เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 38

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 38

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 38


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 38 วันเกิดของแดเนริส

ตลอดช่วงเวลานี้วิเซริสรู้สึกได้ถึงท่าทีที่เย็นชาของเฮลโบ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะวิเซริสเชื่อว่าเขาสามารถเสนอสิ่งที่เย้ายวนใจมากพอจนเฮลโบต้องยอมภักดี

“คนรู้จักกัน ปล่อยเขามาเถอะ” วิเซริสสั่ง และเหล่าผู้คุ้มกันในคราบพลเรือนของธนาคารเหล็กก็ปล่อยตัวเฮลโบ

เฮลโบยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยก่อนจะขึ้นรถม้าไปพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“ให้ตายเถอะ เฮลโบ! ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอเจ้าที่นี่” วิเซริสหยอกล้ออย่างติดตลก

“ข้าได้ยินมาว่าวันเกิดของแดเนริสใกล้จะมาถึงแล้ว ข้าเลยอยากรู้ว่าจะจัดที่ไหน” เฮลโบตอบด้วยรอยยิ้มประจบประแจง ซึ่งข้ออ้างนี้ก็ฟังดูไร้สาระไปหน่อย แต่วิเซริสก็ไม่ได้ซักไซ้อะไร

ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขาวิเซริสเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า บางคนมีวันเกิดเพราะอยากมีวันเกิด และบางคนมีวันเกิดเพราะคนอื่นต้องการให้พวกเขามีวันเกิด ดังนั้นด้วยความอยากรู้ วิเซริสจึงถามว่า “เจ้ารู้เรื่องวันเกิดของแดเนริสยังไง?”

ซึ่งคำตอบของเฮลโบก็ทำให้วิเซริสประทับใจ เซอร์วิลเล็ม ดาร์รีผู้ที่เคยพาพวกเขาหลบหนี และเคยอาศัยอยู่กับพวกเขาใน ‘ป้อมปราการสีแดง’ หลังจากเขาเสียชีวิตเหล่าคนรับใช้ในบ้านก็เริ่มแย่งชิงข้าวของของเขา

เมื่อตอนที่เฮลโบยังร่วมงานกับวิเซริส เขาได้แอบไปสืบจากคนเหล่านั้น แม้ว่าเขาจะไม่ได้ของมีค่ากลับมาเลย แต่เขาก็สามารถถามไถ่เรื่องวันเกิดของพี่น้องทาร์แกเรียนได้

ทำให้แรกเริ่มเดิมทีเขาตั้งใจจะตีตัวออกห่างจากวิเซริส แต่ตอนนี้เขากลับเห็นว่านี่อาจเป็นโอกาสของเขา

“แดเนริสลำบากมาหลายปีแล้วกับข้า แต่ไม่จำเป็นต้องจัดงานใหญ่โตอะไร แค่ฉลองกันที่บ้านของพวกเราก็พอ” วิเซริสกล่าว

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฮลโบก็รู้สึกโล่งใจ แถมคำว่า ‘พวกเรา’ ยังฟังดูอบอุ่นเหลือเกิน ตอนนี้เฮลโบไม่มีความคาดหวังอันฟุ้งเฟ้ออีกแล้ว เขาคิดว่าวิเซริสกำลังติดกับดักของฟาเลีย และอยู่ห่างจากการถูกครอบงำโดยนางเพียงก้าวเดียว

แต่แล้ววิเซริสก็ยื่นสิ่งหนึ่งให้เขา มันเป็นไข่สีขาวที่มีเปลือกแข็ง

“นี่มันอะไร . . . ?” เฮลโบถามด้วยความสงสัย

“มูนชาโดว์ นี่คือผลิตภัณฑ์ที่ข้าร่วมมือกับเลดี้มูนชาโดว์ เจ้าคิดว่ามันจะขายได้เท่าไหร่?” วิเซริสตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

เฮลโบถือสบู่ในมือ มันให้สัมผัสที่ลื่นนุ่ม แต่เมื่อสัมผัสแล้วกลับไม่มีคราบเหนียวหลงเหลืออยู่ แถมยังให้ความรู้สึกสดชื่นสะอาดอีกด้วย ก่อนที่เขาจะยกขึ้นดมและพบว่ามันมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ

‘ของชิ้นนี้คงทำจากน้ำมันวาฬแน่ ๆ ราคาคงไม่สูงมากหรอก’ เฮลโบคิดในใจ ก่อนจะเสนอราคา “ห้า ห้าหรือหกเงินดวงจันทร์?”

วิเซริสยิ้มแล้วกล่าวว่า “สูงกว่านั้น”

“สิบสอง?”

“สูงกว่านั้น!”

“ยี่สิบ?”

“สูงกว่านั้น!”

“พระเจ้า!”

มอเรลที่นั่งฟังอยู่สังเกตเห็นสีหน้าของเฮลโบเปลี่ยนไปจากปกติเป็นตกตะลึงด้วยความสนุกสนาน

“เฮลโบ สบู่มูนชาโดว์ก้อนหนึ่งขายได้ห้าเหรียญทองมังกร และนี่คือราคาต่ำสุด”

เฮลโบถึงกับทำสบู่หลุดมือ “ห้าเหรียญทองมังกร!?”

ตอนนี้เฮลโบเริ่มเสียใจที่ตัดสินใจขายน้ำมันวาฬไปก่อนหน้านี้ ถ้าเขากลับไปเจอตัวเองในอดีต เขาคงต่อยตัวเองให้หนำใจ

เมื่อเห็นเฮลโบมีปฏิกิริยาเช่นนั้น วิเซริสก็รู้ว่าได้เวลายื่นข้อเสนอแล้ว “ข้าตัดสินใจให้เจ้าถือหุ้นสองเปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นรางวัลสำหรับการดูแลความปลอดภัยของโรงงาน เจ้าคิดว่าอย่างไร?”

“สองเปอร์เซ็นต์?”

“ใช่ มอเรลจะเป็นผู้ค้ำประกันการทำธุรกรรมของเรา”

เฮลโบถึงกับอึ้ง ‘เขากลายเป็นชนชั้นพ่อค้าในพริบตาอย่างนั้นหรือ? เขาทำสิ่งที่บาเนอร์การ์ยังทำไม่ได้เชียวหรือ!?’

เฮลโบรู้สึกเวียนหัว เขามองออกไปยังทิวทัศน์ที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และมันก็ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันไม่มีผิด

ที่จริงแล้วเหตุผลหลักที่วิเซริสยอมให้เฮลโบเข้าร่วมก็เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเสียพลังงานมากเกินไปกับการบริหารธุรกิจ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือการเสริมสร้างอำนาจของตน และค้นหาวิธีได้รับ ‘เทคนิคสกินเชนเจอร์’ และฝึกฝนมัน พร้อมกับรวบรวมไข่มังกร

การใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อให้ธุรกิจสบู่ดำเนินไปอย่างราบรื่น ย่อมคุ้มค่ากับพลังงานและเวลาของเขา ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด

. . .

ไม่นานนักสบู่ชุดแรกก็เข้าสู่ตลาด และต้องบอกเลยว่าฟาเลียเป็นนักธุรกิจที่มีหัวคิดจริง ๆ

ทันทีที่เธอได้รับสบู่ชุดแรกจากวิเซริส เธอก็นำ 50 ก้อนไปถวายให้กับวิหารนักขับขานแห่งจันทรา เนื่องจากฟาเลียถูกขนานนามว่า ‘มูนชาโดว์’ และสบู่ก็ถูกเรียกว่ามูนชาโดว์ มันจึงสร้างความประทับใจให้กับผู้นำวิหารเป็นอย่างมาก ทำให้ฟาเลียได้รับสมญานามใหม่ว่า ‘ผู้บริสุทธิ์’ ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในนาม ‘ฟาเลียผู้บริสุทธิ์’

ซึ่งชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นนี้ช่วยดึงดูดแขกมายังสถานประกอบการของเธอมากขึ้น และส่งผลให้ราคาของสบู่ก้อนหนึ่งพุ่งสูงขึ้นไปถึงสิบ หรือแม้กระทั่งยี่สิบเหรียญทองมังกร!

แน่นอนว่าความสำเร็จเช่นนี้ย่อมนำมาซึ่งความอิจฉาริษยา อย่างไรก็ตามกำไรจากการจำหน่ายสบู่ในปริมาณจำกัดยังไม่มากพอที่จะดึงดูดความสนใจจากพ่อค้ารายใหญ่ ซึ่งนี่เป็นผลมาจากการควบคุมการผลิตของวิเซริสโดยเจตนาเพื่อให้แน่ใจว่าสบู่ยังคงเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย

เพราะวิเซริสรู้ดีว่าหากเขาท่วมตลาดด้วยสบู่ ขายแต่ละก้อนในราคาสิบ หรือหลายสิบเงินดวงจันทร์ ทั่วเมืองเสรี มหาอำนาจที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดจะกระโจนเข้ามาฉีกธุรกิจของเขาเป็นชิ้น ๆ ราวกับฉลามที่ได้กลิ่นเลือดแน่นอน

สุดท้ายแล้วเขายังอ่อนแอเกินไป ทุกอย่างยังไม่มั่นคง ราวกับเดินอยู่บนผืนน้ำแข็งบาง ๆ ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขาจะเดินไปถึงอีกฝั่งได้หรือไม่

. . .

ในโรงละคร ชายหนุ่มคนหนึ่งถือสบู่ก้อนหนึ่งขึ้นมาแล้วถามว่า “โรงงานไหนเป็นผู้ผลิต?”

“เรายังคงสืบสวนอยู่ ท่านลอร์ดแอนเดอร์เซน” เสมียนตอบ

“ยังต้องสืบอีกหรือ? ไม่จำเป็นแล้ว” แอนเดอร์เซนวางสบู่ลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ

พักหลัง ๆ มานี้ มอเรลดื้อดึงผิดปกติ ปฏิเสธที่จะขายโรงงานของเขา ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังมีเงินทุนมากพอที่จะซื้อวัตถุดิบใหม่ ดังนั้นแอนเดอร์เซนจึงคาดการณ์ว่าโรงงานเทียนของมอเรลน่าจะเป็นแหล่งผลิตสบู่ ยิ่งไปกว่านั้นโรงงานนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับฟาเลีย และสบู่ก็ถูกตั้งชื่อว่า ‘มูนชาโดว์’ ซึ่งตรงกับฉายาของนางอย่าง ‘มูนชาโดว์’ ความเชื่อมโยงนี้ชัดเจนเสียจนไม่ต้องเสียเวลาสืบให้มากความ

“หาตัวคนทำสบู่ให้เจอ ข้าจะเสนอราคาที่น่าพอใจให้เขา” แอนเดอร์เซนออกคำสั่ง

แอนเดอร์เซนนั้นสืบเชื้อสายจากตระกูลเฟรการ์ หนึ่งในสามตระกูลใหญ่แห่งบราวอส สำหรับเขาเงินก็เป็นเพียงตัวเลข ตราบใดที่เขาสามารถโค่นฟาเลียลงได้ และทำให้โสเภณีหญิงฝ่ายของเขาเป็นผู้ชนะการประกวดความงามมันก็คุ้มค่าแล้ว

. . .

ในขณะเดียวกันวิเซริสยังไม่รู้เรื่องราวเหล่านี้ และกำหนดเวลาที่เขานัดหมายกับนักฆ่าสาวก็ใกล้เข้ามาแล้ว หากเขาสามารถทำให้เธอยอมจำนนได้ เขาจะได้รับเทคนิค ‘สกินเชนเจอร์’ มาครอบครองในที่สุด และถ้าหากเขาสามารถควบคุมนกนักล่าอย่างเหยี่ยวได้ มันจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อเส้นทางการเป็นทหารรับจ้างของเขา

เมื่อไม่มีหมอกแห่งสงคราม และสามารถมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวของศัตรูได้อย่างชัดเจน ขุนพลที่ได้รับการศึกษาดีย่อมสามารถครองสมรภูมิได้อย่างเบ็ดเสร็จ!

“ใกล้ถึงเวลาแล้วสินะ” หลังจากใช้ความฝันแห่งมังกรเพื่อสอดแนม วิเซริสก็ตัดสินใจว่าคืนนี้เขาจะต้องทำให้นักฆ่าหญิงยอมจำนนให้ได้

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 38

คัดลอกลิงก์แล้ว