- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 36
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 36
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 36
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 36 บรรลุข้อตกลง ~
ฟาเลียเผยรอยยิ้มบาง ๆ ภายใต้ผ้าคลุมหน้า ก่อนจะวางสบู่ที่รานเช่นำกลับมาไว้บนจาน และกล่าวว่า “รานเช่บอกข้าว่าท่านลอร์ดวิเซริสตั้งใจจะขายสบู่นี้ในราคา 20 เงินดวงจันทร์ ข้าคิดว่าท่านอาจยังไม่เข้าใจถึงมูลค่าที่แท้จริงของสบู่นี้ในบราวอส ข้าเชื่อว่ามันสามารถขายได้ในราคา 3 ทองมังกร หรืออาจจะถึง 5 ทองมังกรในช่วงแรก”
ข้อเสนอของฟาเลียสูงกว่าที่วิเซริสคาดการณ์ไว้มาก เดิมทีเขาคิดว่าขายสบู่ในราคา 20 เงินดวงจันทร์ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ในเขตของเหล่าผู้มั่งคั่ง คนขายน้ำที่อยู่ใกล้ ๆ เขาต้องทำงานหนักถึงสองวันเพื่อให้ได้ 1 เงินดวงจันทร์ ซึ่ง 20 เงินดวงจันทร์จึงเท่ากับค่าแรงเกือบหนึ่งเดือนของเขา ขณะที่ทองมังกรหนึ่งเหรียญสามารถแลกเป็นเงินดวงจันทร์ได้ประมาณ 30 เหรียญ ซึ่งหมายความว่าข้อเสนอของฟาเลียที่ 3 - 5 ทองมังกรนั้นเป็นราคาที่สูงขึ้นถึง 4 - 5 เท่า และยังบ่งบอกถึงความต้องการของตลาดที่สูงมาก
วิเซริสพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้เผยความตกใจ และตอบกลับอย่างใจเย็น “อันที่จริงแล้ว วัตถุดิบในการทำสบู่ไม่แพงมาก ส่วนใหญ่ก็เป็นของที่ใช้ทำเทียนไขจากน้ำมันปลาวาฬ สิ่งที่สำคัญคือกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนและยุ่งยาก”
วิเซริสกล่าวอย่างมีชั้นเชิงเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องการตั้งราคาที่ต่ำเกินไป
ฟาเลียพยักหน้ารับรู้ เธอเข้าใจดีว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังเพิ่มอำนาจต่อรองของตนเอง และถึงเวลาที่เธอต้องยื่นข้อเสนอ “หากท่านเต็มใจร่วมมือ ข้าคิดว่าข้าสามารถขายสบู่ได้ในราคา 5 ทองมังกร อย่างไรก็ตามหากต้องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น เราอาจต้องลดราคาลงในภายหลัง ส่วนเรื่องการแบ่งผลกำไร ท่านต้องการสัดส่วนเท่าใด?”
วิเซริสครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “แบ่งกัน 20/80”
ฟาเลียถึงกับชะงักไปเล็กน้อย “ท่านต้องการแค่ 20% อย่างนั้นหรือ? ข้าคิดว่า . . .”
“ไม่ ข้าจะรับ 80%”
บรรยากาศภายในห้องเคร่งเครียดขึ้นมาทันที แน่นอนว่าวิเซริสยังคงยิ้ม แต่ในใจกับรู้สึกเหมือนตนเองเป็นจ้าวมังกรผู้กลับชาติมาเกิดในนิยายเมืองสมัยใหม่ เพราะตอนนี้เขากำลังยกระดับการเดิมพันในโต๊ะเจรจานี้ครั้งใหญ่ แม้ว่าเขาจะมีสูตรสบู่ แต่วิเซริสก็ไม่ได้คิดจะลงแรงทำงานในโรงผลิตหรือช่วยโฆษณา เพราะสิ่งที่วิเซริสต้องการคือผลกำไรที่ไม่ต่ำกว่า 50%
ฟาเลียเป็นโสเภณีชั้นสูงที่มากประสบการณ์ เธอรินชาใส่ถ้วยให้วิเซริสอย่างนุ่มนวล ก่อนจะกล่าวว่า “ข้ามีเพื่อนอยู่ในหมู่มูนซิงเกอร์ พวกเขาล้วนเป็นพ่อค้าที่มั่งคั่งและมีอำนาจ หากต้องการรักษาความสัมพันธ์เหล่านี้ย่อมต้องใช้ความพยายามไม่น้อย”
คำพูดนี้ของฟาเลียเป็นการบอกเป็นนัยว่าการขายสบู่นี้ต้องมีค่าตอบแทนให้กับคนบางกลุ่ม ค่าใช้จ่ายจึงไม่ได้จำกัดแค่ต้นทุนวัตถุดิบและแรงงาน ในขณะเดียวกันในระหว่างที่พูดถึงมูนซิงเกอร์ เธอก็ค่อย ๆ ถอดผ้าคลุมหน้าออกอย่างแนบเนียน
‘พระเจ้า! แองเจลิน่า หรือ . . . คริสติน่า!?’
วิเซริสตกตะลึงทันที นางมีใบหน้าคล้ายกับนักแสดงหญิงสองคนในชีวิตก่อนของเขา คนแรกเป็นนางแบบชาวรัสเซีย ส่วนอีกคนได้รับฉายาว่า ‘ดอกกุหลาบแห่งฝรั่งเศส’ ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นโสเภณีที่มีฝีมือไม่ธรรมดา!
รูปลักษณ์อันงดงามของฟาเลีย ประกอบกับข้อเท็จจริงที่เธอหยิบยกมา ทำให้วิเซริสต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน แม้ว่าเขาจะพยายามควบคุมตนเอง แต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากสายตาที่เฉียบคมของฟาเลียได้ ทำให้นางยิ้มอย่างพึงพอใจ
“นอกจากนี้ หากเราต้องการทำกำไรจากสบู่ให้ได้มากที่สุดก็ต้องใช้ความพยายามมากขึ้น แต่ท่านวิเซริสไม่ต้องกังวล ข้าจะจัดงานเลี้ยงให้มากขึ้นเพื่อให้คนได้เห็นประโยชน์ของสบู่นี้โดยเร็วที่สุด”
ฟาเลียยกถ้วยชาขึ้นจิบก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย “ขออภัยท่านลอร์ดวิเซริส ดูเหมือนว่าชาจะเย็นไปหน่อย”
“ไม่เป็นไร” วิเซริสตอบ พร้อมกับลมเย็นพัดเข้ามาในห้อง ทำให้อากาศอบอุ่นในห้องจางลงเล็กน้อย
“อืม หนาวจัง” ฟาเลียกระชับเสื้อคลุมของนาง เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่ทำให้หัวใจของวิเซริสเต้นแรง
“โอ้ . . .”
“คะ? หรือว่าท่านไม่สบาย?” ฟาเลียแกล้งถามขึ้นมา แต่จริง ๆ แล้วเธอตั้งใจทำให้เป็นเช่นนั้น
“ไม่ ข้าแค่คิดว่า . . . ชามีรสชาติดี” วิเซริสรีบกลบเกลื่อนความอับอาย ทำให้ฟาเลียยิ้มบาง ๆ โดยไม่กล่าวอะไรเพิ่ม แต่รอยยิ้มนั้นราวกับถูกฝึกฝนมาหลายร้อยครั้งต่อหน้ากระจก ทุกอารมณ์ ทุกท่วงท่า ล้วนพอดิบพอดีจนทำให้หัวใจผู้คนหวั่นไหว
ในขณะนั้นเอง ฟาเลียก็กล่าวขึ้นต่อว่า “ข้าได้ยินมาว่าท่านลอร์ดวิเซริสมีน้องสาวชื่อแดเนริสใช่หรือไม่?”
ทันใดนั้นสีหน้าของวิเซริสที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานกลับกลายเป็นเย็นชา ราวกับมังกรที่กำลังตื่นจากนิทรา ดวงตาของวิเซริสจ้องมองฟาเลียด้วยแววตาอันน่ากลัวจนเธอรู้สึกหนาวสั่น
“โอ้?”
เพียงแค่การเปลี่ยนโทนเสียงก็ทำให้อากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้น ฟาเลียไม่เข้าใจเลยว่าทำไมชายหนุ่มตรงหน้าถึงเปลี่ยนไปเช่นนี้ ก่อนที่เธอจะนึกถึงคำพูดของรานเช่เกี่ยวกับ ‘ชื่อเสียงอันเลื่องลือ’ ของวิเซริส และรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เธอพยายามทำใจให้สงบ ก่อนจะหยิบกล่องเล็ก ๆ ออกมาจากข้างกาย “ข้า . . . ข้าได้ยินมาว่าเจ้าหญิงแดเนริสเกิดในช่วงพายุ และในทะเลแคบ ฤดูพายุที่รุนแรงที่สุดมักจะอยู่ในเดือนสิงหาคมถึงกันยายน แต่ข้าไม่แน่ใจว่าวันเกิดที่แท้จริงของเจ้าหญิงแดเนริสคือเมื่อใด”
ฟาเลียกลืนน้ำลายเบา ๆ แล้วค่อย ๆ เปิดกล่อง เผยให้เห็นสร้อยคออันประณีต “ดังนั้นข้าจึงไม่รู้ว่าวันเกิดของแดเนริสผ่านไปแล้วหรือยัง แต่ถ้ายัง . . . ข้าขอมอบสิ่งนี้ให้เป็นของขวัญวันเกิดของนาง”
สร้อยคอเส้นนี้ถูกฝังด้วยอัญมณีล้ำค่าทั้งหมดเจ็ดเม็ด เม็ดกลางเป็นสีม่วงเข้ม ส่วนหกเม็ดรอบข้างเป็นสีเขียวสดใส ซึ่งมันเป็นของที่มีมูลค่าสูงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ฟาเลียจะจ้องมองวิเซริสอย่างระมัดระวัง และแทบไม่กล้าหายใจแรง
แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่อาจโทษวิเซริสที่แสดงปฏิกิริยาเกินไปได้ เพราะบุคคลปริศนาที่หมายปองแดเนริสยังไม่เผยตัว หากเขากำลังพยายามใช้ฟาเลียเป็นสื่อกลางในการติดต่อ เช่นนั้นเขาก็จะเป็นฝ่ายพลิกเกมกลับเสียเอง
แต่เมื่อวิเซริสตระหนักว่าฟาเลียไม่มีเจตนาแอบแฝง วิเซริสก็สงบลง และรู้สึกประทับใจที่เธอสามารถคำนวณวันเกิดของแดเนริสจากเพียงข่าวลือ ทำให้ท่าทีของวิเซริสอ่อนโยนขึ้นก่อนจะรับสร้อยคอไว้แทนน้องสาว
จนกระทั่งในที่สุดพวกเขาทั้งสองฝ่ายก็บรรลุข้อตกลงกัน โดยสำหรับสบู่แต่ละก้อนที่ขายได้ วิเซริสจะได้รับครึ่งหนึ่งของผลกำไร แต่จะกัน 5% ไว้ให้ฟาเลียสำหรับบทบาทของเธอในการทำตลาดไข่มังกร ท้ายที่สุดแล้วไข่มังกรเป็นสินค้าที่หายาก นอกจากเงินที่ใช้ซื้อแล้ว ยังต้องใช้เงินจำนวนมากในการรวบรวมข้อมูลและสร้างเครือข่าย กล่าวอีกนัยหนึ่งคือวิเซริสจะได้รับครึ่งหนึ่งของผลกำไร ขณะที่โรงงานของมอเรลและฟาเลียจะแบ่งส่วนที่เหลือกันเอง
เนื่องจากสบู่จะถูกวางตัวเป็นสินค้าระดับ ‘ไฮเอนด์’ ในช่วงแรก ทำให้จำนวนการผลิตในล็อตแรกจึงมีเพียง 300 - 500 ก้อน ส่วนล็อตที่สองจะเพิ่มเป็น 1,000 - 1,500 ก้อน และเมื่อถึงช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองสิบวัน จะมีสบู่ถูกปล่อยออกสู่ตลาด 3,000 ก้อน โดยทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าจะเปลี่ยนชื่อสบู่เป็น ‘มูนชาโดว์’ เพราะสบู่เปรียบเสมือนพระจันทร์ และฟองสบู่ก็เปรียบเสมือนเงาของมัน
หลังจากกลับมาวิเซริสก็ส่งผลิตภัณฑ์ทดลองล็อตแรกทั้งหมดให้ฟาเลียเป็นผู้จัดการ นอกจากนี้ทั้งคู่ยังตกลงกันว่าสองเดือนให้หลัง วิเซริสจะเข้าร่วมเทศกาลในฐานะกวีของฟาเลีย ด้วยวิธีนี้ไข่มังกรก็จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ในขณะเดียวกันเมื่อเฮลโบรู้ว่าวิเซริสได้พบกับฟาเลียจริง ๆ และบรรลุข้อตกลงความร่วมมือ เขาก็เสียใจมากจนแทบตัวเขียว
“โอ้ จริงสิ! แดเนริส ดูเหมือนว่าใกล้จะถึงวันเกิดของเธอแล้ว ข้าต้องเตรียมของขวัญดี ๆ สักชิ้น”
เฮลโบรีบเปิดช่องลับในบ้านหยิบเหรียญทองออกมากำมือหนึ่ง แต่หลังจากนั้นเขาก็รู้สึกว่ามันยังไม่พอ จึงคว้าเพิ่มอีกหลายกำมือ แม้ว่ากองเงินของเขาจะพร่องลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาก็ไม่ลังเล และรีบออกไปหาของขวัญในทันที
โปรดติดตามตอนต่อไป …