เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 41

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 41

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 41


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 41 อำนาจของตระกูลเฟรการ์

“ฮ่าฮ่า ดีมาก!” แอนเดอร์เซนยิ้มพลางตอบคำของวิเซริส แต่สำหรับเฮลโบและคนอื่น ๆ รอยยิ้มของเขาช่างเยือกเย็นยิ่งกว่าลมหนาวที่รุนแรงที่สุด ราวกับว่าข้อความที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้มนั้นก็คือ ‘ได้เลย รอให้ถึงตาของเจ้าก่อนเถอะ’

ทันใดนั้นแอนเดอร์เซนก็ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “เป็นงานเลี้ยงที่น่ารื่นรมย์เสียจริง ข้าขออวยพรให้เจ้าหญิงแดเนริสมีความสุขในวันเกิด” พูดจบเขขาก็ทิ้งส้อมที่เสียบเนื้อแกะลงบนจานอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป

“ไม่ต้องไปส่งเขา” วิเซริสกล่าวเสียงเรียบ ทำให้แอนเดอร์เซนหยุดชั่วครู่ก่อนจะเดินต่อไปด้วยความโกรธ ฝ่ามือของเขากำแน่น ราวกับต้องใช้แรงมหาศาลเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเอง

มอเรลและเฮลโบหันไปมองวิเซริสด้วยความหวาดกลัว พวกเขาอยากจะลุกขึ้นไปส่งแอนเดอร์เซน แต่ขาของพวกเขากลับอ่อนแรง และร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ ท้ายที่สุดพวกเขาก็ทำได้แค่นั่งลงอย่างหมดแรง

ในขณะนั้นเองแดเนริสก็เดินลงมาจากบันได ผมของเธอถูกปล่อยลงโดยให้สาวใช้ช่วยถอดเครื่องประดับออก เส้นผมที่ถักเป็นเปียทำให้ศีรษะของเธอดูคล้ายกับน้ำเต้า และเมื่อเห็นจิลหมดสติอยู่บนพื้น เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปหาทันที “พี่คะ จิลเป็นอะไรไป?”

“เธอคงไม่ค่อยสบาย ให้เธอกลับไปพักสักสองสามวันเถอะ” วิเซริสกล่าวพร้อมส่งสายตาให้สาวใช้ของแดเนริสรีบพาจิลออกไปจากที่นี่

“ท่านวิเซริส เราควรทำอย่างไรต่อไป?” เฮลโบถามด้วยเสียงสั่น มอเรลและลูกชายของเขาก็มองวิเซริสด้วยความหวังว่าจะได้รับคำตอบที่แน่ชัด แต่วิเซริสกลับเพียงแค่หันไปมองแดเนริสแล้วถามว่า “แดเนริส มีคนที่แข็งแกร่งมากต้องการทำร้ายเรา เจ้ากลัวหรือไม่?”

นัยน์ตาสีม่วงของทั้งสองสบกัน ก่อนที่แดเนริสจะตอบว่า “เขาแข็งแกร่งกว่าราชาโรเบิร์ตหรือเปล่าคะ?”

“ไม่แม้แต่น้อย”

“งั้นข้าไม่กลัว ข้าไม่กลัวใครทั้งนั้น ตราบใดที่ข้ายังมีพี่ชายอยู่ด้วย”

“ดีมาก”

ในตอนนั้นเองเฮลโบก็เพิ่งเข้าใจว่าพี่น้องคู่นี้เติบโตมาท่ามกลางภัยคุกคามเช่นนี้เป็นปกติ

“น้องยังไม่ได้กินอะไร มาเถอะ มากินด้วยกัน” วิเซริสกล่าวขณะเลื่อนเก้าอี้ให้แดเนริสนั่งลง จากนั้นเขาเอนตัวไปใกล้เฮลโบ ทำให้ชายคนนั้นเผลอเอนหนีโดยไม่รู้ตัว วิเซริสจึงยกมือที่ยังเปื้อนเลือดขึ้นแตะไหล่ของเฮลโบเบา ๆ ก่อนจะพูดอย่างติดตลกว่า “มังกรถูกกุ้งรังแกเมื่อมันติดอยู่ในแอ่งน้ำตื้น”

เฮลโบไม่รู้จะตอบอย่างไร แต่เมื่อได้ยินวิเซริสแปลเป็นภาษาไฮวาเลอเรียน มันก็ฟังดูสมเหตุสมผล แต่ในใจของเขากับคิดอีกอย่างโดยสิ้นเชิง ‘บ้าชะมัด! เจ้ากำลังจะตายอยู่แล้วยังมาพูดว่าเป็นฝ่ายถูกกลั่นแกล้งอีกหรือ?!’

“พอเถอะ พวกเจ้ากลับไปก่อน ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง” วิเซริสพูดขึ้น เขารู้ว่าการจัดงานเลี้ยงวันเกิดของแดเนริสเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ครั้งนี้ล้มเหลวแล้ว ซึ่งมอเรลและเฮลโบก็ชัดเจนว่าไม่อยากมีเอี่ยวกับเขาอีก ส่วนคนที่หวังจะใช้ความสัมพันธ์ของเขาเพื่อเข้าหาฟาเลียก็คงจะถอยหนีเมื่อได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นคืนนี้

แอนเดอร์เซนพูดถูก พวกเขาทั้งคู่เป็นเพียงหมาข้างถนนไร้บ้าน แม้ว่าที่พักของพวกเขาจะหรูหรากว่าบ้านของคนทั่วไป แต่มันก็ไม่ได้เป็นของพวกเขาจริง ๆ ผู้นำสูงสุดของบราวอสคงไม่ช่วยพวกเขา และตระกูลใหญ่ทั้งสามก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปกป้องเจ้าชายผู้ถูกเนรเทศ ทำให้ตอนนี้วิเซริสมีทางเลือกอยู่สามทาง

หนึ่ง หลบหนีออกจากบราวอสโดยพกเพียงสูตรสบู่ไปด้วย แต่ถ้าทำเช่นนั้นก็อาจเป็นอันตรายยิ่งกว่า ถ้าไม่ถูกโรเบิร์ตฆ่าเสียก่อน ตระกูลเฟรการ์ก็คงส่งคนมาตามล่าเขาอยู่ดี โดยเฉพาะหากพวกเขาไปยังนครเสรีอื่น พวกเขาจะถูกมองเป็นเพียงพวกไร้ค่า และสถานการณ์ก็จะแย่ลงกว่าเดิม

สอง มอบสูตรสบู่ให้และร้องขอความเมตตา หากวิเซริสทำเช่นนั้น มันก็ไม่ต่างจากการอ้อนวอนขอชีวิต แถมยังอาจต้องส่งตัวน้องสาวไปด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาสู้เอาตัวไปให้สุนัขกินเสียยังดีกว่า

หากสองทางเลือกแรกใช้ไม่ได้ก็เหลือเพียงตัวเลือกสุดท้าย แสดงให้เห็นว่าเขามีค่ามากพอที่ทำให้สามตระกูลห้ำหั่นกันเอง และโชคดีที่เขามีค่ามากพอจะทำเช่นนั้น

คืนนั้นวิเซริสพาแดเนริสและไคลาเดินทางไปยังเมืองวินด์เลค สถานที่ที่สุภาพสตรีจากตระกูลซาลีนบอกให้เขาไป เมืองนี้ถูกตั้งชื่อตามทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในบราวอส แม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่เขาก็ยังสามารถมองเห็นเงาของอาคารที่สูงที่สุดในเมือง มันตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ราวกับยอดเขาหรือเรือธงของกองเรือ โดดเด่นเป็นอย่างมาก

เมื่อเข้าไปใกล้ขึ้นวิเซริสก็เห็นภาพเต็มของอาคารที่ดูคล้ายป้อมปราการ กำแพงของมันถูกแกะสลักเป็นลวดลายเรือ นี่คือที่พำนักของตระกูลซาลีน

ซึ่งก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปถึง พวกเขาก็มองเห็นแสงไฟส่องสว่างอยู่บนกำแพง ไม่นานนักประตูเล็กข้างประตูใหญ่ก็เปิดออก และมีชายคนหนึ่งเดินออกมา เขามีร่างกายเล็กเกือบเท่าเด็ก สูงเพียงแค่ระดับสะดือของวิเซริส และไม่สูงเท่าแดเนริสด้วยซ้ำ และเมื่อมองใกล้ ๆ พวกเขาก็เห็นว่าเขาเป็นชายหัวล้านร่างเล็ก

“พวกเจ้าเป็นใคร และมาที่นี่ทำไม?” ชายร่างเล็กถามด้วยเสียงแหลมสูง

วิเซริสยื่นสร้อยข้อมือของแดเนริสให้ชายคนนั้นและกล่าวว่า “สุภาพสตรีท่านหนึ่งมอบสร้อยเส้นนี้ให้ข้า และบอกว่าหากข้านำมันมาแสดง ข้าจะได้พบกับนาง”

คนแคระรับสร้อยข้อมือไปตรวจสอบ ความหงุดหงิดของเขาหายไปทันที “แต่ทำไมพวกเจ้าถึงมาในเวลานี้? ท่านหญิงเข้านอนแล้ว”

ได้ยินเช่นนั้นวิเซริสก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก คนแคระคนนี้ดูเหมือนเป็นเพียงข้ารับใช้ธรรมดาของตระกูลซาลีน แต่เขากลับจำสร้อยข้อมือของสุภาพสตรีได้ นั่นหมายความว่านางเป็นคนสำคัญ ไม่ใช่เพียงแค่ภรรยาน้อยของใครบางคน

“ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เช้าโปรดแนะนำพวกเราให้พบกับนาง เราจะรออยู่ใต้ต้นไม้นั่น ตกลงไหม?”

คนแคระมองวิเซริส จากนั้นเขาก็เขย่งปลายเท้าเพื่อมองเข้าไปในรถม้า เมื่อเห็นเพียงเด็กหญิงตัวเล็กและหญิงสาวอยู่ข้างใน เขาก็ลดความระแวงลงเล็กน้อย “ตกลง พวกเจ้ารอที่นั่นได้”

หลังจากนั้นเขาก็ค่อย ๆ เก็บสร้อยข้อมือไว้ในอกเสื้ออย่างระมัดระวัง ราวกับว่ามันเป็นแก้วบางแทนที่จะเป็นทองคำและอัญมณีล้ำค่า “มีอะไรอีกไหม?”

“มี” วิเซริสตอบ ก่อนหยิบจดหมายออกจากอกเสื้อแล้วยื่นให้ “มอบสิ่งนี้ให้ท่านหญิงเมื่อนางตื่น”

คนแคระเหลือบมองจดหมายครู่หนึ่งก่อนจะเก็บมันไว้ในอกเสื้อเช่นกัน

“ขอบคุณที่ช่วยเหลือ” วิเซริสพูดขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณว่าเขาไม่มีธุระอื่นอีก ทำให้คนแคระพยักหน้าแล้วค่อย ๆ เล็ดลอดผ่านประตูเล็กเข้าไป

“พี่คะ ในนั้นเขียนว่าอะไร?” แดเนริสถาม

วิเซริสยิ้มก่อนตอบว่า “ตอนนี้ยังเป็นความลับ พี่จะเล่าให้ฟังทีหลัง”

จากนั้นวิเซริสสั่งให้สารถีหยุดรถม้าใต้ต้นไม้ใหญ่ และทั้งสามก็นั่งรออยู่เงียบ ๆ ภายในรถม้า

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 41

คัดลอกลิงก์แล้ว