- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 45
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 45
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 45
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 45 ความแข็งแกร่งทางกายภาพ + 10
หลังจากออกจากป้อมปราการของตระกูลซาลีน วิเซริสก็หันมามุ่งเน้นพัฒนาค่าร่างกายของตัวเองทันที ด้วยค่าคุณลักษณะที่เพิ่มขึ้นมากกว่าสิบแต้ม พร้อมกับส่งสัญญาณให้แดเนริสและไคลานั่งเงียบ ๆ ไปก่อน จากนั้นก็เปิดแผงสถานะขึ้นมา และเมื่อเห็นว่าความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาอยู่ที่ 73.6 การเพิ่มขึ้นอีก 10.5 แต้มจะทำให้มันแตะถึง 84.1 ซึ่งเป็นระดับของนักรบชั้นหนึ่ง
แม้ว่าจะยังมีช่องว่างระหว่างเขากับสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์อย่างเดอะเมาน์เทน หรือหัวหน้าเผ่านักรบที่ก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยกำลังล้วน ๆ แต่เขาก็ถือว่าเป็นนักรบที่หายากคนหนึ่งแล้ว ไม่เพียงแต่เขาจะสามารถใช้วิชาดาบและทักษะการต่อสู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ยังได้รับโบนัสเพิ่มเติมอีกด้วย ท้ายที่สุดแล้วก็มีคำกล่าวว่า ‘อำนาจมาพร้อมกับกำลัง’ หากแข็งแกร่งพอก็สามารถใช้กลยุทธ์อะไรก็ได้
หลังจากใส่แต้มทั้งหมดไปที่ความแข็งแกร่งทางกายภาพ เขาก็รู้สึกถึงพลังที่เอ่อล้นไปทั่วร่างกาย กล้ามเนื้อของเขากระตุกไม่หยุด ราวกับมีฝูงงูเลื้อยอยู่ใต้ผิวหนัง กระดูกลั่นเปรี๊ยะ และไอน้ำร้อนพวยพุ่งจากศีรษะของเขาราวกับกาต้มน้ำเดือด
แดเนริสและไคลาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนจึงอดเป็นห่วงวิเซริสไม่ได้ ทั้งสองอยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เพราะคำขอให้เงียบไว้ก่อนพวกเธอจึงต้องกลั้นไว้ อย่างไรก็ตามจากสีหน้าของวิเซริส ดูเหมือนว่าเขากำลังเพลิดเพลินกับประสบการณ์นี้ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนริมฝีปาก พร้อมกับเหงื่อซึมที่หน้าผาก ถ้าไม่รู้มาก่อนคงคิดว่าเขากำลังอบซาวน่าอยู่ไม่มีผิด
ขณะที่ทั้งสองเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของวิเซริสด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทันใดนั้นกลิ่นประหลาดก็ลอยฟุ้งขึ้นมาในรถม้า ตอนแรกพวกเธอพยายามหาต้นตอของกลิ่น แต่ไม่นานกลิ่นก็แรงขึ้นจนแสบจมูกและน้ำตาไหล
“นี่ . . . นี่มันใช่ขี้รึเปล่า?” ไคลาถามด้วยน้ำเสียงขยะแขยง ‘ทำไมเทพเจ้าถึงเลือกคนที่ขี้แตกในรถม้าเนี่ย?!’
ทั้งสองรีบยกมือปิดจมูกและปาก พยายามกลั้นหายใจสุดชีวิต แต่สุดท้ายก็เริ่มสำลักและแทบอาเจียน
เมื่อพวกเขามาถึงบ้านทั้งสองก็พุ่งตัวออกจากรถม้าอย่างกับหนีตาย ทำเอาสารถีที่กำลังจะช่วยพวกเธอลงจากรถม้าถึงกับงงเมื่อเห็นพวกเธอวิ่งไปไกลกว่าสิบเมตรแล้วหอบแฮ่ก ๆ ด้วยความสับสน ก่อนที่เขาจะหันกลับไปเปิดม่านรถม้าดู แต่ทันทีที่กลิ่นเหม็นทะลวงจมูกเข้ามา เขาก็ถึงกับหน้ามืดทันที
“บ้าจริง! นี่มันเกิดอะไรขึ้นในรถม้ากันแน่?” สารถีอุทานออกมาด้วยความตกใจ แต่หลังจากนั้นเขาก็ถูกไคลาปิดปากไว้ และเตือนให้เขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะในฐานะ ‘ผู้ส่งสารแห่งเทพเจ้า’ สถานการณ์น่าอับอายของวิเซริสไม่ควรถูกแพร่งพรายออกไป
ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา วิเซริสก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกทั้งหมดกลับคืนมา และเขาก็กระโดดตัวพุ่งตัวขึ้นสูงจนทะลุหลังคารถม้า! สภาพแวดล้อมปิดทึบและพลังที่เพิ่มขึ้นกะทันหันทำให้เขานึกว่าตัวเองโดนระเบิดแก๊สน้ำตาเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
แดเนริสและไคลามองเขาด้วยความหวาดกลัว ‘มนุษย์อะไรกระโดดได้ขนาดนี้?! นี่มันปีศาจชัด ๆ!’
เมื่อเห็นรถม้าพังพินาศ พวกเธอจึงหันไปจ้องวิเซริสที่ยืนตะลึงอยู่กับที่ ในขณะเดียวกันไม่กี่วินาทีต่อมาวิเซริสก็รับรู้ได้ว่ากลิ่นเหม็นนั้นมาจากตัวเอง! ทำให้เขาไม่รอช้ารีบถอดเสื้อผ้าออกแล้วพุ่งไปที่ห้องเก็บน้ำอย่างรวดเร็ว จนขาของเขาทิ้งเงาจาง ๆ ไว้ และหากมีใครจับเวลาวิ่งของเขาตอนนี้ คงพบว่ามันเกือบถึงขีดจำกัดของมนุษย์เลยทีเดียว
วิเซริสคว้าถังน้ำแล้วเทลงบนตัว น้ำสีเทา-น้ำตาลไหลลงมาจนเกิดเป็นลำธารเล็ก ๆ แม้ว่ากลิ่นจะยังคงอยู่เล็กน้อย แต่มันก็ค่อย ๆ จางลงไป
ในขณะเดียวกันแดเนริสและไคลาที่ได้สติแล้วจึงรีบตามเขามาด้วยความเป็นห่วง เพราะตามความรู้ของแดเนริสถ้าคนมีกลิ่นตัวแรงผิดปกติ แปลว่าพวกเขาน่าจะได้รับบาดเจ็บ แต่เธอกลับจำไม่ได้ว่าวิเซริสโดนโจมตีตรงไหนเลย ส่วนไคลาก็สงสัยไม่แพ้กันว่าเขาโดนพิษรึเปล่า แต่ถ้าเป็นงั้นทำไมแดเนริสถึงไม่ได้รับผลกระทบ?
เมื่อพวกเธอมาถึงห้องเก็บน้ำความสงสัยทั้งหมดก็ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง วิเซริสยืนอยู่ตรงนั้น เนื้อตัวสะอาดสะอ้านและสมบูรณ์แบบราวกับรูปปั้นเทพเจ้า น้ำที่ไหลลงมาตามกล้ามเนื้อของเขาทำให้ร่างกายเปล่งประกาย และทุกครั้งที่เขาขยับกล้ามเนื้อของเขาก็ขยับตามอย่างงดงามราวกับผลงานศิลปะชั้นยอด
ทั้งสองหญิงสาวถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ไคลาที่ใช้ชีวิตอยู่กับการฝึกฝนและต่อสู้มาตลอดสิบกว่าปี ตอนนี้กลับรู้สึกถึงบางอย่างที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน และคิดอย่างตื่นตะลึงว่า ‘ถ้าเทพเจ้ามีตัวตนจริง ๆ คงดูเหมือนเขานี่แหละ’
ขณะนั้นเองสาวใช้ที่ได้ยินเสียงเอะอะก็รีบวิ่งมาดู แต่ทันทีที่เห็นร่างกายของวิเซริส หัวใจของเธอก็เต้นแรง หายใจติดขัด และรู้สึกวิงเวียนราวกับดื่มยาบำรุงอันทรงพลังเข้าไป
“อย่ามัวแต่จ้อง เอาเสื้อผ้ามาให้ข้าสิ” วิเซริสพูดขึ้น ทำให้สาวใช้ที่กำลังเขินอายรีบหันหน้าหนีด้วยใบหน้าของเธอที่แดงจัดไปถึงหู
“พี่ . . .” แดเนริสเอ่ยเบา ๆ อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“พี่ไม่เป็นไร แต่อย่าบอกใครเรื่องวันนี้” วิเซริสตอบกลับ ซึ่งทั้งสองก็พยักหน้าตอบรับอย่างพร้อมเพียง
หลังจากใช้สบู่ทำความสะอาดตัวเองอย่างหมดจด วิเซริสก็เดินไปที่สนามหญ้าที่เขากับแดเนริสใช้ฝึกวิชาต่อสู้ ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาตอนนี้แตะระดับ 84 ซึ่งทำให้เขาได้รับแต้มสะสมวันละ 0.23 หมายความว่าภายในหนึ่งเดือน ในวันเทศกาลสิบวัน ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาจะทะลุ 90!
‘ถ้าฉันมีปฏิกิริยาแบบนี้ตอนทะลุ 80 แล้วตอนถึง 90 จะเป็นยังไง? แล้วถ้าถึง 100 ล่ะ? ถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไป แค่ฉันมีชีวิตรอดนานพอ ฉันอาจจะแข็งแกร่งเท่ากัปตันอเมริกา หรืออาจจะแข็งแกร่งกว่านั้นก็ได้! ตกจากตึกสิบชั้นก็คงแค่ปัดฝุ่นออกแล้วเดินต่อ’ เขาคิดอย่างตื่นเต้นถึงความเป็นไปได้ที่รออยู่ข้างหน้า
“ไคลา โจมตีข้า” วิเซริสออกคำสั่ง ขณะถือดาบสองมือไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย พร้อมกับร่ายรำดาบอย่างสบาย ๆ จนเกิดเสียงหวีดหวิวที่เกิดขึ้นเมื่อมันแหวกอากาศ ทำให้ไคลาตระหนักได้ทันทีว่าเขาต้องแข็งแกร่งขึ้นมากแน่ ๆ หรือว่านี่คือพรจากเหล่าทวยเทพ?
ไคลาชักดาบของตัวเองออกมาแล้วเข้าปะทะกับวิเซริส แต่ทันทีที่ปะทะกันครั้งแรกแขนของเธอก็ชาไปหมด ความรู้สึกนี้เธอเคยสัมผัสมาก่อนเมื่อต้องประลองกับนักดาบที่แข็งแกร่ง แต่ครั้งที่สองกลับทำให้เธอเสียสมดุลไปโดยสิ้นเชิงจนต้องตกตะลึง ในฐานะนักลอบสังหารจุดแข็งที่สุดของเธอคือความว่องไว แต่ตอนนี้มันกลับใช้ไม่ได้เลย
พอถึงครั้งที่สามเธอถึงกับพูดไม่ออก เพราะวิเซริสฟันดาบจนเธอทำดาบหลุดมือไป!
ส่วนแดเนริสที่เป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในหมู่พวกเขาทั้งสามอาจจะมองไม่ออกถึงความแตกต่างในศึกนี้มากนัก แต่สิ่งที่เธอรู้แน่ ๆ คือพี่ชายของเธอแข็งแกร่งขึ้นมากจริง ๆ
วิเซริสปักดาบลงบนพื้นอย่างไม่ใส่ใจ แต่มันกลับจมลงไปเกือบครึ่ง และถึงแม้จะเพิ่งประลองกับไคลา แต่เขาก็ใช้พลังไปเพียงแค่ 30% เท่านั้น
ตอนนี้วิเซริสตระหนักได้ทันทีว่าเขาสามารถใช้ดาบสองมือเหมือนเป็นดาบมือเดียวได้แล้ว อีกทั้งมือซ้ายยังคล่องแคล่วขึ้นมากทำให้เขาเริ่มพิจารณาการใช้ดาบคู่ขึ้นมาในหัว และด้วยพลังระดับนี้เขาจะมีไพ่ตายติดตัวเพิ่มขึ้นอีกใบ หากความขัดแย้งกับแอนเดอร์เซนบานปลายจนควบคุมไม่ได้ อย่างน้อยเขาก็สามารถพาแดเนริสหนีไปยังนครเสรีแห่งใดแห่งหนึ่งได้แน่นอน
ซึ่งวิเซริสคาดการณ์ว่าตระกูลเฟรการ์คงลงมือในอีกไม่เกินสองวัน โชคดีที่เขามีตระกูลซาลีนหนุนหลัง ทำให้ที่พักของเขาได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนาด้วยฝีมือของเมธิส
. . .
ไม่ถึงสามวันหลังจากงานวันเกิดของแดเนริส รานเช่ก็รีบร้อนเข้ามาหาเขา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวล แม้แต่เสื้อผ้าที่ปกติเรียบร้อยเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ววันนี้กลับดูยับยู่ยี่ไปเล็กน้อย
โปรดติดตามตอนต่อไป …