- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 37
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 37
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 37
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 37 ธนาคารเหล็ก
ในขณะที่เฮลโบกำลังเร่งรีบไปพบวิเซริส เขากลับพบว่าวิเซริสไม่ได้อยู่บ้าน และสิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมก็คือไม่มีสาวใช้คนใดที่วิเซริสจ้างไว้ยอมให้เขาเข้าไป ทำให้เขาทำได้เพียงมองจากระยะไกล และเห็นแดเนริสกำลังฝึกดาบอยู่บนสนามหญ้า ซึ่งเขาก็อยากถามแดเนริสเหลือเกินว่าวิเซริสไปที่ไหน แต่เธอกลับแค่โบกมือให้เขาจากระยะไกล
‘ข้านี่มันโง่จริง ๆ!’ เฮลโบสาปแช่งตัวเองในใจเมื่อเริ่มตระหนักได้ว่าวิเซริสจงใจตีตัวออกห่าง ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา เฮลโบไม่สามารถทำให้ธุรกิจของตัวเองเติบโตได้เลย เขาจึงเผลอคิดไปว่าวิเซริสผู้ได้รับฉายาว่า ‘ราชาขอทาน’ ก็คงไม่มีทางประสบความสำเร็จได้ง่าย ๆ เช่นกัน เพราะในสายตาของเขาวิเซริสอาจจะเก่งเรื่องการต่อสู้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีพรสวรรค์ด้านการค้า
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิดไปทั้งหมด การที่ได้พบกับมูนชาโดว์ฟาเลียมันก็หมายความว่าความพยายามของวิเซริสได้รับการยอมรับแล้ว และด้วยการรับรองจากฟาเลียวิเซริสสามารถทำสิ่งที่เฮลโบทำไม่ได้มานานกว่าสิบปีให้สำเร็จได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน และถ้าหากวิเซริสมีธุรกิจของตัวเอง เขาก็จะไม่อยู่ในชนชั้นเดียวกับเฮลโบอีกต่อไป
เมื่อเฮลโบตระหนักว่าวิเซริสอาจเป็นโอกาสให้เขาได้เลื่อนฐานะ เขาจึงมุ่งหน้าไปที่โรงงานของมอเรลทันที เพราะวิเซริสใช้ที่นั่นเป็นห้องทดลองของเขา
แต่สิ่งที่เฮลโบไม่รู้ก็คือ เหตุผลที่เขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปเป็นเพราะวิเซริสเคยเห็น ‘อุปกรณ์ทรมาน’ ของเขา ทำให้หลังจากเฮลโบออกไปในวันนั้น วิเซริสจึงสั่งสาวใช้ของตนไว้อย่างชัดเจนว่าถ้าเขาไม่อยู่บ้าน ห้ามให้เฮลโบเข้ามา และห้ามปล่อยให้เฮลโบเข้าใกล้แดเนริส นอกจากนี้วิเซริสยังสั่งแดเนริสให้เพียงแค่ทักทายเฮลโบจากระยะไกล แต่ห้ามสนทนาด้วย
ในขณะเดียวกันวิเซริสซึ่งมีมอเรลติดตามอยู่กำลังเดินทางไปที่ ‘ธนาคารเหล็ก’ อันเลื่องชื่อ ซึ่งทุกคนที่เคยดู ‘มหาศึกชิงบัลลังก์’ ต่างรู้ดีว่าธนาคารเหล็กเป็นสถาบันทางการเงินที่ทรงอำนาจ ลิตเติ้ลฟิงเกอร์ได้เป็นมาสเตอร์ออฟคอยน์เพราะเขากู้เงินจากธนาคารเหล็ก ทำให้ดูราวกับว่าเขาสามารถเสกเงินออกมาจากปลายนิ้วได้ แต่ในความเป็นจริง ดอกเบี้ยของเงินกู้เหล่านี้ถูกผลักภาระไปให้ประชาชนในเวสเทอรอส
ต่อมาเมื่อเวสเทอรอสเข้าสู่ภาวะสงคราม สแตนนิส บาราเธียน ก็ต้องมากู้เงินจากธนาคารเหล็ก เช่นเดียวกับจอน สโนว์
นอกจากนี้ถ้าย้อนกลับไปในยุคทาร์แกเรียนก็เคยมีราชาที่ต้องการฝากเงินในธนาคารเหล็กเพื่อรับดอกเบี้ยเช่นกัน ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงอำนาจของมัน และธนาคารเหล็กก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่เก็บเงินเท่านั้น เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็คงตกเป็นเป้าหมายของผู้คนมากมายไปแล้ว
พวกเขายังมี ‘อาวุธ’ ของตัวเอง หากใครกล้าเบี้ยวหนี้ ธนาคารเหล็กก็จะให้การสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามของบุคคลนั้น ไม่ว่าจะเป็นการให้เงินทุนแก่ศัตรู หรือสนับสนุนกองกำลังปฏิวัติ และเมื่อฝ่ายกบฏหรือคู่แข่งของลูกหนี้ขึ้นสู่อำนาจ คนเหล่านั้นก็ต้องสืบทอดหนี้สินที่เหลืออยู่จากรัฐบาลก่อนหน้า
ทำให้ที่มาของชื่อธนาคารเหล็กเกิดจากการที่ผู้ก่อตั้งในยุคแรกเริ่มเก็บเงินไว้ในเหมืองเหล็กที่ถูกทิ้งร้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไปธนาคารเหล็กเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น จึงย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
“เจ้าชาย ที่นั่นคือธนาคารเหล็ก” มอเรลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ นับตั้งแต่วิเซริสได้พบกับฟาเลียและบรรลุข้อตกลง มอเรลก็เริ่มชื่นชมเขามากขึ้น เพราะเขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่ได้เห็นเวทมนตร์ของสบู่กับตาตัวเอง และรู้ว่าการผลิตสบู่ช่วยให้โรงงานของเขารอดพ้นจากการล้มละลาย
เมื่อได้ยินดังนั้นวิเซริสจึงชะโงกศีรษะออกจากรถม้าและมองไปยังเบื้องหน้า ที่นั่นเขาเห็นกำแพงสูงตระหง่านของธนาคารเหล็ก มียามลาดตระเวนไปมา พวกยามล้วนแต่ดูแข็งแกร่งได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี และมีร่างกายที่สมบูรณ์บ่งบอกถึงการได้รับอาหารที่ดี
ถนนด้านหน้าถูกขวางด้วยเครื่องกั้นด่านตรวจ ยามของธนาคารเหล็กเข้ามาหยุดรถม้าเพื่อตรวจสอบ คนเหล่านั้นสวมเสื้อคลุมสีดำที่ประดับด้วยลายจุดสีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ ‘เงิน’ และหลังจากตรวจสอบตัวตนแล้ว รถม้าก็ได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าไป โดยต้องผ่านประตูถึงสามชั้น
หลังจากผ่านด่านตรวจทั้งหมด วิเซริสและมอเรลก็ถูกขอให้ลงจากรถม้าและเดินต่อไป
“เจ้าชาย ที่นี่เป็นที่ที่ธนาคารเหล็กทำธุรกิจ” มอเรลกล่าว พลางชี้ไปที่อาคารเบื้องหน้า
วิเซริสพยักหน้า ตรงหน้าของเขาคืออาคารสูงสง่าที่ดูเหมือนการผสมผสานระหว่างวิหารและศาล บริเวณทางเข้ามีรูปปั้นของสตรีที่แขนทั้งสองข้างแปรเปลี่ยนเป็นปีก
ขณะเดินไปข้างหน้าวิเซริสก็สังเกตเห็นบางสิ่งที่พื้น และเมื่อเขาก้มมองลงไปเขาก็เห็นข้อความสลักเป็นอักษรสามภาษา ได้แก่ ภาษาทั่วไป, โดธารากี และ วาเลเรียน โดยข้อความนั้นได้เขียนไว้ว่า ‘ธนาคารเหล็กจะได้รับสิ่งที่ควรได้’
ทันใดนั้นวิเซริสรู้สึกถึงบรรยากาศของ ‘มหาศึกชิงบัลลังก์’ ที่กำลังคืบคลานเข้ามา และทุกกลุ่มอำนาจที่มีชื่อเสียงล้วนมีสโลแกนประจำตระกูลของตัวเองทั้งนั้น
ไฟและโลหิต, ฤดูหนาวกำลังมาเยือน, ครอบครัว หน้าที่ เกียรติยศ, โตอย่างเข้มแข็ง, แลนนิสเตอร์จ่ายหนี้เสมอ . . .
เมื่อพวกเขาก้าวเข้าสู่โถงธนาคาร วิเซริสก็รู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จ้องมองมา แม้จะไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่พวกเขากำลังจับตาดูอยู่ตลอดเวลา
โถงภายในเงียบสงบ มีเพียงเสียงฝีเท้าและเสียงขีดเขียนของปากกา ขณะนั้นเองพนักงานของธนาคารเหล็กคนหนึ่งซึ่งมีหนวดเครายาวและสวมเครื่องแบบสีน้ำตาลก็เดินเข้ามาหาพวกเขา “ท่านต้องการกู้ ฝาก หรือถอนเงิน?”
วิเซริสตอบติดตลกว่า “ทำบัตร”
“หืม?”
แน่นอนว่าพนักงานของธนาคารเหล็กไม่สามารถหยอกล้อเล่น ๆ ได้ ดังนั้นมอเรลจึงรีบตอบแทนอย่างจริงจังและรวดเร็วว่า “ถอนเงิน”
“โปรดตามข้ามา”
พนักงานหยิบกุญแจออกจากกระเป๋าหน้าอกและนำวิเซริสเข้าไปในห้องเล็ก ๆ ปล่อยให้มอเรลรออยู่ด้านนอก จากนั้นเขาก็เชิญวิเซริสนั่งลง ก่อนจะนั่งลงตรงข้าม
“ท่านชื่ออะไร?”
“วิเซริส ทาร์แกเรียน”
พนักงานก้มศีรษะลงเล็กน้อยและจดอะไรบางอย่างลงบนกระดาษ จากนั้นเขาถามคำถามเพิ่มเติมอีกสองสามข้อด้วยท่าทีจริงจังเป็นอย่างยิ่ง
ทันใดนั้นวิเซริสนึกขึ้นได้ว่าตัวตนดั้งเดิมของเขาเคยเดินทางมายังธนาคารเหล็กเพื่อขอกู้เงิน แต่กลับถูกปฏิเสธ สาเหตุแน่นอนว่าเป็นเพราะธนาคารไม่เชื่อว่าวิเซริสจะสามารถกอบกู้บัลลังก์และฟื้นฟูอาณาจักรได้
แม้ว่าธนาคารเหล็กจะไม่มีเทคโนโลยีในการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่หรือระบบตรวจสอบการเงินเหมือนธนาคารยุคปัจจุบัน แต่พวกเขาก็มีวิธีการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงในแบบของตัวเอง
“เพื่อยืนยัน ท่านต้องการถอนเงินใช่หรือไม่?”
“ถูกต้อง”
“หมายเลขบัญชีของท่าน?”
วิเซริสบอกหมายเลขบัญชีที่อิลลิริโอเคยทิ้งไว้ให้
“รหัสผ่านบัญชี?”
“ไฟและโลหิต”
ทันทีที่วิเซริสกล่าวรหัสผ่านที่ถูกต้อง สีหน้าจริงจังของพนักงานก็ละลายไปกลายเป็นท่าทีเป็นมิตรขึ้นมาทันที
“บัญชีของท่านมีจำนวน 7,000 เหรียญทองมังกร ท่านต้องการถอนเท่าไหร่?”
“5,000”
“ท่านต้องการผู้คุ้มกันหรือไม่?”
“ไม่ . . . เอ่อ ค่าจ้างผู้คุ้มกันอยู่ที่เท่าไหร่?”
พนักงานยิ้มและกล่าวว่า “เรามีบริการคุ้มกัน 5 ระดับ . . .”
“โอเค แล้วท่านแนะนำแบบไหน?”
หลังจากศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริการของธนาคารเหล็ก วิเซริสก็จ่าย 100 เหรียญทองมังกรและเลือกแพ็กเกจ ‘คุ้มกันลับ’ จากธนาคารเหล็ก
เมื่อได้เงินแล้วพวกเขาก็ออกจากธนาคารเหล็ก แน่นอนว่าพวกเขายังเดินไปได้ไม่ไกล บริการคุ้มกันที่เลือกมาก็เริ่มแสดงผล เพราะมันมีคนที่ถูกยามของธนาคารเหล็กควบคุมตัวอยู่ และคนนั้น ๆ ก็ดูคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างมาก . . .
เขาก็คือ เฮลโบ!
โปรดติดตามตอนต่อไป …