เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 37

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 37

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 37


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 37 ธนาคารเหล็ก

ในขณะที่เฮลโบกำลังเร่งรีบไปพบวิเซริส เขากลับพบว่าวิเซริสไม่ได้อยู่บ้าน และสิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมก็คือไม่มีสาวใช้คนใดที่วิเซริสจ้างไว้ยอมให้เขาเข้าไป ทำให้เขาทำได้เพียงมองจากระยะไกล และเห็นแดเนริสกำลังฝึกดาบอยู่บนสนามหญ้า ซึ่งเขาก็อยากถามแดเนริสเหลือเกินว่าวิเซริสไปที่ไหน แต่เธอกลับแค่โบกมือให้เขาจากระยะไกล

‘ข้านี่มันโง่จริง ๆ!’ เฮลโบสาปแช่งตัวเองในใจเมื่อเริ่มตระหนักได้ว่าวิเซริสจงใจตีตัวออกห่าง ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา เฮลโบไม่สามารถทำให้ธุรกิจของตัวเองเติบโตได้เลย เขาจึงเผลอคิดไปว่าวิเซริสผู้ได้รับฉายาว่า ‘ราชาขอทาน’ ก็คงไม่มีทางประสบความสำเร็จได้ง่าย ๆ เช่นกัน เพราะในสายตาของเขาวิเซริสอาจจะเก่งเรื่องการต่อสู้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีพรสวรรค์ด้านการค้า

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิดไปทั้งหมด การที่ได้พบกับมูนชาโดว์ฟาเลียมันก็หมายความว่าความพยายามของวิเซริสได้รับการยอมรับแล้ว และด้วยการรับรองจากฟาเลียวิเซริสสามารถทำสิ่งที่เฮลโบทำไม่ได้มานานกว่าสิบปีให้สำเร็จได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน และถ้าหากวิเซริสมีธุรกิจของตัวเอง เขาก็จะไม่อยู่ในชนชั้นเดียวกับเฮลโบอีกต่อไป

เมื่อเฮลโบตระหนักว่าวิเซริสอาจเป็นโอกาสให้เขาได้เลื่อนฐานะ เขาจึงมุ่งหน้าไปที่โรงงานของมอเรลทันที เพราะวิเซริสใช้ที่นั่นเป็นห้องทดลองของเขา

แต่สิ่งที่เฮลโบไม่รู้ก็คือ เหตุผลที่เขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปเป็นเพราะวิเซริสเคยเห็น ‘อุปกรณ์ทรมาน’ ของเขา ทำให้หลังจากเฮลโบออกไปในวันนั้น วิเซริสจึงสั่งสาวใช้ของตนไว้อย่างชัดเจนว่าถ้าเขาไม่อยู่บ้าน ห้ามให้เฮลโบเข้ามา และห้ามปล่อยให้เฮลโบเข้าใกล้แดเนริส นอกจากนี้วิเซริสยังสั่งแดเนริสให้เพียงแค่ทักทายเฮลโบจากระยะไกล แต่ห้ามสนทนาด้วย

ในขณะเดียวกันวิเซริสซึ่งมีมอเรลติดตามอยู่กำลังเดินทางไปที่ ‘ธนาคารเหล็ก’ อันเลื่องชื่อ ซึ่งทุกคนที่เคยดู ‘มหาศึกชิงบัลลังก์’ ต่างรู้ดีว่าธนาคารเหล็กเป็นสถาบันทางการเงินที่ทรงอำนาจ ลิตเติ้ลฟิงเกอร์ได้เป็นมาสเตอร์ออฟคอยน์เพราะเขากู้เงินจากธนาคารเหล็ก ทำให้ดูราวกับว่าเขาสามารถเสกเงินออกมาจากปลายนิ้วได้ แต่ในความเป็นจริง ดอกเบี้ยของเงินกู้เหล่านี้ถูกผลักภาระไปให้ประชาชนในเวสเทอรอส

ต่อมาเมื่อเวสเทอรอสเข้าสู่ภาวะสงคราม สแตนนิส บาราเธียน ก็ต้องมากู้เงินจากธนาคารเหล็ก เช่นเดียวกับจอน สโนว์

นอกจากนี้ถ้าย้อนกลับไปในยุคทาร์แกเรียนก็เคยมีราชาที่ต้องการฝากเงินในธนาคารเหล็กเพื่อรับดอกเบี้ยเช่นกัน ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงอำนาจของมัน และธนาคารเหล็กก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่เก็บเงินเท่านั้น เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็คงตกเป็นเป้าหมายของผู้คนมากมายไปแล้ว

พวกเขายังมี ‘อาวุธ’ ของตัวเอง หากใครกล้าเบี้ยวหนี้ ธนาคารเหล็กก็จะให้การสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามของบุคคลนั้น ไม่ว่าจะเป็นการให้เงินทุนแก่ศัตรู หรือสนับสนุนกองกำลังปฏิวัติ และเมื่อฝ่ายกบฏหรือคู่แข่งของลูกหนี้ขึ้นสู่อำนาจ คนเหล่านั้นก็ต้องสืบทอดหนี้สินที่เหลืออยู่จากรัฐบาลก่อนหน้า

ทำให้ที่มาของชื่อธนาคารเหล็กเกิดจากการที่ผู้ก่อตั้งในยุคแรกเริ่มเก็บเงินไว้ในเหมืองเหล็กที่ถูกทิ้งร้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไปธนาคารเหล็กเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น จึงย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

“เจ้าชาย ที่นั่นคือธนาคารเหล็ก” มอเรลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ นับตั้งแต่วิเซริสได้พบกับฟาเลียและบรรลุข้อตกลง มอเรลก็เริ่มชื่นชมเขามากขึ้น เพราะเขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่ได้เห็นเวทมนตร์ของสบู่กับตาตัวเอง และรู้ว่าการผลิตสบู่ช่วยให้โรงงานของเขารอดพ้นจากการล้มละลาย

เมื่อได้ยินดังนั้นวิเซริสจึงชะโงกศีรษะออกจากรถม้าและมองไปยังเบื้องหน้า ที่นั่นเขาเห็นกำแพงสูงตระหง่านของธนาคารเหล็ก มียามลาดตระเวนไปมา พวกยามล้วนแต่ดูแข็งแกร่งได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี และมีร่างกายที่สมบูรณ์บ่งบอกถึงการได้รับอาหารที่ดี

ถนนด้านหน้าถูกขวางด้วยเครื่องกั้นด่านตรวจ ยามของธนาคารเหล็กเข้ามาหยุดรถม้าเพื่อตรวจสอบ คนเหล่านั้นสวมเสื้อคลุมสีดำที่ประดับด้วยลายจุดสีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ ‘เงิน’ และหลังจากตรวจสอบตัวตนแล้ว รถม้าก็ได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าไป โดยต้องผ่านประตูถึงสามชั้น

หลังจากผ่านด่านตรวจทั้งหมด วิเซริสและมอเรลก็ถูกขอให้ลงจากรถม้าและเดินต่อไป

“เจ้าชาย ที่นี่เป็นที่ที่ธนาคารเหล็กทำธุรกิจ” มอเรลกล่าว พลางชี้ไปที่อาคารเบื้องหน้า

วิเซริสพยักหน้า ตรงหน้าของเขาคืออาคารสูงสง่าที่ดูเหมือนการผสมผสานระหว่างวิหารและศาล บริเวณทางเข้ามีรูปปั้นของสตรีที่แขนทั้งสองข้างแปรเปลี่ยนเป็นปีก

ขณะเดินไปข้างหน้าวิเซริสก็สังเกตเห็นบางสิ่งที่พื้น และเมื่อเขาก้มมองลงไปเขาก็เห็นข้อความสลักเป็นอักษรสามภาษา ได้แก่ ภาษาทั่วไป, โดธารากี และ วาเลเรียน โดยข้อความนั้นได้เขียนไว้ว่า ‘ธนาคารเหล็กจะได้รับสิ่งที่ควรได้’

ทันใดนั้นวิเซริสรู้สึกถึงบรรยากาศของ ‘มหาศึกชิงบัลลังก์’ ที่กำลังคืบคลานเข้ามา และทุกกลุ่มอำนาจที่มีชื่อเสียงล้วนมีสโลแกนประจำตระกูลของตัวเองทั้งนั้น

ไฟและโลหิต, ฤดูหนาวกำลังมาเยือน, ครอบครัว หน้าที่ เกียรติยศ, โตอย่างเข้มแข็ง, แลนนิสเตอร์จ่ายหนี้เสมอ . . .

เมื่อพวกเขาก้าวเข้าสู่โถงธนาคาร วิเซริสก็รู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จ้องมองมา แม้จะไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่พวกเขากำลังจับตาดูอยู่ตลอดเวลา

โถงภายในเงียบสงบ มีเพียงเสียงฝีเท้าและเสียงขีดเขียนของปากกา ขณะนั้นเองพนักงานของธนาคารเหล็กคนหนึ่งซึ่งมีหนวดเครายาวและสวมเครื่องแบบสีน้ำตาลก็เดินเข้ามาหาพวกเขา “ท่านต้องการกู้ ฝาก หรือถอนเงิน?”

วิเซริสตอบติดตลกว่า “ทำบัตร”

“หืม?”

แน่นอนว่าพนักงานของธนาคารเหล็กไม่สามารถหยอกล้อเล่น ๆ ได้ ดังนั้นมอเรลจึงรีบตอบแทนอย่างจริงจังและรวดเร็วว่า “ถอนเงิน”

“โปรดตามข้ามา”

พนักงานหยิบกุญแจออกจากกระเป๋าหน้าอกและนำวิเซริสเข้าไปในห้องเล็ก ๆ ปล่อยให้มอเรลรออยู่ด้านนอก จากนั้นเขาก็เชิญวิเซริสนั่งลง ก่อนจะนั่งลงตรงข้าม

“ท่านชื่ออะไร?”

“วิเซริส ทาร์แกเรียน”

พนักงานก้มศีรษะลงเล็กน้อยและจดอะไรบางอย่างลงบนกระดาษ จากนั้นเขาถามคำถามเพิ่มเติมอีกสองสามข้อด้วยท่าทีจริงจังเป็นอย่างยิ่ง

ทันใดนั้นวิเซริสนึกขึ้นได้ว่าตัวตนดั้งเดิมของเขาเคยเดินทางมายังธนาคารเหล็กเพื่อขอกู้เงิน แต่กลับถูกปฏิเสธ สาเหตุแน่นอนว่าเป็นเพราะธนาคารไม่เชื่อว่าวิเซริสจะสามารถกอบกู้บัลลังก์และฟื้นฟูอาณาจักรได้

แม้ว่าธนาคารเหล็กจะไม่มีเทคโนโลยีในการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่หรือระบบตรวจสอบการเงินเหมือนธนาคารยุคปัจจุบัน แต่พวกเขาก็มีวิธีการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงในแบบของตัวเอง

“เพื่อยืนยัน ท่านต้องการถอนเงินใช่หรือไม่?”

“ถูกต้อง”

“หมายเลขบัญชีของท่าน?”

วิเซริสบอกหมายเลขบัญชีที่อิลลิริโอเคยทิ้งไว้ให้

“รหัสผ่านบัญชี?”

“ไฟและโลหิต”

ทันทีที่วิเซริสกล่าวรหัสผ่านที่ถูกต้อง สีหน้าจริงจังของพนักงานก็ละลายไปกลายเป็นท่าทีเป็นมิตรขึ้นมาทันที

“บัญชีของท่านมีจำนวน 7,000 เหรียญทองมังกร ท่านต้องการถอนเท่าไหร่?”

“5,000”

“ท่านต้องการผู้คุ้มกันหรือไม่?”

“ไม่ . . . เอ่อ ค่าจ้างผู้คุ้มกันอยู่ที่เท่าไหร่?”

พนักงานยิ้มและกล่าวว่า “เรามีบริการคุ้มกัน 5 ระดับ . . .”

“โอเค แล้วท่านแนะนำแบบไหน?”

หลังจากศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริการของธนาคารเหล็ก วิเซริสก็จ่าย 100 เหรียญทองมังกรและเลือกแพ็กเกจ ‘คุ้มกันลับ’ จากธนาคารเหล็ก

เมื่อได้เงินแล้วพวกเขาก็ออกจากธนาคารเหล็ก แน่นอนว่าพวกเขายังเดินไปได้ไม่ไกล บริการคุ้มกันที่เลือกมาก็เริ่มแสดงผล เพราะมันมีคนที่ถูกยามของธนาคารเหล็กควบคุมตัวอยู่ และคนนั้น ๆ ก็ดูคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างมาก . . .

เขาก็คือ เฮลโบ!

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 37

คัดลอกลิงก์แล้ว