทธิ์ของเหล่าโสเภณีถึงไม่ได้หมายถึงความสูงศักดิ์ แต่เป็นเรื่องของราคา

ดังนั้นสามตระกูลใหญ่จึงไม่มีความสนใจที่จะละเมิดพวกนางโดยไม่จ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสม และหากมีใครต้องการจะข้ามเส้นนี้ อย่างน้อยพวกเขาก็ต้องสามารถพิชิตจิตใจของเหล่าโสเภณีผู้มากประสบการณ์ให้ได้เสียก่อน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่สามตระกูลใหญ่ไม่ยอมให้เกิดขึ้นง่าย ๆ

“ลอร์ดแอนเดอร์เซน นางเป็นเพียงสาวใช้เท่านั้น ได้โปรดอย่าทำร้ายนางเลย” ฟาเลียวิงวอนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความกังวล อาชาอายุน้อยกว่านางเพียงปีหรือสองปีเท่านั้น พวกนางเติบโตมาด้วยกัน และสายสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองก็ลึกซึ้งยิ่งนัก ดังนั้นการเห็นอาชาทรมานเช่นนี้ ทำให้ฟาเลียรู้สึกสิ้นหวังเหลือเกิน

“โอ้? เช่นนั้นโปรดเถอะ เลดี้มูนชาโดว์ จงรับคำแนะนำของข้า มอบความภักดีให้ข้า แล้วข้าจะทะนุถนอมมัน ข้าสัญญาว่าตระกูลเฟรการ์จะปกป้องเจ้า” แอนเดอร์เซนพูดด้วยน้ำเสียงแฝงเต็มไปด้วยเจตนาที่ชัดเจน ตอนนี้เขากำลังจะฉวยโอกาสจากนาง!

อาชาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อแอนเดอร์เซนกดน้ำหนักลงบนมือของนางมากขึ้น ฟาเลียหลับตาลง พร้อมกับน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงมาตามแก้มของนาง ‘พอแล้ว หลังจากวันนี้ ข้าจะพาอาชาหนีไปยังนครเสรีแห่งอื่น’ นางเริ่มทำใจยอมรับชะตากรรมของตัวเองเรียบร้อยแล้ว

หลังจากนั้นฟาเลียก็ค่อย ๆ ดึงผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ราวกับถูกสรรค์สร้างโดยเทพเจ้า ทำให้ดวงตาของแอนเดอร์เซนลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนา เพราะตอนนี้เขาได้เห็นเป้าหมายที่เขาถวิลหามานานเสียที

‘ต่อไปคือแดเนริส . . . หากข้าได้พวกนางทั้งสอง ข้าจะมีอำนาจมากกว่าท่านลอร์ดเสียอีก!’ ความคิดของเขาพลุ่งพล่านไปด้วยความทะเยอทะยาน

แต่ทันใดนั้นมันก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นจากด้านนอก “เลดี้มูนชาโดว์! ข้ามาตามนัดแล้ว!”

เป็นเสียงของวิเซริส! ทันใดนั้นมือของฟาเลียที่กำลังจะปลดกระดุมชุดของนางก็ชะงักค้างกลางอากาศ ‘เขามาแล้ว! แต่เขาจะขึ้นเรือนแพได้อย่างไร ในเมื่อลูกน้องของแอนเดอร์เซนล้อมอยู่รอบด้าน?’

จากชายฝั่งวิเซริสก็ตะโกนขึ้นอีกครั้ง “เลดี้ฟาเลีย! ข้ากำลังขึ้นไปหาท่าน!”

แทบจะเป็นไปโดยสัญชาตญาณฟาเลียรีบดึงเชือกข้างตัว ทำให้ระฆังเงินบนเรือนแพดังขึ้นอย่างชัดเจน นี่เป็นสัญญาณที่บอกว่าวิเซริสมาตามนัด มิใช่มาลอบสังหารนาง

แอนเดอร์เซนจ้องฟาเลียเขม็ง ก่อนจะหันไปมองด้านนอก และเห็นวิเซริสต่อสู้กับเหล่าทหารยามของเขา ทำเอาเขาแค่นหัวเราะอย่างมั่นใจ เพราะทหารของเขานั้นเป็นมือดีที่สุดของตระกูล และการรับมือเด็กหนุ่มอายุสิบหกน่าจะไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

แต่ก่อนที่ความคิดของเขาจะจบลง ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง เหล่าทหารของเขาถูกซัดกระเด็นอย่างง่ายดาย วิเซริสในตอนนี้เคลื่อนไหวราวกับพายุหมุน เขาซัดยามกระเด็นไปคนแล้วคนเล่า และบางคนถึงกับถูกเตะตกลงไปในทะเลสาบ

เหล่าทหารชั้นยอดของตระกูลเฟรการ์กลับอ่อนปวกเปียกราวกับตุ๊กตากระดาษ ถูกฉีกทึ้งกระจัดกระจายด้วยฝีมือของวิเซริส

หลังจากจัดการลูกน้องเสร็จ วิเซริสก็หันไปมองแอนเดอร์เซน และเผยให้เห็นรอยยิ้มเจิดจ้าให้เขา ก่อนที่แววตาของเขาจะเปล่งประกายราวกับประกาศชัยชนะ แล้วกระโจนลงสู่ทะเลสาบด้วยเสียงสาดน้ำดัง ‘ซ่า!’

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 46

คัดลอกลิงก์แล้ว