- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 34
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 34
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 34
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 34 เดิมพัน
“บ้าจริง! นี่มันหลอกกันชัด ๆ!” วิเซรีสบ่นอย่างหัวเสียขณะเดินออกจากโรงละคร แต่ไม่นานเขาก็เรียกสติกลับมาได้
เขามั่นใจว่าฟาเลียรู้ดีว่าเธอกำลังทำอะไร เมื่อเธอได้ลองใช้สบู่แล้ว มันจะกลายเป็นของจำเป็นในชีวิตของเธอ วิเซรีสรู้สึกภูมิใจอยู่ลึก ๆ แน่ใจว่าเธอจะต้องตกหลุมรักสบู่ของเขาหลังจากได้ใช้มันแน่นอน
ในตอนนี้ต้นทุนการผลิตสบู่แต่ละก้อนอยู่ที่แค่หนึ่งหรือสองเหรียญเหล็กของบราวอสเท่านั้น แต่ถ้าเขาขายมันในราคายี่สิบเหรียญเงินดวงจันทร์ นั่นก็หมายความว่าเขาจะได้กำไรสูงถึง 7,000 เปอร์เซ็นต์!
ทันใดนั้นความเย็นยะเยือกก็แล่นไปตามต้นคอของวิเซรีสเมื่อเขาคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ตอนแรกเขาวางแผนจะขายสบู่ให้กับชนชั้นสูง เหล่าขุนนางผู้มั่งคั่งที่กินอาหารมัน ๆ เป็นประจำ ซึ่งแน่นอนว่าทำให้ใบหน้าของพวกเขามันเยิ้ม แต่สบู่ของเขานั้นมีพลังชะล้างที่แรงมาก พอใช้เพียงครั้งเดียว ใบหน้าก็จะแห้งตึง และยิ่งพวกเขาใช้บ่อยเท่าไหร่ หน้าก็จะยิ่งมันมากขึ้นเท่านั้น และสุดท้ายก็ต้องซื้อเพิ่ม มันจะกลายเป็น ‘วงจรไร้ที่สิ้นสุด’ ของเขา
อย่างไรก็ตามวิเซรีสก็ไม่ได้คิดจะเอาเปรียบคนจน เมื่อสบู่เป็นที่นิยมขึ้น มันก็จะกลายเป็นสิ่งที่ทุกชนชั้นสามารถเข้าถึงได้ ในที่สุดคนยากจนก็จะได้ใช้มันด้วยเช่นกัน แค่คิดถึงเรื่องนี้ก็ทำให้อารมณ์ของเขาดีขึ้นแล้ว
. . .
ช่วงห้าหกวันที่ผ่านมา วิเซรีสปล่อยให้นักฆ่าสาวอดอาหารจนแก้มตอบ เขาคิดว่าตอนนี้คงถึงเวลาที่เหมาะสมจะไปดูอาการของเธอ
ในขณะเดียวกันเฮลโบก็ได้ข่าวว่าวิเซรีสไปพบกับฟาเลีย ตอนแรกเขาก็ตกใจเล็กน้อย แต่พอคิดไปคิดมา เขากลับรู้สึกโล่งใจ เพราะดูเหมือนมอเรลกับฟาเลียจะเป็นพันธมิตรกัน โชคดีที่เขายังไม่ได้เดินเกมรุนแรงเกินไป
เมื่อเฮลโบรู้ว่าวิเซรีสไปโรงละครมูนพูล เขาก็หัวเราะในใจ เพราะจากประสบการณ์หลายปีในบราวอส เขารู้กฎของเหล่าโสเภณีดี พวกเธอไม่เคยออกจากเรือของตัวเองเลย นอกจากจะมีงานสาธารณะ ดังนั้นเขาคิดว่าฟาเลียคงไม่ใส่ใจ ‘เจตนาดี’ ของวิเซรีสมากนัก
‘ก็ดีเหมือนกัน’ เฮลโบคิดในใจอย่างสะใจ ‘พอเด็กหนุ่มหัวร้อนคนนี้สงบลงแล้ว มันจะควบคุมได้ง่ายขึ้น’
แค่คิดว่าตัวเองจะได้บงการ ‘เจ้าชาย’ คนนึงก็น่าสนุกแล้ว!
แต่ในขณะนั้นเองคนรับใช้ก็เข้ามาประกาศว่าวิเซรีสมาหา ทำให้เฮลโบรีบออกไปต้อนรับด้วยความอยากรู้อยากเห็น และหวังอยู่ลึก ๆ ว่าวิเซรีสจะถูกฟาเลียพาตัวไปเสียที เพราะต้องใช้ชีวิตร่วมกับนักฆ่าทุกวันแบบนี้ มันน่าหวาดเสียวเกินไป . . .
. . .
นักฆ่าสาวที่ถูกขังไว้หลายวันจนไม่ได้กินอะไร ตอนนี้แก้มตอบอย่างเห็นได้ชัด และเพื่อให้ป้อนอาหารเธอได้ง่ายขึ้น เฮลโบจึงใส่อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งไว้ในปากของเธอ
วิเซรีสที่เห็นอุปกรณ์นั้นแล้วก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจว่ามันคืออะไร “เจ้าหาที่ครอบปากมาจากไหน?”
“ที่ครอบปาก? ชื่อดีนี่!” เฮลโบมองวิเซรีสอย่างประหลาดใจ ราวกับพบพวกเดียวกัน
แน่นอนว่านักฆ่าสาวไม่เข้าใจว่าพวกเขากำลังพูดเรื่องอะไร เพราะตอนนี้เธอหวังแค่ว่าจะถูกปล่อยตัวโดยเร็ว ก่อนที่เธอจะเหลือบมองเป้าหมายของตนเองชายหนุ่มที่กำลังถือเทียนขึ้นมาส่องใบหน้าของเธอ ใช่แล้ว นี่คือคนที่เธอได้รับคำสั่งให้ฆ่า แต่ตอนนี้แม้แต่จะฆ่าตัวตาย เธอก็ยังทำไม่ได้ แล้วจะไปฆ่าใครได้อีก?
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เธอเห็นอุปกรณ์ทรมานที่อยู่รอบตัว และรู้ดีว่าไม่ช้าก็เร็วเธอจะต้องถูกใช้มันแน่ แต่สิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจคือ ชายหนุ่มกลับไม่ได้ทำอย่างที่เธอคิด และเพียงแค่ป้อนซุปหวานให้เธอเท่านั้น
‘อา . . . หวานจัง’ เธอถอนหายใจในใจ พร้อมกับรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอเริ่มกลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง สมองของเธอที่เหมือนมีสนิมเกาะมาตลอดหลายวันคล้ายกับได้รับการหล่อลื่น และความคิดของเธอเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง
‘เขาต้องการอะไรจากข้ากันแน่?’ เธอคิดอย่างสงสัย
ทันใดนั้นชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอก็เอ่ยขึ้นช้า ๆ “พวกเราทุกคนล้วนเป็นคนที่น่าสงสาร”
นักฆ่าสาวไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะพูดแบบนี้ เธออยากจะตอบโต้ แต่ติดที่พูดไม่ได้ เธอจึงได้แต่คิดในใจ ‘น่าสงสาร? เจ้าถือกำเนิดมาเป็นเจ้าชาย แม้จะต้องลี้ภัย แต่ก็ยังมีคนดูแลอยู่ เจ้าคิดว่าตัวเองน่าสงสาร? ถ้าเจ้าน่าสงสาร เช่นนั้นทุกคนก็คงน่าสงสารหมดแล้ว’
“เจ้าคิดว่าข้าพูดเหลวไหลสินะ? แต่ข้ารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเจ้า” วิเซรีสยังคงพูดต่อไป
“เรือลำที่เจ้าขึ้นเดินทาง ต้องเผชิญพายุในทะเลแคบ เจ้าติดอยู่กลางทะเลเพียงลำพังนานกว่าสิบวัน รอดชีวิตมาได้ด้วยการกินแค่ปลาและกุ้ง” วิเซรีสเริ่มเล่าเรื่องที่เขาเคยเห็นในความฝัน
เมื่อได้ยินคำพูดของวิเซริสเฮลโบก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ‘นักฆ่าคนนี้ไม่ธรรมดาเลยนะ อยู่กลางทะเลตั้งสิบวันแล้วยังรอดมาได้?’ แต่ที่เขาสงสัยยิ่งกว่าก็คือ วิเซรีสรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?
“ตั้งแต่ข้ามาถึงบราวอสตอนอายุแปดขวบ โรเบิร์ตส่งนักฆ่ามาฆ่าข้าทุกปี ปีละอย่างน้อยเจ็ดหรือแปดคน แต่ข้าก็ยังรอดมาได้ เจ้ารู้ไหมว่าทำไม?” วิเซรีสมองหญิงสาวตรงหน้า แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าคิดว่ามันไม่น่าอัศจรรย์หรือ? เด็กอายุแปดขวบ อุ้มเด็กหญิงทารกไว้ในอ้อมแขน แต่สามารถรอดจากเงื้อมมือของนักฆ่าของโรเบิร์ตมาได้ทุกครั้ง?”
แน่นอนว่าทั้งนักฆ่าสาวและเฮลโบไม่เชื่อในสิ่งที่วิเซรีสพูดแม้แต่น้อย . . .
อย่างไรก็ตามเฮลโบกับรู้ดีว่าพี่น้องตระกูลทาร์แกเรียนได้พเนจรตามลำพังมาหลายปี และการรอดชีวิตจากความพยายามลอบสังหารมากมายไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ส่วนนักฆ่าสาวก็คิดว่าวิเซรีสแค่พูดโอ้อวด แต่มันก็ยังมีคำถามบางอย่างที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจเธอ เขารู้ได้อย่างไรว่าเธอเคยเรือล่ม? เขารู้เรื่องของเธอมากขนาดนี้ได้อย่างไร?
จากนั้นวิเซรีสก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงลึกลับ และโน้มหน้าเข้าไปใกล้นักฆ่าสาวจนแทบจะสัมผัสลมหายใจของกันและกัน “เพราะเทพเจ้ากำลังเตือนข้า”
นักฆ่าสาวหรี่ตาลงอย่างไม่เชื่อถือแม้แต่น้อย
“เรามาเดิมพันกันเถอะ ข้าจะปล่อยเจ้าไปวันนี้ เจ้าจะไปไหนก็ได้ เตรียมตัวใหม่อีกครั้ง แต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็จะเหมือนเดิม นั่นก็คือ ความล้มเหลว!”
“ให้เวลาสิบวัน ถ้าเจ้าพ่ายแพ้ เจ้าต้องติดตามข้าไปตลอด เจ้าว่าไงล่ะ? รับหรือไม่รับ?” น้ำเสียงของวิเซรีสแฝงไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนดั่งเสียงกระซิบของปีศาจ
ซึ่งคำพูดนี้ก็ทำให้เฮลโบที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตะลึงงันเช่นกัน ‘ไม่ เจ้าเสียสติไปแล้วแน่ ๆ! เจ้าให้โอกาสนักฆ่าที่พยายามฆ่าเจ้าหลุดไปได้ยังไง? มันจะมีประโยชน์อะไร?’
แต่นักฆ่าสาวกลับไม่ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว เธอจ้องวิเซรีสด้วยสายตาท้าทายทันที
ทำให้วิเซริสที่เห็นเช่นนั้นก็ปลดที่ครอบปากของเธอและแก้มัด ก่อนจะยิ้มบาง ๆ และพูดว่า “เจ้าเป็นอิสระแล้ว”
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มปล่อยเธอไปจริง ๆ นักฆ่าสาวถึงกับมีสีหน้าตกตะลึง ไม่อยากเชื่อว่าวิเซรีสจะกล้าทำเช่นนี้
เฮลโบที่ยืนอยู่ข้างหลังวิเซรีสรีบถอยไปชิดมุมกำแพง เตรียมพร้อมหากเธอคิดจะเล่นตุกติก แต่เธอก็ทำเพียงเดินไปที่ประตูอย่างช้า ๆ แล้วหันกลับมามองวิเซรีสด้วยท่าทีลังเล
“ข้าปล่อยเจ้าไป แต่มีเงื่อนไขข้อเดียว” วิเซรีสพูดขึ้น “เจ้าพยายามฆ่าข้า แต่ข้าไม่เพียงแค่ไว้ชีวิตเจ้า แต่ยังช่วยชีวิตเจ้าไว้ด้วย เพราะฉะนั้น เจ้าเป็นหนี้ข้าสองหน”
“และข้าก็ไม่ต้องการให้เจ้าตอบแทนข้า เพียงแค่ห้ามแตะต้องแดเนริสก็พอ” วิเซรีสจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอและกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
นี่อาจฟังดูเสี่ยง แต่ในความเป็นจริงความเสี่ยงไม่ได้มากอย่างที่คิด เพราะตั้งแต่ ‘ความฝันแห่งมังกร’ ของเขาพัฒนาขึ้นถึงระดับชำนาญ เขาก็สามารถล่วงรู้ถึงอันตรายได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้เขายังสามารถใช้ ‘ความฝันแห่งมังกร’ เพื่อติดตามตำแหน่งของเธอได้
‘เจ้าหนีไปไหนไม่พ้นหรอก เพราะข้ามีแผนที่ลี้ลับอยู่ในมือ’ วิเซริสคิดแผนในใจอย่างชั่วร้าย
ถ้าเขาสามารถทำให้นักฆ่าสาวคนนี้สยบต่อเขาได้ ไม่เพียงแต่เขาจะสามารถไปร่วมงานเฉลิมฉลองอีกสองเดือนข้างหน้าได้โดยไร้กังวล แต่ที่สำคัญที่สุดเขาอาจได้ ‘ความลับของพวกสกินเชนเจอร์’ จากเธอ
ซึ่งนั่นอาจช่วยให้เขาควบคุม มังกรหลายตัวพร้อมกันได้หลังจากที่พวกมันฟักออกมา และป้องกันไม่ให้ ‘บุตรแห่งมังกร’ แข็งข้อกับเขา
นักฆ่าสาวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่ถูกจับตัวมา “ข้าสาบานต่อเหล่าเทพว่าข้าจะไม่ทำร้ายน้องสาวของเจ้า ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้า”
ขณะที่เฮลโบมองดูนักฆ่าสาวเดินจากไป เขาก็เริ่มเข้าใจว่าวิเซรีสไม่ใช่แค่คนโง่ธรรมดา แต่เป็นคนบ้าโดยสมบูรณ์!
ทันใดนั้นเฮลโบก็หวนนึกถึงคำกล่าวหนึ่งเกี่ยวกับตระกูลทาร์แกเรียน ‘ตระกูลทาร์แกเรียน พวกเขามีเพียงสองทางเท่านั้น ไม่เป็น ‘มหาราช’ ก็เป็น ‘คนวิกลจริต’’
โปรดติดตามตอนต่อไป …