เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 45

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 45

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 45


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 45 ความแข็งแกร่งทางกายภาพ + 10

หลังจากออกจากป้อมปราการของตระกูลซาลีน วิเซริสก็หันมามุ่งเน้นพัฒนาค่าร่างกายของตัวเองทันที ด้วยค่าคุณลักษณะที่เพิ่มขึ้นมากกว่าสิบแต้ม พร้อมกับส่งสัญญาณให้แดเนริสและไคลานั่งเงียบ ๆ ไปก่อน จากนั้นก็เปิดแผงสถานะขึ้นมา และเมื่อเห็นว่าความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาอยู่ที่ 73.6 การเพิ่มขึ้นอีก 10.5 แต้มจะทำให้มันแตะถึง 84.1 ซึ่งเป็นระดับของนักรบชั้นหนึ่ง

แม้ว่าจะยังมีช่องว่างระหว่างเขากับสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์อย่างเดอะเมาน์เทน หรือหัวหน้าเผ่านักรบที่ก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยกำลังล้วน ๆ แต่เขาก็ถือว่าเป็นนักรบที่หายากคนหนึ่งแล้ว ไม่เพียงแต่เขาจะสามารถใช้วิชาดาบและทักษะการต่อสู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ยังได้รับโบนัสเพิ่มเติมอีกด้วย ท้ายที่สุดแล้วก็มีคำกล่าวว่า ‘อำนาจมาพร้อมกับกำลัง’ หากแข็งแกร่งพอก็สามารถใช้กลยุทธ์อะไรก็ได้

หลังจากใส่แต้มทั้งหมดไปที่ความแข็งแกร่งทางกายภาพ เขาก็รู้สึกถึงพลังที่เอ่อล้นไปทั่วร่างกาย กล้ามเนื้อของเขากระตุกไม่หยุด ราวกับมีฝูงงูเลื้อยอยู่ใต้ผิวหนัง กระดูกลั่นเปรี๊ยะ และไอน้ำร้อนพวยพุ่งจากศีรษะของเขาราวกับกาต้มน้ำเดือด

แดเนริสและไคลาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนจึงอดเป็นห่วงวิเซริสไม่ได้ ทั้งสองอยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เพราะคำขอให้เงียบไว้ก่อนพวกเธอจึงต้องกลั้นไว้ อย่างไรก็ตามจากสีหน้าของวิเซริส ดูเหมือนว่าเขากำลังเพลิดเพลินกับประสบการณ์นี้ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนริมฝีปาก พร้อมกับเหงื่อซึมที่หน้าผาก ถ้าไม่รู้มาก่อนคงคิดว่าเขากำลังอบซาวน่าอยู่ไม่มีผิด

ขณะที่ทั้งสองเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของวิเซริสด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทันใดนั้นกลิ่นประหลาดก็ลอยฟุ้งขึ้นมาในรถม้า ตอนแรกพวกเธอพยายามหาต้นตอของกลิ่น แต่ไม่นานกลิ่นก็แรงขึ้นจนแสบจมูกและน้ำตาไหล

“นี่ . . . นี่มันใช่ขี้รึเปล่า?” ไคลาถามด้วยน้ำเสียงขยะแขยง ‘ทำไมเทพเจ้าถึงเลือกคนที่ขี้แตกในรถม้าเนี่ย?!’

ทั้งสองรีบยกมือปิดจมูกและปาก พยายามกลั้นหายใจสุดชีวิต แต่สุดท้ายก็เริ่มสำลักและแทบอาเจียน

เมื่อพวกเขามาถึงบ้านทั้งสองก็พุ่งตัวออกจากรถม้าอย่างกับหนีตาย ทำเอาสารถีที่กำลังจะช่วยพวกเธอลงจากรถม้าถึงกับงงเมื่อเห็นพวกเธอวิ่งไปไกลกว่าสิบเมตรแล้วหอบแฮ่ก ๆ ด้วยความสับสน ก่อนที่เขาจะหันกลับไปเปิดม่านรถม้าดู แต่ทันทีที่กลิ่นเหม็นทะลวงจมูกเข้ามา เขาก็ถึงกับหน้ามืดทันที

“บ้าจริง! นี่มันเกิดอะไรขึ้นในรถม้ากันแน่?” สารถีอุทานออกมาด้วยความตกใจ แต่หลังจากนั้นเขาก็ถูกไคลาปิดปากไว้ และเตือนให้เขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะในฐานะ ‘ผู้ส่งสารแห่งเทพเจ้า’ สถานการณ์น่าอับอายของวิเซริสไม่ควรถูกแพร่งพรายออกไป

ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา วิเซริสก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกทั้งหมดกลับคืนมา และเขาก็กระโดดตัวพุ่งตัวขึ้นสูงจนทะลุหลังคารถม้า! สภาพแวดล้อมปิดทึบและพลังที่เพิ่มขึ้นกะทันหันทำให้เขานึกว่าตัวเองโดนระเบิดแก๊สน้ำตาเข้าไปโดยไม่รู้ตัว

แดเนริสและไคลามองเขาด้วยความหวาดกลัว ‘มนุษย์อะไรกระโดดได้ขนาดนี้?! นี่มันปีศาจชัด ๆ!’

เมื่อเห็นรถม้าพังพินาศ พวกเธอจึงหันไปจ้องวิเซริสที่ยืนตะลึงอยู่กับที่ ในขณะเดียวกันไม่กี่วินาทีต่อมาวิเซริสก็รับรู้ได้ว่ากลิ่นเหม็นนั้นมาจากตัวเอง! ทำให้เขาไม่รอช้ารีบถอดเสื้อผ้าออกแล้วพุ่งไปที่ห้องเก็บน้ำอย่างรวดเร็ว จนขาของเขาทิ้งเงาจาง ๆ ไว้ และหากมีใครจับเวลาวิ่งของเขาตอนนี้ คงพบว่ามันเกือบถึงขีดจำกัดของมนุษย์เลยทีเดียว

วิเซริสคว้าถังน้ำแล้วเทลงบนตัว น้ำสีเทา-น้ำตาลไหลลงมาจนเกิดเป็นลำธารเล็ก ๆ แม้ว่ากลิ่นจะยังคงอยู่เล็กน้อย แต่มันก็ค่อย ๆ จางลงไป

ในขณะเดียวกันแดเนริสและไคลาที่ได้สติแล้วจึงรีบตามเขามาด้วยความเป็นห่วง เพราะตามความรู้ของแดเนริสถ้าคนมีกลิ่นตัวแรงผิดปกติ แปลว่าพวกเขาน่าจะได้รับบาดเจ็บ แต่เธอกลับจำไม่ได้ว่าวิเซริสโดนโจมตีตรงไหนเลย ส่วนไคลาก็สงสัยไม่แพ้กันว่าเขาโดนพิษรึเปล่า แต่ถ้าเป็นงั้นทำไมแดเนริสถึงไม่ได้รับผลกระทบ?

เมื่อพวกเธอมาถึงห้องเก็บน้ำความสงสัยทั้งหมดก็ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง วิเซริสยืนอยู่ตรงนั้น เนื้อตัวสะอาดสะอ้านและสมบูรณ์แบบราวกับรูปปั้นเทพเจ้า น้ำที่ไหลลงมาตามกล้ามเนื้อของเขาทำให้ร่างกายเปล่งประกาย และทุกครั้งที่เขาขยับกล้ามเนื้อของเขาก็ขยับตามอย่างงดงามราวกับผลงานศิลปะชั้นยอด

ทั้งสองหญิงสาวถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ไคลาที่ใช้ชีวิตอยู่กับการฝึกฝนและต่อสู้มาตลอดสิบกว่าปี ตอนนี้กลับรู้สึกถึงบางอย่างที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน และคิดอย่างตื่นตะลึงว่า ‘ถ้าเทพเจ้ามีตัวตนจริง ๆ คงดูเหมือนเขานี่แหละ’

ขณะนั้นเองสาวใช้ที่ได้ยินเสียงเอะอะก็รีบวิ่งมาดู แต่ทันทีที่เห็นร่างกายของวิเซริส หัวใจของเธอก็เต้นแรง หายใจติดขัด และรู้สึกวิงเวียนราวกับดื่มยาบำรุงอันทรงพลังเข้าไป

“อย่ามัวแต่จ้อง เอาเสื้อผ้ามาให้ข้าสิ” วิเซริสพูดขึ้น ทำให้สาวใช้ที่กำลังเขินอายรีบหันหน้าหนีด้วยใบหน้าของเธอที่แดงจัดไปถึงหู

“พี่ . . .” แดเนริสเอ่ยเบา ๆ อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

“พี่ไม่เป็นไร แต่อย่าบอกใครเรื่องวันนี้” วิเซริสตอบกลับ ซึ่งทั้งสองก็พยักหน้าตอบรับอย่างพร้อมเพียง

หลังจากใช้สบู่ทำความสะอาดตัวเองอย่างหมดจด วิเซริสก็เดินไปที่สนามหญ้าที่เขากับแดเนริสใช้ฝึกวิชาต่อสู้ ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาตอนนี้แตะระดับ 84 ซึ่งทำให้เขาได้รับแต้มสะสมวันละ 0.23 หมายความว่าภายในหนึ่งเดือน ในวันเทศกาลสิบวัน ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาจะทะลุ 90!

‘ถ้าฉันมีปฏิกิริยาแบบนี้ตอนทะลุ 80 แล้วตอนถึง 90 จะเป็นยังไง? แล้วถ้าถึง 100 ล่ะ? ถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไป แค่ฉันมีชีวิตรอดนานพอ ฉันอาจจะแข็งแกร่งเท่ากัปตันอเมริกา หรืออาจจะแข็งแกร่งกว่านั้นก็ได้! ตกจากตึกสิบชั้นก็คงแค่ปัดฝุ่นออกแล้วเดินต่อ’ เขาคิดอย่างตื่นเต้นถึงความเป็นไปได้ที่รออยู่ข้างหน้า

“ไคลา โจมตีข้า” วิเซริสออกคำสั่ง ขณะถือดาบสองมือไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย พร้อมกับร่ายรำดาบอย่างสบาย ๆ จนเกิดเสียงหวีดหวิวที่เกิดขึ้นเมื่อมันแหวกอากาศ ทำให้ไคลาตระหนักได้ทันทีว่าเขาต้องแข็งแกร่งขึ้นมากแน่ ๆ หรือว่านี่คือพรจากเหล่าทวยเทพ?

ไคลาชักดาบของตัวเองออกมาแล้วเข้าปะทะกับวิเซริส แต่ทันทีที่ปะทะกันครั้งแรกแขนของเธอก็ชาไปหมด ความรู้สึกนี้เธอเคยสัมผัสมาก่อนเมื่อต้องประลองกับนักดาบที่แข็งแกร่ง แต่ครั้งที่สองกลับทำให้เธอเสียสมดุลไปโดยสิ้นเชิงจนต้องตกตะลึง ในฐานะนักลอบสังหารจุดแข็งที่สุดของเธอคือความว่องไว แต่ตอนนี้มันกลับใช้ไม่ได้เลย

พอถึงครั้งที่สามเธอถึงกับพูดไม่ออก เพราะวิเซริสฟันดาบจนเธอทำดาบหลุดมือไป!

ส่วนแดเนริสที่เป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในหมู่พวกเขาทั้งสามอาจจะมองไม่ออกถึงความแตกต่างในศึกนี้มากนัก แต่สิ่งที่เธอรู้แน่ ๆ คือพี่ชายของเธอแข็งแกร่งขึ้นมากจริง ๆ

วิเซริสปักดาบลงบนพื้นอย่างไม่ใส่ใจ แต่มันกลับจมลงไปเกือบครึ่ง และถึงแม้จะเพิ่งประลองกับไคลา แต่เขาก็ใช้พลังไปเพียงแค่ 30% เท่านั้น

ตอนนี้วิเซริสตระหนักได้ทันทีว่าเขาสามารถใช้ดาบสองมือเหมือนเป็นดาบมือเดียวได้แล้ว อีกทั้งมือซ้ายยังคล่องแคล่วขึ้นมากทำให้เขาเริ่มพิจารณาการใช้ดาบคู่ขึ้นมาในหัว และด้วยพลังระดับนี้เขาจะมีไพ่ตายติดตัวเพิ่มขึ้นอีกใบ หากความขัดแย้งกับแอนเดอร์เซนบานปลายจนควบคุมไม่ได้ อย่างน้อยเขาก็สามารถพาแดเนริสหนีไปยังนครเสรีแห่งใดแห่งหนึ่งได้แน่นอน

ซึ่งวิเซริสคาดการณ์ว่าตระกูลเฟรการ์คงลงมือในอีกไม่เกินสองวัน โชคดีที่เขามีตระกูลซาลีนหนุนหลัง ทำให้ที่พักของเขาได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนาด้วยฝีมือของเมธิส

. . .

ไม่ถึงสามวันหลังจากงานวันเกิดของแดเนริส รานเช่ก็รีบร้อนเข้ามาหาเขา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวล แม้แต่เสื้อผ้าที่ปกติเรียบร้อยเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ววันนี้กลับดูยับยู่ยี่ไปเล็กน้อย

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 45

คัดลอกลิงก์แล้ว