เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 44

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 44

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 44


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 44 ไข่มังกรสีม่วง

แท้จริงแล้วแผนของวิเซริสนั้นเรียบง่ายมาก แค่ค่อย ๆ เปลี่ยนท่อน้ำตะกั่วของตระกูลซาลีนให้เป็นวัสดุที่ปลอดภัยกว่า และภายในไม่กี่ทศวรรษตระกูลซาลีนจะมีลูกหลานที่ฉลาดและแข็งแรงขึ้น ขณะที่อีกสองตระกูลจะค่อย ๆ เสื่อมถอยไปเอง

จากการศึกษาข้อมูลของบราวอส วิเซริสเชื่อว่าท่อน้ำตะกั่วอาจเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนผ่านชนชั้นที่สูงมากในเมือง อัตราการเกิดต่ำของชนชั้นสูงทำให้พวกเขาต้องเปิดทางให้ชนชั้นล่างขึ้นมาแทน ส่งผลให้สามตระกูลใหญ่ไม่สามารถควบคุมบราวอสได้โดยสมบูรณ์ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เมืองเข้มแข็งขึ้น เพราะเปิดโอกาสให้คนมีความสามารถก้าวขึ้นมา

อย่างไรก็ตามสัญชาตญาณของเมธิสกับบอกนางว่าหากตำแหน่งสำคัญทั้งหมดถูกครอบครองโดยลูกหลานของตระกูลตนเอง ตระกูลซาลีนจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีก ทำให้นางเผลอจินตนาการถึงภาพที่วิเซริสวาดไว้ และแววตาก็ค่อย ๆ เต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่เพียงไม่นานสัญชาตญาณของขุนนางผู้สูงศักดิ์ก็ทำให้นางกลับมามีสติอีกครั้ง

“ข้าเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเจ้าถึงมาหาข้า” เมธิสกล่าว

วิเซริสเพียงยิ้มบาง ๆ โดยไม่ได้แปลกใจเลย เพราะตั้งแต่สบู่ถูกเผยแพร่ มันก็เริ่มเป็นที่จับตามองของเหล่าขุนนางบราวอส รวมถึงสามตระกูลใหญ่ ซึ่งเมธิสเพียงแค่แปลกใจเล็กน้อยที่ผู้คิดค้นสบู่คือพี่ชายของแดเนริส และมีลางสังหรณ์ว่าวิเซริสอาจจะมาหานาง

ในที่สุดพงกเขาทั้งสองก็บรรลุข้อตกลงกัน วิเซริสมอบสูตรสบู่ให้ ขณะที่ตระกูลซาลีนจะเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย โดยส่วนแบ่งของเขาถูกลดจาก 45% เหลือเพียง 10% แม้จะลดลงมาก แต่ด้วยอิทธิพลของตระกูลซาลีน สบู่จะถูกขายไปทั่วนครเสรีภายในครึ่งปี และในไม่ช้าเวสเทอรอสและอ่าวทาสก็จะได้รู้จักสบู่ด้วยเช่นกัน

สามีของเมธิสมีอายุกว่าห้าสิบปีแล้ว และเพราะตระกูลเสื่อมถอย เขาจึงต้องออกดูแลกองเรือเองนานหลายปี ทำให้ตอนนี้เมธิสเป็นผู้บริหารตระกูลแทบทั้งหมด

เมื่อพวกเขาตัดสินใจหันหลังให้ตระกูลเฟรการ์ก็ต้องทำให้ถึงที่สุด โรงงานเดิมจะยังคงเปิดอยู่เป็นตัวล่อ ขณะที่โรงงานใหม่จะผลิตสบู่จริง ๆ

ซึ่งข้อตกลงนี้ไม่ต้องใช้เอกสารใด ๆ เพราะมูลค่าของวิเซริสคือการเก็บเรื่องพิษตะกั่วเป็นความลับ หากในอีกสองหรือสามปีข้างหน้า เขาไม่สามารถรักษาผลกำไรไว้ได้ ส่วนแบ่ง 10% ของเขาก็จะถูกดูดกลืนไปเรื่อย ๆ

ถึงอย่างนั้นนี่ก็ยังเป็นผลลัพธ์ที่ดีกว่าที่เขาคาดไว้มาก หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน เขาจะมีทองคำอย่างน้อยหนึ่งแสนเหรียญภายในสองถึงสามปี

ในขณะเดียวกันแดเนริสที่นั่งมองอยู่ข้าง ๆ เมื่อได้เห็นการพูดคุยทางการเมืองและอำนาจเป็นครั้งแรก เธอก็รู้ทันทีว่าวิกฤตที่ถูกนำมาโดยอันเดอร์เซนได้ถูกทำให้ไร้พิษสงไปเรียบร้อยแล้ว

. . .

ในขณะที่พวกเขาสองพี่น้องกำลังจะออกจากป้อม จู่ ๆ วิเซริสก็ถามขึ้นว่า “ท่านหญิง มีไข่มังกรอยู่ในคอลเลกชันของท่านหรือไม่?”

เมธิสเหลือบมองวิเซริส พลางพยายามอ่านความตั้งใจของเขา

“ข้ารู้ดีว่าหากท่านมีมัน มันต้องเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของท่าน ข้าเพียงอยากให้แดเนริสได้เห็นมันเท่านั้น นางเป็นบุตรแห่งตระกูลทาร์แกเรียน แต่นางไม่เคยเห็นไข่มังกรมาก่อน นี่คือความล้มเหลวของข้าในฐานะพี่ชาย”

คำพูดของเขาทำให้สีหน้าของเมธิสนุ่มนวลลง

“แน่นอน” เมธิสตอบ พร้อมขยิบตาให้ไพรีน่า ซึ่งไพรีน่าก็พยักหน้าเล็กน้อย และเดินไปนำไข่มังกรมา

“ไข่มังกร!” แดเนริสเบิกตากว้าง เธอเป็นทาร์แกเรียนโดยสายเลือด แต่ไม่เคยเห็นไข่มังกรเลย มีเพียงเรื่องเล่าและภาพวาดจากวิเซริสเท่านั้น

“รอสักครู่” เมธิสกล่าว “ไข่มังกรกำลังจะมา”

“ขอบคุณ ท่านหญิง” วิเซริสตอบด้วยความนอบน้อม

ไม่นานหลังจากนั้น ไพรีน่าก็กลับมาพร้อมกล่องไม้สีดำ

‘ของจริง . . . ไข่มังกรที่สมบูรณ์!’ วิเซริสแทบกลั้นความตื่นเต้นไม่อยู่ ครั้งล่าสุดเขาเคยเห็นเพียงเศษไข่มังกร แต่แค่เศษชิ้นนั้นก็ทำให้เขาได้รับสามแต้มแล้ว ถ้าเป็นไข่ที่สมบูรณ์ล่ะ?

กล่องค่อย ๆ ถูกวางลงบนโต๊ะพร้อมกับเสียงดังตุบแผ่วเบา ไพรีน่าถือมันอย่างมั่นคง และดูเหมือนนางจะคุ้นเคยกับมันดีมาก ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะฐานะของเมธิสทำให้นางไม่มีทางปล่อยให้ของล้ำค่าเช่นนี้ถูกดูแลโดยคนซุ่มซ่ามแน่นอน

เมื่อกล่องถูกเปิดออก ภายในคือไข่มังกรสีม่วงขนาดเท่ากับกาต้มน้ำไฟฟ้า พื้นผิวของมันมีลวดลายเป็นเกล็ดที่เรียงตัวกันคล้ายดอกไม้ และยังมีเส้นสีเงินสามเส้นพาดผ่านราวกับสายฟ้า

แดเนริสยืนนิ่ง ดวงตาจับจ้องไข่มังกรสีม่วงที่ส่องประกายในแสงยามเช้า ราวกับอัญมณีขนาดยักษ์

“ข้าสามารถแตะมันได้หรือไม่?” วิเซริสถามด้วยความคาดหวัง เพราะตอนนี้เขาพร้อมจะแสร้งแตะโดยบังเอิญได้ตลอดเวลาถ้าหากเมธิสไม่อนุญาต

“เชิญ” แน่นอนว่าเมธิสไม่ปฏิเสธ บางทีอาจเป็นเพราะความชอบพอในตัววิเซริส หรือบางทีอาจเป็นเพราะความเอ็นดูแดเนริส แต่ส่วนใหญ่คงเป็นอย่างหลัง

“ระวังด้วย” เมธิสเตือน

“เข้าใจแล้ว” วิเซริสตอบด้วยความตื่นเต้น และค่อย ๆ หยิบไข่มังกรที่กลายเป็นฟอสซิลออกจากกล่อง พร้อมกับความเย็นจากพื้นผิวของมันที่ซึมเข้าสู่นิ้วมือ ซึ่งไพรีน่าเองก็จับจ้องไข่ในมือของวิเซริสตลอดเวลาเตรียมพร้อมจะคว้ามันไว้ทันทีหากเขาทำตก

[ไข่มังกรฟอสซิลที่สมบูรณ์มอบค่าสถานะที่สามารถใช้ได้ 10.5 หากถือมันต่อไปอีกหนึ่งวันจะได้รับเพิ่ม 0.5 แต้ม]

‘สิบแต้ม! ครึ่งแต้มต่อวัน! นี่คือมูลค่าของ ไข่มังกรฟอสซิลที่สมบูรณ์’ วิเซริสคิดในใจอย่างตื่นเต้น

“นี่ ลองแตะดูสิ” วิเซริสพูด พลางยื่นไข่ให้แดเนริส

แดเนริสค่อย ๆ ยื่นมือขวาออกมาใช้นิ้วโป้งกับนิ้วก้อยประคอง ขณะใช้ปลายนิ้วกลางชี้สัมผัสไข่เบา ๆ ราวกับมันเป็นแก้วบางที่จะแตกได้เพียงออกแรงนิดเดียว ซึ่งเธอแตะมันสองครั้งก่อนจะดึงมือกลับ

เมื่อเห็นว่าแดเนริสสัมผัสจนพอแล้ว วิเซริสจึงวางไข่กลับลงในกล่อง “วันนี้ถือว่าคุ้มค่าจริง ๆ ขอฝากขอบคุณท่านหญิงแทนข้าด้วย”

ไพรีน่าปิดกล่องแล้วพยักหน้า

วิเซริสตัดสินใจเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไปก่อนโดยไม่บอกฟาเลีย เพราะมอเรลยังต้องเล่นบทของเขาต่อไป และฟาเลียก็ต้องดำเนินเรื่องของนางต่อเช่นกัน แม้ว่าโรงงานสบู่จะถึงจุดจบแน่นอนแล้ว แต่มอเรลกับลูกชายของเขาจะได้รับผลประโยชน์จากมิตรภาพกับตระกูลซาลีน ซึ่งเมธิสเองก็ต้องชดเชยให้พวกเขาแน่นอน

ขณะที่ฟาเลียยังไม่รู้เรื่องทั้งหมดนี้ เมื่องานเทศกาลเริ่มขึ้น นางจะได้รับการสนับสนุนจากตระกูลซาลีนมากขึ้น อย่างไรก็ตามตอนนี้สถานการณ์ของนางกำลังแย่ลงหลังจากความสัมพันธ์ระหว่างนางกับวิเซริสขาดสะบั้น เพราะอันเดอร์เซนกำลังเริ่มเปิดฉากโจมตีนางอย่างรวดเร็ว

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 44

คัดลอกลิงก์แล้ว